<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐส่งผลให้เกิดคุณภาพกฎหมายที่ดี เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐถือเป็นภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นอกเหนือจากภารกิจด้านการร่างกฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ความสามารถ คุณธรรม และจริยธรรม ของนักกฎหมายจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การจัดทำร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและเที่ยงธรรม ตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานฯ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายที่มีคุณภาพจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ผู้จัดทำร่างกฎหมายจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดทำกฎหมายต่าง ๆ และเข้าใจในกฎหมายทุกมิติ มีคุณธรรมจริยธรรม และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักกฎหมายที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นี้ สำนักงานฯ ได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมนักกฎหมายภาครัฐให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 2 หลักสูตร ประกอบด้วย 1) หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับชำนาญการขึ้นไป รุ่นที่ 28 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2563 - วันที่ 26 มีนาคม 2564 และ 2) หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับปฏิบัติการ รุ่นที่ 18 วันที่ 23 ธันวาคม 2563 - วันที่ 2 เมษายน 2564 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ จากหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมเป็นวิทยากร ซึ่งรูปแบบการฝึกอบรมจะเป็นการบรรยายในห้องประชุม แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 สำนักงานฯ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนจากการบรรยายในห้องประชุมเป็นการบรรยายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ MS TEAM เพื่อช่วยป้องกันและลดการแพร่ระบาด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฝึกอบรมมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการพัฒนานักกฎหมาย 4 ประการ คือ ประการที่ 1 ด้านกฎหมาย โดยจะต้องพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และการดำเนินการตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ประการที่ 2 พัฒนาทักษะด้านกฎหมายเพื่อให้นักกฎหมายมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของนักกฎหมายในการสนับสนุนให้มีกฎหมายที่ดี ลดปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและการตีความกฎหมายที่ไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์และบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อลดภาระที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ประการที่ 3 ด้านความรู้ โดยพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมนักกฎหมายเพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม รวมถึงพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพ และประการที่ 4 ด้านคุณธรรม จริยธรรม สำนักงานฯ มุ่งเน้นเสริมสร้างให้นักกฎหมายมีการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของนักกฎหมายเพื่อเป็นนักกฎหมายที่ดีของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนานักกฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลให้กฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีที่จะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การส่งเสริมและพัฒนานักกฎหมายให้มีความรู้ทั้งในด้านงานกฎหมายและทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ ตลอดจนการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานทั้งในด้านการร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้กฎหมายถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน อันจะส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107367</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ, นักกฎหมาย, นักกฎหมายที่ดีของประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับชำนาญการขึ้นไป รุ่นที่ 28, หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับปฏิบัติการ รุ่นที่ 18, หลักสูตรฝึกอบรมนักกฎหมายภาครัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2d69c0fb1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039; ถาม &#039;วิษณุ&#039; เป็นนักกฎหมายหรือช่างทาสี หมดความน่าเชื่อถือนานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 -&amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า การให้ความเห็นทางกฎหมายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หลายครั้งทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาลและหลักการทางกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นรัฐธรรมนูญที่นายวิษณุให้ความเห็นขัดแย้งกับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่พวกของท่านร่างกันขึ้นมา แต่เวลาจะแก้ไขท่านก็ดูถูกเหยียดหยามคนที่ร่างกันขึ้นมา นายวิษณุต้องทำตัวให้สมกับเป็นผู้ใหญ่ในวงการกฎหมาย ให้คนเชื่อถือแต่นายวิษณุทำลายตัวเองทำลายความน่าเชื่อถือลดลงไปมาก วงการกฎหมายมองว่าการให้ความเห็นที่ผ่านมาของนายวิษณุไม่มีความน่าเชื่อถือมานานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่าน่าเสียดายวิชาความรู้ความสามารถของนายวิษณุ ที่ต้องมาหมดความน่าเชื่อถือในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะท่านให้ความคิดเห็นทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ผู้มีอำนาจมากกว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน นักกฎหมายอย่างนายวิษณุไม่ควรสอนลูกศิษย์อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวอีกว่า กรณีที่รัฐสภามีการพิจาณาการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอนั้น นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่าคณะรัฐมนตรีไม่ส่งคนระดับนายมีชัย ฤชุพันธ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมในคณะกรรมาธิการด้วย แต่จะมีการส่ง 18 มงกุฎมาร่วมในคณะกรรมาธิการนั้น แสดงว่าคนที่รัฐบาลส่งมาเป็นคนไม่ดีอย่างนั้นหรือ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศแต่เมื่อใช้แล้วพบว่ามีปัญหา รวมทั้งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าคนที่เข้ามาร่วมเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถไม่อยากให้ไปดูถูกเหยียดหยามเช่นนั้น ท่านต้องทบทวนในการให้ความเห็นทางกฎหมาย บทบาทของนายวิษณุที่ผ่านมาสังคมสงสัยว่า สรุป นายวิษณุเป็นนักกฎหมายหรือช่างทาสี นายวิษณุทำงานผิดอาชีพหรือเปล่า&amp;rdquo; นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52312</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักกฎหมาย, วิปฝ่ายค้าน, วิษณุ เครืองาม, ส.ส.พรรคเพื่อไทย, สมคิด เชื้อคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1ab412c23f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; สวนเดือดฝ่ายค้านป้ายสี &#039;ทนายหน้าหอ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวล า22.30 น. ที่อาคารทีโอที แจ้งวัฒนะ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ลุกชี้แจงหลังถูกนายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวหาเป็นทนายหน้าหอ&amp;nbsp;ว่า ตนเป็นรองนายกฯดูแลเรื่องกฏหมาย จะแน่นิ่งซื่อบื้อ เขาถามอะไร จะไม่ตอบก็คงไม่ได้ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยวิ่งแจ้นไปหาผู้สื่อข่าว แต่เมื่อก้าวขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เขาก็มาขอความรู้ ส่วนใหญ่เป็นประเด็นเรื่องกฏหมาย ที่ผ่านมาความเห็นตนก็มีทั้งถูกทั้งผิด ดังนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวมาถาม คุณสมบัตินายกฯ และคุณสมบัติรัฐมนตรี แน่นอนจะถูกใจใครหรือไม่ถูกใจใครก็ว่ากันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น กรณีที่คสช.แต่งตั้งส.ว.สามารถตรวจสอบได้หรือไม่ มาถามตนก็บอกว่า คสช.ไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน สภาจึงตรวจสอบไม่ได้ องค์กรอื่นจะตรวจสอบได้หรือไม่ ตนก็ไม่แน่ใจ แต่ต่อมามีคนยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า ศาลก็ไม่รับ ซึ่งตรงกับที่ตนให้ความเห็น ทำให้ภายหลังต้องระวังคำพูด เพราะบังเอิญสิ่งที่วินิจฉัยตรงกับความเห็นของตน ก็มาหาว่า สบคบคิดกัน ยืนยันว่า เรื่องที่ตนให้ความเห็นไม่เคยออกไปนอกทำเนียบ เพราะตนให้ความรู้ผู้สื่อข่าวในฐานะกัลยาณมิตรกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นรองนายก ฝ่ายกฏหมายมีหน้าที่ต่อตัวเอง มีหน้าที่ต่อรัฐบาล และหน้าที่ต่อประชาชน ซึ่งผมทำหน้าที่แบบนี้ และทำนองนี้มา 8 นายกฯ 12 รัฐบาล และถ้ากระล่อน เลวทราม ต่ำช้า กลับกลอก คงไม่มีใครตั้งให้ผมเป็นต่อเนื่องมานานขนาดนี้&amp;ldquo; นายวิษณุ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42061</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายหน้าหอ, นักกฎหมาย, วิษณุ เครืองาม, เนติกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190727/image_big_5d3b9e8fda450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อถึงใคร!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ออกแถลงการณ์ด่วน ต้านนักกฎหมายไร้หลักการร่วมครม.ประยุทธ์2/1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.62 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แถลงการณ์ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่อง &amp;ldquo;คัดค้านการนำนักกฎหมายไร้หลักการเข้าร่วม ครม.ประยุทธ์&amp;rdquo; โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสารมวลชนเป็นการทั่วไปว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งประยุทธ์-1 จะมีการดึงนักกฎหมายไร้หลักการคนเดิมมาร่วมเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ติดตามพฤติการณ์ของบุคคลดังกล่าวมาโดยตลอด แล้วเห็นว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดึงบุคคลดังกล่าวมาร่วม ครม.