<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาลดโทษเหลือตลอดชีวิต &#039;นวัธ-อดีต ส.ส.เพื่อไทย&#039; จ้างวานฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.929/2561 ที่พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ และนางลำดวน โคตรทุม โจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ความผิดต่อชีวิต เหตุจ้างวานฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น เมื่อปี 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกา พิพากษาแก้โทษอาญา เนื่องจากทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1) ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาส่วนแพ่งให้จำเลยรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2563 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ประหารชีวิตนายนวัธ และชดใช้ค่าปลงศพ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2556 &amp;nbsp;ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม อดีต ปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตที่หน้าบ้านพัก ภายในหมู่บ้านจอมพล เขตเทศบาลนครขอนแก่น ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล จำเลยที่ 1 ,พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม อดีต รองผกก.(ป.) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จำเลยที่ 2 ,นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3, นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 และนายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5 โดยศาลฎีกาได้พิพากษา ตัดสินประหารชีวิต พ.ต.ท.สมจิตร , ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ด.ต.วีระศักดิ์ , นายประพันธ์ และ นายบุญช่วย ซึ่งเป็น จำเลยที่ 1, 3 และ 4 ส่วนนายปิยะพงษ์ จำเลยที่ 5 ให้ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ศาลจ.ขอนแก่น ได้ออกหมายจับนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในข้อหากระทำความผิดฐานจ้างวานผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหลังมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับผู้ต้องหา ที่ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมนายสุชาติ และระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นางลำดวน โคตรทุม ภรรยาของนายสุชาติ ได้ขอเป็นโจทก์ร่วม และยื่นคำร้องขอให้นายนวัธ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็น โดยศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2562 ระบุว่า ผู้ต้องหามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าปลงศพ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112414</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ เตาะเจริญสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8cc4bc9d047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ประหารชีวิต &#039;นวัธ-อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 386/2563 ระหว่างฝ่ายโจทก์และโจทก์ร่วมคือ พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นและนางลำดวน โคตรทุม กับ จำเลยคือ นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในข้อหาก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 ใช้เวลาอ่านคำพิพากษาไม่นาน ก่อนมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ประหารชีวิตนายนวัธ และชดใช้ค่าปลงศพ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการอ่านคำพิพากษาไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าในเขตอำนาจศาล หรือรับฟังคำพิพากษา ในห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2556 &amp;nbsp;ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม อดีต ปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตที่หน้าบ้านพัก ภายในหมู่บ้านจอมพล เขตเทศบาลนครขอนแก่น ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล จำเลยที่ 1 ,พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม อดีต รองผกก.(ป.) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จำเลยที่ 2 ,นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3, นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 และนายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5 โดยศาลฎีกาได้พิพากษา ตัดสินประหารชีวิต พ.ต.ท.สมจิตร , ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ด.ต.วีระศักดิ์ , นายประพันธ์ และ นายบุญช่วย ซึ่งเป็น จำเลยที่ 1, 3 และ 4 ส่วนนายปิยะพงษ์ จำเลยที่ 5 ให้ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ศาลจ.ขอนแก่น ได้ออกหมายจับนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในข้อหากระทำความผิดฐานจ้างวานผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหลังมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับผู้ต้องหา ที่ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมนายสุชาติ และระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นางลำดวน โคตรทุม ภรรยาของนายสุชาติ ได้ขอเป็นโจทก์ร่วม และยื่นคำร้องขอให้นายนวัธ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็น โดยศาลชั้นได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2562 ระบุว่า ผู้ต้องหามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิตและให้จำเลยชดใช้ค่าปลงศพ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่ 3 พ.