<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอร์เวย์ผวา คนร้ายใช้ธนูไล่ยิงสังหารเหยื่อตาย5ศพ เจ็บ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุคนร้ายใช้ธนูไล่ยิงเหยื่อในหลายสถานที่ภายในเมืองคองส์เบิร์กทางตะวันออกเฉียงใต้ของนอร์เวย์เมื่อเย็นวันพุธ มีเหยื่อโดนสังหาร 5 คน บาดเจ็บ 2 คน ตำรวจรวบตัวมือธนูไว้ได้เป็นชายชาวเดนมาร์กอายุ 37 ปี ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม กล่าวว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้กินเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมง โดยเกิดขึ้นในหลายสถานที่ของเมืองคองส์เบิร์ก เมืองที่มีประชากรราว 25,000 คนอยู่ห่างจากกรุงออสโลทางตะวันตก 80 กิโลเมตร ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 18.13 น.ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น (23.13 น.วันเดียวกันของไทย) และสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้เมื่อเวลา 18.47 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออยวินด์ อาส ผู้กำกับการตำรวจของเมืองนี้ ยืนยันว่า มีคนเสียชีวิต 5 ราย และมีคนบาดเจ็บถูกส่งเข้าแผนกผู้ป่วยหนัก 2 รายแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต หนึ่งในนี้เป็นตำรวจที่ออกเวรแล้วและเผชิญกับคนร้ายที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง &amp;quot;ชายผู้ก่อเหตุครั้งนี้ถูกตำรวจจับกุมแล้ว และตามข้อมูลที่ได้ มีผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีครั้งนี้คนร้ายใช้คันธนูและลูกธนูก่อเหตุเป็นส่วนใหญ่ แต่ตำรวจกำลังสอบสวนว่าคนร้ายใช้อาวุธชนิดอื่นด้วยหรือไม่ ภาพถ่ายที่ผู้เห็นเหตุการณ์ส่งให้สถานีโทรทัศน์เอ็นอาร์เคเผยภาพของลูกธนูสีดำลูกหนึ่งปักอยู่บนผนังที่เป็นไม้ และยังมีอีกหลายภาพที่ดูเหมือนลูกธนูแบบเดียวกับที่ใช้ในการแข่งขันหลายลูกตกอยู่ที่พื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของตำรวจเมื่อคืนวันพุธกล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจของคนร้ายได้ แต่การสอบสวนยังไม่ตัดความเป็นไปได้ของการก่อการร้าย &amp;quot;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นธรรมดาที่จะต้องประเมินว่าเป็นการก่อการร้ายหรือไม่&amp;quot; อาสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเปิดเผยเมื่อคืนวันพุธเพียงว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมรายนี้เป็นพลเมืองเดนมาร์ก อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองคองส์เบิร์กแห่งนี้ เขาไม่ได้เป็นชาวนอร์เวย์ตามที่มีรายงานข่าวทางโทรทัศน์หรือข่าวลือทางสื่อสังคมออนไลน์ก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานีทีวี2 รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้รับสารภาพแล้ว และว่าเขาเปลี่ยนศาสนามานับถืออิสลาม และมีประวัติปัญหาสุขภาพ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันรายงานข่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เออร์นา โซลเบิร์ก นายกรัฐมนตรีหญิงของนอร์เวย์ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง แถลงเมื่อวันพุธว่า เหตุการณ์นี้น่าตกใจ ตนเข้าใจว่าคนจำนวนมากหวาดกลัว แต่สิ่งสำคัญคือตำรวจควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจนัส กาห์ร สโตเร ซึ่งกำลังจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของนอร์เวย์ในวันพฤหัสบดี ภายหลังชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว กล่าวว่า เขาได้รับรายงานจากรัฐบาลที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติแล้วตำรวนนอร์เวย์จะไม่ติดอาวุธ แต่หลังเหตุการณ์นี้ สำนักงานตำรวจของนอร์เวย์ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศพกพาอาวุธเพื่อป้องกันไว้ก่อน กระนั้นคำแถลงกล่าวว่า ถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงในระดับภัยคุกคามของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฆ่าหมู่ครั้งนี้เป็นการโจมตีครั้งเลวร้ายที่สุดในนอร์เวย์นับแต่ตั้งปี 