<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอ้เคี่ยมยะนุ้ยจนมุม พบเป็นจระเข้เลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุดไกรทองตามจับจระเข้หาดยะนุ้ยได้แล้ว หลังออกล่า 12 วันเต็ม ไปจนมุมที่ปลายแหลมเกาะทะ ตัวยาว 2.50 เมตร เป็นจระเข้น้ำเค็มที่คนเลี้ยงไว้ เตือนถ้าไม่ขออนุญาตทางการมีความผิดทั้งจำและปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยพลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นายโกวิทย์ เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต และนายนิคม สุขสวัสดิ์ หัวหน้าชุดไกรทอง ลุ่มน้ำตาปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แถลงข่าวผลการจับจระเข้ที่พบบริเวณชายหาดแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรภัทรกล่าวว่า ตามที่มีผู้พบเห็นจระเข้ในทะเลภูเก็ตบริเวณหาดยะนุ้ย ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ พร้อมติดป้ายแจ้งเตือนประชาชน และจัดเจ้าหน้าลาดตะเวนรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ตลอด 12 วันที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ได้ดำเนินการค้นหาจระเข้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ทีมค้นหาจระเข้เดินเท้ามาตลอดทั้งคืน ถึงบริเวณปลายแหลมเกาะทะ หาดลายัน เวลาประมาณค่อนรุ่งที่ผ่านมา เห็นดวงตาของจระเข้ ทีมปฏิบัติการจึงวางแผนจับโดยใช้วิธีการอวนล้อม 2 ชั้น ก่อนที่จะจับตัวไว้ได้ และนำขึ้นฝั่ง มัดและเคลื่อนย้ายมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้วัดขนาดจระเข้ มีความยาว 2.50 เมตร น้ำหนักประมาณ 150 กิโลกรัม เป็นเพศเมีย ไม่มีไมโครชิปติดที่ลำตัว จึงสันนิษฐานว่าเป็นจระเข้ที่มีคนลักลอบเลี้ยงและไม่ได้จดแจ้งกับทางสำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต สภาพทางกายภาพเบื้องต้นเป็นจระเข้น้ำเค็ม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ภูเก็ตกล่าวว่า มาตรการป้องกันการลักลอบเลี้ยงจระเข้ที่อาจก่อปัญหาดังเช่นครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและความปลอดภัยของประชาชน ทางจังหวัดได้แจ้งให้ผู้ที่ครอบครองจระเข้และยังไม่ได้ขออนุญาต ให้มาขออนุญาตจากจังหวัดให้ถูกต้องภายในวันที่ 10 ส.ค.61 ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด ขณะเดียวกันประชาชนที่พบเห็นผู้ใดซื้ออาหารประเภทปลาดสดหรือไก่จำนวนมากเป็นประจำ ให้แจ้งข่าวสารต่อทางการเมื่อตรวจสอบ นอกจากนี้ได้มีการตั้งรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสและนำไปสู่การพบเห็นจระเข้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เลี้ยงจระเข้ที่ไม่ได้จดแจ้งกับทางราชการ จะมีความผิดปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14316</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรภัทร ปลอดทอง, นิคม สุขสวัสดิ์, พลเรือโทสมนึก เปรมปราโมทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกวิทย์ เก้าเอี้ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dc2572db5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดแถลงใหญ่!จับจระเข้ภูเก็ตได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2561 - นายนรภัทร ปลอดทอง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นายโกวิทย์ &amp;nbsp;เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต และนายนิคมสุขสวัสดิ์ หัวหน้าชุดไกรทอง ลุ่มน้ำตาปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แถลงข่าวผลการจับจระเข้ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5(ภูเก็ต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรภัทรกล่าวว่า ตามที่ได้มีผู้พบเห็นจระเข้ในทะเลภูเก็ตบริเวณหาดยะนุ้ย ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. &amp;nbsp;ทางจังหวัดได้ดำเนินการจัดตั้งชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ พร้อมติดป้ายแจ้งเตือนประชาชนและจัดเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว &amp;nbsp; ตลอดเวลา 12 วันที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ ได้ดำเนินการค้นหาจระเข้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ &amp;nbsp;28 ก.