ร. 2556 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายนวัธ ได้ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าขณะนี้นายนวัธ ซึ่งต้องโทษสูงสุดอยู่ในการควบคุมตัวของกรมราชทัณฑ์ที่เรือนจำอย่างแน่นหนา ที่กรุงเทพฯ โดยทีมทนายความเตรียมยื่นฎีกา ในคดีดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, นวัธ เตาะเจริญสุข, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d777b694647f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.ชี้&#039;นวัธ&#039;พ้นส.ส.ตั้งแต่16ต.ค.! กกต.จัดเลือกตั้งซ่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย. 62 &amp;ndash; ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย คำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ม.82 ว่าสมาชิกภาพของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6)ประกอบมาตรา 82 (6) หรือไม่ โดยในวันนี้คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายส่งผู้แทนมาร่วมรับฟังคำวินิจฉัยของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายนวัธสิ้นสุดลงหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ถูกร้องเป็น ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาลงโทษประหารชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย.62 ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์&amp;nbsp; กรณีที่รัฐธรรมนูญมาตรา 101 ( 6 ) ให้นำลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (6) มาเป็นเหตุแห่งการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. เนื่องจากรัฐธรรมนูญต้องการให้ส.ส. ซึ่งถือเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เป็นที่ยอมรับนับถือของสาธารณชน ปราศจากเหตุมัวหมองในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่เกียรติและศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในการวินิจฉัยคดีนี้มีข้อพิจารณาว่า&amp;nbsp; คำพิพากษาที่ให้ประหารชีวิตมีความหมายเช่นคำพิพากษาให้จำคุกตามมาตรา 98 (6) หรือไม่ โดยศาลเห็นว่า การต้องโทษประหารชีวิตหนักกว่าโทษจำคุก แม้ต่อมาจะได้รับการลดส่วนโทษก็ยังคงได้รับโทษจำคุกอยู่ดี&amp;nbsp; เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายนวัธจึงเป็นผู้ถูกคุมขังตามหมายของศาล สมาชิกภาพของนายนวัธจึงสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายนวัธแย้งว่า&amp;nbsp; สมาชิกภาพส.ส.อยู่ภายใต้การคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (13) ที่กำหนดว่าต้องเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ซึ่งถือเป็นหลักประกันการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 โดยไม่คำนึงถึงข้อหา นั้น เห็นว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติเกี่ยวกับการสิ้นสุดสมาชิกภาพโดยใช้ถ้อยคำแตกต่างกันในหลายลักษณะ เช่น มาตรา 101 (6) ใช้คำว่าต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังตามหมายของศาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือมาตรา 98 (7) เคยได้รับโทษจำคุก โดยพ้นโทษไม่ถึง 10 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง หรือมาตรา 98 (9) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ต้องการให้สมาชิกภาพส.ส. สิ้นสุดลง ด้วยสาเหตุหลายประการ ตามบริบทที่แตกต่างกัน&amp;nbsp; ในกรณีนี้ รัฐธรรมนูญ ใช้คำว่า &amp;ldquo;ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังตามหมายของศาล&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งไม่มีคำว่า &amp;ldquo;ถึงที่สุด&amp;rdquo; สมาชิกภาพของนายนวัธจึงสิ้นสุดเมื่อต้องคำพิพากษา โดยไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อสมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลง ยังมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อไป ว่า สมาชิกสภาพสิ้นสุดลงนับตั้งแต่เมื่อใดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 (2) กำหนดว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของส.ส.สิ้นสุดลง ให้ผู้นั้นพ้นตำแหน่งนับแต่วันที่ศาลหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกรณีนี้ศาลได้มีคำสั่งให้นายนวัธหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 62 จึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง&amp;nbsp; และเป็นเหตุให้ตำแหน่งส.ส.เขต 7 ขอนแก่นว่างลง จึงต้องตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)ให้มีการจัดเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายใน 45 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 105 (1) ประกอบ 102 จึงให้ถือว่าวันที่ตำแหน่งส.ส.ว่างลงคือวันที่ 13 พ.ย. ที่ศาลอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังโดยชอบ&amp;nbsp; ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่า กกต.จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เขต 7 ขอนแก่น ภายในวันที่ 22 ธ.