<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ทุ่มงบฯ50ล้าน สร้างระบบข้อมูล เกี่ยวข้องโควิด-19 ครบวงจร  พัฒนาระบบตรวจเชื้อรู้เร็ว 15นาที รองรับได้ 5ล้านคน คาดได้ใช้ก่อนสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
25มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มอบหมายให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำระบบบริหารความเสี่ยงด้วยนวัตกรรมรองรับสถานการณ์การ พร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 เน้นใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ระบบการติดตาม ตั้งแต่การเข้าประเทศผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบบสุขภาพทางไกล ที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเดินทางมายังโรงพยาบาลด้วยการใช้การตอบรับ อัตโนมัติทางโทรศัพท์เพื่อเก็บประวัติและติดตามอาการ การเว้นระยะห่างทางสังคม เช่น การระบุแผนที่ เพื่อแสดงตำแหน่งสิ่งของจำเป็นสำหรับประชาชน โดยจะเน้นการกระจายไปยังกลุ่มผู้ค้าส่งและปลีก และการบริหารจัดการอุปทาน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์จำเป็น เช่น หน้า กากอนามัย แอลกอฮอล์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สนช. กล่าวว่า สนช.ได้มีการปรับแผนโดยดึงงบประมาณ 50 ล้านบาท สำหรับการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาใน 4 ด้าน และได้มีการให้การสนับสนุนเงินทุนด้านวิชาการไปแล้ว 4 โครงการ วงเงินรวมกว่า 16 ล้านบาท แบ่งเป็นด้านระบบการติดตาม จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการเซฟที ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 เชิงรุก โดยการประมวลผลข้อมูลของกลุ่มผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มประชาชนทั่วไป ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินทางที่เหมาะสมและปลอดภัยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ด้านระบบการบริหารจัดการอุปทาน จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ชุดตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 แบบรวดเร็ว จากเลือดของผู้ป่วย สามารถทราบผลได้ภายใน 15 นาที โดยอาศัยเทคโนโลยีที่พัฒนาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันได้ทั้งการรับเชื้อโควิด-19 และฝุ่น MP 2.5 และ ระบบการบริหารอุปกรณ์และสิ่งจำเป็นทางการแพทย์ เชื่อมโยงกำลังการผลิตและยอดสินค้าคงเหลือจากแหล่งผลิต กับคำสั่งซื้อจากสถานพยาบาลและประชาชน เพื่อให้คลังสินค้ากลางสามารถจัดส่งสินค้าไปยังประชาชนและสถานพยาบาลได้ โดยตรงตามคำสั่งซื้อที่แจ้งเข้ามาในระบบ &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มโรงพยาบาล แพทย์ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนทั่วไป ช่วยให้บริหารจัดการการกระจายสินค้าให้ไปสู่กลุ่มผู้ใช้ได้อย่างเหมาะสมและ ทั่วถึงตามความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเป็นการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถรองรับการเข้าใช้งานของผู้ใช้ไม่น้อยกว่า 5 ล้านคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเริ่มใช้งานได้จริงก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ ยังได้เปิดแพลตฟอร์ม &amp;ldquo;YMID Portal&amp;rdquo; ภายใต้แคมเปญ Thai TeleHealth Fight Covid-19 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข่าวสารสถานการณ์การแพร่ระบาดของ &amp;ldquo;COVID-19&amp;rdquo; ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ รวมถึงแนวทางการดูแลสุขภาพ การใช้ชีวิตประจำวันในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.ymid.or.th หรือเฟซบุ๊คเพจ Yothi Medical Innovation District: ย่านนวัตกรรมทางการแพทย์ หรือไลน์แอด @YMID&amp;rdquo;ผอ.สนช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60886</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, นวัตกรรมเพื่อโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b2302ae315.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