อีกครั้ง จะทำให้ภาพลักษณ์และความสง่างามของคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนหมดสิ้นลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บุคคลที่จะเข้ามาร่วมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ควรเป็นตัวแทนของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย ไม่ใช่เป็นอีแอบคอยเชลียร์ หรือแก้ต่างให้กับรัฐบาล โดยไม่ยืนอยู่บนหลักกฎหมายของบ้านเมือง แต่มุ่งแต่จะอธิบายหลักกฎหมายให้ผิดเพี้ยนเพื่อหวังเอาใจผู้มีอำนาจเท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจของบรรดานักกฎหมายที่ยึดมั่นในหลักการและผดุงความเป็นธรรมทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่บุคคลดังกล่าวมาดำรงตำแหน่งเสนาบดีได้นั้นไม่เคยเลยสักครั้งที่จะผ่านกระบวนการการเลือกตั้งตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่กลับได้ดิบได้ดีเพราะอาศัยเป็นนักกฎหมายที่คอยหาช่องว่างทางกฎหมาย เพื่ออธิบายหรือแก้ไขให้เป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจแต่ละยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นช่วงประชาธิปไตยเต็มใบ ครึ่งใบ หรือเผด็จการ โดยไม่คำนึงว่าจะถูกก่นด่าจากสังคมอย่างไร หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันถ้านายกรัฐมนตรียอมรับว่าเป็นยุคของการปฏิรูปการเมืองจริง ตามปณิธาน ก็ไม่ควรนำบุคคลประเภทดังกล่าวมาร่วม ครม. อันจะเป็นตัวถ่วงทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลติดลบได้เร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังมีนักกฎหมายที่เก่ง ฉลาด และมีประสบการณ์ทางการบ้านการเมืองที่มีคุณธรรมสูงอีกมากมายให้นายกรัฐมนตรีได้จิ้มเลือกในกลุ่ม สส. 254 คนที่มีอยู่ในฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงไม่ควรเลือกนักกฎหมายที่ไร้หลักการและไม่ผ่านการเลือกตั้งมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายยกฎหมายให้ประชาชนเขาด่าทั้งประเทศอีกต่อไป.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38624</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักกฎหมาย, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190615/image_big_5d04766821363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.คือกบฏแผ่นดิน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คสช.จะเป็นกบฏ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในหมู่คนที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหว กำลังลุ้นว่า วันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ ศาลฎีกาจะชี้คดี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นกบฏหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คสช.นำโดย ลุงตู่ ลุงป้อม จะติดคุกตอนแก่หรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปกันใหญ่!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟังความกันมาอย่างไรไม่ทราบได้ ผิดเพี้ยนไปเสียหมด บางคนเป็นถึงดอกเตอร์ เป็นนักเขียน นักกฎหมาย นักการเมือง นักฯลฯ อ่านหนังสือไม่แตก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไปประโคมในโลกออนไลน์มานานนับเดือนว่า.... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ บรรดาแกนนำ คสช.ไม่ติดคุก ไม่ถูกพิพากษาว่าเป็นกบฏ เท่ากับความยุติธรรมสองมาตรฐานบังเกิดขึ้นมาอีกครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงขั้นด่าศาลฎีกาล่วงหน้าก็มีให้เห็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงสัยใช่มั้ยครับว่ามันคดีอะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีนี้เปิดฉากตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ &amp;quot;พ่อน้องเฌอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;น้องเฌอ&amp;quot; คือใคร?....คือ สมาพันธ์ ศรีเทพ เด็กหนุ่มวัย ๑๗ เสียชีวิตในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมทางการเมืองที่ราชประสงค์ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ จากกระสุนปริศนา!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พ่อน้องเฌอ&amp;quot; กับพวก ๑๕&amp;nbsp; คน ยื่นฟ้องต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก เอาผิดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพวกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. อีก ๔ คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย,&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ จากกรณีเข้ายึดอำนาจทำรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม&amp;nbsp; ๒๕๕๗ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์ว่า....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;...ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๔ พ.ค.๒๕๕๗ จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายและล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๕ ให้สิ้นสุดลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อันเป็นความผิดฐานกบฏ และพวกจำเลยยังได้ออกคำสั่งในนาม คสช.หลายฉบับ อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้ง ๑๕ คนได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp; ๘๓, ๙๑, ๑๑๓ และ ๑๑๔...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ในคำพิพากษาระบุเอาไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้การยึดอำนาจไม่เป็นประชาธิปไตย แต่มาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนั้นใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี ๒๕๕๗ บัญญัติยกเว้นความผิดไว้แก่ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรา ๔๘ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ๒๕๕๗ กำหนดไว้ว่าอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;...