<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นฤมล&#039; ยังเงียบหลังมีข่าวไขก๊อกโฆษกรบ.ไปนั่งรมช.แรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่​ 30 ก.ค.ที่มีกระแสข่าวว่านางนฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่านทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปรากฎว่าตลอดทั้งวันที่ 31 ก.ค.ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการลาออกและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่นางนฤมล ไม่รับสายผู้สื่อข่าวและไม่มีปฎิกิริยาตอบรับใดๆ​ ขณะที่บุคคลใกล้ชิด รวมทั้งทีมงานหน้าห้องต่างไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า​ ขณะที่เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาในการแถลงข่าวมติการประชุมคณะรัฐมนตรีของนางนฤมล มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยกับรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งสองคนตามปกติ แต่ภายหลังการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสข่าวที่มีชื่อไปดำรงตำแหน่ง​ รมช.แรงงาน นางนฤมลไม่ได้หันมาตอบหรือพูดคุยกับผู้สื่อข่าวเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่าน แต่รีบเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลในทันที และยังไม่มีใครพบเห็นว่ากลับเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73030</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, ปรับครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0da9bae96ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;โทรคุย&#039;สี จิ้นผิง&#039;หลังโควิด-19ดีขึ้นพร้อมร่วมมือเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;นางนฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์​ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้หารือทางโทรศัพท์กับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยก่อนการสนทนา ประธานาธิบดีสีได้กล่าวคำถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ที่จะเวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ และประธานาธิบดีจีนต่างแสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างไทยและจีน มีความช่วยเหลือเกื้อกูล และเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทั้งในระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน ผู้นำทั้งสองต่างยืนยันว่าพร้อมร่วมมือกันพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต รวมทั้งมุ่งมั่นร่วมมือแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรม โดยจีนสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และพร้อมที่ร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมกับไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำทั้งสองได้หารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 โดยต่างชื่นชมในความสามารถของไทยและจีนที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ซึ่งจีนได้ชื่นชมแนวทางเราไม่ทิ้งกันของไทยในการช่วยเหลือกันเพื่อสู้กับโควิด 19 และจีนเองก็มีแนวทางเดียวกันโดยเน้นว่าประชาชน และชีวิต สำคัญที่สุด จีนจึงเอาชนะโควิด 19 มาได้ด้วยการร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย และพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกประเทศ เพราะประสบการณ์จากโควิด 19 ทำให้รู้ว่าเราต้องร่วมมือกันจึงจะเอาชนะได้ สำหรับการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด 19 นั้น จีนและไทยต่างพยายามพัฒนาคิดค้น จนมีความก้าวหน้าไปมาก เมื่อมีการพัฒนาจนสำเร็จ จีนเห็นว่าจะเป็นวัคซีนสำหรับมวลมนุษยชาติเพื่อใช้ในการป้องกันโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมลกล่าวด้วย นายกฯ ยังระบุว่า เมื่อสถานการณ์ด้านการควบคุมโรคดีขึ้นไทยจะพร้อมเดินหน้าความร่วมมือต่างๆ กับจีนทันที โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความยากจน ที่ไทยสนใจเรียนรู้จากจีนและสนใจไปศึกษาดูงานที่จีนเมื่อสถานการณ์มีความพร้อม รวมถึงเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจทันที จึงใช้โอกาสนี้เชิญชวนนักลงทุนจีนให้พิจารณาการร่วมลงทุนในไทยซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอให้จีนได้พิจารณารับซื้อผลิตผลทางการเกษตรของไทยให้มากขึ้น ซึ่งจีนยินดีสานต่อและเดินหน้าความร่วมมือโดยใช้กลไก และช่องทางที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจ และเป็นกำลังใจให้รัฐบาลจีนในการจัดการเพื่อต่อสู้กับเหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71487</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, นายกรัฐมนตรี, ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สี จิ้นผิง, ​ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e6e2417c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จบข่าว&#039;สะพานจันทร์โอชา&#039;โฆษกรัฐบาลยันนายกฯไม่อนุญาตให้ใช้นามสกุลตั้งชื่อสถานที่ใดๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสายัหณ์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้สร้างสะพานข้ามเกาะสมุย โดยใช้ชื่อ &amp;ldquo;สะพานจันทร์โอชา&amp;rdquo; ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการให้มาชี้แจงต่อประชาชนว่า ไม่ได้เกิดจากแนวคิดของนายกฯ แต่เป็นแนวคิดของนายสายัณห์ที่ต้องการให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ ส่วนเรื่องตัวโครงการเป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมจะต้องไปพิจารณาถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงานจะพิจารณาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่นายสายัณห์หวังดีจะตั้งชื่อสะพานจันทร์โอชานั้น ไม่ได้มีการมาหารือกับนายกฯ แต่ท่านขอบคุณจากใจจริงในความหวังดีนี้ แต่สำหรับนายกฯเองคงไม่อนุญาตให้นำนามสกุลไปตั้งเป็นชื่อของสะพานหรือชื่อสถานที่ใดๆ ทั้งสิ้น และโดยความประสงค์และพฤติกรรมของท่านเองไม่เคยให้เอานามสกุลไปตั้งชื่อเป็นสถานที่ใด ไม่ว่าจะเป็นงบหลวงหรืองบส่วนตัว ไม่เคยคิดว่าจะต้องตั้งชื่อให้คนจดจำ แต่เชื่อเสมอว่าคนจะจดจำใครก็ด้วยคุณงามความดีที่ทำเอาไว้ ไม่ได้จดจำจากเอาชื่อไปตั้งสถานที่&amp;quot;นางนฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะไปทำความเข้าใจกับนายสายัณห์หรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า เขาปรารถนาดี และมีการสื่อสารไปว่าขอบคุณในหวังดี แต่ไม่สามารถอนุญาตให้ใช้ได้ เมื่อถามว่า ต่อไปจะต้องมีการพูดคุยกันในพรรค พปชร.