<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายยกคำพิพากษาศาลปกครองกลางยัน &#039;ยิ่งลักษณ์&#039; ไม่มีส่วนทุจริตโครงการ​รับจำนำข้าว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.64 - &amp;nbsp;นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชดใช้ 35,500 ล้านบาทในคดีจำนำข้าว และให้เพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ว่า ผลการพิพากษาในวันนี้เป็นคุณกับนางสาวยิ่ง​ลักษณ์​ ส่วนหากกระทรวงการคลังยื่นอุทธรณ์​ จะดำเนินการต่อไปอย่างไรนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมเพราะว่าเป็นเพียงคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่สิ่งที่สำคัญจากคำพิพากษา​ในวันนี้ นอกจากการเพิกถอนคำสั่งที่ให้ชดใช้เงิน ยึด และอายัด​เงินแล้วนั้น คือในคำพิพากษาระบุ นางสาวยิ่ง​ลักษณ์​ไม่มีส่วนในการทุจริตโครงการ​รับจำนำข้าว โดยจะนำคำพิพากษาศึกษาอย่างละเอียดเพื่อการต่อสู้ครั้งต่อไป&amp;quot;นายนรวิชญ์ &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98092</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066a879edee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายยิ่งลักษณ์&#039; ถามรัฐบาลถังแตกแล้วหรือถึงไล่บี้เอาค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63 -&amp;nbsp;นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการรับจำข้าวได้สั่งติดตามค่าเสียหายจากจำนำข้าวเป็นกรณีพิเศษว่า&amp;nbsp;ในฐานะทนายความในคดีจำนำข้าว ขอเรียนว่า คดีดังกล่าวในชั้นการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีพยานหลักฐานชัดแจ้งว่า การใช้จ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวอยู่ภายใต้กรอบวงเงิน 5 แสนล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรวิชญ์ กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลฎีกา ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่า การดำเนินโครงการรับจำนำของรัฐบาลขาดทุนหรือเสียหายเลย&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์ ไม่จำต้องมาเสียเวลากับการติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษ ควรเอาเวลาไปคิดว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนที่ตกงาน อดอยากปากแห้งมาเป็นเวลานานจากภาวะเศรฐกิจตกต่ำอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปีให้มีงานทำ และได้อยู่ดี กินดีบ้าง ไม่เฉพาะแต่นายทุนเท่านั้นที่มีรายได้และอยู่ดี กินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในเรื่องข้าวมีเรื่องที่พลเอกประยุทธ์ควรต้องติดตามเป็นพิเศษคือ ภายหลังที่มีการรัฐประหารปี 2557&amp;nbsp;รัฐบาลในช่วงนั้นมีการนำข้าวที่เก็บไว้ในโกดัง ประมาณ 2.9 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท ไปจัดเกรดข้าวเป็น A, B, C, D, และนำออกขาย ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์ไม่เคยมีการจัดเกรดข้าวเป็น &amp;nbsp;A ,B, C ,D ขายมาก่อน ทำให้ขายข้าวได้ราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นอย่างมาก ในการขายข้าวในครั้งนั้นยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัย จากสื่อมวลชน&amp;nbsp;ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องว่า นำข้าวดีไปขายเป็นข้าวเน่า เพื่อเป็นอาหารสัตว์หรือไม่ แม้ต่อมามีการยกเลิกการขายข้าวแบบจัดเกรด A, B, C, D แต่รัฐเสียหายไปแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ควรติดตามให้มีผู้รับผิดชอบในความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอถามพลเอกประยุทธ์ว่า ที่มาพูดเรื่องนี้เป็นเพราะรัฐบาลถังแตกหาเงินที่ใหนไม่ได้แล้วหรือ จึงจะมาเอากับโครงการรับจำนำข้าว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79674</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, โครงการรับจำนำข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c468a92e8bbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา &#039;เกิด-ไม่เกิด&#039; ไทยรักษาชาติภาคสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) แม้จะปิดฉากเส้นทางการเมืองไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคจนถึงวันยุบพรรคใช้เวลาแค่เพียง 4 เดือนเศษ! แรกเริ่มสมัยก่อตั้งเป็นพรรค สร้างปรากฏการณ์เรียกเสียงฮือฮาได้มาก เป็นหนึ่งในพรรคพันธมิตรสำคัญของพรรคเพื่อไทย บุคลากรที่ไปร่วมงานก็ล้วนเป็นคนของเพื่อไทยเสียเป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรค จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง วิม รุ่งวัฒนจินดา กรรมการบริหารพรรค เหวง โตจิราการ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, นิคม ไวยรัชพานิช ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายชื่อทั้งหมดสามารถบรรยายสรรพคุณได้เสร็จสรรพ ล้วนเป็นคนใกล้ชิดทั้งของ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นสมาชิกเดิมของ เพื่อไทย ทำงานให้พรรคมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับจาก ไทยรักษาชาติ สร้างปรากฏการณ์ทอล์กออฟเดอะทาวน์ จวบจนมาถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมกับตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมการเมือง 10 ปี ปิดตำนานพรรคไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ยังไม่ทันได้วาดลวดลายในสนามเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สมัครทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดิมที่คาดการณ์เน้น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนระบบเขตเป็นเพียงความหวังแซมๆ สุดท้ายไม่ได้มาสักคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ชะตากรรมบันดาลให้พรรคใหม่แกะกล่องมีอันต้องปิดฉาก แต่ในส่วนของสมาชิกพรรค ผู้สมัครส.