<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ออมสิน&#039;จ่อเคาะร่วมทุนนอนแบงก์ ชูเกณฑ์เข้มกดดอกเบี้ยไม่เกิน18%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค. 63 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;(บอร์ด)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ต.ค. 2563&amp;nbsp;รับทราบและเห็นชอบแนวทางการ รวมถึงเงื่อนไขสำคัญในการการร่วมทุนกับนอนแบงก์ที่ทำธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ซึ่งขณะนี้มีนอนแบงก์ที่ผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง จากการคัดเลือกนอนแบงก์ทั้งหมด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;แห่ง คัดเลือกตามเกณฑ์รอบแรกเหลือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง ก่อนพิจารณาคุณสมบัติต่าง ๆ ที่สอดคล้องตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการร่วมทุนของธนาคารจนเหลือนอนแบงก์ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งสิ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไข หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจนั้น ยังไม่สามารถชี้แจงได้ เพราะยังอยู่ในชั้นความลับ และยังมีกระบวนการในการพิจารณาคัดเลือกนอนแบงก์อยู่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะ และจะได้ความชัดเจนภายในเดือน พ.ย. 2563


&amp;ldquo;ตามกระบวนการแล้วเมื่อคณะกรรมการธนาคารเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับการร่วมทุนนอนแบงก์ในธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการเจรจากับนอนแบงก์ที่ผ่านเกณฑ์ หลังจากนั้นก็จะมีการพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย มีการตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้ง จึงจะสรุปรายชื่อนอนแบงก์ที่ได้รับการคัดเลือก หลังจากนั้นจะเสนอให้ที่คณะกรรมการธนาคารออมสินพิจารณารับทราบ&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว


ทั้งนี้ เงื่อนเบื้องต้นในการพิจารณาคัดเลือกคือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเหลือ&amp;nbsp;16-18%&amp;nbsp;ต่อปี จากเดิมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถคิดอัตราดอกเบี้ยที่&amp;nbsp;28%&amp;nbsp;ต่อปี ก่อนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;จะออกเกณฑ์ให้ลดลงมาอยู่ที่&amp;nbsp;24%&amp;nbsp;ต่อปี ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับสูง โดยในส่วนนี้ธนาคารมองว่าการปรับลดอัตรากำไรลงมานั้น ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนมากกว่า ซึ่งถือเป็นแนวทางหลักของธนาคารออมสิน โดยหากไม่ได้ตามเงื่อนไขดังกล่าวก็จะไม่ร่วมทุนด้วย


อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ออมสินได้ส่งหนังสือถึงนอนแบงก์ที่ทำธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่มีกำไรต่อเนื่องและมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท จำนวน&amp;nbsp;24บริษัท ให้ทำข้อเสนอกลับมาที่ธนาคารออมสินเพื่อร่วมกันทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อจำนะทะเบียนรถภายในเดือน ต.ค.&amp;nbsp;นี้ ซึ่งธนาคารออมสินจะสรุปเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการร่วมทุนเพียง1ราย&amp;nbsp;และเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารพิจารณาการร่วมทุนและคาดว่าออมสินจะสามารถปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ภายในไตรมา&amp;nbsp;1/2564



ทั้งนี้ การร่วมทุนดังกล่าวจะเปิดกว้าง โดยขึ้นอยู่กับนอนแบงก์จะเสนอเข้ามาว่าจะมีลักษณะการทำธุรกิจร่วมกันในลักษณะใด เช่น เป็นการร่วมทุน ตั้งบริษัทใหม่ และให้ออมสินเข้าไปถือหุ้นไม่เกิน49%&amp;nbsp;หรือจะให้ออมสินเข้าไปถือหุ้นในบริษัทผู้ร่วมทุนโดยตรงเลย โดยขณะนี้ออมสินได้แต่งตั้งให้ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีความชำนาญ มาเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อดูรายละเอียดในการร่วมทุนกับนอนแบงก์ เพื่อปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในครั้งนี้



