<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิมาดามแป้ง ส่งทีมอาสากล้าใหม่ ลุยช่วยน้ำท่วมภาคกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนหลายภูมิภาคในวงกว้าง มูลนิธิมาดามแป้ง เดินหน้าโครงการ &amp;lsquo;รวมพลังอาสากล้าใหม่ สู้ภัยน้ำท่วม&amp;rsquo; #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ผนึกกำลังอาสาแพ็คถุงยังชีพ ส่งต่อแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมดังกล่าว นำร่องที่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีประชาชนผู้เดือดร้อนกว่า 900 หลังคาเรือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า &amp;quot;เหตุการณ์น้ำท่วมถือว่าเป็นอีกหนึ่งภัยพิบัติที่สร้างความเดือดร้อน และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหนักพอสมควร ซึ่งเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ ได้เปิดตัวโปรเจกต์น้องใหม่ที่ชื่อว่า &amp;quot;อาสากล้าใหม่ มูลนิธิมาดามแป้ง&amp;quot; เพื่อเป็นหน่วยโมเลกุลกำลังสำคัญในการทำงานเชิงรุกช่วยเหลือสังคมในยามเกิดภัยอย่างเต็มกำลัง โดยครั้งนี้เราขอส่งถุงยังชีพสู้ภัยน้ำท่วม เพื่อส่งกำลังใจให้แก่พี่น้องชาวไทยทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ เราจะผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมนี้ไปด้วยกัน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับถุงยังชีพมูลนิธิมาดามแป้ง ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็น ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งได้นำส่งถึงมือของผู้ประสบภัย เพื่อช่วยคลายความทุกข์ และร่วมส่งต่อน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ อาสากล้าใหม่ มูลนิธิมาดามแป้ง ยังมีแผนปฏิบัติการช่วยน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์ รวมถึงประเมินสถานการณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือ แบ่งเบา เยียวยาในยามภัยพิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ที่มีหัวใจแห่งอาสา ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ด้วยการร่วมสมัครเป็นทีมอาสากล้าใหม่ ได้ที่ http://bitly.ws/dsfM &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118537</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวลพรรณ ล่ำซำ, น้ำท่วม, มาดามแ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61580ced99ae0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามแป้ง&#039; มอบชุดตรวจ Antigen Test Kit จำนวน 3,000 ชุด  ให้รพ.รามาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64- &amp;ldquo;มูลนิธิมาดามแป้ง&amp;rdquo; โดย &amp;ldquo;มาดามแป้ง&amp;rdquo; นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอ บมจ.เมืองไทยประกันภัย ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิ &amp;nbsp;มอบชุดตรวจ Antigen Test Kit จำนวน 3,000 ชุด มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่งต่อไปยังประชาชนผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนภารกิจ Community Isolation ของโรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า ในสถานการณ์อันยากลำบากนี้ มูลนิธิมาดามแป้งพยายามบูรณาการการช่วยเหลือสังคมในทุกมิติ ซึ่งพบว่าปัญหาหลักในปัจจุบัน คือผู้มีความเสี่ยงสูงมีจำนวนมากกว่าศูนย์บริการตรวจ RT-PCR จะรองรับได้ ส่งผลให้ยังไม่ได้รับการตรวจ นั่นอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่เชื้อมากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การอนุมัติใช้ Antigen Test Kit ตรวจด้วยตัวเองได้ จะช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีที่สุดตอนนี้ มูลนิธิมาดามแป้ง ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนน้ำใจจากการบริจาคของประชาชน จึงขอร่วมสนับสนุนชุดตรวจแก่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อโครงการ Community Isolation เราเชื่อว่าจะช่วยแบ่งเบางานของคุณหมอ พยาบาล อาสาสมัคร ที่ทำงานหนักมาตลอด อีกทั้งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสถานการณ์ปัจจุบัน ลดโอกาสติด ปิดความเสี่ยงจากการออกนอกบ้านอีกด้วย&amp;rdquo; นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109828</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, Antigen Test Kit, นวลพรรณ ล่ำซำ, มาดามแป้ง, รพ.รามาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effe95019b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว &#039;ช่อ&#039; ด้อยค่า &#039;ซิโนแวค&#039; ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เหมือน &#039;ไฟเซอร์-โมเดอร์นา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - จากกรณี นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้ออกมาชี้แจงทุกประเด็นเกี่ยวกับการผลิตและส่งมอบวัคซีนแอสตราเซเนกา ของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้ส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก จำนวน 1.8 ล้านโดสไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ให้กับแอสตราเซเนกา โดยทางบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ถือเป็นโรงงานเดียวในไทยและเอเชียที่มีศักยภาพในการผลิตวัคซีน หลังจากได้ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อมูลผ่านทางเฟซบุ๊ก Pannika Chor Wanich โดยมีข้อความ ระบุว่า...งงค่ะ เมื่อวานบอกว่าที่ส่งมอบ 1.8 ล้านโดสคือให้ไทย แต่วันนี้บอกส่งให้แอสตร้าเซเนก้า แล้วแต่แอสตร้าจะไปจัดสรรให้ประเทศไหน สรุปว่าเดือนนี้ไทยได้กี่โดสกันแน่จากแอสตร้า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่ สธ.แถลงว่า เดือนนี้มีวัคซีนฉีดให้ประชาชน 6 ล้านโดส (ซึ่งเป็นตัวเลขแผนที่เคยระบุไว้ว่าเดือนมิ.ย. แอสตร้าต้องส่งวัคซีนให้ไทย 6 ล้านโดส) แต่เป็นซิโนแวคบวกแอสตร้า และตอนนี้ไทยยังมีซิโนแวคเหลือในมืออีกประมาณ 2 ล้านโดส บวกสั่งมาใหม่อีก 3 ล้านโดสในเดือนนี้ ก็หมายความว่าเดือนนี้เราน่าจะได้ฉีดซิโนแวคเป็นหลัก เพราะมีอยู่ถึง 5 ล้าน จาก 6 ล้านโดสที่เป็นโควต้าวัคซีนเดือนนี้
ปล. อนุทินยังสั่งซิโนแวคมาอีก 11 ล้านโดส อาจเป็นการสำรองใช้เผื่อแอสตร้าส่งมอบได้ไม่ตรงตามแผนในเดือนถัดๆไปหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล.2 ใครที่คิดว่าวัคซีนอะไรก็เหมือนๆกัน โปรดเข้าใจว่าซิโนแวคซึ่งมีประสิทธิภาพประมาณ 50% ในการป้องกันโรค ย่อมไม่สามารถทำให้เกิดภูมิต้านทานหมู่ได้ หรือเกิดช้ากว่าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง 70-95% เพราะต่อให้ฉีดให้คนครบ 100% ทั้งประเทศ ภูมิก็ไม่ขึ้นถึง 70-75% ดังมีตัวอย่างในชิลี ที่ปูพรมฉีดซิโนแวคให้ประชากรเกิน 60% ไปแล้วแต่กลับเจอระบาดซ้ำระลอกใหม่ ในขณะที่อิสราเอล สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนให้ประชากรด้วยอัตราใกล้เคียงกัน และไม่เจอระบาดซ้ำ เพราะฉีดไฟเซอร์ โมเดอร์นาเป็นหลัก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, นวลพรรณ ล่ำซำ, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a970a77e55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามแป้ง&#039; แจ้งกักตัว 14 วันเป็นผู้เสี่ยงสูง หลังคนงาน-แม่บ้าน 3 คนติดเชื้อคาดไปจ่ายตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์ข้อความว่า เนื่องจากแป้งได้ทราบผลการตรวจติดเชื้อโควิดเป็นบวกของคนงานและแม่บ้านในบ้าน 3 คนเมื่อคืน (2 พฤษภาคม) โดยคาดว่าเกิดจากการไปจ่ายตลาดในวันที่ 21 และ 28 เมษายนค่ะ ทั้งหมดได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตามมาตรการของรัฐเรียบร้อยแล้วค่ะ ในจำนวนคนงานที่ติดเชื้อนั้นมี 2 คนที่ทำงานใกล้ชิดกับแป้งในบ้าน ทำให้แป้งเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นเช้าวันนี้ (3 พฤษภาคม) แป้งจึงรีบไปเดินทางไปตรวจเชื้อโควิดที่โรงพยาบาล ซึ่งผลออกมาเป็นลบค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแป้งจะทำการกักตัว 14 วันตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยนะคะ โดยจะมาแจ้งผลการตรวจในครั้งต่อไปให้ได้ทราบเป็นระยะๆค่ะ สำหรับคนอื่นๆที่บ้านได้มีการส่งตรวจหาเชื้อแล้วค่ะ กำลังรอผลตามลำดับ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีลูกชายอายุ 9 เดือนของคู่สามีภรรยาที่ติดเชื้ออยู่ด้วยค่ะ แป้งได้กำชับให้เฝ้าระวังอาการและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แป้งขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนในวิกฤติครั้งนี้เช่นกันนะคะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ด้วยกันนะคะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101617</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือ เอฟซี, นวลพรรณ ล่ำซำ, มาดามแป้ง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fadceadc0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดระลอกใหม่หนุนธุรกิจประกันคึก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วย &amp;quot;วัคซีนโควิด-19&amp;quot; ถือว่าเป็นความหวังอันดับแรกของคนทั้งโลก แต่หลายคนมีความกังวลในเรื่องของประสิทธิภาพและผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าปัจจุบันในวงกว้างมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่กังวลหรือต้องการวางแผนรับมือกับความเสี่ยงภัย