2554 ที่แอนเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก ชายหัวขวาจัดสุดโต่ง ก่อเหตุวางระเบิดโจมตีอาคารที่ตั้งของสำนักงานนายกรัฐมนตรีในกรุงออสโล แล้วเดินทางไปโจมตีเยาวชนที่เข้าค่ายฤดูร้อนบนเกาะอูโทยา รวมแล้วมีเหยื่อโดนสังหาร 77 คน เป็นการฆ่าหมู่ครั้งเลวร้ายที่สุดของนอร์เวย์นับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ชายที่ประกาศตนเป็นนีโอนาซียิงใส่มัสยิดหลังหนึ่งชานกรุงออสโล แต่ผู้ประกอบพิธีในมัสยิดช่วยกันจับเขาไว้ได้ ไม่มีใครบาดเจ็บร้ายแรง แต่ก่อนหน้านั้นชายคนนี้ฆ่าน้องสาวบุญธรรมของเขาที่ครอบครัวรับอุปการะจากจีน อัยการระบุว่าเป็นเหตุเหยียดเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นหน่วยความมั่นคงสามารถขัดขวางแผนก่อเหตุโจมตีของพวกญิฮาดิสต์ได้อีกหลายครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119731</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการร้าย, นอร์เวย์, มือธนูไล่ยิงคน, เมืองคองส์เบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167e6d7ad642.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟินแลนด์ชาติล่าสุดระงับใช้&#039;โมเดอร์นา&#039;กับคนหนุ่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสาธารณสุขของฟินแลนด์ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่าได้สั่งระงับการใช้วัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา กับกลุ่มชายอายุไม่เกิน 30 ปีแล้ว เนื่องจากกังวลผลข้างเคียงที่อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ถือเป็นประเทศล่าสุดต่อจากสวีเดน, นอร์เวย์และเดนมาร์ก ที่ระงับใช้เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิกา ซัลมิเนน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งฟินแลนด์ กล่าวเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 ว่าฟินแลนด์จะเปลี่ยนไปใช้วัคซีนของไฟเซอร์ กับกลุ่มผู้ชายที่อายุไม่เกิน 30 ปี หรือผู้ชายที่เกิดตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การศึกษาของกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่เกี่ยวข้องกับฟินแลนด์, สวีเดน, นอร์เวย์ และเดนมาร์ก พบว่า ผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 30 ปีที่ได้รับวัคซีนสไปค์แวกซ์ของโมเดอร์นา มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่นที่จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ทางการสวีเดน, นอร์เวย์ และเดนมาร์ก ประกาศระงับใช้วัคซีนโมเดอร์นากับกลุ่มชายวัยหนุ่มและวัยเด็กทุกคน โดยอ้างถึงผลการศึกษาฉบับเดียวกัน ซึ่งยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ แล้วแนะนำให้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ให้คนกลุ่มนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันสุขภาพของฟินแลนด์กล่าวว่า ผลการศึกษาฉบับนี้จะเผยแพร่ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และข้อมูลเบื้องต้นถูกส่งให้แก่องค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) แล้ว เพื่อประเมินเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการด้านความปลดภัยของอีเอ็มเอเคยสรุปไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมว่า ผลข้างเคียงเช่นภาวะหัวใจอักเสบอาจเกิดได้น้อยมากๆ หลังการฉีดวัคซีนสไปค์แวกซ์ หรือวัคซีนโคเมอร์เนตีของไฟเซอร์-ไบออนเทค โดยมักพบในกลุ่มชายหนุ่มหลังฉีดโดสที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีน 2 ชนิดนี้ใช้เทคโนโลยี mRNA แต่หน่วยงานกำกับดูแลทั้งในสหรัฐ, สหภาพยุโรป (อียู) และองค์การอนามัยโลกต่างเน้นย้ำว่า ประโยชน์จากวัคซีนที่ผลิตจากเทคโนโลยีชนิดนี้มีมากกว่าความเสี่ยง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119108</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ, นอร์เวย์, ผลข้างเคียงวัคซีน, ฟินแลนด์, ระงับใช้วัคซีนโมเดอร์นา, วัคซีนโควิด, สวีเดน, เดนมาร์ก, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615f125ac7524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “อัสบีเยิร์น