ส.พรรคทั้งระบบบัญชีรายชื่อ ระบบเขตเลือกตั้ง จำนวนไม่น้อยได้หวนกลับมายังบ้านเก่าบ้านเดิมอย่างพรรคเพื่อไทย บางคนบอกเพราะถูกตามตัวให้กลับมา บางคนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค บางคนกลับมาช่วยงาน มาเป็นบิ๊กแกนนำพรรคอย่างเดิม ในตำแหน่งที่คุ้นเคย ตามประสาพรรคพี่พรรคน้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็มีบางคนระดับแกนนำพรรคที่ยังไม่ตัดสินใจกลับมา อาทิ เสี่ยอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง กับ&amp;nbsp; เสี่ยเต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ท่ามกลางกระแสข่าวที่มีการคาดการณ์ไปใน 2 แนวทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างแรก ทั้งสองคนกำลังรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง ในบ้านหลังเก่าหลังเดิมอย่างพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกกระแสมีการมองว่า กำลังมีการก่อร่างสร้างพรรคขึ้นมาใหม่อีกครั้ง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของรูปแบบ โครงสร้าง ว่าที่หัวหน้าพรรค ทิศทางพรรค จะเป็นอย่างไรยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันการันตีได้แน่นอนคือ ยังจะเป็น พรรคพันธมิตรกับฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ พรรคเพื่อไทย อย่างแน่นอน โดยที่มีจาตุรนต์ ณัฐวุฒิ เป็นสองคีย์แมนหลักของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่ในอดีตคือผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หลังจากพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ สมาชิกพรรคที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาก่อน หลายคนก็ไปช่วยงานพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และอีกหลายคนก็กลับมาสมัครเป็นสมาชิกช่วยงานพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้มาสมัครสมาชิกเพื่อไทยหรือยังผมไม่ทราบ เข้าใจว่าถ้ายังไม่มาสมัครก็คงอยากจะรอเวลาอีกสักพักหนึ่งเพื่อความชัดเจน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูพรรคขึ้นใหม่ในรูปแบบพรรคไทยรักษาชาติ นพ.เชิดชัยบอก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอพูดตามความเห็นส่วนตัว จากรัฐธรรมนูญ พรรคใหญ่ๆ อย่างทุกวันนี้ อย่างพรรคเพื่อไทย ไม่มีโอกาสจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย ซึ่งไม่ตรงตามเจตนารมณ์เดิมของรัฐธรรมนูญ 2540 ส่วนตัวเห็นว่า ควรมีการแก้ไขเรื่องบัตรเลือกตั้งให้มี 2 ใบอย่างเก่า คือสำหรับเลือก ส.ส.เขตและเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; ไม่ควรปล่อยให้มีการตั้งพรรคกระจิดกระจ้อย มีไม่กี่เสียงแล้วก็ได้ ส.ส. ผลจากการออกแบบเช่นนี้ก็เห็นแล้ว จนวันนี้ยังรวมเสียงตั้งรัฐบาลกันไม่ได้ ทุกอย่างมันผิดเพี้ยนไปหมด คนร่างกติกาที่ทำให้เกิดก็ไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่าจาตุรนต์, ณัฐวุฒิ จะร่วมกันรื้อฟื้นพรรคในลักษณะเดียวกันกับพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ นพ.เชิดชัยระบุ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่แน่ใจ คงตอบแทนทั้งสองคนไม่ได้ หลังจากยุบพรรค ตนก็ไปร่วมเวทีก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยกับสองคน แต่หลังจากเลือกตั้งเสร็จสิ้นก็ไม่ได้เจอกัน ยังไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเมืองวันข้างหน้าไม่มีสิ่งใดการันตีได้ว่า พรรคหลักอย่างเพื่อไทยจะเจอมรสุมการเมืองระหว่างทางเรื่องใดเข้ามาทำให้ต้องซวนเซ หรือถึงขั้นปิดฉากอย่างไทยรักษาชาติหรือไม่ ประกอบกับการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม คะแนนไม่ทิ้งน้ำ ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย การมีพรรคที่เรียกได้ว่าเป็น พรรคพี่พรรคน้องท้องเดียวกัน ย่อมดีกว่าพรรคเพื่อนพ้องที่เอาแน่เอานอนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยรักษาชาติภาคสองจะถือกำเนิดอีกรอบหรือไม่ อีกไม่นานคงได้รู้กัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดึงโปรย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในส่วนของรูปแบบ โครงสร้าง ว่าที่หัวหน้าพรรค ทิศทางพรรค เป็นอย่างไรยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันการันตีได้แน่นอนคือ ยังจะเป็นพรรคพันธมิตรกับฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน โดยที่มีจาตุรนต์ ณัฐวุฒิ เป็นสองคีย์แมนหลักของพรรค&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, จาตุรนต์ ฉายแสง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, นิคม ไวยรัชพานิช, พรรคไทยรักษาชาติ, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วิม รุ่งวัฒนจินดา, เกษมราษฎร์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, เหวง โตจิราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc06b5917705.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.ดิ้นสู้ ขอศาลเปิดห้องไต่สวน ยก 3 ปม หักล้างมติ กกต.ยุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืบหน้าไปอีกสเต็ปกับคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ หลังศาลมีการรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ส่งคำร้องขอให้ศาล รธน.วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อ กกต.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม กกต.เห็นว่าเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองตามมาตรา 92 ที่บัญญัติว่า เมื่อคณะกรรมการ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น (1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพราะหลังศาล รธน.ส่งคำร้องของ กกต.ให้พรรคไทยรักษาชาติเพื่อให้ส่งเอกสารแก้คำร้องของ กกต.มาให้ศาล รธน.พิจารณาภายใน 7 วัน นับจาก 14 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; สุดท้าย หลังแกนนำพรรค ทษช.กับฝ่ายกฎหมายของพรรค ที่นำทีมโดย พิชิต ชื่นบาน, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, สุรชัย ชินชัย ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดทิศทางการสู้คดี แก้ข้อกล่าวหาของ กกต.เมื่อต้นสัปดาห์ จนนำมาสู่การร่างคำชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายกฎหมาย ที่นำเสนอให้แกนนำพรรคพิจารณา สุดท้ายก็มีการไปยื่นเอกสาคคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาล รธน.ไปแล้วเมื่อช่วงสาย 20 ก.พ.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันพบว่า ฝ่ายกฎหมายของ ทษช.กำหนดแนวทางการต่อสู้คดี เขียนคำชี้แจงข้อกล่าวหาโดยมุ่งไปที่ 3ประเด็นหลัก เพื่อทำให้ตุลาการศาล รธน.เห็นว่าพรรคทษช.ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ กกต.มีมติเสนอให้ศาล รธน.ยุบพรรค ทษช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว ฝ่ายกฎหมาย ทษช.ย้ำแนวทางการสู้คดีไว้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.พรรคยืนยันเจตนาบริสุทธิ์และไม่มีเจตนาพิเศษใดๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นอย่างอื่น โดยการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นไปด้วยบริสุทธิ์ใจ พร้อมทั้งความประสงค์และความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.การเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยแก้ข้อกล่าวหาว่า ความหมายของคำว่าปฏิปักษ์ตามพจนานุกรมให้ความหมายว่าเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม น่าจะหมายถึงการนำระบอบคอมมิวนิสต์มาใช้ปกครองในประเทศไทย หรือการเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ทั้งนี้ คำร้องยุบพรรค ทษช.ยังขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครของกรรมการบริหารพรรค พรรคแย้งไปว่า คำร้องยุบพรรคเป็นคำร้องประเภทเดียวกับคดีอาญา การเพิกถอนสิทธิสมัครตลอดชีวิตไม่ต่างจากการประหารชีวิตในทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ที่ กกต.มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่มีการสืบสวนสอบสวนก่อน โดย กกต.มีมติส่งศาลจึงเป็นการข้ามขั้นตอนการเสนอคำร้อง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ ฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักษาชาติ พยายามต่อสู้คดี โดยขอให้ศาล รธน.ใช้แนวทางการไต่สวนแบบ เปิดห้องพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนคำร้อง โดยให้มีการนำพยานบุคคลตามบัญชีพยานเข้าเบิกความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; ซึ่งฝ่ายกฎหมายของ ทษช.ได้ยื่นบัญชีพยานบุคคลซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค 14 คน และพยานคนกลางซึ่งเป็นบุคคลภายนอก 5 ปาก โดยมีรายงานว่า พยานบุคคลภายนอกพรรค 5 ชื่อดังกล่าว ที่ยื่นต่อศาล รธน. ไม่มีรายชื่อของบุคคลที่พรรคเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของ ทษช.ก่อนหน้านี้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากแนวสู้คดีของฝ่ายกฎหมาย ทษช.ที่ขอให้ตุลาการศาล รธน.วางรูปแบบการวินิจฉัยคำร้องคดีดังกล่าวให้เป็นแบบ เปิดห้องพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนคำร้อง ซึ่งกระบวนการไต่สวนลักษณะดังกล่าว จะทำให้ต้องมีการเรียกพยานบุคคลของคู่ความ มาเบิกความเพื่อให้องค์คณะฯ ไต่สวน ซึ่งหากเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมตุลาการศาล รธน. เห็นพ้องให้ใช้การไต่สวนคำร้องคดีลักษณะข้างต้น มีการวิเคราะห์กันว่า จะทำให้กระบวนการพิจารณาคดีของศาล รธน. คงใช้เวลาสักระยะ และอาจทำให้การวินิจฉัยคดีและลงมติว่าจะยุบ-ไม่ยุบพรรคไทยรักษาชาติและจะตัดสิทธิการเมืองกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ เสร็จหลัง 24 มี.ค. วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไทยรักษาชาติต้องการให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพื่ออย่างน้อยจะได้มีเวลาแก้เกม-พลิกแท็กติกทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้ง แม้คนในพรรคจะทำใจแล้วว่ารอดยาก โอกาสโดนยุบมีมากกว่าไม่โดน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็มีบางฝ่ายมองว่า กระบวนการวินิจฉัยคำร้องคดียุบพรรค ทษช. ดูแล้วไม่น่ายุ่งยากอะไร ตุลาการศาล รธน.ควรใช้แนวทางการวินิจฉัยคดีแบบพิจารณาจาก ประเด็นข้อกฎหมาย เป็นหลัก โดยนำคำร้องของ กกต. กับคำชี้แจงข้อกล่าวหาของพรรค ทษช.มาพิจารณาประกอบการวินิจฉัย แล้วก็นำข้อกฎหมายตามมาตรา 92 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมืองเข้ามาประกบ เพื่อดูว่าการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 หรือไม่ หากไม่เข้าข่ายก็ยกคำร้อง เรื่องก็จบ พรรค ทษช.ก็จะได้ไปหาเสียงได้เต็มที่ ไม่ต้องพะวงว่าพรรคจะถูกยุบหรือไม่ถูกยุบก่อน 24 มี.