<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นวน เจีย&#039; ผู้นำเบอร์สองเขมรแดง ลาโลกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกคณะตุลาการพิเศษของกัมพูชายืนยันกับเอเอฟพีว่า &amp;quot;นวน เจีย&amp;quot; พี่ใหญ่หมายเลข 2 ของระบอบเขมรแดงที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เสียชีวิตลงแล้วในวันอาทิตย์ขณะมีอายุ 93 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพโดยคณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา (ECCC) วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 นวน เจีย นั่งฟังการพิจารณาคดีในศาลที่กรุงพนมเปญ / ECCC / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนต พักตรา โฆษกคณะตุลาการพิเศษของกัมพูชา กล่าวกับเอเอฟพีว่า นวน เจีย เสียชีวิตแล้วเมื่อค่ำของวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่โรงพยาบาลมิตรภาพเขมรรัสเซีย แต่เขาไม่ได้เปิดเผยสาเหตุของการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบอบนิยมลัทธิเหมาสุดโต่งภายใต้การนำของพล พต พี่ใหญ่หมายเลข 1 พร่าผลาญชีวิตชาวเขมรร่วมชาติราว 2 ล้านคน จากการใช้แรงงานหนัก, ความอดอยาก และการประหารหมู่ ระหว่างปี 2518-2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นวน เจีย พี่ใหญ่หมายเลข 2 เพิ่งโดนจับกุมเมื่อปี 2550 เขาและแกนนำอาวุโสของระบอบเขมรแดงอีกหลายคนถูกส่งตัวดำเนินคดีในคณะตุลาการพิเศษของศาลยุติธรรมกัมพูชาที่มีองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการพิเศษตัดสินลงโทษจำคุกนวน เจีย ตลอดชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ภายหลังพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนเชื้อสายเวียดนามและชนกลุ่มน้อยชาวจามที่เป็นมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขียว สัมพัน อดีตประธานสภาเปรซิเดียม (ซ้าย) และนวน เจีย ขึ้นศาลเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 / ECCC / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นนวน เจีย และเขียว สัมพัน อดีตแกนนำเขมรแดง จำเลยอีกคนที่ยังมีชีวิตเหลือรอด เคยโดนศาลพิเศษแห่งนี้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2557 ฐานบังคับประชาชนอพยพจากเมืองสู่ชนบทเมื่อปี 2518 เพื่อสนองอุดมการณ์ในการสร้างสังคมเกษตรกรรมในอุดมคติที่ทลายการแบ่งแยกชนชั้น พร้อมกับเล่นงานกลุ่มศาสนาต่างๆ กับพวกที่มีการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลลูกผสมที่ประกอบด้วยตุลาการกัมพูชาและนานาชาติแห่งนี้จัดตั้งเมื่อปี 2549 เพื่อดำเนินคดีกับพวกผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่ ถึงขณะนี้ศาลนี้เพิ่งตัดสินจำเลยได้ 3 ราย แต่ใช้งบประมาณไปแล้วมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้นำเขมรแดงพากันล้มหายตายจาก ทั้งเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และนางเอียง ทิริต ชิงตายโดยไม่ทันได้รับโทษ ส่วนพล พต ตายเมื่อปี 2541.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42697</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา, นวน เจีย, ผู้นำหมายเลข 2, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46d9139d2b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำตัดสินประวัติศาสตร์ 2 ผู้นำเขมรแดง &#039;เขียว สัมพัน - นวน เจีย&#039; ผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะตุลาการพิเศษของศาลกัมพูชามีคำพิพากษาประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ โดยตัดสินว่าเขียว สัมพัน อดีตประมุขแห่งรัฐของเขมรแดง และนวน เจีย อดีตผู้นำหมายเลข 2 มีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเวียดนามและมุสลิมจาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวน เจีย นั่งฟังคำพิพากษาของคณะตุลาการพิเศษในศาลกัมพูชา (อีซีซีซี) ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / Mark Peters / Extraordinary Chambers in the Courts of Cambodia / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ว่าคำพิพากษาของคณะตุลาการพิเศษในศาลกัมพูชา (อีซีซีซี) ในวันเดียวกันนี้เป็นการตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าผู้นำเขมรแดงมีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากระบอบเขมรแดงสิ้นสลายลงเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว เขียว สัมพัน อดีตประมุขแห่งรัฐของกัมพูชาอายุ 87 ปีในปัจจุบัน และนวน เจีย &amp;quot;พี่ใหญ่หมายเลข 2&amp;quot; ของเขมรแดง อายุ 92 ปี คือผู้นำอาวุโสสูงสุด 2 คนที่หลงเหลือชีวิตอยู่ จากระบอบเหมาอิสต์สุดโต่งที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี พ.