วาร์วิค เรอร์ทเว็ท” ปรับทัพ NSC ฝ่ามรสุมโควิด            </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสําคัญของ NSC ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีการนําเข้าอาหารทะเลนอร์เวย์จํานวนมาก โดยเฉพาะปลาแซลมอน &amp;ldquo;สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์&amp;rdquo; จึงได้วางแผนที่จะส่งเสริมอาหารทะเลนอร์เวย์และสร้างความตระหนักว่านอร์เวย์เป็นประเทศแห่งอาหารทะเลในตลาดไทย เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัสบีเยิร์น วาร์วิค เรอร์ทเว็ท ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เริ่มเล่าว่า ผมเติบโตในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งอยู่เลยเส้นละติจูดที่อยู่เหนือที่สุด แน่นอนว่าการได้อยู่และทํางานในเขตทวีปเขตอากาศอบอุ่นอย่างเอเชีย จึงถือเป็นความฝันของผมมาโดยตลอด เมื่อสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ตัดสินใจย้ายสำนักงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสิงคโปร์มากรุงเทพฯ ผมคิดในใจว่า &amp;quot;งานนี้ต้องเป็นของผมแน่นอน&amp;quot; ซึ่งหลังจากที่เดินทางมาถึงประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2562 เป้าหมายหลักของผมคือการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ให้ดีที่สุดผ่านการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 อุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์มุ่งมั่นที่จะรักษาตําแหน่งผู้นําตลาดในประเทศไทย ผู้บริโภคในประเทศไทยและทั่วโลกนั้นให้ความสนใจกับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของอาหารมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่นอร์เวย์ให้ความสำคัญอยู่เสมอ ตั้งใจผลิตอาหารทะเลที่ปลอดภัย ยั่งยืนและมีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วงเวลานี้ยิ่งต้องเน้นย้ำในจุดนี้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ยังได้นําข้อมูลเชิงลึกจากรายงานแนวโน้มผู้บริโภคอาหารทะเลปี 2564 เพื่อให้ทันกับเทรนด์ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป นำมาปรับมาทำแคมเปญการตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรค้าปลีกและโปรโมตผลิตภัณฑ์มากขึ้นทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าวิกฤติโควิด-19 เป็นสิ่งที่ท้าทายสําหรับทุกคนและส่งผลกระทบต่อผู้คนในทุกภาคส่วน ด้านสภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์เอง ก็ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลําบากและไม่แน่นอนที่สุดในโลกเช่นกัน การล็อกดาวน์ส่งผลให้อุตสาหกรรมฯ สูญเสียรายได้จากร้านอาหารและโรงแรม ภาคการขนส่งของเราจำเป็นต้องมีกระบวนการที่ซับซ้อนมากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นการปรุงอาหารที่บ้านและสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรีมากขึ้น NSC ได้มองหาแนวทางที่จะสนับสนุนวิถีชีวิตแบบนิวนอร์มอลในปัจจุบัน ทำให้อาหารทะเลนอร์เวย์ยิ่งเป็นที่ต้องการมาก รายได้จากการจำหน่ายอาหารทะเลของนอร์เวย์รวมไปถึงแซลมอน ส่วนใหญ่จึงไปกระจุกตัวอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต บริการเดลิเวอรี และการสั่งอาหารกลับบ้าน คงความเป็นผู้นำในตลาดอาหารทะเลไทยไว้ได้ โดยอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรด้านธุรกิจ เพื่อปรับตัวและคิดค้นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทำให้แซลมอนนอร์เวย์ยังเป็นที่ต้องการและเป็นวัตถุดิบยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัสบีเยิร์นกล่าวอีกว่า เทรนด์การซื้ออาหารในช่องทางออนไลน์และแพลตฟอร์มควิกคอมเมิร์ซอย่างเดลิเวอรีมีความนิยมสูงขึ้น จึงปรับมาทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น