<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>20ก.พ.หนีไม่พ้นนองเลือด! &#039;ปธ.นปช.&#039;บี้ผบ.ตร.รับผิดชอบกระทืบม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ด้วยใบหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความซึมเศร้าจากเหตุการณ์ตำรวจทุบตีประชาชน และลากหน่วยแพทย์อาสาไปรุมกระทืบ ทำร้ายต่อหน้ากล้องโททัศน์สื่อมวลชนจำนวนมาก ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มราษฎรเมื่อคืน (13 ก.พ.) ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อคืนนั้น เป็นอีกคืนหนึ่งที่ตนนอนหลับลำบากมาก เมื่อจุดแข็งของการชมนุมคือสันติวิธีถูกทำลายลง แล้วจะกลายเป็นจุดอ่อนทันที ปัญหาว่าใครทำลายสันติวิธี และเคยพูดถึงพวกมือที่สามมาเสมอในช่วงชุมนุม ดังนั้นจึงคาดการณ์ได้ว่า หลังจากนี้จะนำไปสู่อะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่าง เมื่อแกนนำราษฎร 4 คนถูกถอนประกัน ถูกขังคุกแล้ว และถ้าวันหนึ่งพนักงานอัยการส่งฟ้องแกนนำคนอื่นในข้อหาความผิดเดียวกัน มาตรการไม่ให้ประกันตัวคงถูกนำมาใใช้ รวมทั้งจากวันนี้ไปถึงวันที่ 20 ก.พ. นี้ ที่นัดชุมนุมกันอีกครั้ง จึงไม่รู้ว่าใครจะถูกฟ้องศาลกันบ้างและจะเหลือใครกันบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพตำรวจทุบตีจะโดยเป็นหน่วยแพทย์อาสา และประชาชนก็ตาม เป็นภาพที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันภาพอีกภาพหนึ่ง ไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้ว ผมว่ามันเป็นปัญหา เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ภาพการทุบตีอย่างน้อย 2 กรณี อาจจะมี 3 กรณีที่ตำรวจลงมือนั้น การแถลงข่าวของฝ่ายรัฐแทนที่จะปรักปรำผู้ชุมนุมแล้ว ฝ่ายรัฐควรตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง เพราะการลากคนมาทุบ มากระทืบ ที่เรียกว่าประชาทัณฑ์นั้น มันไม่ควรจะเกิดขึ้นจากการกระทำของตำรวจ&amp;quot; นายจตุพร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง สิ่งที่รัฐบาลต้องกระทำคือการตั้งกรรมการตรวจสอบ ถือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนมือโยนระเบิดปิงปองต้องมีการสอบสวนกัน หรือมือยิงที่ สน.นางเลิ้งก็ต้องตรวจสอบแต่ละกรณีไป แต่ถ้ากลไกรัฐและผู้ชุมนุมมาอธิบายในมิติเดียวแล้วจะไม่เห็นทั้งภาพ จึงควรมากางกันทั้งภาพเพื่อประโยชน์ทุกฝ่าย&amp;nbsp; เพราะการชุมนุมครั้งต่อไปในวันที่ 20 ก.พ.นั้น โรคแทรกจะมากมาย ซึ่งจะกลายเป็นชนวนสำคัญเมื่อสันติวิธีถูกทำลายแล้ว และมีเรื่องแปลกๆ ซ่อนอยู่อย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นโรคแทรกมือที่สาม เท้าที่สี่ จะเกิดขึ้นในช่วงปลาย ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นใคร และใครจะใส่เสื้อแดงไปทำอะไรก็ได้ แต่ในยุคนี้มีการปิดหน้าตาช่วงโควิดจึงยิ่งยากไปกันใหญ่ที่จะระบุว่าใครเป็นใคร ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ตัวแทนทั้งสองฝ่ายต้องคุยกันแล้วทำความจริงให้ปรากฎ เพราะครั้งต่อไปในอีก 7 วันข้างหน้าจะเกิดความสูญเสียที่ใหญ่กว่านี้ เมื่อคืนโชคดีที่ไม่มีคนตาย และไม่มีใครปรารถนาเช่นนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า รัฐต้องทำความจริงให้ปรากฎ และอย่ามีการให้ท้ายผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายอะไร ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน โดยตำรวจไม่มีสิทธิ์อะไรไปตั้งศาลเตี้ย หรือปฏิบัติตนพิพากษาด้วยการทำร้าย รุมกระทืบ รุมตีกันนั้น มันได้สะท้อนให้เห็นถึงความโกรธ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งบางๆ ถ้าให้เดินกันต่อไป ตนว่าครั้งหน้าตะลุมบอนกัน แล้วจะเกิดโรคแทรกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. จะชี้อนาคตได้ทุกอย่าง ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่ตั้งหลักกันนั้น การปฏิบัติของตำรวจนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ยังไม่แถลงมาตรการ อาจเป็นเพราะภาพมันชัด การลากมากระทืบต่อหน้ากล้องนั้นมันน่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องต้องอ่านกันหลายชั้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. เต็มไปด้วยกองทัพสื่อมวลชน และประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์สามารถเป็นสื่อได้ ดังนั้นภาพนี้จึงมีนัยที่สำคัญที่สุด แต่ ผบ.ตร.ต้องก็แสดงความรับผิดชอบตรวจสอบ เพราะหลายเรื่องมีความสงสัยกันอยู่แล้ว ภาพมันตำตา&amp;nbsp;
อีกอย่าง ตนคาดว่าน้ำผึ้งหยดเดียวจะเกิดขึ้นแน่นอน และเรื่องนี้จะเป็นชนวนสำคัญ เพราะเป็นภาพที่ประชาชนยอมรับกันไม่ได้ และเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุอย่างที่ตำรวจไม่ควรกระทำ เพราะเป็นภาพที่กระแทกหัวใจของประชาชน เป็นภาพที่สะเทือนใจจึงเป็นสิ่งละเอียดอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่รู้ว่า ผบ.ตร.จะแสดงท่าทีในเรื่องนี้อย่างไร เพราะสิ่งนี้เป็นเหมือนการเอาน้ำมันราดเข้ากองไฟ เรื่องการทำร้ายกัน ทำเกินกว่าเหตุต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่มีกฎหมายใดที่อนุญาตให้ตำรวจทำลายประชาชน หรือแพทย์อาสา หรือประชาชนจะไปทำร้ายตำรวจก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะไม่มีใครมีสิทธิ์จะไปทำร้ายกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า การต่อสู้เรียกร้องเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง ความเชื่อการเมืองไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกัน แต่ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกัน หากไม่มีการดำเนินการอะไรแล้ว ตนว่าวันที่ 20 ก.พ. หนีไม่พ้นนองเลือด เนื่องจากอทั้งสองฝ่ายควบคุมกันไม่ได้และมีโรคแทรก ซึ่งไม่เคยมีใครป้องกันได้ในระหว่างชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บทเรียน 13 ก.พ.ถ้าไม่แก้ไขแล้ว ในวันที่ 20 ก.พ. ผมว่าเป็นจุดเปลี่ยน และระหว่างจากวันที่ 13 ก.พ. ถึงวันที่ 20 ก.พ. นั้น ถ้าอัยการทำเรื่องไปถึงศาลฟ้องแกนนำที่เหลืออยู่ และให้เหตุผลอันเดียวกันนั้น ผมว่าเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก และไม่ง่ายกับสถานการณ์อันนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
รวมทั้ง เชื่อว่าการชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ถ้าไม่แก้ไขเหตุการณ์วันที่ 13 ก.พ.ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าฝ่ายผู้ชุมนุมหรือตำรวจก็ตาม ย่อมเป็นจุดชนวนการนองเลือดมันก็คงจะเป็นความจริง เพราะเมื่อสันติวิธีถูกทำลาย แม้จะพยายามรักษาสันติวิธี แต่มีขบวนการแทรกที่เป็นความประหลาดกันอยู่ ดังนั้นทั้งสองมิติต้องได้รับการคลี่คลายคือ ตำรวจต้องถูกดำเนินคดี ส่วนคนที่ใช้ความรุนแรงก็ต้องถูกดำเนินคดี เป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อภาพต่างๆเป็นพยานหลักฐานแล้ว อย่างไรก็หนีกันไม่ออก อย่าเถียงแค่เอาผลประโยชน์ทางการเมืองไปกันวันๆกันเลย เพราะหนทางข้างหน้ามันเปราะบาง ที่ตนต้องพูดเพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาในการชุมนุมวันที่ 20 ก.