ศ. 2518-2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบเขมรแดงภายใต้การนำของพล พต &amp;quot;พี่ใหญ่หมายเลข 1&amp;quot; ได้เข่นฆ่าสังหารชาวกัมพูชาราว 2 ล้านคน ผ่านการประหารชีวิตหมู่, บังคับใช้แรงงานหนัก และภาวะอดอยาก แต่คำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ถือเป็นครั้งแรกที่เป็นการตัดสินความผิดฐาน &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; หลังจากอดีตผู้นำเขมรแดง 2 รายนี้เคยถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตมาแล้วเมื่อปี 2557 ในความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิล นอนน์ ประธานองค์คณะผู้พิพากษากล่าวว่า คณะตุลาการลงความเห็นว่านวน เจีย มีอำนาจในการตัดสินใจขั้นสูงสุดพร้อมกับพล พต ฉะนั้น นวน เจีย จึงเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของอาชญากรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงอาชญากรรมของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ด้วยการสังหารชนกลุ่มน้อยชาวจามและกลุ่มที่นับถือศาสนา ส่วนเขียว สัมพัน นั้นมีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเวียดนาม แต่ไม่รวมถึงชาวจาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยให้รวมกับโทษเดิมเป็นโทษคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขียว สัมพัน ขณะถูกนำตัวมาฟังคำพิพากษา / Mark Peters / Extraordinary Chambers in the Courts of Cambodia / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากความผิดข้างต้นแล้ว จำเลยทั้งสองยังถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานอื่นๆ ด้วย ทั้งการบังคับแต่งงาน, ข่มขืน, การทารุณต่อชาวพุทธ และการกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนอื่นๆ ที่เกิดภายในคุกและค่ายใช้แรงงานหนักทั่วกัมพูชาในช่วงเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลลูกผสมที่ใช้ทั้งกฎหมายของกัมพูชาและกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินคดีกับพวกอดีตผู้นำเขมรแดงนี้ ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2549 จนถึงบัดนี้ ศาลซึ่งใช้งบประมาณมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์แห่งนี้ เพิ่งตัดสินความผิดจำเลยได้เพียง 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาง กึ๊ก เอียว หรือสหายดุช ผู้คุมคุกตวลสเลง ถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อปี 2553 ขณะที่เอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่ตกเป็นจำเลยร่วมกับเขียว สัมพัน และนวน เจีย ชิงเสียชีวิตไปก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาคดีแยกต่างหาก 2 คดีแรกเมื่อปี 2557 ส่วนเอียง ทิริต อดีตรัฐมนตรีกิจการสังคมที่เป็นภรรยาของเอียง สารี ซึ่งเป็นจำเลยร่วมคนที่ 4 ศาลลงความเห็นว่ามีอาการป่วยทางจิตที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้ นางเสียชีวิตเมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล พต ผู้นำสูงสุดของระบอบเขมรแดงนั้น เสียชีวิตตั้งแต่ปี 2541 โดยยังไม่ถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อชดใช้ความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายฝ่ายเชื่อว่าคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์จะเป็นคำตัดสินสุดท้ายของคณะตุลาการพิเศษแห่งนี้ ซึ่งถูกครหาเรื่องการถูกแทรกแซงทางการเมือง และนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งเคยเป็นนายทหารของเขมรแดง มักเตือนว่าเขาจะไม่อนุญาตให้ศาลสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลอื่นเพิ่มเติม โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของกัมพูชา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, นวน เจีย, อีซีซีซี, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee691009922.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