โดยมีการประเมินว่าหากออมสินดำเนินธุรกิจปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถแล้ว จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท หรือ&amp;nbsp;10-20%&amp;nbsp;ของมูลค่าตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า2แสนล้านบาท และคาดว่าออมสินจะเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดทิศทางอัตราสินเชื่อประเภทดังกล่าวได้ โดยปัจจุบันสินเชื่อจำนำทะเบียนรถคิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย ที่&amp;nbsp;28%ต่อปี โดยออมสินพยายามดึงอัตราดอกเบี้ยตลาดลงให้เหลือไม่เกิน18%&amp;nbsp;ต่อปี หรือให้ดอกเบี้ยลดลง10%&amp;nbsp;ต่อปี และจะเน้นปล่อยสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่จำนำทะเบียนรถวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;2แสนบาทต่อราย แต่หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดยังไม่ลดลงตามที่ตั้งเป้าหมาย ก็จะมีแผนในการเข้าไปดึงดอกเบี้ยในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถให้ลดลง โดยจะปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำต่อในอัตราดอกเบี้ย3-4%เพื่อให้นอนแบงก์นำไปปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถต่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ออมสิน, นอนแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f41056c3ca2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงบอร์ดออมสินเคาะนอนแบงก์ลุยธรุกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;19 ต.ค. 2563 นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารออมสินในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จะมีการเสนอรายชื่อผู้ให้บริการทางการเงินแต่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ นอนแบงก์ เพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ที่ธนาคารออมสินจะเข้าไปร่วมทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถด้วย ซึ่งหากที่ประชุมเห็นชอบ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนเจรจาธุรกิจ หากเป็นไปตามเงื่อนไข ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่ายตกลงกันได้ ก็จะเริ่มปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ภายในไตรมาส&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้ส่งหนังสือถึงนอนแบงก์ ที่ทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถที่มีกำไรต่อเนื่อง และมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บริษัท ให้มาทำธุรกิจร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยมีนอนแบงก์ที่สนใจตอบรับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ จากฝ่ายลงทุน และคณะกรรมการลงทุนของธนาคาร เพียง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย โดยเลือกเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารออมสิน รายที่เหมาะสมที่สุดก่อน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอิสระ กล่าวว่า บริษัทที่เลือกมารายแรก ออมสินจะเข้าไปร่วมธุรกิจ โดยเข้าไปถือหุ้นใหญ่&amp;nbsp;49%&amp;nbsp;ให้ธนาคารออมสินเป็นประธานกรรมการบริษัท ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ เช่น การใช้&amp;nbsp;GSB&amp;nbsp;นำหน้าชื่อบริษัทเดิมหรือไม่ ขึ้นอยู่ในขั้นตอนต่อไป โดยบริษัทที่จะร่วมด้วยยังบอกไม่ได้ ว่าเป็นรายใหญ่ หรือ เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด เพราอาจจะกระทบกับราคาหุ้น ขอให้ที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บริษัทที่จะเข้าไปร่วมด้วยต้องรับเงื่อนไขได้ คือ ปล่อยสินเชื่อไม่เกิน&amp;nbsp;18%&amp;nbsp;ต่อปี อาจจะนำร่องรถมอเตอร์ไซค์ก่อน เพราะมีสัดส่วนกว่า&amp;nbsp;80%&amp;nbsp;ในตลาด ให้สินเชื่อรายละ&amp;nbsp;18,000-20,000&amp;nbsp;บาท โดยบริษัทต้องทำธุรกิจมานาน มีความเชี่ยวชาญการทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถ มีทีมงานพร้อม มีสาขาทั่วประเทศ มีระบบงานที่รองรับการปล่อยสินเชื่อได้ทันที ซึ่งออมสินไม่เกี่ยงว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ หรือขนาดกลาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายอิสระ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ถ้าที่ประชุมเห็นชอบ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนเจรจาธุรกิจกับนอนแบงก์ ในการจดทะเบียนบริษัท โครงสร้างการบริหาร ว่าจะดำเนินการในรูปแบบให้ธนาคารออมสินเข้าไปถือหุ้น&amp;nbsp;49%&amp;nbsp;หรือไม่ ถ้าตกลงไม่ได้ก็อาจจะเป็นรูปแบบการร่วมทุน ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า อาจจะเริ่มให้สินเชื่อได้ ไตรมาส&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81119</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ, นอนแบงก์, ออมสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd4b04b2b17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวปล่อยนอนแบงก์กู้ซอฟต์โลนออมสินนำเงินไปปล่อยช่วยลูกหนี้รายย่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 2563 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราส่วนทุนกับเงินกู้ที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจแก่ผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงินจากเหตุระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ซึ่งอนุมัติให้ผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอน แบงก์) สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) วงเงิน 100,000 ล้านบาท ของธนาคารออมสินได้ และได้นำสินเชื่อนั้นไปช่วยเหลือผู้ประกอบการหรือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกำหนดสาระสำคัญคือ จะต้องไม่นำเงื่อนไขอัตราส่วนทุนกับเงินกู้ที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 43 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาใช้บังคับนอน แบงก์ ที่ได้รับสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ทั้งนี้ เงื่อนไขที่ระบุไว้ ณ ปัจจุบัน ในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดอัตราส่วนทุนกับเงินกู้ที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ฉบับที่2 (พ.ศ.2516) คือ เงินกู้ทั้งสินที่จะใช้ในการประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตต้องไม่เกิน 7 เท่าของเงินทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งเบื้องต้นกฏกระทรวงดังกล่าวจะยกเว้นไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นมาตรการเร่งด่วน โดยจะให้ทางกฤษฎีกาตรวจสอบทันทีและจะมีผลบังคับใช้หลังจากที่ประกาศออกมา ขณะที่ร่างกฎกระทรวงผ่อนปรนเงื่อนไขฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ถึง วันที่ 30 มิ.ย. 2566 และได้ผ่านการเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลนอน แบงก์เรียบร้อยแล้ว โดย ธปท.มีความเห็นว่า การผ่อนปรนดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ขัดกับหลักการของแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 3 ซึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกู้เงินดังกล่าวสถาบันการเงินต่าง ๆ อย่างพวกลิซซิ่ง ที่ต้องการจะเข้าร่วม ต้องมีการทำรายงานการกู้เงินว่าจะทำการกู้ซอฟต์โลนไปเท่าไหร่ และปล่อยเงินให้กับลูกค้าไปเท่าไหร่ รวมทั้งมีเกณฑ์หรือมาตรการผ่อนปรนอย่างไรบ้างให้กับลูกหนี้ที่ดูแลอยู่ เพื่อไม่ให้เป็นการเข้ามาใช้เงินไปเปล่า ๆ แต่ต้องให้เกิดผลอย่างแท้จริง&amp;quot;นางสาวรัชดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ช่วยลูกหนี้รายย่อย, ซอฟต์โลนออมสิน, นอนแบงก์, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16ddcaaebc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
