<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวัตกรรมปฏิวัติธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคที่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลง และเริ่มก้าวไปบนเส้นทางการปฏิรูปสู่ดิจิทัล หลายๆ กลุ่มธุรกิจจำเป็นจะต้องศึกษาและก้าวให้ทันเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ และหนึ่งในสิ่งที่เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยเหลือให้การทำงานนั้นง่ายมากยิ่งขึ้นในยุคนี้คือ การใช้งาน &amp;ldquo;คลาวด์ คอมพิวติ้ง&amp;rdquo; ที่มีบทบาทสนับสนุนการทำงานเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น แต่การพัฒนาก็ไม่ใช่ว่าจะหยุดอยู่แค่การใช้คลาวด์ เพราะปัจจุบันมีตัวช่วยใหม่ที่จะมาเติมประสิทธิภาพของคลาวด์ ได้แก่ &amp;ldquo;เอดจ์ คอมพิวติ้ง (Edge Computing)&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จะมาช่วยลดโหลดการทำงานบนคลาวด์ โดยให้อุปกรณ์ปลายทางสามารถจัดการตัวเองได้ และบริษัทหรือภาคธุรกิจในปัจจุบันก็พบว่าต้องการเทคโนโลยีเอดจ์คอมพิวติ้งเข้ามาช่วยทำงานอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในการนำเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้ควรคำนึงถึงเป้าหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการผสานการทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ระหว่างเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติงาน (OT) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเป็นเอดจ์คอมพิวติ้งที่ทำงานได้แบบอัตโนมัติแห่งยุคอุตสาหกรรม 4.0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเอดจ์คอมพิวติ้งที่ทำงานได้แบบอัตโนมัติก็จะคล้ายกับยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่เมื่อ IT และ OT ผสานรวมการทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ก็จะช่วยให้ระบบงานจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ทั้งบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง และแก้ปัญหาได้เอง ซึ่งในแง่ของอุตสาหกรรมนับว่าเรายังห่างไกลจากความสำเร็จในจุดนี้อยู่หลายปี แต่มันคือทิศทางของอุตสาหกรรมและควรมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเอดจ์คอมพิวติ้งจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ เอดจ์ 1.0 และ 2.0 คือความก้าวหน้าและการนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้ ในปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่อยู่ในขั้นแรก คือ เอดจ์ 1.0 ซึ่งความสามารถพื้นฐานต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินธุรกิจได้ประสบความสำเร็จ ส่วนขั้นสุดท้ายคือ เอดจ์ 4.0 นั้น เป็นเรื่องของการที่ระบบสามารถทำงานด้วยตัวเองได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในขั้น 3.0 สิ่งต่างๆ เริ่มจะดูน่าสนใจจริงๆ จุดนี้จะเป็นจุดที่เราเห็นการผสานรวมการทำงานร่วมกันระหว่าง IT/OT ที่มาพร้อมความยืดหยุ่นและความสามารถในการทำงานแบบเรียลไทม์ ขณะที่เอดจ์ 4.0 ซึ่งระบบโครงสร้าง IT และ OT จะถูกผสานรวมเข้ากับ AI ณ จุดนี้เราจะได้เห็นสภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมในระบบอัตโนมัติ ที่มีการบริหารจัดการด้วยตัวเอง แก้ไขปัญหาได้เอง เมื่อเครื่องจักรเริ่มมีปัญหา ระบบ AI จะวิเคราะห์และทำการแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องใช้คนเข้ามาจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแอบเบย์ แอนิล โกสานการ์ รองประธานกลุ่ม Secure Power ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า มันอาจจะใช้เวลาอีก 10 ปีหรือนานกว่านั้น กว่าที่เราจะได้เห็นวิสัยทัศน์เกิดขึ้นจริง เพราะปัจจุบันยังมีสภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมมากมายที่ไอทียังไปไม่ถึง ตัวอย่างเช่น ในโรงงาน เรามีระบบควบคุมสำหรับเครื่องจักรเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกำหนดพฤติกรรมและความปลอดภัยได้ ซึ่งระบบควบคุมเหล่านี้เกิดมาจากโลกเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติงาน ไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ นั่นคือจุดเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่ามีการย้ายเทคโนโลยีที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์มาใช้กับเอดจ์สำหรับอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าประมาณปี 2025 เราน่าจะได้เห็นว่ามีการนำแนวคิดอย่างเวอร์ชวลไลเซชั่นมาประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม เพื่อให้มีความสามารถเรื่องระบบเรียลไทม์ในระดับของเครื่องจักร ทั้งเรื่องความปลอดภัย ระบบควบคุม และฟังก์ชันการดำเนินงานแบบดั้งเดิมอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มั่นใจหากเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าขึ้นมา สภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมจะได้รับประโยชน์จากความสามารถของระบบต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความยืดหยุ่น การรองรับความผิดพลาด อันเป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่ในโลกไอทีนานแล้ว ซึ่งการเดินทางสู่การปฏิรูปดิจิทัลของเอดจ์จะสร้างผลลัพธ์ปลายทางก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยเป็นการนำพาความทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้ดี ถือว่าเป็นการปฏิวัติภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจไปสู่อนาคตนั่นเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, นวัตกรรมปฏิวัติธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