การบริโภคอาหารทะเลในตลาดไทยมาแรงมาก โดยประเทศไทยติดอันดับ 2 ของโลกในการซื้ออาหารทะเลออนไลน์ ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคตรงนี้สามารถนำไปต่อยอดได้ในแง่ธุรกิจ เพราะถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น แต่วัฒนธรรมการซื้อของทางออนไลน์จะไม่หมดไป ล่าสุด สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ได้จับมือกับพันธมิตร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล และธรรมชาติซีฟู้ด รวมถึงร้านอาหารชั้นนำมากมาย เพื่อโปรโมตอาหารทะเลคุณภาพสูงจากนอร์เวย์ผ่านช่องทางออนไลน์ และแพลตฟอร์มควิกคอมเมิร์ซอย่างแกร็บมาร์ท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนตัวผมแล้วมีคติที่ยึดในการทำงานว่า เราควรลงมือทำ มากกว่าที่จะรอให้สถานการณ์เกิดขึ้นแล้วตอบสนองกับมัน&amp;rdquo; ต้องวิเคราะห์สถานการณ์อย่างสม่ำเสมอและเลือกทางแก้ปัญหา หรือการตอบสนองที่ดีที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จากประสบการณ์ของผม ทัศนคติแบบ &amp;quot;รอและคอยดูไปเรื่อยๆ&amp;rdquo; อาจพาไปสู่จุดหมาย อาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นเดือน หรือแม้กระทั่งเป็นปี ซึ่งอาจจะสายเกินไป ดังนั้น เราควรตัดสินใจเริ่มต้นลงมือทำและทําสิ่งต่างๆ ให้สําเร็จลุล่วงไปเลย ไม่ต้องรอ&amp;rdquo; นายอัสบีเยิร์นกล่าวปิดท้าย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114930</URL_LINK>
                <HASHTAG>นอร์เวย์, สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC), อัสบีเยิร์น วาร์วิค เรอร์ทเว็ท, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b380addc0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นผู้นำต้องโดนหนัก ตำรวจนอร์เวย์ปรับเงินนายกฯละเมิดกฎคุมไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจนอร์เวย์เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ได้ปรับนายกรัฐมนตรีเออร์นา โซลเบิร์ก เป็นเงิน 20,000 โครน โทษฐานทำผิดกฎข้อบังคับเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันโควิด-19 จากการจัดงานเลี้ยงวันเกิดพร้อมกับสมาชิกครอบครัวรวม 13 คนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เออร์นา โซลเบิร์ก นายกรัฐมนตรีหญิงของนอร์เวย์ ระหว่างเยือนอังกฤษเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 (Photo by WIktor Szymanowicz/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีหญิงของนอร์เวย์ซึ่งดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 แล้ว จัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดอายุ 60 ปีของนางที่รีสอร์ตบนภูเขาเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีสมาชิกในครอบครัวร่วมงานเลี้ยง 13 คน ทั้งที่รัฐบาลของนางมีคำสั่งห้ามการรวมตัวเกิน 10 คน ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โซลเบิร์กแถลงขอโทษแล้วเมื่อเดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ตำรวจนอร์เวย์จะไม่ลงโทษปรับผู้ที่ละเมิดกฎข้อบังคับนี้โดยส่วนใหญ่ แต่พวกเขากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นด่านหน้าของผู้ปฏิบัติงานในการออกกฎควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ว่ากฎหมายจะเหมือนกันสำหรับทุกคน และทุกคนไม่ได้เท่าเทียมกันเบื้องหน้าของกฎหมาย&amp;quot; โอเล ซาเอเวรูด ผู้บัญชาการตำรวจ กล่าวระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 9 เมษายน &amp;quot;ดังนั้นจึงเป็นเรื่องถูกต้องที่จะสั่งปรับเพื่อรักษาความไว้วางใจของประชาชนทั่วไปต่อกฎระเบียบว่าด้วยข้อจำกัดทางสังคม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจปรับเงินนายกรัฐมนตรีจำนวน 20,000 โครน หรือประมาณ 73,800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเลี้ยงครั้งนั้น โซลเบิร์กตัดสินใจร่วมกับซินเดร ฟินเนส สามีของนาง ทั้งเรื่องงานเลี้ยงและสถานที่ แต่ตำรวจบอกว่าแม้ฟินเนสจะทำผิดกฎด้วย แต่เขาไม่โดนปรับ ร้านอาหารที่จัดงานเลี้ยงก็ไม่โดนเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98958</URL_LINK>