เพิ่มความอุ่นใจในทุกช่วงเวลา นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัย หรือ MTI เปิดเผยว่า ได้ออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 &amp;lsquo;แพ้ จ่าย จริง&amp;rsquo; แบบฉบับเต็มแพ้ปุ๊บจ่ายปั๊บ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ถึงแม้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 เข็มแรกไปแล้ว เข็มถัดไปก็ยังคุ้มครองให้เหมือนเดิม โดยแบ่งความคุ้มครองออกเป็นแผนค่ารักษาพยาบาล และแผนแพ้ จ่าย จริง รวมเป็นทั้งหมด 4 แผนด้วยกัน ประกอบด้วย แผน 1 เบี้ยประกันภัยคนละ 99 บาท/ปี, แผน 2 เบี้ยประกันภัยคนละ 699 บาท/ปี, แผน 3 เบี้ยประกันภัยคนละ 199 บาท/ปี และ แผน 4 เบี้ยประกันภัยคนละ 399 บาท/ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทที่ออกผลิตภัณฑ์ประกันแพ้วัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะ อาทิ กรุงเทพประกันภัย มีประกันภัยสำหรับแพ้วัคซีนโควิด 3 รูปแบบ โดยเบี้ยประกันต่อปีเริ่มต้นที่ 99 บาท, 489 บาท และ 859 บาท ขึ้นอยู่กับความคุ้มครองและวงเงินที่จะได้รับ, ทิพยประกันภัย มีประกันให้เลือก 2 แบบ โดยเริ่มต้นในราคาที่ค่อนข้างต่ำ คือเบี้ยประกันต่อปี 70 บาท และ 120 บาท โดยเน้นค่ารักษาพยาบาลกรณีเป็นโควิด-19 และอาการโคม่า และทิพยประกันภัยยังมีประกันภัยโควิดแบบจ่ายค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประกัน 1,250 บาท ครอบคลุมการรักษากรณีแพ้วัคซีนสูงสุด 1,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต หรือ OCEAN LIFE นอกจากให้ความคุ้มครองการรักษาโรคดังกล่าวตามผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งประกันสุขภาพรายเดี่ยวและรายกลุ่ม ยังให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน (IPD) ซึ่งลูกค้าไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ และความคุ้มครองค่าชดเชยรายได้รายวันจากการเข้าพักรักษาตัวแบบผู้ป่วยใน รวมถึงคุ้มครองการรักษาตัวในสถานพยาบาลอื่น อาทิ โรงพยาบาลสนาม (FIELD HOSPITAL) ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (HOSPITEL) ตามหลักเกณฑ์การส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นทาง และได้รับอนุมัติให้จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ บมจ.ฟิลลิปประกันชีวิต ก็ให้ความคุ้มครองการเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน (IPD) สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 สามารถใช้บริการ Fax Claim ณ โรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 320 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงค่าชดเชยรายวันการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งโรงพยาบาลทั่วไป หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) และโรงพยาบาลสนาม (Field Hospital)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน บมจ.เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าในเรื่องค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาล ได้แก่ ผู้ป่วยนอก (OPD) คุ้มครบ จบหายห่วง กับแผน FWD Precious CARE ที่ให้ความคุ้มครองสุขภาพเหมาจ่าย ครอบคลุมทุกค่ารักษา และยังได้ขยายความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากอาการแพ้จากการเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดท้ายที่ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต หรือ AYAZ โดยนายโทมัส วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวในปี 68 ด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่ Growth การเติบโตในทุกช่องทางการขายสินค้า ทั้งตัวแทนขายและช่องทางอื่นๆ ต่อมา Product บริษัทเดินหน้ารักษาการเป็นผู้นำประกันสุขภาพ และให้ความสำคัญกับธุรกิจประกันเพื่อการออมและลงทุน ตามด้วย Operating การบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ และ People การพัฒนาทีมงานคุณภาพ สร้างผู้นำรุ่นใหม่ และขับเคลื่อนองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบัน บริษัทได้พัฒนามาจนสามารถมีพนักงานขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้ 97% รวมถึงพูดคุยกับหมอผ่านทางมือถือได้ แม้ว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมามีลูกค้าเคลมประกันโควิด-19 แล้วกว่า 200 ราย อย่างไรก็ตามบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) ประมาณ 10-12% ต่อปี รวมทั้งในส่วนของนโยบายการขายให้กับตัวแทน จากเดิมตั้งเป้าเติบโต 20-25% แต่เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ในรอบที่สามนี้ จึงทำให้ยอดขายในส่วนนี้น้อยกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ขณะที่ช่องทางการการขายผ่านธนาคารสามารถทำได้ดี ดังนั้นในภาพรวมถือว่าธุรกิจดำเนินไปได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101160</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพประกันภัย, นวลพรรณ ล่ำซำ, บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต หรือ OCEAN LIFE, ฟิลลิปประกันชีวิต, วัคซีนโควิด-19, อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต หรือ AYAZ, เมืองไทยประกันภัย หรือ MTI, เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a515ca6e36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามไบโอไซเอนซ์ ยืนยันการผลิตวัคซีนแอสตร้าฯเป็นไปตามแผน ใช้เวลาไม่นานกว่าปท.อื่นๆ ส่งมอบให้รัฐบาลไทยเดือนมิ.ย.นี้แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
17 เม.ย.64- บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด แถลงความคืบหน้าการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าว่ามีความก้าวหน้าตามแผนที่วางไว้ และสามารถดำเนินการได้เรียบร้อย &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตัวอย่างวัคซีนไปตรวจสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยผลการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นนั้นตรงตามเกณฑ์มาตรฐานที่แอสตร้าเซนเนก้าวางไว้ เมื่อตัวอย่างวัคซีนผ่านการทดสอบที่เข้มงวดและได้รับการรับรองจากแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งผลการตรวจสอบและข้อมูลการผลิตทั้งหมดให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจสอบและขอขึ้นทะเบียนวัคซีนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว สยามไบโอไซเอนซ์จะส่งมอบวัคซีนให้กับแอสตราเซนเนก้า ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง เพื่อตรวจสอบและอนุมัติข้อมูลการผลิตรวมถึงมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการทำงานของสยามไบโอไซเอนซ์ ก่อนที่แอสตร้าเซนเนก้าจะดำเนินการส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยตามกำหนดในเดือนมิถุนายน โดยสยามไบโอไซเอนซ์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวิกฤตการณ์นี้ สยามไบโอไซเอนซ์ตระหนักถึงหน้าที่ในการผลิตวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นทดสอบการผลิตในเดือนธันวาคม 2563 กระทั่งส่งมอบวัคซีน สยามไบโอไซเอนซ์ได้ทำงานร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้าอย่างใกล้ชิด เพื่อผลิตและส่งมอบวัคซีนให้ได้ทันตามกำหนด ทั้งนี้ การผลิตวัคซีนเป็นกระบวนการทางชีวภาพที่มีความซับซ้อน ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ดำเนินการผลิตโดยยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด โดยสยามไบโอไซเอนซ์ใช้ระยะเวลาในการผลิตใกล้เคียงกับบริษัทในประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการว่าจ้างจากแอสตร้าเซนเนก้า เช่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ตระหนักถึงหน้าที่สำคัญในการผลิตวัคซีนโควิด-19 โดยที่ผ่านมาบริษัทมีการประชุมทางไกลกับแอสตร้าเซนเนก้าอย่างใกล้ชิด เพื่ออัพเดทความคืบหน้าทุกขั้นตอน ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของแอสตร้าเซนเนก้า ผู้เกี่ยวข้องทุกคนกำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อผลิตวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพของคนในชาติ รวมถึงเศรษฐกิจไทยกลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอสตร้าเซนเนก้าทุ่มเททำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมโดยเร็วที่สุดท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดเช่นนี้ โดยไม่หวังผลกำไร และเพื่อให้การผลิตและส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เราได้ทำสัญญาจ้างผลิตกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ผู้ผลิตยาชีววัตถุในประเทศไทยเพื่อที่จะให้วัคซีนนี้ได้มีใช้อย่างแพร่หลายในภูมิภาคอาเซียน &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงแรกของการส่งมอบวัคซีน ผู้ผลิตมีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้มีความเหมาะสม เรากำลังเร่งผลิตและส่งมอบวัคซีนให้ทันตามกำหนด ทั้งนี้ ขอขอบคุณพันธมิตรของเราทุกฝ่ายที่ร่วมกันทุ่มเททำงานเพื่อก้าวสำคัญในการเอาชนะวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ให้ได้โดยรวดเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตยาชีววัตถุแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2552 ตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย โดยลดการพึ่งพายาจากต่างประเทศ&amp;nbsp; บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล PIC/S GMP, ISO9001 ISO17025 และ ISO13485 จึงได้รับเลือกจาก บริษัท แอสตร้าเซเนก้า ผู้ผลิตชีวภัณฑ์ชั้นนำของโลก ให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สำหรับภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99738</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, นวลพรรณ ล่ำซำ, นายเจมส์ ทีก, บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย), สยามไบโอไซเอนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a69566289e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจประกันปี64แข่งเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศไทยกำลังปลดล็อกก้าวสู่โลกดิจิทัล ดังนั้นธุรกิจประกันและการเงินจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ตอบสนองความต้องการที่มากขึ้น ภาคธุรกิจจำเป็นต้องสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการผ่านดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้น Thai Group หรือเครือไทย โฮลดิ้งส์ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วย 6 กลยุทธ์ นำเสนอและพัฒนาระบบอีโคซิสเต็มได้อย่างครบรอบด้าน ทั้งบริการและผลิตภัณฑ์สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรรับโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างสูงสุด ให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีความสอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจการเงินในประเทศไทย และขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นาย ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือไทย โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า เครือไทย โฮลดิ้งส์ ดำเนินธุรกิจด้านประกันและการเงิน ประกอบด้วย อาคเนย์ประกันภัย อาคเนย์ประกันชีวิต อาคเนย์แคปปิตอล อาคเนย์มันนี่ และไทยประกันภัย ก็ได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวสู่ยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนิวนอร์มอล (New Normal) จึงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้าให้มากที่สุด ด้วย 6 กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประกอบด้วย การมุ่งสร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็ง ผ่านการปรับพอร์ตธุรกิจประกันชีวิต, สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ, สร้างประสบการณ์ที่ดีของพนักงานด้วยการพัฒนาทักษะและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน, พัฒนาการใช้งานบิ๊กดาต้าเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค, สร้างกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี และปรับโครงสร้างองค์กรรับโมเดลธุรกิจใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า เป้าหมายการขยายตลาดนั้น ในกลุ่มธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต จะมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยนวัตกรรมประกันภัยที่ทันสมัย ใช้ดิจิทัลและดาต้าขยายฐานลูกค้าใหม่ จากปัจจุบันที่มีลูกค้าอยู่ประมาณ 4 ล้านราย ตลอดจนสร้างการรับรู้ของแบรนด์อาคเนย์ประกันภัย อาคเนย์ประกันชีวิต ผ่าน Winning Product และการดูแลลูกค้าให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไร้ความกังวลใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ ธุรกิจการเงินจะเน้นสร้างประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างกำไร พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานและหาพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี โดยมั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจในภาพรวมให้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจการเงินในประเทศไทย และขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมายของเรา Thai Group คือ การทำให้ทุกบริการด้านการเงินประกันเข้าไปอยู่ทุกๆ ที่ที่ลูกค้าอยู่ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มคนมากขึ้น เป็นผู้สร้างนวัตกรรมและพัฒนาบริการด้านการเงินแบบครบวงจร สามารถเชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจไฟแนนซ์ให้เป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน&amp;rdquo; ฐากรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชูคอนเซ็ปต์ &amp;#39;เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายอัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบันอยู่ในภาวะการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในด้านของราคา