<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลบโพสต์แล้ว! สาวขายที่ดินเกาะหวาย 298 ไร่ อุทยานฯแจงเอกสารสิทธิ์มี 8 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง - Mu Ko Chang National Park โพสต์ข้อความว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ขอชี้แจงกรณีมีการโพสต์ขายที่ดินบริเวณเกาะหวาย 298 ไร่ ราคา 350 ล้านบาท ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พื้นที่ตามที่มีการโพสต์ครอบคลุมพื้นที่ 2 ส่วนคือ (1) พื้นที่เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก จำนวน 8-2-41 ไร่ ของเกาะหวายพาราไดซ์ (2)พื้นที่ส่วนที่เหลือเป็นสภาพป่าสมบูรณ์ไม่มีผู้ใดเข้าครอบครองทำประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ได้รับแจ้งจากผู้ดูแลกิจการเกาะหวายพาราไดซ์ว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการโพสต์ขายที่ดินดังกล่าว และจะดำเนินคดีกับผู้โพสต์ขายที่ดินดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบพื้นที่เกาะหวายพาราไดซ์แล้วมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เอกสารสิทธิ์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พื้นที่ที่นอกเหนือจากเนื้อที่เอกสารสิทธิ์ยังคงสภาพเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ผู้ใดจะบุกรุก ยืดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ ย่อมเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ต่อมาผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวได้มีการโพสขอโทษความผิดพลาดในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99609</URL_LINK>
                <HASHTAG>นส.3 ก., อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง, เกาะหวาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_607849e450ef5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครอบครัวทอนรุกป่า ป่าไม้แจ้ง ความ‘แม่-พี่สาว-ธนาธร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีครอบครัว &amp;quot;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; ทั้ง &amp;quot;สมพร-ชนาพรรณ-ธนาธร&amp;rdquo; รุกป่าสงวนฯ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี 2.1 พันไร่ ระบุออก นส.3 ก. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 60 แปลง เป็นชื่อ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; 2 ฉบับ เนื้อที่ 81 ไร่ พ่วงเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐอีก 5 ราย พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 147 ล้าน เผยการซื้อขายมีบันทึกถ้อยคำ &amp;quot;ทราบอยู่แล้วที่ดินดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอาจมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในวันข้างหน้า&amp;quot; แต่ก็ยังมีการยืนยันจะซื้อขายต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) วันที่ 4 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส., นายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้, นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมกันแถลงแจ้งความเพิ่มเติมนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้เอกสารที่ออกโดยมิชอบมาครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี จำนวน 2,154-3-82 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอดิศรกล่าวว่า กรมป่าไม้ได้ขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อเนื่องจากข้อมูลเดิมที่ได้ดำเนินการไว้ กรณีที่ดินของนางสมพร หลังจากที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา พบว่ายังมีการนำเอกสารสิทธิที่ดินประเภท นส.3 ก ที่เป็นเอกสารที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกจำนวนมาก ของนางสมพร, น.ส.ชนาพรรณ และนายธนาธร อีกจำนวนไม่น้อยกว่า 60 ฉบับ รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ นำมายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ จ.ราชบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชีวะภาพกล่าวว่า ผลการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ที่มีการครอบครองทำประโยชน์อยู่ในท้องที่ ต.รางบัว ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นพื้นที่ต่อเนื่องขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่เศษ มีการใช้ประโยชน์โดยปลูกยูคาลิปตัสต่อเนื่องทั้งพื้นที่ สืบทราบมีการจ้างเฝ้าดูแลพื้นที่โดยกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ด่านท่าตะโก สืบสวนสอบสวนพบว่าพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดถูกครอบครองโดยใช้เอกสารสิทธิประเภท นส.3 ก ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 60 ฉบับ และตรวจสอบพบผู้ครอบครอง นส.3 ก คือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 53 ฉบับ เนื้อที่ 1,940-3-93 ไร่ เป็นของ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 5 ฉบับ เนื้อที่ 132-0-22 ไร่ และของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 2 ฉบับ เนื้อที่ 81-3-67 ไร่ รวมเนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเอกสารทั้ง 60 ฉบับ ออกโดยไม่มีหลักฐานเดิม (ส.ค.1) เป็นการเดินสำรวจออกเมื่อปี 2521 ก่อนประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2527 แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวรหมายเลข 85 เมื่อปี 2512 หรือก่อนที่จะมีการออกเอกสาร นส.3 ก ทั้ง 60 ฉบับ จึงเป็นเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบว่า ปรากฏชื่อผู้ครอบครอง 3 รายคือ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นำเอกสารนำเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนำมายึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นการกระทำให้เกิดความเสื่อมเสีย เสียหายต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้ร่วมกันออกเอกสารสิทธิที่ดิน นส.3 ก ทั้ง 60 แปลง เนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่ ประกอบด้วย นายวานิภพ ธรรมวิเศษ เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์สอบสวน นายรวม ชลิตโกมุท เป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาคสนาม นายไพโรจน์ รัตนวิสาลนนท์ เป็นผู้ควบคุมสาย นายโกศล ลักษิตานนท์ เป็นผู้ลงนามเห็นควรออก นส.3 ก นายเฉลิมวงศ์ สรรพศิริ ปลัดอำเภอ ทำการแทนนายอำเภอจอมบึง เป็นผู้ลงนามคำสั่งให้ออกเอกสาร นส.3 ก ตั้งแต่ช่วงปี 2521
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วตามรายละเอียดข้างต้น จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507, พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ประมวลกฎหมายที่ดินตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 และประมวลกฎหมายอาญากับนางสมพร, น.ส.ชนาพรรณ, นายธนาธร และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันกระทำความผิดอีก 5 คน รวมทั้งฟ้องแพ่ง จำนวน 147,063,223.15 บาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจสอบพบบันทึกการซื้อขายที่ดินดังกล่าวระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ดินกับผู้ซื้อขาย มีการบันทึกถ้อยคำว่า ข้าพเจ้ารับทราบอยู่แล้วที่ดินดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอาจมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิในวันข้างหน้า แต่ก็ยังมีการยืนยันจะซื้อขายต่อ จึงเป็นการเจตนายืนยันครอบครองที่ดินโดยมิชอบ และเป็นหลักฐานสำคัญในการแจ้งความดำเนินคดีครั้งนี้&amp;quot; นายชีวะภาพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.พิทักษ์กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีที่กรมป่าไม้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนางสมพรเมื่อปลายปี 2563 โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนในคดีล่าสุด กรมป่าไม้มีหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลทั้ง 3 คนกระทำความผิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมที่ดินอีก 5 คน โดย บก.ปทส.จะรับเรื่องไว้ ส่วนฝ่ายที่ถูกกล่าวหาเราก็ให้ความเป็นธรรมสามารถมาแสดงหลักฐานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นมารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า&amp;nbsp; ส่วน น.ส.ชนาพรรณ เป็นพี่สาวของนายธนาธร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92023</URL_LINK>
                <HASHTAG>2.1 พันไร่, กรมป่าไม้, จึงรุ่งเรืองกิจ, นส.3 ก., รุกป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ชอบด้วยกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601c03f51b961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