ค. แต่หากเห็นว่าเข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตราดังกล่าวจริง ก็ยุบพรรคไป แล้วก็ไปดูว่า กรรมการบริหารพรรคที่มีมติให้เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯและนำชื่อไปยื่นต่อ กกต. ต้องรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะลำพังตัวพรรคเองคงไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ หากไม่มีกรรมการบริหารพรรคมาดำเนินการ ถ้าเห็นว่า กรรมการบริหารพรรคต้องรับผิดชอบ ก็ลงโทษไปตามมาตรา 92 วรรคท้าย ที่ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงต้องติดตามว่า การประชุมของตุลาการศาล รธน.ในวันพุธที่ 27 ก.พ.นี้ ที่ประชุมจะมีการวางแนววินิจฉัยคดีไว้แบบไหน และจะกำหนดการวินิจฉัยคดีอย่างไร ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาคดีของศาล รธน. พ.ศ.2561 ให้อำนาจกับองค์คณะฯ ไว้อย่างเต็มที่ รวมถึงการให้อำนาจในการไม่เรียกพยานบุคคลที่ผู้ร้อง-ผู้ถูกร้องยื่นต่อศาล รธน.ก็ได้ อันเป็นอำนาจที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในมาตรา 58 ของกฎหมายดังกล่าวที่บัญญัติว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หากศาลเห็นว่าคดีใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ทําการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้ เมื่อศาลเห็นว่าพยานหลักฐานใดเกิดขึ้นหรือได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณาวินิจฉัย หรือไม่มีความจําเป็นแก่การพิจารณาวินิจฉัย หรือจะทําให้คดีล่าช้าโดยไม่สมควร ศาลอาจสั่งงดการสืบหรือไม่รับฟังพยานหลักฐานนั้นก็ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หลังประชุมตุลาการศาล รธน. 27 ก.พ. จึงอาจทำให้ พอเห็นทิศทางได้ว่า คดีนี้จะรู้ผลก่อนหรือหลัง 24 มี.ค. วันเลือกตั้ง แม้คนส่วนใหญ่จะเชื่อกันไปแล้วว่า จบก่อน-ยุบแน่ ไปแล้วก็ตามที!!!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, พิชิต ชื่นบาน, สุรชัย ชินชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d6f633ecb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.ร้าว!แดงไม่หาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยรักษาชิน&amp;quot; ส่อวงแตก! เด็กรุ่นใหม่ &amp;quot;เพื่อนอุ๊งอิ๊ง หลานแม้ว-ปู&amp;quot; ทะยานขึ้นบัญชีรายชื่อเบอร์ต้นๆ ข้ามหัวคนทำงาน แม้แต่ &amp;quot;เดอะเต้น&amp;quot; แม่ทัพลุยหาเสียงยังอยู่ต่ำกว่า &amp;quot;เดียร์&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;พายัพ&amp;quot; น้อยใจหนักออกจากกลุ่มไลน์ ปิดโทรศัพท์หนี สะพัด! แกนนำลงแรงเตรียมเกียร์ว่างไม่ช่วยหาเสียง &amp;quot;หลานแม้ว&amp;quot; โวยเพจ &amp;quot;เชียร์ลุง&amp;quot; ป้ายสีโจมตีฝ่าย ปชต.เผาบ้านเผาเมือง &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ขู่ฟ้อง 200 คนก๊วนแชร์เพจเครือข่ายนายกฯ ในกลุ่มไลน์ให้ร้ายตนเอง ปชป.ป่วนอีก &amp;quot;วิทย์ บางแค&amp;quot; ฉุนไม่ได้ลงปาร์ตี้ลิสต์ ด้าน กกต.เผยผู้สมัคร 3 วัน รวม 7,409 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ มีรายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) เปิดเผยว่า ภายหลังมีการเปิดเผยบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ทษช. เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ที่ถูกจัดอยู่ในลำดับท้ายๆ มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันถึงวิธีการในการจัดวางตัวผู้สมัคร แกนนำในพรรคหลายคนไม่มีใครรู้มาก่อน เนื่องจากปิดเป็นความลับมาก ได้มาเห็นบัญชีก็หลังจากสื่อสารมวลชนเผยแพร่ไปแล้ว การจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ออกมาในครั้งนี้ถือว่าเซอร์ไพรส์ สร้างความประหลาดใจให้กับอดีต ส.ส.ที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะที่ผ่านมาหลายคนช่วยงานพรรคมาอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเรียกคะแนนเสียงให้กับพรรคได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่กลับถูกจัดวางไว้อยู่ในลำดับท้ายๆ ขณะที่เด็กรุ่นใหม่กลับถูกวางไว้ในลำดับต้นๆ ซึ่งไม่ต้องมานั่งลุ้น เพราะมีโอกาสสูงที่ได้เป็น ส.ส.อย่างแน่นอน แม้แต่ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังถูกเบียดลงมาอยู่อันดับที่ 11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคือ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัครลำดับที่ 6 และนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้สมัครลำดับที่ 8 ซึ่งทั้งสองคนเป็นเด็กรุ่นใหม่ แต่มีความใกล้ชิดกับบุตรของนายทักษิณและอดีตนายกฯ ปูอย่างมาก อดีต ส.ส.บางคนถึงกับบอกว่า ทั้งสองคนสามารถเรียกคะแนนให้กับพรรคได้ขนาดไหน แม้แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 7 ซึ่งต่ำกว่า น.ส.ขัตติยา ทั้งที่เป็นแม่ทัพออกหาเสียงไปทั่วประเทศ แบบนี้ไม่ถูกต้อง เหมือนไม่ให้เกียรติกัน เอาคนหาเสียงเป็นไปอยู่ท้ายๆ เอาคนหาเสียงไม่เป็นมาอยู่ต้นๆ เลขาฯ (คณะกรรมการรณรงค์หาเสียง) ได้อันดับดีกว่าประธาน และก็มีอีกหลายคนข้ามหัวกันไปหมด บางคนแทบไม่รู้จักหน้า เจอหน้ายังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่กลับมีรายชื่อ&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์อีกว่า หลายคนที่ถูกมองว่าจัดวางลำดับไม่เหมาะสม อาทิ นายนิคม ไวยรัชพานิช ลำดับที่ 18, นายประภัสร์ จงสงวน ลำดับที่ 26, นายสุธรรม แสงประทุม ลำดับที่ 28, นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ 29, นายพายัพ ปั้นเกตุ ลำดับที่ 41, นพ.