พ. เนื่องจากเป็นห่วงในชะตากรรมของพี่น้องประชาชน และไม่ต้องการเห็นใครมาบาดเจ็บ ล้มตายกันอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า แรงกระเพื่อมระหว่างเมียนมากับไทยเป็นความสัมพันธ์กัน เพราะการขยับชุมนุมของคนเมียนมาได้สร้างแรงบันดาลใจขึ้น ถ้าการชุมนุมครั้งหน้า ทั้งสองฝ่ายไม่คิดออกแบบวางแผนรับมือร่วมกันแล้ว ครั้งหน้าจะเป็นปัญหาจริงๆ ดังนั้นตำรวจที่ทำร้ายแพทย์อาสาต้องถูกดำเนินคดี และคนที่ทำร้ายตำรวจบาดเจ็บต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน&amp;rdquo; ประธาน นปช. ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93057</URL_LINK>
                <HASHTAG>20ก.พ., จตุพร พรหมพันธุ์, นองเลือด, ประธานนปช., ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_6029e4c81f197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกเด็กไปตาย!&#039;มาชิน&#039;ชี้นิ้ว ถ้าไม่อยากให้เลือดนองแผ่นดิน&#039;ประยุทธ์&#039;ต้องออกทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63- นายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nakorn Machim ว่าหากไม่ต้องการให้เลือดนองแผ่นดิน พลเอกประยุทธ์และลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช จะต้องลาออก ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ และคณะรัฐประหาร คสช คือยอดภูเขาน้ำแข็ง ของระบอบเผด็จการศักดินาโบราณของไทย ที่ถูกส่งเสริมให้เติบใหญ่ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ และถูกใช้ให้ทำการรัฐประหารปล้นอำนาจของประชาชน เมื่อปี 57 เมื่อปล้นอำนาจได้สำเร็จ พวกเขาเหล่าเผด็จการทรราชและลิ่วล้อบริวาร ต่างก็แบ่งหน้าที่กันทำ แบ่งอำนาจ แบ่งตำแหน่ง แบ่งผลประโยชน์ ให้จอมเผด็จการ ให้คณะรัฐประหารและลิ่วล้อบริวาร อย่างลงตัว พลเอกประยุทธ์ถูกเชิดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนลิ่วล้อบริวาร บางคนเป็นรองนายกรัฐมนตรี บางคนเป็นรัฐมนตรี บางคนเป็น สนช. บางคนเป็น ส ว. บางคนไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ บางคนเป็นองค์กรอิสระ บางคนเป็นที่ปรึกษา บางคนเป็นเลขานุการรัฐมนตรี โดยมีอำนาจรวมศูนย์ที่ระบอบเผด็จการ พวกเขาได้ร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการ สร้างและสถาปนาระบอบเผด็จการให้เข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืนเพื่อจะได้ ใช้กดขี่ ข่มเหง ประชาชน แสวงหาผลประโยชน์และรักษาสถานะชนชั้นปกครองให้ยาวนานที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ใช้ อำนาจรัฐ ใช้องค์กรอิสระ ใช้กระบวนการยุติธรรมและใช้ข้าราชการระดับสูงที่พร้อมจะรับใช้เหล่าเผด็จการทรราช เพื่อให้ตนเองได้ตำแหน่งใหญ่โตต่อไป โดยไม่สน ใจว่าชาติ บ้านเมืองจะวิบัติ หายนะ ขนาดไหนและประชาชนจะย่อยยับ อับจนอย่างไรพวกเขาได้ร่วมกันทำลายประชาธิปไตย ทำลายอำนาจของประชาชน ทำลายพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย สร้างความขัดแย้ง สร้างความแตกแยกให้คนไทยด้วยกันตามทฤษฎี แบ่งแยกแล้วปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาสร้างรัฐธรรมนูญ กฎ กติกา ของชาติ บ้านเมืองให้วิปริต ผิดเพี้ยน ล้าหลังไปหลายสิบปี ไม่เป็นสากล ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุด เท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม เลือกปฎิบัติ ใช้ทหารและหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ปฎิบัติการข้อมูลข่าวสาร จนถึงการทำสงครามจิตวิทยากับประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสืบทอดอำนาจของเผด็จการและระบอบเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาได้สร้างความทุกข์ยาก