ดังนั้น TQM จึงออกมาเป็นยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;สบายใจ 3F&amp;rsquo; ได้แก่ Fair: เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย และเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละกลุ่มลูกค้า Fulfill: เติมเต็มความสบายใจด้วยโปรดักต์ประกันที่มีความคุ้มครองครบตามความต้องการ Friend: ให้บริการด้วยใจเสมือนเพื่อนที่จะอยู่เคียงข้างไม่ทิ้งกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า TQM ได้นำมาต่อยอดสู่กลยุทธ์การพัฒนาโปรดักต์ประกันภัย ทั้งนี้ ในแคมเปญแรก &amp;lsquo;แฟร์&amp;rsquo; เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจถึงสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเข้าใจคนใช้รถที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน จึงได้สร้างสรรค์ประกันรถยนต์ออกมาตามกลุ่มลูกค้าด้วย 3 โปรดักต์ ได้แก่ &amp;lsquo;ประกันสำหรับรถสีขาว&amp;rsquo; เพราะรถสีขาวมองเห็นชัดจึงมีความเสี่ยงน้อยในการเกิดอุบัติเหตุ TQM จึงให้ลูกค้าได้จ่ายถูกกว่าด้วยส่วนลดสูงสุดอีก 5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ประกันรถต่างจังหวัด&amp;rsquo; ขับในจังหวัดเส้นทางเดิมๆ มีความคุ้นชินจึงมีความเสี่ยงน้อยกว่ารถในกรุงเทพฯ TQM จึงให้รถทะเบียนต่างจังหวัดได้ทำประกันที่ถูกกว่าด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 3,000 บาท และ &amp;lsquo;ประกันรถขับน้อย&amp;rsquo; ประกันที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มมีรถแต่ไม่ค่อยได้ใช้ ใช้รถโดยสารสาธารณะมากกว่า หรือมีรถหลายคัน TQM จึงออกแบบความคุ้มครองและราคาตามการใช้ ทั้งแบบตามระยะทางการใช้งาน และตามระยะเวลาการใช้งาน ผสานกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในการช่วยติดตามการใช้งานและเตือนเมื่อใกล้หมด เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้ายิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในแคมเปญ &amp;lsquo;แฟร์&amp;rsquo; TQM ได้ผนึกกับพันธมิตรในการขับเคลื่อนให้โปรดักต์เข้าถึงลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยร่วมกับ MCOT เป็นสื่อกลางในการกระจายและสื่อสาร &amp;lsquo;ประกันรถต่างจังหวัด&amp;rsquo; ไปยังลูกค้าต่างจังหวัด ประกอบกับ TQM มีทีมขายต่างจังหวัดอยู่ทั่วประเทศที่พร้อมรองรับและให้บริการลูกค้าได้เป็นอย่างดี และร่วมกับ AIS ใน &amp;lsquo;ประกันรถขับน้อย&amp;rsquo; ในการนำเทคโนโลยี IOT เข้ามาช่วยจับวัดระยะทาง ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ทันสมัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ให้สามารถทำประกันชั้น 1 ได้แบบแฟร์ แฟร์
เมืองไทยประกันภัยกำไรพุ่งเกือบ 39%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัย หรือ MTI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินปี 2563 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 14,725 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2562 คิดเป็น 10.3% กำไรสุทธิ 590.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8% เป็นผลมาจากกลยุทธ์การกำหนดสัดส่วนผลิตภัณฑ์ ระหว่างการประกันภัยรถยนต์และการประกันภัยทั่วไปอย่างเหมาะสม มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ ที่มีการเติบโตกว่า 13.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีงานประกันภัยสุขภาพที่ขยายตัวสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการประกันอัคคีภัยและประกันภัยทรัพย์สินที่ยังเติบโตได้ดีแม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวย แต่บริษัทเน้นนโยบายการรักษาฐานลูกค้าเดิมได้อย่างดีที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดที่บริษัทมีการเติบโตในสภาวะเช่นนี้ได้นั้น เกิดจากการบริหารจัดการที่ดี สามารถเตรียมความพร้อมรับมือในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี รวมไปถึงการบริหารจัดการด้านประกันภัยต่อ และที่ขาดไม่ได้คือ การปรับตัวอย่างรวดเร็วและความร่วมมือของพนักงานเมืองไทยประกันภัยทุกคน. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97174</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐากร ปิยะพันธ์, ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์, นวลพรรณ ล่ำซำ, นิวนอร์มอล, อัญชลิน พรรณนิภ, อาคเนย์ประกันชีวิต, เครือไทย โฮลดิ้งส์, เมืองไทยประกันภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b31358cb10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