เหวง โตจิราการ ลำดับที่ 55 และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ลำดับที่ 56 ซึ่งทุกคนช่วยพรรคหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องมานั่งลุ้นว่าคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะถึงลำดับของตัวเองหรือไม่ ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องใช้บุคคลที่มีประสบการณ์มาช่วยพูดในสภาเป็นเรื่องสำคัญ ดูจากรายชื่อแล้วคงไม่มีความหมายอะไรแล้ว ถ้าคิดว่าจะเอาคนใกล้ชิดหรือเพื่อนลูกๆ มาเป็น ส.ส. อย่างนั้นก็ให้ลงพื้นที่หาเสียงกันเอง อยากจะรู้ว่าจะมีคะแนนหรือเปล่า เดินลงพื้นที่มีชาวบ้านรู้จักหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทษช.บางคนแสดงความไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ ก็ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ร่วมประชุมกับพรรค บางคนได้แต่บ่น แม้รู้ว่าไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เพราะกระบวนการมันจบไปแล้ว มีการยื่นบัญชีรายชื่อให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ไปเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนี้ผู้สมัครที่ไม่พอใจคงจะมีการเกียร์ว่าง ไม่ร่วมประชุม เพราะคงไม่มีใครอยากช่วยงานแล้ว และคงจะมีการลาป่วยกันหลายคน อย่างนายพายัพ ปั้นเกตุ น้อยใจถึงกับออกจากไลน์กลุ่มพรรคไปเลย
โวยวาทกรรมเผาเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 17 พรรค ทษช. และแกนนำคนเสื้อแดง เปิดเผยถึงความเป็นห่วงจากกรณีดังกล่าวอาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคว่า คงไม่เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ หลายคนเคารพกติกา คณะกรรมการสรรหาว่าอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น แม้จะมีไม่ชอบบ้างเล็กน้อย อยากให้เพื่อนสมาชิกอดทน เดินหน้าต่อไป งานสู้เผด็จการสำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทษช. ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การจัดอันดับบัญชีรายชื่อในพรรคว่า คงเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากบางคนอาจคิดว่าน่าจะทำอะไรได้ ถ้าได้ไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แต่บางทีก็อาจจะไม่สอดคล้องมุมมองของพรรค ถ้ามองในภาพรวมจะเห็นภาพว่าในพรรคมีบุคลากรเยอะ ทุกคนล้วนมีความรู้ความสามารถเยอะ ส่วนตัวไม่ได้มีส่วนไปร่วมจัดทำบัญชีรายชื่อของพรรค แม้จะได้อยู่ในลำดับที่ 46 ไม่ได้น้อยใจอะไร ถือว่าเป็นเกียรติประวัติด้วยซ้ำ เพราะเราก็เพิ่งเข้าสู่การเมืองครั้งแรก ถือว่าอันดับกำลังดีด้วย ไม่ต้นไป ไม่ท้ายเกินไป ส่วนบัญชีรายชื่อที่คาดว่าน่าจะได้ทำงานในสภา ฟังจาก ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคพูด น่าจะได้สัก 40-50 ที่นั่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช. และเป็นหลานสาวนายทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า มีการใช้ปฏิบัติการทางข่าวสาร (IO) ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อทำลายพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย ทำให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชน สร้างวาทกรรมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้เกิดความแตกแยก เช่น เพจเฟซบุ๊กหนึ่งชื่อ &amp;ldquo;เชียร์ลุง&amp;rdquo; ที่ให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และเครือข่าย ได้นำเข้าข้อมูลที่เป็นการกล่าวหาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการจับกลุ่มรวมกันระหว่างพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อไทย และเพื่อชาติ ถือเป็นการจงใจเพื่อที่จะสร้างความเข้าใจผิดต่อพี่น้องประชาชน ได้นำเอาวาทกรรม &amp;ldquo;เผาบ้านเผาเมือง&amp;rdquo; กลับมาโจมตีอีกครั้ง ทั้งที่ได้มีข้อเท็จจริงบางคดีก็เป็นที่ยุติโดยการยกฟ้องของศาลแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ ทษช.จะรวมรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินการแจ้งความ และร้องต่อ กกต.ต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำให้การเมืองไทยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์&amp;quot; น.ส.ชยิกากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติหลายคนเปลี่ยนชื่อตัวเป็น &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; ว่า ณ ตอนนี้ มีผู้สมัครอย่างน้อย 15 คน ใน 8 จังหวัด ได้มีการเปลี่ยนชื่อ โดยผู้ชายเป็นทักษิณ ผู้หญิงเป็นยิ่งลักษณ์แล้ว เป็นผู้สมัครใน จ.อุทัยธานี 2 คน, เชียงใหม่ 1 คน, แพร่ 1 คน, พะเยา 2 คน, ลำปาง 2 คน, ลำพูน 1 คน, นครราชสีมา 4 คน และสุรินทร์ 2 คน เบื้องต้นได้ตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายของพรรค ได้ความว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้สมัครที่ทำได้ เนื่องจากมีการออกกฎกติกาที่สร้างความวุ่นวายสับสนให้กับผู้ใช้สิทธิเป็นอุปสรรคต่อการหาเสียงทำให้ประชาชนจดจำได้ เช่น หมายเลขของผู้สมัครพรรคเดียวกัน ในแต่ละเขตก็มีความแตกต่างกัน เป็นต้น&amp;nbsp;