ก่อนหรือไม่ ค่อยมาหารือในสภาฯ นางนฤมล กล่าวว่า ครั้งหน้าคงจะมีการพูดกันให้ชัดเจนว่า ถ้าจะทำอะไรก็ดีจะต้องคุยกันก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องแยกว่าถ้าสิ่งที่เขาเสนอเป็นประโยชน์ ตัวโครงการก็ต้องว่าไป ส่วนชื่อนายกฯไม่อนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54792</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, สะพานจันทร์โอชา, สายันต์ ยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e2146b236a92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ห่วงภัยแล้ง สั่งแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค. 62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานจากศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง ว่าขณะนี้มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย อาจได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลต่อคุณภาพน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร โดยขณะนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กรมชลประทาน (ชป.) และสำนักงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมภาค (สสภ.) ในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้งสี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแม่น้ำโขง ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ต่ำกว่าระดับน้ำต่ำสุดในปี 2535 และต่ำกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ระดับน้ำแม่น้ำโขง จ.เชียงราย และ จ.เลย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดว่าจะมีแนวโน้มลดลงในอีก 2-3 วัน จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ จ.อุบลราชธานี มีแนวโน้มลดลง ส่วนคุณภาพน้ำ ค่าความเค็มด้านอุปโภค บริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณตั้งแต่ปากแม่น้ำจนถึงสะพานพระนั่งเกล้า อ.เมือง จ.นนทบุรี สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สถานีสำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง&amp;nbsp; ด้านการเกษตร แม่น้ำแม่กลอง และเพชรบุรี อยู่ในเกณฑ์ปกติ แม่น้ำท่าจีน บางปะกง อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง หากพบพื้นที่ใดขาดแคลนน้ำให้เร่งออกแจกจ่ายน้ำให้แก่ประชาชน รวมทั้งยังได้ขุดบ่อและนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือเกษตรกรให้เพาะปลูกหรืองดเว้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และขอความร่วมมือประชาชนทั่วไปร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53595</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, นายกฯ, น้ำโขง, ภัยแล้ง, สทนช., อีสาน, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca5f7322010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลงานเด่นรัฐบาล5เดือนแรกเน้นดูแลประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
30ธ.ค.62-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลงานเด่นของรัฐบาลในช่วง 5 เดือนแรกเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ คือ คมนาคม รายได้เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย ดังนี้ 1. การขยายโครงสร้างคมนาคม​ ดูแลประชาชนในการเดินทางและลดมลพิษ ด้วยการขยายโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ซึ่งนับเป็นผลงานต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ได้มีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่ว กทม อาทิเช่น สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค, บางซื่อ-ท่าพระ) 14 กม สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) 19 กม สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) 22 กม สายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) 15 กม สายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) 26.3 กม สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) 34.5 กม และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) 30 กม เมื่อรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการครบทั้งหมด จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางของคนกรุง ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล นำไปสู่การลดมลพิษทางอากาศในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลได้เปิดทำการอาคารพักผู้โดยสารหลังที่ 2 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารจากทั้งในและต่างประเทศได้ 3 -5 ล้านคนต่อปี โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา จะยกระดับส่งเสริมการเชื่อมโยงการเดินทางสู่พื้นที่ EEC เพื่อส่งเสริมทั้งภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทำให้เกิดการจ้างงานและการกระจายความเจริญสู่เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โดยรอบ EEC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายได้เกษตรกร​ ดูแลพี่น้องเกษตรกร ทั้งโครงการรปะกันรายได้สำหรับพืชเศรษฐกิจหลักหลายชนิด ซึ่งได้เริ่มจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตรงเข้าบัญชีเกษตรกรไปแล้ว และยังมีมาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาของสินค้าเกษตร เช่น การอุดหนุนปัจจัยการผลิตสำหรับชาวนาผู้ปลูกข้าว ช่วยเหลือค่าปลูก&amp;nbsp; 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน รวมตลอดถึงมาตรการสินเชื่อชะลอการขาย สินเชื่อรวบรวมผลผลิต นอกจากนี้ นโยบายรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมัน ด้วยการกำหนดให้น้ำมันไบโอดีเซลบี 10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วพื้นฐาน ได้ส่งผลให้ราคาปาล์มสูงขึ้น เกิดประโยชน์โดยตรงกับเกษตรกร โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาลเข้าไปพยุงราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อย​ ดูแลผู้มีรายได้น้อย ด้วยมาตรการลดค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น ขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าไม่เกินครัวเรือนละ 50 หน่วย และมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำไม่เกินครัวเรือนละ 100 บาท ไปจนถึง ก.