                <HASHTAG>นอร์เวย์, นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์, นายกฯหญิงนอร์เวย์, ละเมิดกฎเว้นระยะห่างทางสังคม, เออร์นา โซลเบิร์ก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60703fe67648f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอร์เวย์ไม่พบความเชื่อมโยงวัคซีนโควิดต้นเหตุคนชราดับ33ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการนอร์เวย์ยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค กับการเสียชีวิตของคนชรา 33 รายที่ได้รับวัคซีนนี้ในประเทศ แต่แนะนำแพทย์ให้คำนึงถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ที่ร่างกายอ่อนแอก่อนฉีดวัคซีนให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม กล่าวว่า นับแต่นอร์เวย์เริ่มโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อปลายเดือนธันวาคม หน่วยงานด้านสาธารณสุขของนอร์เวย์ได้รับรายงานว่ามีผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนโดสแรก เสียชีวิตแล้ว 33 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คามิลลา สโตลเทนเบิร์ก ผู้อำนวยการสถาบันสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ กล่าวว่า ในกลุ่มผู้เสียชีวิต มี 13 รายที่ผ่านการวิเคราะห์โดยละเอียดแล้วพบว่า คนเหล่านี้เป็นผู้สูงอายุ สุขภาพอ่อนแอและมีอาการป่วยรุนแรงอยู่แล้วทุกคน แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิต อย่างไรก็ดี สำคัญที่ต้องระลึกว่า แต่ละวันมีผู้เสียชีวิตในบ้านพักคนชราทั่วนอร์เวย์ประมาณ 45 คน การเสียชีวิตของคนกลุ่มนี้จึงไม่ได้แสดงถึงอัตราการตายที่มากเกินปกติ หรือเกี่ยวข้องกับการได้รับวัคซีนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากมีรายงานการเสียชีวิตหลายราย ทางการนอร์เวย์ย้ำว่า แพทย์ควรพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอหรือป่วยหนักใกล้ตายควรได้รับวัคซีนหรือไม่ ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับคำแนะนำของบางประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานยาแห่งนอร์เวย์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผลข้างเคียงปกติของวัคซีนชนิด mRNA เช่นมีไข้และคลื่นไส้ อาจทำให้คนไข้ที่ร่างกายอ่อนแอบางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวด้วยว่า มีหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงเพื่อนบ้านของนอร์เวย์ เช่น เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ไอซ์แลนด์ และสวีเดน รายงานว่ามีคนเสียชีวิตภายหลังได้รับวัคซีน แต่ก็ไม่มีความเชื่อมโยงสาเหตุว่าเกิดจากวัคซีนโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไฟเซอร์และไบออนเทคกล่าวว่า พวกเขากำลังทำงานร่วมกับสำนักงานยาแห่งนอร์เวย์เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งสองบริษัทนี้ชี้ด้วยว่า โครงการวัคซีนของนอร์เวย์เริ่มต้นกับผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา ซึ่งเกือบทั้งหมดมีอายุมาก มีโรคประจำตัวและบางป่วยใกล้ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ นอร์เวย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วมากกว่า 48,000 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายหลังฉีดวัคซีน, นอร์เวย์, วัคซีนโควิด-19, ไบออนเทค, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc78f4744bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ยันไทยสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19คนละตัวกับนอร์เวย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มกราคม 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีมีผู้เสียชีวิตภายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศนอร์เวย์ 23 ราย จากการฉีดให้ประชาชนจำนวน 3 