ซัดพวกเพี้ยนเปลี่ยนชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นการสร้างการจดจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคน้องใหม่ ทำให้มีผู้สมัครบางคนคิดวิธีนี้ขึ้นมา โดยได้เปลี่ยนชื่อตัวเป็นชื่ออดีตนายกฯ ทั้งสองท่าน ถึงแม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะไม่ใช่นโยบายของพรรค แต่ทางพรรคก็ไม่ได้มองว่าเป็นความผิดอะไร ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้สมัคร ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงการเปลี่ยนชื่อจะมีผลหรือไม่มีผลอะไร ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ชี้แจงแล้วว่าการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวของผู้สมัครสามารถทำได้ไม่ได้มีความผิด&amp;rdquo; นายรยุศด์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ตนและลูกชายได้ลาออกจากพรรคเพื่อชาติมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากแนวทางบริหารงาน แนวทางปราศรัยหาเสียง ประกอบกับการที่บางคนในพรรคไม่รักษาคำพูด เดิมทีจะให้ตนและลูกชายลงสมัคร ส.ส.เขต แต่ต่อมามีการขยับให้ลูกชายไปลงบัญชีรายชื่อ โดยตนขอเสียสละ ต่อมารู้ว่าไม่ปรากฏชื่อลูกชาย ตนจึงลาออก ในเมื่อไม่รักษาคำพูด จะอยู่ร่วมกันไปทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณกล่าวถึงกรณีผู้สมัครของพรรคเพื่อชาติ เปลี่ยนชื่อเป็นนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ผู้สมัครคงคิดว่าชาวบ้านรักทักษิณ ยิ่งลักษณ์ แล้วจะลงคะแนนให้ คงไม่ใช่ การที่ชาวบ้านจะลงคะแนนให้ มาจากนโยบายพรรค ไม่ใช่ชื่อคน ถ้าเกี่ยวกับชื่อคนที่เขารัก คงเปลี่ยนชื่อกันหมด ผู้สมัครคงอยากได้ความฮือฮา คงคิดว่าถ้าคนรักทักษิณ ยิ่งลักษณ์ จะกาให้ เป็นความคิดที่เพี้ยน ถ้าอย่างนั้นผู้สมัครภาคใต้คงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ชวน ภาคกลางเปลี่ยนเป็นชื่อ บรรหาร แม้เรื่องนี้จะเป็นสิทธิส่วนตัว แต่ก็เป็นเรื่องความคิดแผลงๆ ห้ามไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับผมไม่ได้ลง ส.ส. Party list เยอะ เลยขอชี้แจงดังนี้ เลือกตั้งครั้งนี้ บัตรใบเดียว ประชาชนเลือก 3 อย่าง 1.ส.ส. เขต 2.ส.ส. Party list 3.Candidate นายกรัฐมนตรี (ส่งได้สามชื่อ) นายกฯ ไม่ต้องมาจาก ส.ส.ครับ แต่ต้องอยู่ใน Candidate นายกฯ ผมไม่ได้ลง ส.ส. Party list ด้วยความสมัครใจ เพราะพรรคมีคนที่เก่งงานด้านนิติบัญญัติหลายท่าน และตามกติกาใหม่ จำนวน party list ของพรรคน่าจะลดลง เราต้องรู้ว่าเราเหมาะกับงานไหน เพราะเราทำงานเป็นทีม ผมอยู่ใน Candidate นายกฯ ส่วนจะได้ทำงานหรือไม่ ขึ้นกับเสียงประชาชน สรุปว่าตอนนี้ยืนยันและพร้อมลุยกับงานในส่วนของ Candidate นายกฯ 100% ไม่มีเป้าหมายอื่น ไม่มีถอย ไม่มีท้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. กล่าวว่า ตามที่มีการลงในเพจรูปภาพและข้อความที่เป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเพจดังกล่าวเกี่ยวพันกับนายกรัฐมนตรี โดยใส่ชื่อและทำลายชื่อเสียงทางการเมืองมีเนื้อหาซึ่งมีนัยสำคัญ ไม่บังควร เป็นการใส่ร้าย และเป็นการทำการเมืองแบบเก่า มีการนำข้อความที่เป็นเท็จ และบอกว่ามีรูปตนขึ้นเวทีปราศรัยแห่งหนึ่ง มีการแชร์กันไปตามไลน์ต่างๆ ทั้งกรุ๊ปมหาวิทยาลัย กรุ๊ปแพทย์ และกรุ๊ปศิษย์เก่า ซึ่งไม่ใช่ตนแน่นอน เราได้เก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว จึงมอบอำนาจให้ทนายไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วที่ สน.มักกะสัน ตั้งแต่เพจต้นตอ ที่ลงข้อความเป็นเท็จ รวมถึงคนแชร์ต่อจากเพจนี้ รวมถึงแชร์ต่อไปในไลน์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และขอดำเนินคดีทั้งสิ้นกว่า 200 คน จะเลือกเฉพาะคนที่เป็นคนนำเข้าข้อมูลและบิดเบือนข้อมูล ส่วนผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็จะชี้แจงให้ทราบ และขอให้อย่าส่งต่อ เพราะเราแจ้งความแล้ว และจะร้อง กกต.วันที่ 7 ก.พ.ด้วย
ปชป.เขี่ย&amp;quot;วิทย์ บางแค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง ผู้สมัคร ส.ส. เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง กทม. พรรค พท. กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องการติดป้ายหาเสียงของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เบอร์ 6 เขต ลาดพร้าวและวังทองหลาง ซึ่งเป็นเขตที่ถูกโจมตีในโลกโซเชียลว่า ว่าที่ผู้สมัครเบอร์ 6 จากพรรคเพื่อไทย ติดป้ายในลักษณะกีดขวางทางเดิน จึงขอนำหลักฐานมายืนยันว่า จากการส่งทีมงานไปตรวจสอบแล้วไม่พบ จึงสงสัยว่าเป็นภาพที่มีเป้าหมายโจมตีทางการเมืองหรือไม่ เพราะคนโพสต์ภาพนี้ ไม่ได้ระบุสถานที่ติดตั้งป้ายว่าอยู่ที่ถนนเส้นไหน และซอยอะไร เหมือนแค่ต้องการโพสต์โจมตีให้เสียหายเฉยๆ ทัศนคติของคนที่โพสต์โจมตีเรื่องป้าย ชื่อย่อว่า คุณ &amp;ldquo;อ.&amp;rdquo; ก็แสดงตัวชัดเจนว่าแอนตี้พรรคเพื่อไทย แต่เป็นแฟนคลับของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงไม่แน่ใจว่าภาพโจมตีป้ายหาเสียงพรรคเพื่อไทยดังกล่าว ไม่ทราบมีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า สำหรับการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคนั้น ขณะนี้เกิดปัญหาสร้างความแตกแยกให้กับอดีต ส.ส.ของพรรค เนื่องจากอดีต ส.ส.บางคนทำงานกับพรรคมายาวนาน แต่กลับไม่มีชื่อในระบบบัญชีรายชื่อของพรรค โดยผู้บริหารพรรคได้ตัดชื่อนายโกวิทย์ ธารณา หรือนายโกวิทย์ เหลืองบุญนิธิ (วิทย์ บางแค) โดยให้เหตุผลว่า วางตัวให้เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแทน ควบคู่กับนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งระบบราง โดยมีข่าวว่านายโกวิทย์ไม่พอใจ เตรียมยื่นใบลาออกจากพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง ปชป.มีมติส่งนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา เขต 3 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ลงสมัครตามเดิมนั้น นายวิรัตน์เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอหนังสือรับรองการลงสมัคร ส.ส.ในนามตัวแทนของพรรคจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ซึ่งคาดว่าจะสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารสมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลาได้ภายในวันที่ 8 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครได้ทันเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านพักราชวิถี 22 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พร้อมด้วย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค, นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรค และนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผู้อำนวยการพรรค เข้าเชิญนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค และ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ นายสุวัจน์กล่าวตอบรับการเสนอชื่อในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ชพน.ตามมติของพรรคว่า พรรคตั้งใจทำงานการเมืองให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และแสดงความพร้อมด้านบุคลากรของพรรคต่อการทำงานการเมืองภายใต้กติกาการเลือกตั้งกำหนดไว้ ให้การเลือกตั้งยอมรับและทำงานให้ประชาชนเพื่อเป็นทางออกให้ประเทศไทย และไร้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงาน กกต. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทีมแกนนำพรรคเข้ายื่นสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ เมื่อมาถึงสถานที่รับสมัครนายอนุทินได้เดินเข้ามาจับมือและกล่าวทักทายกับนายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท โดยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม อวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร เดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขนาด 26 นิ้ว ซึ่งภายในบรรจุเอกสารการสมัครมายื่นกับ กกต. &amp;nbsp;
สามวันสมัคร 7,409 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่พรรคพลังท้องถิ่นไท นำโดยนายชัชวาลล์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน นายชื่นชอบ คงอุดม และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม มายื่นสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งเสนอบัญชีรายชื่อผู้ที่พรรคเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายชัชวาลย์กล่าวว่า พรรคมีมติส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 78 คน ส่วนบัญชีนายกฯ เสนอแค่ 2 ชื่อ คือตน และนายโกวิทย์ พวงงาม ซึ่งคาดหวังว่าจะได้ที่นั่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่น้อยกว่า 20 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค นำสมาชิกพรรคยื่นสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 124 รายชื่อ พร้อมรายชื่อบัญชีนายกฯ คือ นายธนาธรคนเดียว โดยนายธนาธรกล่าวว่า เรามีโอกาสที่จะได้รับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า กรรมการบริหารพรรคมีมติเสนอชื่อนายธนาธรเพียงคนเดียว แม้ตามรัฐธรรมนูญออกแบบมาให้เสนอชื่อ 3 คน แต่ในความจริงนายกฯมีเพียงคนเดียว เราจึงเสนอเพียง 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมการรับสมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ เป็นวันที่สาม ว่ามีผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต 599 คน รวม 3 วัน 7,409 คน โดยเป็นผู้สมัครจาก 66 พรรคการเมือง สำหรับการสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ยื่นสมัคร 8 พรรคได้แก่ พรรคเพื่อนไทย พลังท้องถิ่นไท อนาคตใหม่ ภูมิใจไทย ชาติพัฒนา เสรีรวมไทย เพื่อธรรม และไทยรุ่งเรือง แต่พรรคเพื่อนไทย เอกสารไม่ครบ ทาง กกต.ได้ให้กลับไปดำเนินการเรื่องเอกสารใหม่ สำหรับการยื่นสมัครแบบบัญชีรายชื่อรวม 3 วัน กกต.เซ็นรับรองแล้ว 10 พรรค จำนวน 579 คน ขณะนี้เหลือเวลาเปิดรับสมัครอีกเพียง 2 วัน จึงขอฝากไปยังพรรคการเมืองที่จะมายื่นสมัคร อย่างช้าขอให้มาในวันพรุ่งนี้ เพราะถ้าเอกสารไม่พร้อม หรือไม่ถูกต้อง จะได้มีเวลากลับไปทำมาใหม่ และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามให้ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงพฤติการณ์การทำลายป้ายหาเสียงที่เริ่มตรวจสอบพบมากขึ้นว่า การหาเสียงเป็นการนำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อประชาชน การทำลายป้ายนอกจากเป็นสิ่งไม่ดีแล้ว ยังเหมือนเป็นการทำลายทรัพย์สินของตัวเอง การอาสาเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.หรือรัฐบาล ก็ล้วนแต่มาทำหน้าที่เพื่อประชาชนผ่านการเลือกตั้ง มองว่าการทำลายป้ายหาเสียงเป็นการต่อต้านอย่างหนึ่ง และยังมีโทษทางอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง (ศลต.ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. &amp;nbsp;ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ในการเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีผู้แทนจาก กกต.เข้าร่วมประชุม จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวถึงกรณีที่ป้ายผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งถูกทำลายว่า ผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้เลย แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งเรื่องไปยัง กกต.เป็นผู้สั่งการตามมาตรา 42 ส่วนกรณีที่ประชาชนที่พบเห็นป้ายหาเสียงวางกีดขวางถนน ทางเข้า-ออก หรือบดบังสายตา รวมถึงทัศนวิสัยในการขับขี่ ประชาชนต้องแจ้ง กกต.