ย. 63 และยังคงมาตรช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ เช่น ค่าเดินทางเดือนละไม่เกิน 500 บาท ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเดือนละ 200/300 บาท คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการ อีก 1% โอนเข้ากองทุนการออมแห่งชาติในนามเจ้าของบัตรสวัสดิการ เป็นต้น รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพ การหางานให้ทำ และการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อย กำลังอยู่ในขั้นตอนการทบทวนปรับปรุงตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้สามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมกับพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ซึ่งยังมีผลงานที่ปรากฎผลเป็นรูปธรรม และที่กำลังดำเนินงานอีกมาก ซึ่งรัฐบาลจะได้บอกเล่าสู่ประชาชนให้ได้รับรู้และติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53521</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ผลงานรัฐบาล, พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก, โครงข่ายรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca5f7322010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล&quot; ระบุ​ นายกฯ ห่วงความปลอดภัยประชาชนเกาะติดข่าวแฟลชม็อบตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ธ.ค.62 นางนฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมแฟลชม็อบ ซึ่งนำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ​ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อเย็นวันที่ 14 ธ.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าวโดยตลอดจากการรายงานของฝ่ายความมั่นคง แต่ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่สิ่งที่นายกเป็นห่วงคือ​ เรื่องความปลอดภัยของประชาชน​ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางโฆษกกระทรวงกลาโหมได้ออกมาย้ำแล้วว่า เรื่องของการให้ข้อมูลจะต้องเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การยั่วยุ เพราะตามข้อมูลข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง​(กกต.)​ มีมตินั้น​ เงินที่ให้กู้ ไม่ได้อยู่ในหมวดของที่จะเป็นรายได้พรรคได้ คนที่เป็นพรรคการเมืองจะต้องอ่านว่าโดยกฎหมายแล้วรายได้ควรจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อมีข้อสรุปว่าส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ทางพรรคอนาคตใหม่เองก็ต้องไปชี้แจงโต้แย้ง สู้ด้วยหลักการบนชั้นศาล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็ต้องให้โอกาสในการส่งเอกสารหลักฐานเพื่อชี้แจงได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ขณะนี้ทางตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งเอาผิดพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ​ นางนฤมล​ กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ในส่วนของนายกรัฐมนตรีก็เป็นเรื่องของการได้รับรายงานเรื่องสถานการณ์ความปลอดภัยซึ่งไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เสียหายอะไร ของประชาชน ตามที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงสูงสุด เมื่อเชื่อว่าตัวเองใช้สิทธิหน้าที่ ในการออกมาชุมนุม​ นายกฯก็ไม่ได้ว่าอะไร เว้นแต่ถ้าออกมาทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น​ เพราะที่ผ่านมาเราต่างเห็นแล้วว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งแต่ละครั้งปัจจัยก็ต่างกัน เราควรไปว่ากันในระบบ ในศาล ส่วนความไม่พอใจอะไรเกี่ยวกับรัฐบาล ก็ไปว่ากันในรัฐสภา ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล​ กล่าวว่า​ ส่วนการที่นายธนาธรและกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศรวมตัวชุมนุมอีก โดยการลงถนนในช่วงเดือนม​ ม.ค​นั้น ก็ต้องติดตามดูต่อไป อยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ขอให้รับฟังข้อมูล ข่าวสารต่างๆให้ครบถ้วน เพราะเพียงแค่ฟังการรายงานของแต่ละฝ่ายนั้นก็ไม่ตรงกันแล้ว และต้องนำมาพิจารณาวิเคราะห์ ถึงเหตุผล ว่าจะลงมาร่วมชุมนมเหตุผลนั้นสมควรแล้วหรือยัง &amp;nbsp;หากทุกอย่างเข้าสู่ระบบก็ไม่จำเป็นต้องมาชุมนุม ดังนั้น​ ขอประชาชนฟังข้อมูลรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52527</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, การชุมนุมแฟลชม็อบ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, นายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df6050294a5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินสาย!&#039;บิ๊กตู่&#039;เตรียมบินไปเกาหลี ประชุมสุดยอดอาเซียนสมัยพิเศษ 24-27 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้แจ้งต่อที่ประชุมครม.ว่าจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนสาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษระหว่างวันที่ 24 -27 พ.ย.การประชุมครม.สัปดาห์หน้าได้มอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นประธานการประชุมครม.แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า ในการประชุมดังกล่าวจะมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ในเรื่องการพัฒนาการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีในอนาคต &amp;nbsp;การส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค &amp;nbsp; การส่งเสริมความยั่งยืนและความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีวาระการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี วัตถุประสงค์ เพื่อต้องการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนและลดช่องว่างในการพัฒนา ถือเป็นการประชุมครั้งแรกในระดับผู้นำที่มาประชุมร่วมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50660</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมอาเซียน-เกาหลี, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3c37448ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