แร้นแค้น ต่อประชาชน สร้างความหายนะและล้าหลังต่อชาติ บ้านเมือง สร้างวิกฤตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง เห็นได้ชัดจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยติดลบ 8.4-10.4 ต่ำสุดในอาเซียน มีการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก จนทำให้คนไทยตกงาน ไม่มีงานทำหลายล้านคน ไม่รวมถึงปัญหาหนี้สินของประชาชนและ หนี้สินสาธารณะที่ท่วมแผ่นดินสูงเป็นประวัติการณ์ และการคว่ำบาตรจากประเทศโลกเสรีส่วนใหญ่ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าเหล่าเผด็จการจะพยายามใช้มาตราการทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบ สกดคนไทย ให้สยบยอม ก้มหน้ารับชะตากรรม ให้อยู่ใต้อาณัติ ยอมเป็นทาส ไพร่ รับใช้เผด็จการตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่ปัจจุบันนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนส่วนใหญ่ตื่นรู้ ตาสว่าง เห็นความจริงในเชิงประจักษ์ ถึงความเลวร้ายของระบอบเผด็จการ ที่สร้างทุกข์เข็ญต่อคนไทย ต่ออนาคตลูกหลานของคนไทย จึงไม่ยอมก้มหน้ารับใช้ระบอบเผด็จการทรราช ได้ร่วมกันก่อกำเนิดเป็นมวลชนหลายกลุ่ม แทบทุกจังหวัดทั่วประเทศและมารวมกันเป็น คณะราษฏร ที่กำหนดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ตุลานี้ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และต่อเนื่องไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 ข้อเรียกร้องหลักนี้ คนที่ผูกปมสร้างปัญหาหลักก็คือ พลเอกประยุทธ์และคณะรัฐประหาร คสช. พร้อมกับบรรดาลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช โดยเฉพาะ บรรดา ส ว. กมธ. และองคาพยพของฝ่ายเผด็จการ ที่ยังไม่รู้สำนึก และมีท่าทีแข็งกร้าวต่อประชาชนที่มาชุมนุมอย่าง สงบ สันติ และ ปราศจากอาวุธมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เพื่อมิให้ชาติ บ้านเมืองต้องวิบัติมากไปกว่านี้ และเพื่อไม่ให้ชีวิต เลือดเนื้อของประชาชนจะต้องสูญเสีย จนเลือดนองแผ่นดิน เพียงเพื่อรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ของพวกท่าน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา 2516 , 6 ตุลา 2519 ,พฤษภา 2535 และ เมษา พฤษภา 2553 รัฐเผด็จการทรราชเป็นผู้ก่ออาชญากรรมต่อประชาชนทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ คณะ คสช เดิมที่แปลงร่างมาเป็นรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปในคราบประชาธิปไตยสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้งทั้งหมด และองคาพยพของเผด็จการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลนี้ ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไขแล้วคืนอำนาจอธิปไตย คืนสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพและความยุติธรรมให้แก่ประชาชนทันทีโดยปราศจากเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพวกท่านยังฝืนยื้อ และพยายามอยู่ในอำนาจต่อไปโดยปราศจากความชอบธรรมเช่นที่ผ่านมา เลือดคงจะนองแผ่นดินเป็นแน่แท้ ประวัติศาสตร์จะจารึกพวกท่านและบรรดาลิ่วล้อบริวารว่า พวกท่านคือเหล่าทรราช ที่อนุชนรุ่นหลังสาปแช่งตลอดไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80117</URL_LINK>
                <HASHTAG>นคร มาฉิม, นองเลือด, ม็อบ 14 ต.ค., เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f8267c301440.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