ค.62 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์สุดท้ายของกรอบเวลา 45 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50194</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ติดคุก, นวัธ เตาะเจริญสุข, ประหารชีวิต, พท., พ้นส.ส., ศาลรธน., ส.ส.ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8cc4bc9d047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.รับวินิจฉัยปมสถานะ&#039;นวัธ&#039;พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.62 - ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารข่าว กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) หรือไม่ โดยผลการพิจารณา ศาลรัฐธรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเป็นกรณีที่กกต. ซึ่งเป็นผู้ร้องเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ ซึ่งผู้ถูกร้อง มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตร 98 (6) เนื่องจากผู้ถูกร้องต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดขอนแก่นลงโทษประหารชีวิตและให้คุมขังผู้ถูกร้องไว้ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทรณ์ กกต.จึงมีมติให้ส่งเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว กรณีจึงต้องด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรมนูญ(พ.ร.ป.)​ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (5)​ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยได้ ดังนั้นจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำขอให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้ที่ตามรัฐธรมนูญ มาตร 82 วรรคสอง นั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องปรากฏชัดเจนว่าศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตผู้ถูกร้อง โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ และศาลจังหวัดขอนแก่นได้ออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ผู้ถูกร้องตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;2562 เป็นต้นไป กรณีจึงปรากฎเหตุอันควสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้องแล้ว ดังนั้น จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48173</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ เตาะเจริญสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8cc4bc9d047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลค.ตีกลับพ.ร.ฎ.เลือกตั้งเขต7ขอนแก่น &#039;วิษณุ&#039;อบรม&#039;กกต.&#039;ถ้ากล้าชี้&#039;นวัธ&#039;พ้นส.ส.หมดเรื่องแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อม สงส.เขต 7 จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ว่าขณะนี้กกต. ยังไม่ได้ส่ง เพราะจากการประสานกันครั้งที่แล้วเป็นปัญหาอยู่นิดว่า เนื่องจากยังไม่ได้มีการชี้ลงไปว่าตำแหน่งว่างลงเพราะอะไร รัฐบาลจึงยังไปทูลเกล้าฯถวายไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะตอบคำถามไม่ได้ว่าทำไมจะต้องเลือกตั้งซ่อม ก็พูดมาสักประโยคนึงว่าตำแหน่งมันว่างลงแล้ว เพราะอะไร แต่ทีนี้ กกต.ไม่กล้าชี้ ก็ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ให้มันได้คำตอบออกมา อยู่ๆ ดีจะมาบอกว่าให้เลือกตั้งซ่อมไม่ได้ มันต้องมีเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กกต.ได้แจ้งหรือไม่ว่า ทำไมถึงยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เขาอาจจะแจ้งหรือไม่แจ้งยังไม่รู้ แต่เท่าที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมารายงานคือ ได้มีการส่งร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งซ่อมที่เขต 7 จ.นครปฐม โดยไม่ได้บอกว่าต้องเลือกตั้งซ่อมเพราะอะไร ทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จึงขอให้บอกมาสักประโยคนึงว่าตำแหน่งว่างลงเพราะอะไร เนื่องจากในพระราชกฤษฎีกาต้องบอกว่าเลือกตั้งซ่อมเพราะอะไร ครั้นจะให้ สลค.มาเติมเองก็ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า คนที่จะบอกว่าตำแหน่งว่างลง สุดท้ายต้องเป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทีจริงถ้า กกต.กล้าฟันมันก็หมดเรื่อง แต่ถ้าไม่กล้าฟันก็ต้องไปส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเร็ว เรื่องนี้ไม่ได้ช้า อย่างไรก็ตาม ทาง กกต.ไม่ได้แจ้งว่าจะให้คำวินิจฉัยได้เมื่อไร และเขาไม่จำเป็นต้องแจ้ง ถึงเวลาเขาก็ส่งมาเลย โดยมีประโยคที่เราต้องการ ทั้งนี้ หาก กกต.วินิจฉัยออกมา แต่ทางพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย ก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ไม่ใช่ช่องทางของ กกต. เป็นผู้ร้องคนอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นวัธ เตาะเจริญสุข, วิษณุ เครืองาม, เลือกตั้งซ่อมเขต7ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95a9f741781.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ย้ำรอ กกต.ชี้ขาดสถานะ &#039;นวัธ&#039; ขาดคุณสมบัติ ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - ที่สวนสันติชัยปราการ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติให้นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตและไม่ให้ประกันตัว ขาดคุณสมบัติเป็นส.ส.