<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียร้องแชมป์โลกมวยไทยเป็นแพะค้ายาบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมีย &amp;quot;แม็ก อัจฉริยะ&amp;quot; แชมป์โลกมวยไทย เข้าร้องรองปลัด ยธ.ยันผัวติดร่างแหแก๊งขนยาบ้า 3.4 ล้านเม็ด ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้อง เหตุเพราะโอนลอยขายรถยนต์จนเปลี่ยนมือกันหลายทอด กระทั่งคนร้ายนำไปขนยาและถูกจับ วอนกองทุนยุติธรรมช่วยประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ พร้อมด้วย น.ส.นลินตา จีรเดชชนดล ภรรยาของนายอัจฉริยะ วิโรจน์สุโนบล หรือ แม็ก อัจฉริยะ อำนาจมวยไทยยิม นักมวยแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (WBC เอเชีย) รุ่นซูเปอร์ไลท์เวต, นายเอกกวี แก้วมณี เจ้าของยิมเอกกวีมวยไทย จ.นครปฐม เข้าพบนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนยุติธรรม เพื่อนำไปเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวนายอัจฉริยะ ซึ่งถูกตำรวจ สภ.เมืองระนอง จับกุมก่อนเดินทางไปชกอุ่นเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย โดยนายวรกรได้นำคลิปบทสนทนาของผู้ต้องหาหญิงซึ่งถูกจับพร้อมของกลางยาบ้า 3.4 ล้านเม็ด ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนายอัจฉริยะ พร้อมหลักฐานการขายรถยนต์ที่ถูกยึดเป็นของกลางในคดียาเสพติดมายื่นให้กระทรวงยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรกรกล่าวว่า ขณะนี้นายอัจฉริยะถูกขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดระนอง โดยศาลจะนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ที่ผ่านมาญาติและนายเอกกวีได้นำหลักฐานพร้อมพยานไปชี้แจงกับตำรวจชุดจับกุมว่านายอัจฉริยะไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด แต่ที่ถูกเชื่อมโยงเป็นผู้ร่วมขบวนการเพราะขายรถยนต์ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวได้ขายให้นายเอกกวี ต่อมาได้ขายไปให้เต็นท์รถ และมีการซื้อขายอีกทอดไปยังกลุ่มผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยทะเบียนรถเป็นเพียงการโอนลอย ยังไม่นำไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ เมื่อตำรวจตรวจสอบรถของกลางที่ใช้ขนยาเสพติด พบชื่อนายอัจฉริยะเป็นผู้ครอบครอง จึงขยายผลสอบสวน จนนำไปสู่การจับกุมนายอัจฉริยะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นายอัจฉริยะไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม จนต้องมายื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธวัชชัยกล่าวว่า จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานเบื้องต้น จากนั้นจะเสนอเรื่องไปยังกองทุนยุติธรรมพิจารณาว่าอยู่ในเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เนื่องจากคดียาเสพติดเป็นคดีต้องห้ามและยังต้องใช้วงเงินประกันสูงถึงหลักล้านบาท หากตรวจสอบแล้วพบหลักฐานน่าเชื่อว่านายอัจฉริยะไม่มีความสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม กองทุนยุติธรรมจะเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยจะพยายามเร่งรัดให้ทันกำหนดนัดพร้อมคู่ความของศาลในวันที่ 22 ก.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40646</URL_LINK>
                <HASHTAG>นลินตา จีรเดชชนดล, วรกร พงศ์ธนากุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25eae5d04bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