หมื่นกว่าราย โดยฉีดของบริษัทไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ซึ่งทั้งสองบริษัทใช้เทคโนโลยีผลิตตัวเดียวกันคือ mRNA เป็นคนละตัวกับที่ไทยสั่งซื้อของบริษัทแอสตราเซเนกา และซิโนแวค ประเทศจีน ที่ใช้กลุ่มวัคซีนเชื้อตาย ดังนั้นจึงอยากให้คนไทยเชื่อมั่นว่าไม่ได้ใช้ตัวเดียวกับนอร์เวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า ในกรณีนอร์เวย์ พบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ 29 รายภายหลังรับวัคซีน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 21 ราย ชาย 8 ราย และจำนวนนี้เสียชีวิต 23 ราย เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ หลังรับไป 1 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลที่ได้จากสื่อรายงานว่ามีการชันสูตรคนที่เสียชีวิตไปแล้ว 13 ราย พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีอายุมากกว่า 80 ปี และอยู่ที่บ้านพักคนชรา สาเหตุของการเสียชีวิตอยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะออกมาเร็ว ๆ นี้เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุแท้จริง เพราะยังไม่ได้สรุปว่าเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนเพราะทั้ง 23 ราย เป็นกลุ่มคนที่มีอาการเยอะอยู่แล้ว และข้อมูลคนที่อยู่ในบ้านพักคนชราแห่งนั้นมีผู้เสียชีวิตทุกวันเป็นปกติ รวมทั้งประเทศมีจำนวนหลักร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของประเทศนอร์เวย์ก็ได้ให้ความเห็นว่าการฉีดวัคซีนยังถือว่ามีความเสี่ยงน้อย ยกเว้นกลุ่มผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปหรือผู้มีโรคประจำตัวมากก็จะเสี่ยงพบอาการไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ปวดบริเวณฉีด หรือบวมร้อน บางคนมีคลื่นไส้ อาเจียน ในกรณีที่เป็นมากมีการเกิดภาวะช็อกภายหลังได้รับ ปกติจะติดตามเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีหลังการฉีด จากนั้นติดตามต่ออีก 30 วันจนกระทั่งมั่นใจได้ว่าไม่มีผลข้างเคียงตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากต่างประเทศก็ถือเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่จะช่วยวางแผนในการเตรียมรับวัคซีนอย่างปลอดภัย และขณะนี้ แพทย์นอร์เวย์ได้แนะนำว่าต้องประเมินความเสี่ยงก่อนการสั่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้มีอายุมากและมีโรคประจำตัวด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90118</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, นอร์เวย์, นำเข้าวัคซีนโควิด, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd71ab117380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฟลุค-นาตาลี’ตามล่า&#039;เด็กโกรธ&#039; ประติมากรรมโด่งดังใน&#039;ออสโล&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช กับ ลี-นาตาลี เจียรวนนท์ พาชมสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ ที่ทั้งสวยและแฝงปรัชญาชีวิต แต่สร้างโดยศิลปินเพียงคนเดียว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ทั้งคู่ยังมีภารกิจตามหา รูปปั้นเด็กโกรธ ที่เคยถูกขโมย! จากนั้นไปพิสูจน์ &amp;ldquo;แซลมอนนอร์เวย์&amp;rdquo; ว่าดีงามขนาดไหน? ต่อด้วยร้าน 1 ดาวมิชลินสตาร์ที่ หนุ่มฟลุค พลัสให้ 3 ดาว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้ามพลาด &amp;ldquo;หนีเที่ยวกัน&amp;rdquo; วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ เวลา 08.30 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง https://www.youtube.com/results?search_query=flukelee &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71635</URL_LINK>
                <HASHTAG>นอร์เวย์, ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช, ลี-นาตาลี เจียรวนนท์, ออสโล, แซลมอนนอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f10057e5460d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