พื้นที่แต่ไม่มีอำนาจในการเคลื่อนย้ายเองโดยพลการ เพราะถือมีความผิดตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัตติยา สวัสดิผล, คณาพจน์ โจมฤทธิ์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคไทยรักษาชาติ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5af7f3b09ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเกียรติประวัติ!&#039;ทนายยิ่งลักษณ์&#039;ปลื้มได้ลงส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ทษช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 &amp;nbsp;- นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ46 พรรคไทยรักษาชาติ และทนายความนส.ยิ่งลักษณ์ &amp;nbsp;ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การจัดอันดับบัญชีรายชื่อในพรรคว่า หากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ก็คงเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากบางคนอาจคิดว่า น่าจะทำอะไรได้ ถ้าได้ไปอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ แต่บางทีก็อาจจะไม่สอดคล้องมุมมองของพรรค ถ้ามองในภาพรวมจะเห็นภาพว่า ในพรรคมีบุคคลากรเยอะ ทุกคนล้วนมีความรู้ความสามารถเยอะ ส่วนตัวไม่ได้มีส่วนไปร่วมจัดทำบัญชีรายชื่อของพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้จะได้อยู่ในลำดับที่46 ไม่ได้น้อยใจอะไร &amp;nbsp;ถือว่าเป็นเกียรติประวัติด้วยซ้ำ เพราะเราก็เพิ่งเข้าสู่การเมืองครั้งแรก ถือว่าอันดับกำลังดีด้วย ไม่ต้นไป ไม่ท้ายเกินไป อีกทั้งงานการเมือง ไม่เหมือนกับงานทนาย งานการเมืองเป็นเรื่องการนำเสนอว่า ใครจะสามารถแก้ไขปัญหาปากท้อง ปัญหาประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจสังคมได้ พรรคคงคิดมองหลายมิติว่า ใครบ้าง ถ้าหากมีโอกาสได้เข้าสู่สภาฯ จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ส่วนบัญชีรายชื่อที่คาดว่าน่าจะได้ทำงานในสภาฯ ฟังจากรท.ปรีชาพล พงษ์พานิชย์ หัวหน้าพรรคพูด น่าจะได้สัก 40-50ที่นั่ง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28467</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายยิ่งลักษณ์, ทษช., นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ, พรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c355126f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนเพื่อไทย!ทนายชินวัตรโวยป.ป.ช.ปล่อยข่าวเชือด&#039;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-เยาวภา&#039;คดีจีทูเจี๊ยะช่วงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62- &amp;nbsp; นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีนส.สุภา ปิยะจิตจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ได้ไปพูดในกิจกรรมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบบรรณาธิการสื่อที่จัดโดยสถาบันอิสศรา โดยกล่าวถึงความคืบหน้าการไต่ส่วนคดีทางการเมืองต่างๆ หลายคดี และมีการระบุชื่อตัว ชื่อ สกุลของผู้ถูกกล่าวหา ว่าก่อนหน้านี้ ได้มีกระแสข่าวในการไต่สวนคดีจีทูจี2 มีการจูงใจให้นักโทษในเรือนจำ คดีจีทูจี1เพื่อจะโยงใยถึงนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งภายหลังที่มีกระแสข่าวดังกล่าว ตนในฐานะทนายความของนส.ยิ่งลักษณ์และในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน ได้มีหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงและรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา เพื่อจะรักษาไว้ซึ่งสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา โดยเป็นการขอทราบข้อเท็จจริงในลักษณะปกปิด ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กลับได้รับการแจ้งข้อเท็จจริงจากป.ป.ช.ว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการไต่ส่วนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป.ป.ช. ต้องห้ามมิให้เปิดเผยข้อเท็จจริง ตามมาตรา 180 และมาตรา 36 วรรคท้ายแห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกอบระเบียบ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบและไต่ส่วน &amp;nbsp;พ.ศ.2561 ข้อ 8
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายนรวิชญ์กล่าวอีกว่า การที่น.ส.สุภา กรรมการ ป.ป.ช. นำรายชื่อของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะของบุคล ที่อยู่ในระหว่างการไต่ส่วนมาเปิดเผยต่อสื่อหน้ามวลชน และต่อสาธารณะชน จะเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมาย ตามมาตรา 180 และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ประกอบระเบียบคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบและไต่ส่วนพ.ศ. 2561 ข้อ 8 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในภาวะทางการเมือง กำลังจะมีการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเร่งหาเสียง เพื่อหาคะแนนนิยมให้กับพรรคและผู้สมัคร แต่น.ส.สุภา กลับเจาะจงนำข้อมูลข้อมูลเฉพาะของบุคคลที่เป็นว่าที่ผู้สมัครของพรรคการเมืองบางพรรคมาเปิดเผย จึงไม่แน่ใจว่า น.ส.สุภามีเจตนาอย่างไรหรือไม่&amp;quot;นายนรวิชญ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27202</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีทูจีเก๊, ทนายแม้ว-ปู, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, สุภา ปิยะจิตติ, เปิดชื่อผู้ถูกกล่าวหาช่วงเลือกตั้ง, โวยป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c468a92e8bbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