แล้ว โดยไม่ต้องส่งศาลรัฐธรรมรูญวินิจฉัย ว่า ข้อมูลดังกล่าวตนทราบรายงานจากทางเจ้าหน้าที่ แต่ทางกกต. ยังไม่มีการประชุมเรื่องนี้ ดังนั้นจึงต้องรอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหารือจนได้ข้อสรุปก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47105</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดคุณสมบัติ ส.ส., ชวน หลีกภัย, นวัธ เตาะเจริญสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9415c2476d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่นไม่ปกป้อง‘ธรรมนัส’หากผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โยน &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; รับผิดชอบตัวเอง เพราะเงื่อนไขกรอกประวัติระบุชัด &amp;quot;ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ&amp;quot; ท้าเอาหลักฐานมา ถ้าผิดก็ไปร้อง ป.ป.ช. หากพบผิดปกป้องไม่ได้ ขณะที่สภาส่งเรื่องให้ กกต.ฟัน &amp;quot;นวัธ&amp;quot; แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถึงกรณีรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลพัวพันเรื่องยาเสพติด ว่าถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมพอสมควร ในส่วนของรัฐบาลเอง ในเรื่องการคัดกรองคนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี เรามีการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นการตรวจสอบในชั้นต้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกคนต้องกรอกข้อมูลของตัวเอง แล้วก็ส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบตามข้อมูลที่มีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะทำผิดที่ไหนก็ตาม เขาจะลงท้ายว่า ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ ตัวนี้ล่ะถ้าผิด และไปร้อง ป.ป.ช. เขาก็ต้องยอมรับผิดตัวนี้ ผมเองก็ต้องกรอก กฎหมายเป็นอย่างนี้ แต่ถ้าจะเอากฎหมายต่างประเทศมา ก็มาสิครับ เอาข้อมูลมา ก็ฟ้อง ป.ป.ช.ไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การคัดกรองคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่ผมคนเดียว หลายคนก็ต้องมาดู พรรคการเมืองก็เสนอเข้ามา ก็ต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ตัวนี้ ที่ใช้มาทุกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ผมปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้... เพราะฉะนั้นมันเป็นประเด็นทางการเมืองไปด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามส่งความเห็นกรณีของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ว่าสภาไม่มีอำนาจชี้ขาดวินิจฉัยสมาชิกภาพของนายนวัช จึงได้เสนอแนะไปว่า กกต.สามารถทำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เหมือนที่ตนพูดไปแล้วว่าถ้าไม่แน่ใจก็ให้องค์กรที่เขามีอำนาจตัดสิน แต่ถ้าแน่ใจก็ตัดสินเองได้ ซึ่งกรณีนี้มีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ฉะนั้น กกต.สามารถดำเนินการเองได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มี ส.ส.ติดต่อว่าจะเข้าชื่อ 1 ใน 10 เพื่อยื่นเรื่องมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า เรื่องนี้ กกต.มีอำนาจที่จะชี้ขาดได้เลยหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นอำนาจของ กกต.เช่นเดียวกันในการที่จะวินิจฉัย และสามารถเสนอรัฐบาลเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมได้ แต่หาก กกต.ไม่มั่นใจ แล้วจะขอให้องค์กรที่เขามีอำนาจวินิจฉัยก็สามารถทำได้
กกต.ยังมึนเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานจะเสนอเรื่องให้กับที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการนับเงื่อนเวลาจัดการเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ให้นับจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ได้นับจากวันที่ ส.ส.พ้นสมาชิกภาพนั้น ฝ่ายกฎหมายกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะในกฎหมายไม่ได้ระบุชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 105 บัญญัติว่า เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยให้นำความตามมาตรา 102 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งมาตรา 102 ระบุว่า เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า ความจริงไม่ได้มีปัญหาถ้าเข้าใจขั้นตอน เขาบอกไว้แล้วว่าจะต้องออก พ.ร.ฎ.ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง ซึ่งเวลานี้ยังไม่ครบ 45 วัน ดังนั้น หาก พ.ร.ฎ.ออก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน และวันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนก็ได้ แต่ต้องอยู่ใน 45 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ประกาศใช้ ก็จะถือเป็นการเริ่มนับ 45 วันใหม่ เวลาจึงยังอีกยาว จะเลื่อนไปเมื่อไรก็ได้ และเข้าใจว่าในอีก 1-2 วัน พ.ร.ฎ.จะประกาศใช้ ถึงเวลานั้นเราจะเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ซึ่งกรณีนี้ก็จะเหมือนกับการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงอะไร แต่ พ.ร.ฎ.ต้องออกมาให้ได้ภายใน 45 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่นและ ส.ส.นครปฐม ว่า เราพร้อมอยู่แล้ว และทั้งสองพื้นที่มีคนอยู่แล้ว แต่ในส่วนบุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.นั้น ยังไม่มี ซึ่งคนที่จะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้น จะต้องมีคุณสมบัติเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ดังนั้นเราต้องฟังเสียงของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นได้หมด แต่ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะชอบใคร ผมยังไม่ได้พิจารณา และไม่จำเป็นต้องไปทาบทามคนนอก เพราะเอาคนภายในพรรค เนื่องจากต้องดูคนภายในพรรคก่อน และต้องเป็นคนที่รู้วิธีการทำงาน เมื่อเข้ามาแล้วต้องมีนโยบายเป็นของตนเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่จะมี ส.ส.จากพรรคอื่นย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี และเรายังไม่ได้คุยกัน ซึ่งไม่ได้เป็นยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ เอาแค่รักษาคนของตนเองเอาไว้ให้ได้ก่อน