ค.ปฏิบัติการค้นหาจระเข้ เดินเท้ามาตลอดทั้งคืน บริเวณปลายแหลมเกาะทะ หาดลายัน จนกระทั่งในเวลาประมาณ 04.00 น. ได้เห็นดวงตาของจระเข้ ทีมปฏิบัติการจึงวางแผนจับโดยใช้วิธีการอวนล้อม 2 ชั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จระเข้ตัวนี้น่าที่จะมาจากการเลี้ยง โดยมีข้อมูลที่ชัดเจนคือมีตะไคร้น้ำบนหลังของจระเข้ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าน่าจะอยู่ในที่ที่มีน้ำขังเป็นเวลานาน ประกอบกับหากเป็นจระเข้ตามธรรมชาติจะจับยากมาก ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้โดรนมาเป็นตัวในการตรวจสอบพิกัดทั้งนี้อุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งในการจับจระเข้คือคลื่นลม โดยการดำเนินงานทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความอดทนความพยายามในการเกาะติดเพื่อติดตามโดยตลอดซึ่งใช้เวลาถึง 12 วันและขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทั้งทัพเรือภาคที่ 3 ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,สำนักงานประมงจังหวัดทีมประมงพื้นบ้าน จนทำให้การปฏิบัติภารกิจสำเร็จ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร่วมปฏิบัติการกับชุดไกรทองตลอดเวลาเพื่อเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันหากเกิดเหตุการณ์ในขั้นต้นทางทัพเรือภาคที่ 3 จะได้ดำเนินการป้องกันได้ ทั้งนี้จากการเฝ้าสังเกตนักท่องเที่ยวปรากฏว่านักท่องเที่ยวไม่กังวลจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเล่นน้ำ ตามปกติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14300</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้, นรภัทร ปลอดทอง, ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, ผู้ว่าราชการ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5d382178014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชงคุมทัวร์ ภูเก็ตลุยตรวจ &#039;ท่าเรือรัษฎา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตตรวจท่าเรือรัษฎา ลุยจัดระเบียบความปลอดภัย แจงย้ายเจ้าท่าภูเก็ตเอื้อสอบสวนเหตุเรือล่ม เจ้าของฟีนิกซ์ปฏิเสธข้อหาประมาท ตร.คุมตัวฝากขังศาล ชี้ทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบท่องเที่ยวไทย ชงกม.คุมเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นางศิรวี วาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ &amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบระบบการบริหารจัดการขึ้น-ลงท่าเทียบเรือของผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ตลอดจนการตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา ในการตรวจสอบรายชื่อจำนวนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว รวมถึงลูกเรือที่ออกเดินทางไปยังเกาะแก่งต่างๆ ก่อนที่จะทำการปล่อยเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือรัษฎาได้มีการนำระบบคีย์การ์ด &amp;nbsp;มาใช้ในการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้น-ลงเรือในแต่ละเที่ยว และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้โดยสารและลูกเรือที่จะลงเรือในแต่ละเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า กองทัพเรือได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ในการดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ และจัดเรือในศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เขต 3 รวมทั้งเรือของกองทัพเรือ ร่วมกันลาดตระเวน และอยู่ในบริเวณที่มีนักท่องเที่ยว เพื่อแจ้งเตือนภัยให้กับเรือที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ให้กลับเข้าฝั่งก่อนจะเกิดเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบท่าเทียบเรือ พบปัญหาเรือมีหลายประเภท รวมทั้งจำนวนไกด์ของเรือแต่ละลำมีจำนวนไม่เท่ากัน จะต้องมีการกำหนดมาตรฐานเรื่องไกด์ที่จะควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงในการอำนวยความสะดวกหรือสาธิตวิธีการปฏิบัติตน และคอยแนะนำหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการประชุมร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย และกำหนดมาตรการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเร่งด่วนในขณะนี้ จะมีการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในการปกครองดำเนินการไปก่อนชั่วคราว ในการขอความร่วมมือหรือสั่งการในเรื่องต่างๆ โดยมีผมเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ การตรวจสอบท่าเทียบเรือ จะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานภูมิภาคสาขาภูเก็ต ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานโดยตรง หากเห็นว่าไม่ปลอดภัย จะให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตเป็นผู้สั่งงดไม่ให้เรือออกจากท่าโดยเด็ดขาด&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนรภัทรกล่าวว่า จากเหตุการณ์เรือล่มเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 11 แล้ว จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อมูลการเข้า การลงเรือ การกลับขึ้นฝั่ง และกระบวนการปฏิบัติในการลงเรือ ซึ่งเป็นเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ ว่ามีวิธีการปฏิบัติอย่างไร โดยทางจังหวัดพร้อมด้วยทัพเรือภาคที่ 3 ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน จัดเจ้าหน้าที่ทหารเรือเข้ามาร่วมปฏิบัติงานในท่าเทียบเรือหลักๆ พร้อมทั้งจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประชุมร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรในการสร้างมาตรฐาน เนื่องจากเรือมีหลายประเภท สำหรับปัญหาในขณะนี้คือ การมีท่าเทียบเรือจำกัด &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องหารือร่วมกันว่าจะมีระบบการจัดการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตยังกล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเรือล่มที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 47 รายว่า ศพที่ 47 ที่ติดใต้เรือฟีนิกซ์นั้น เจ้าหน้าที่ทำการกู้ร่างผู้เสียชีวิตทุกวัน เพื่อต้องการนำขึ้นมาให้ได้ มีการปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและจีน หากได้ศพขึ้นมาจะนำขึ้นที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งทางจังหวัดร่วมกับกงสุลจีน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปรับศพ จากนั้นจะนำไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ขณะที่ศูนย์อำนวยการเหตุการณ์ช่วยเหลือเรือล่มจังหวัดภูเก็ตยังเปิดดำเนินการเพื่อรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ทั้งหมดจากญาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดการศพ ได้เผาศพจำนวน 39 ราย นำกลับไปประเทศจีนจำนวน 7 ศพ ส่วนการจ่ายเงินเยียวยา ดำเนินการแล้ว 29 คน เหลือเยียวยาส่วนที่เหลือรอเอกสารเพิ่มเติม ถ้าครบจำนวนจ่ายเงินทันที ส่วนการกู้เรือฟีนิกซ์ เจ้าท่ามีหน้าที่รับผิดชอบ ใช้เวลาประมาณ 15-20 วันในการกู้เรือ โดยจะมีผู้ชำนาญการร่วมดำเนินการกับเจ้าท่าอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การย้ายเจ้าท่าภูเก็ตไปช่วยราชการที่สำนักงานเจ้าท่าเขต 5 นั้น เพื่อให้มีการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นไปโดยเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้จับกุมตัว น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการผู้จัดการเรือฟีนิกซ์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต โดยแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ฉลอง และในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะทำการฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ส่วนช่างเครื่องเรือฟีนิกซ์ได้จับกุมเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าหากหลักฐานโยงถึงใคร ดำเนินคดีทุกคนไม่ละเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;ทัวร์ศูนย์เหรียญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,268 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.36 