บรรดาการกระทําทั้งหลายซึ่งได้กระทําเนื่องในการยึดและควบคุมอํานาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ของหัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติรวมทั้งการกระทําของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้า หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือของผู้ซึ่งได้รับคําสั่งจากผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันได้กระทําไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทําดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเป็นการกระทําเพื่อให้มีผลบังคับในทางรัฐธรรมนูญ ในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทําอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทําในฐานะตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ให้กระทํา และไม่ว่ากระทําในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ กลุ่มพลเมืองโต้กลับได้ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยายฟ้องว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ทั้งสิบห้าไว้พิจารณา และมีคำพิพากษาต่อไป เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เนื่องจากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๒ เมื่อโจทก์ทั้งสิบห้ายื่นฟ้องคดีแล้ว ศาลชั้นต้นต้องทำการไต่สวนมูลฟ้อง แล้ววินิจฉัยไปตามรูปคดี ไม่ใช่ปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นต้นทางแห่งกระบวนการยุติธรรมและไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ได้ใช้สิทธิทางศาลที่จะพิสูจน์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมาย การที่ศาลชั้นต้นนำเอาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ถูกสถาปนาขึ้นโดยอาชญากร ซึ่งก่ออาชญากรรมต่อรัฐและประชาชนมายกเว้นการรับผิดให้กับจำเลยทั้ง ๕ คน โดยไม่มีการไต่สวนพิจารณาคดี จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจในการไต่สวน เหตุมาตรา ๔๘ ถูกประกาศใช้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ระบุการกระทำใดๆ ของ คสช.ย่อมถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙ กลุ่มพลเมืองโต้กลับยื่นฎีกา มีสาระสำคัญ อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ....มาตรา ๔๗ และ ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มีสภาพเป็นกฎเกณฑ์ที่ขัดต่อเสียงแห่งมโนธรรมและหลักการพื้นฐานแห่งความยุติธรรมของมนุษยชาติอย่างชัดแจ้ง อันมีผลทางให้บทบัญญัติดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นกฎหมายแต่อย่างใด และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะต้องอยู่ภายใต้หลักการพื้นฐานทั่วไปของระบบกฎหมายที่ว่า &amp;quot;บุคคลหาอาจถือเอาประโยชน์จากความฉ้อฉลที่ตนได้ก่อขึ้น หาอาจเรียกร้องใดบนความอยุติธรรมของตน หาได้รับยกเว้นความรับผิดจากอาชญากรรมของตัวเองได้&amp;quot; การกระทำของจำเลยทั้งห้า จึงไม่อาจจะพ้นจากความรับผิดตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กำหนดไว้ได้....&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ....กลุ่มพลเมืองโต้กลับโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามข้อความที่ว่า &amp;quot;วัตถุประสงค์ของการไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ ก็เพื่อให้ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์ในเบื้องต้นว่า โจทก์มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยในชั้นพิจารณาหรือไม่ แต่อย่างไรก็ดีในชั้นตรวจรับฟ้องนั้น หากศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด คดีขาดอายุความ มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษ ศาลก็ชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยมูลคดีก่อนประทับฟ้อง&amp;quot;....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...โจทก์ทั้งสิบห้าขอเรียนต่อศาลว่า การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการร่วมกันใช้กำลังบังคับให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศอันมิใช่วิถีทางตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กำหนดไว้ อันถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๓ และมาตรา&amp;nbsp; ๑๑๔...การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เพิกเฉยต่อการย่ำยีระบบกฎหมายของจำเลยทั้งห้ากับพวก ย่อมเป็นการรองรับและนับเอากระบวนการรัฐประหารอันผิดต่อกฎหมายให้กลายเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่คณะรัฐประหารกำลังทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ประหนึ่งดั่งไฟที่กำลังลามทุ่งจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนและขัดแย้งทุกย่อมหญ้า คงมีเพียงอำนาจของศาลฎีกาเท่านั้นในฐานะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน ที่จะช่วยผดุงความยุติธรรมตรวจสอบการใช้อำนาจ ถ่วงดุล และคานอำนาจของคณะรัฐประหารได้ ทั้งนี้หากกลไกในกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปด้วยความยุติธรรม นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ สังคมย่อมตระหนักว่ากระบวนการยุติธรรมและสถาบันตุลาการยังคงเป็นเสาหลักอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายได้อย่างแท้จริงโดยปราศจากอคติ อีกทั้งยังป้องกันมิให้ผู้ใดเอาเยี่ยงอย่างในการก่อรัฐประหารยึดอำนาจของประชาชนและดำรงตนอยู่เหนือกฎหมาย และเหนืออำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยดั่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;quot;...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๒ มิถุนายนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มีประเด็นไปไกลกว่าที่คิด อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น นักคิด นักเขียน นักเคลื่อนไหว และนักการเมือง อารมณ์ค้างทั้งหลาย ชักจูงมวลชนไปไกล ว่า ๒๒ มิถุนายนนี้ ชี้ชะตา คสช.ติดคุกหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งที่ความจริงแล้วคำพิพากษาในวันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ ไม่ว่าจะออกมาอย่างไร กระบวนการฟ้องร้องในข้อหากบฏนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะนับแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ สิ่งที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับนำขึ้นศาล เป็นเพียงกระบวนการต่อสู้เพื่อร้องขอให้ศาลรับคดีไว้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็สู้เรื่อยมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และกำลังจะฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากศาลฎีกาพิพากษายืน คดีนี้ก็ปิดฉาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการปิดฉากในศาล แต่นอกศาลน่าจะไม่จบ ไม่จบอย่างไรเดี๋ยวมาว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากศาลชี้ว่าให้ศาลชั้นต้นพิจารณา นั่นจะนำไปสู่กระบวนการไต่สวนในคดีกบฏ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; และบรรดา คสช.ทั้งหลายจะติดคุกหรือไม่ ก็จะได้รู้ตามกระบวนการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บอกว่านอกศาลไม่จบเพราะจะมีการนำคำพิพากษาของศาลชั้นต้นบางส่วนไปใช้ประโยชน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การยึดอำนาจไม่เป็นประชาธิปไตย&amp;quot; ประโยคนี้จะถูกนำไปขยายความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร การรัฐประหาร คือการยึดอำนาจไม่ว่ายึดจากรัฐบาลประชาธิปไตย หรือยึดจากรัฐบาลเผด็จการ ล้วนเรียกว่ารัฐประหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้วิธีที่เรียกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งสิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อประเทศมีกฎหมายสูงสุดคือ รัฐธรรมนูญ การที่ศาลจะวินิจฉัยคดีโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ไม่สามารถอธิบายด้วยหลักกฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบายได้เพียงหลักกู &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักที่กูอยากให้เป็นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริงประเด็นนี้มีการพูดถึงแทบทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหาร หรือทุกครั้งที่มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เคยมีเสียงเรียกร้องให้บัญญัติไว้ว่า การทำรัฐประหารเป็นกบฏแผ่นดินมีโทษหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่...มีคำถามว่า เมื่อทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ที่บัญญัติเอาไว้ก็ไม่มีความหมายแต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งทุกครั้งที่มีการทำรัฐประหาร ก็มีการเขียนนิรโทษกรรมเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับถัดไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคำถามว่า หากจะต่อต้านรัฐประหารกันจริงๆ ควรทำอย่างไรที่จะไม่เปิดช่องให้ทหารยึดอำนาจ ที่สำคัญทำอย่างไรไม่ให้การยึดอำนาจนั้นได้รับการยอมรับจากประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องย้อนกลับไปที่ประชาชนเป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันที่มวลชนออกมาประท้วงเรียกร้องให้อำนาจกลับไปอยู่ในมือทักษิณ วันนั้นประชาชนคิดอย่างไร เหตุใดไปจบที่การเผาบ้านเผาเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยคิดหรือไม่ว่าถ้าประชาชนไม่สนับสนุนการเมืองขี้โกงอย่างระบอบทักษิณ ก็ยากที่จะเกิดการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยคิดหรือไม่ว่าถ้ารัฐบาลเป็นของประชาชน ทำเพื่อประชาชนจริงๆ การรัฐประหารไม่มีทางได้รับการยอมรับจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นอธิบายได้ว่าทำไมรัฐประหารปี ๒๕๓๔ ถึงนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เหตุการณ์ที่ประชาชนทุกฝ่ายลุกขึ้นมาสู้กับเผด็จการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มที่บอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เคยหันกลับมาวิเคราะห์หรือไม่ว่า ทำไมรัฐประหารคสช.ถึงได้รับการยอมรับมากกว่า ทั้งๆ ที่ทำลายหลักประชาธิปไตยเหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าเอาแต่เพ้อเจ้อว่าไม่มีใครเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยมากไปกว่าตัวเอง สถาปนาตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่บูชาคนโกง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝากเป็นข้อคิด ถ้าประชาชนไม่ยอมรับรัฐบาลคอร์รัปชันมากพอๆ กับชิงชังรัฐบาลรัฐประหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาธิปไตยไทยเดินไปไกลโขแล้ว.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11551</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ทักษิณ, นักกฎหมาย, นักการเมือง, นักคิด, นักเขียน, นักเคลื่อนไหว, ประชาธิปไตย, ผักกาดหอม, พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว, พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง, พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย, พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, รัฐธรรมนูญ, ศาลฎีกา, สมาพันธ์ ศรีเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