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;ร้องฟัน&amp;quot;นวัธ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการเป็น ส.ส.ของนายนวัธ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานภาพ ส.ส.ของนายนวัธ สิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาล จ.ขอนแก่นแล้วหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีความเห็นแตกต่างออกเป็น 2 ฝ่าย มุมแรกมองว่าสถานภาพ ส.ส.สิ้นสุดไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) เพราะต้องคำพิพากษาโดยคำสั่งของศาล แต่ก็ยังมีผู้แย้งว่า คดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น นายนวัธยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีต่อศาล คดีดังกล่าวจึงยังถือว่าไม่สิ้นสุด นายนวัธจึงยังคงมีสิทธิและไม่สิ้นสุดการเป็นส.ส.ตามมาตรา 101 (13) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความขัดแย้งใน 2 มุมมองนี้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และช่องทางที่จะไปสู่ศาลมี 2 ช่องทาง คือ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คนเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจว่า ส.ส.เองจะมีความเกรงอกเกรงใจกัน แม้ว่าจะต่างพรรคการเมืองกัน เพราะนายนวัธก็เป็น ส.ส. ซึ่งการที่เป็น ส.ส.ด้วยกันก็ยังมีความเป็นเพื่อนฝูง ส่วนอีกช่องทางหนึ่งก็คือยื่นเรื่องให้ กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมืองส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นข้อยุติ หาก กกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นที่สุดต่อไป&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงเหตุผลที่แท้จริงของการลาออกจากพรรค ชพน. ของนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายชนภัทท์ จันทรุเบกษา บุตรชาย รวมถึงสมาชิกบางส่วนว่า นายชลิตรัตน์อยู่กับพรรคมานาน ซึ่งได้พูดมานานแล้วว่าอยากไปทำธุรกิจการบินที่ จ.ร้อยเอ็ด เพราะทิ้งมานานแล้ว จึงอยากกลับไปดูแล้ว ตนยังอวยพรขอให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ยังบอกเลยว่าถ้าธุรกิจดีแล้วจะได้มาช่วยการเมืองต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า การออกจากพรรคของนายชลิตรัตน์และสมาชิกบางส่วนไม่ได้มีการโกรธกัน ตนยังบอกขอให้โชคดี ให้ลองไปทำธุรกิจดูสักพักหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาช่วยกัน ส่วนนายชนภัทท์ ที่ผ่านมาช่วยตนทำงานมาโดยตลอด แต่เขาอาจจะอยากไปช่วยบิดาทำงานมากกว่า ไม่เป็นไร ซึ่งนายชลิตรัตน์ก็พูดว่าไม่ได้ไปไหน คงเป็นห่วงว่าหากไปทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะเกิดปัญหาทับซ้อน จึงลาออกก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยขับนายนวัธ เนื่องจากนายนวัธถูกคุมขังหลังศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาประหารชีวิตจากคดีจ้างวานฆ่า และไม่อนุญาตให้ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 12 (8) กำหนดบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้สมัครเป็นสมาชิกไว้ว่า &amp;quot;ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายศาล&amp;quot; ดังนั้น นายนวัธจึงเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ ก็เท่ากับนายนวัธขาดจากการเป็น ส.ส.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยควรเป็นผู้ทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ด้วยการปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคของตัวเองเสีย ให้เป็นตัวอย่างว่ายังเป็นพรรคการเมืองที่เคารพกฎหมายและยึดหลักจริยธรรม โดยจัดประชุมกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคุณสมบัติของนายนวัธที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค แล้วแจ้งเรื่องไปยัง กกต.ถึงการสิ้นสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรค นายนวัธก็จะหลุดจากการเป็น ส.ส.ไปโดยปริยาย ไม่ต้องรอให้มี ส.ส.ไปเข้าชื่อ 1 ใน 5 เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้เสียเวลา เพราะ กกต.ต้องรีบจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง&amp;quot; นายบุญยอดกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46779</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส  พรหมเผ่า, นวัธ เตาะเจริญสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รับผิดชอบตัวเอง, สถานภาพส.ส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ปกป้องคนผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e1527c5848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