ระบุว่ามีผลกระทบมาก รองลงมา ร้อยละ 17.59 ระบุว่ามีผลกระทบมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่า ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ สูญเสียรายได้ที่จะเข้าประเทศ และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกทำลาย, ร้อยละ 14.91 ระบุว่าไม่ค่อยมีผลกระทบ, ร้อยละ 7.96 ระบุว่าไม่มีผลกระทบเลย โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวให้ความสนใจสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.44 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมากที่สุด, ร้อยละ 51.03 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมาก โดยผู้ที่ระบุว่าเชื่อมั่นมาก-มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่าภูเก็ตมีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ดี พร้อมกับมีหน่วยงานที่เก่งและมีความสามารถ, ร้อยละ 33.99 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น, ร้อยละ 5.91 ระบุว่าไม่มีความเชื่อมั่นเลย โดยให้เหตุผลว่า ส่วนราชการไม่มีความโปร่งใส ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.41 ระบุว่า การกระตุ้นมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 36.36 ระบุว่าการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น, ร้อยละ 33.52 ระบุว่า การปฏิบัติตนของประชาชนในการเป็นเจ้าภาพที่ดีให้กับประเทศ, ร้อยละ 32.26 ระบุว่าการจัดตั้งศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะให้ภาครัฐ/ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการกับทัวร์ศูนย์เหรียญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.78 ระบุว่าออกกฎหมาย/บทลงโทษ ในการควบคุมบริษัทนำเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 31.07 ระบุว่ายึดใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยว, ร้อยละ 27.68 ระบุว่าควบคุมจำนวนทัวร์ศูนย์เหรียญ, ร้อยละ 26.74 ระบุว่าจับ/ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ, ร้อยละ 0.71 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่ให้ดำเนินกิจการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13465</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรภัทร ปลอดทอง, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล, ศิรวี วาเล๊าะ, สาคร ปู่ดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5d4544fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกเรือฟินิกซ์กู้1ศพ ค้นหาผู้สูญหายอีก2ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 61 - ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงว่า การค้นหาผู้ประสบเหตุเรือล่มยังดำเนินการต่อเนื่อง เร่งค้นหาอีก 2 ราย&amp;nbsp; ขณะนี้มีศพ ที่ รพ.วชิระภูเก็ต จำนวน 45 ราย สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลทราบชื่อนามสกุลแล้ว 43 ราย สรุปยอดนักท่องเที่ยว ลงเรือฟินิกซ์ จำนวน 89 คน รอดชีวิต 42 คน เสียชีวิต 45&amp;nbsp; ราย สูญหาย 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเผาศพ จำนวน 5 ศพ ทางจังหวัดจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพทุกคืน ที่วัดโฆษิตวิหาร อ.เมือง จ.ภูเก็ต และทำการเผาศพอย่างต่อเนื่อง มีการนำศพออกจากประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp; 2 ราย การเผาศพหรือเอาศพกลับขึ้นกับความสมัครใจของญาติ ในวันนี้ ทำการเผาอีก 7 ศพ ทางจังหวัดพร้อมอำนวยความสะดวกช่วยเหลือทุกอย่าง และเมื่อเช้าที่ผ่านมา ได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป จัดพิธีเรียกขวัญ ส่งวิญญาณผู้เสียชีวิตสู่สุคติ ที่บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต ได้เริ่มเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาทันทีที่รับแจ้ง มีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเรือล่มและประสานงานบูรณาการร่วมกับศรชล.เขต3 ภาคเอกชน เรือประมงพาณิชย์ส.พัฒนา 11 และ ส.พัฒนา 12&amp;nbsp; ได้ทำการช่วยชีวิตนักท่องเที่ยว และร่วมค้นหากันตลอดในจุดวิกฤตินั้นเรือเล็กเข้าถึงไม่ได้ต้องใช้เรือลำใหญ่ออกให้การช่วยเหลือ นำขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเอกชน แพปลาพิชัย แพปลาจิตไพบูลย์&amp;nbsp; รวมทั้งมีทีมกู้ภัย หลายหน่วยงานเข้าให้การช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุการณ์นี้ ทางจังหวัดภูเก็ต ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ขอบคุณทีมอาสาสมัคร ดำน้ำเอกชน ครูสอนดำน้ำ&amp;nbsp; ตำรวจน้ำ กองทัพเรือ ขอบคุณทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทางจังหวัดจะมอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป นอกจากนี้ ขอบคุณเป็นอย่างสูงต่อทางการจีน ที่ ส่งเจ้าหน้าที่ กงสุล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มาร่วมสนับสนุนชุดกู้ภัย ชุดดำน้ำ มาช่วยค้นหาในครั่งนี้&amp;nbsp; การค้นหายังไม่ยุติ ทำกันต่อเนื่องจนกว่าจะครบทั้งหมด&amp;nbsp; ถ้าจะยุติการค้นหาเมื่อไหร่ต้องเป็นการตกลงร่วมกันกับทางการจีน&amp;quot; นายนรภัทร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ร.ต.เจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชการทัพเรือภาค 3 กล่าวว่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล.เขต 3) ร่วมปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; การค้นหาในวันนี้ ชุดปฏิบัติการใต้น้ำได้ปฏิบัติการแล้ว เพื่อนำร่างผู้ที่ติดใต้ท้องเรือขึ้นมาวันนี้ พร้อมกับเร่งค้นหาอีก 2 ราย ที่สูญหายด้วย โดยค้นหาบริเวณเกาะพีพี ขึ้นไปทางกระบี่ พังงา และสตูล ซึ่งเป็นบริเวณที่พบศพผู้ประสบเหตุล่าสุด 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ศานติ ศกุนตนาค เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 45 (มทบ.45) กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 4 โดย มทบ.41 และ&amp;nbsp; มทบ.45&amp;nbsp; สนับสนุนค้นหาผู้สูญหาย ทางเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งต่างๆในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และลาดตระเวนเดินเท้า ร่วมกับภาคประชาชน วิทยุเครื่องแดง ประมงพื้นบ้าน ตามเกาะแก่งต่างๆ มีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 ในฐานะผู้แทนอธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า กรมเจ้าท่าประสานงานกับศรชล.เขต 3 ในการร่วมประสานงานช่วยเหลือด้านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนที่ยังค้นหาอีก 2 รายนั้น คาดว่าอาจติดอยู่ใต้ท้องเรือ อาจต้องพลิกเรือ การพลิกเรือต้องระมัดระวังให้เรือเกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งตามกฏหมาย เมื่อเรือจม เจ้าท่าต้องทำการกู้เรือขึ้นมา เรื่องนี้เกี่ยวข้องมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก และเรือเป็นหลักฐานทางคดี การกู้เรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง เนื่องจากจุดที่เรือจมมีความลึก 45 เมตร ต้องใช้นักประดาน้ำ ใช้เครน 400 ตัน นำเข้ามาจากมาเลเซีย&amp;nbsp; โอบอุ้มมาให้เรือตั้งตรงสูบน้ำออกเก็บหลักฐานทุกอย่างให้ดีที่สุดและเก็บรักษาไว้ในเขตหวงห้าม การทำงานมีข้อจำกัดในสภาพอากาศ ต้องใช้เวลาในการเก็บกู้ 15 วัน การเตรียมเครื่องมืออีก 10 วัน การกู้เรือเป็นสิทธิ์ของเจ้าของเรือ และประกันภัย เรือลำนีมีการทำประกันภัยตัวเรือไว้อยู่แล้ว &amp;quot; นายภูริพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมเจ้าท่าตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุเรือล่มแล้ว&amp;nbsp; การสอบสวนใช้ข้อมูลหลักฐานแวดล้อม&amp;nbsp; สภาพอากาศ สภาพตัวเรือ องค์ประกอบอีกหลายด้าน เข้ามาสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้&amp;nbsp; ซึ่งการตัดสินใจนำเรือเข้าหรือออกทะเลขึ้นกับกัปตันเรือตัดสินใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13204</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรภัทร ปลอดทอง, ผู้ประสบภัย, ภูเก็ต, เรือฟีนิกซ์, เรือล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b459ae6a8a5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
