<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยผู้ติดเชื้อใหม่ 3 รายในสถานที่กักตัวของรัฐ แจงทูตถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพักคอนโดฯผลตรวจเป็นลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ สำหรับกรณีข่าวนักการทูตสัญชาติเอสโตเนียเข้าพักในคอนโดมิเนียม แต่ทางคอนโดฯไม่ให้เข้า ในที่สุดนักการทูตได้ไปพักในโรงแรมที่เศบคป็นสถานที่กักตัวของรัฐ ยืนยันกรณีนักการทูตดังกล่าวผลตรวจเชื้อเป็นลบถึงได้ออกจากสนามบิน ทั้งนี้จากที่ประชุมของศบค.ได้มีมติให้นักการทูตที่จะเข้าไทยอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนกรณีจ.ระยอง เราตีวงแคบไว้ที่โรงแรมดีวารี ชั้น7-8 เท่านั้น มีเพียง12คนที่สัมผัสเสี่ยงสูงและผลเป็นลบ แต่ต้องกักตัวให้ครบ14วัน และที่ตรวจเพิ่มอีกเป็นพันรายเพราะเรามีรถตรวจเชื้อมาบริการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นักการทูต, ศบค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11310e292a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตนริศโรจน์&#039; เปิดข้อมูลละเอียดอ่อนที่คนไทยยังไม่รู้ กรณีนักการทูตต้องกักตัวตามระเบียบรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj&amp;nbsp;มีเนื้อหาดังนี้ กฎหมายระหว่างประเทศ มีความละเอียดอ่อนที่คนไทยยังไม่ทราบ กรณีที่เกิดขึ้น นักการทูตต้องกักตัวเองตามระเบียบของรัฐผู้รับ (ในที่นี้คือไทย) ภายใต้สถานการณ์โควิด ก็ถูกต้องแล้ว นักการทูตต้องทำตามระเบียบของรัฐผู้รับด้วย คราวนี้ว่าถึงสถานที่กักตัว ในทางการทูต สถานทูตและที่พักของคณะทูตทุกคนอยู่ภายใต้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่รัฐผู้รับต้องดูแลให้การคุ้มกันและอารักขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการ State Quarantine&amp;nbsp;พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ หรือ SQ เรามีข้อตกลงแต่แรกหรือเปล่าว่า นักการทูตต่างชาติต้องเข้าไป SQ ในสถานที่ๆรัฐผู้รับจัดให้? ถ้าเราไม่ได้เขียนระบุชัดแจ้ง เขาก็เลี่ยงได้ว่า เขาขอ SQ ในที่พักของเขา กรณีเด็กซูดาน ถ้าเขาถือว่าเขา SQ ในที่พักของเขาที่เป็นคอนโด เพราะเราไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน เขาก็ไม่ผิด แต่ที่เราเดือดร้อนเพราะเด็กซูดานดันติดเชื้อ ซึ่งก็เปรียบเหมือนคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศอยู่ใน SQ แล้วติดเชื้อ แต่ต่างกันที่คนไทยติดเชื้อใน SQ ที่ไทยกำหนด ส่วนซูดานติดเชื้อใน SQ ที่เป็นที่พักของเขาซึ่งได้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ล่าสุดข่าวว่า ศบค.ออกกฏเข้มว่านักการทูตต้องกักตัวก็ขอให้ระบุไปเลยว่าต้องเป็น SQ ที่ไทยเรากำหนด เอาให้ชัดๆไปเลย สำหรับเรื่องเที่ยวบินพิเศษนั้นทุกประเทศเขาเปิดช่องไว้หมดครับ เผื่อกรณีฉุกเฉิน และต้องร้องขอ diplomatic clearance เป็นกรณีๆไป เครื่องบินพิเศษที่ส่วนใหญ่เป็นเครื่องทหาร หรือเครื่องเช่าจากสายการบิน จะบินตามเส้นทางบินปกติของเครื่องบินพาณิชย์ไม่ได้ เพราะบางประเทศเขาห้ามเครื่องบินทหารบินผ่าน ดังนั้น เครื่องบินทหารบางครั้งต้องบินอ้อม ซึ่งต้องลงจอดเป็นระยะๆเพื่อเติมน้ำมัน เราจะไปจำกัดสิทธิ์หรือตัดสิทธิ์เครื่องบินเที่ยวบินพิเศษคนอื่นก็เท่ากับเราตัดสิทธิ์ของเราเองด้วย ถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน เราก็ซวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมมุติเราต้องส่งเที่ยวบินพิเศษไปรับคนไทยที่ซูดาน (ซึ่งตอนนี้มีคนไทยไปทำงานที่ซูดาน เช่น ทหารไทยที่ไปปฏิบัติภารกิจภายใต้ UN เป็นต้น) และเครื่องอาจต้องแวะจอดที่อียิปต์ ถ้าเราไปตัดสิทธิ์เขา เขาก็ตัดสิทธิ์เราห้ามบินผ่านหรือห้ามจอดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ที่ผมออกมาเตือนคือ เราคนไทยด่ากันผิดประเด็น ไปด่า ผบ.ทบ. ด่าหมอทวีศิลป์ ด่า ศบค. กล่าวหาว่ารัฐให้สิทธิพิเศษปล่อยพวกนี้ออกมาเพ่นพ่าน เลือกปฏิบัติให้สิทธิพิเศษ Super VIP ซึ่งมันไม่ใช่ !!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เขามีกฏออกมาแล้วต้อง SQ แต่อาจมีช่องโหว่ที่นึกไม่ถึง ก็ปิดช่องโหว่นั้นซะ ออกระเบียบให้ชัด ระบุไปเลยว่าต้องอยู่ในที่ๆเราจัดให้เท่านั้น ส่วนเที่ยวบินพิเศษถ้าขอบินผ่าน แวะเติมน้ำมัน เราก็อาจออกกฏให้เขา seal ตัวเองอยู่บนเครื่อง หรือภายใต้สถานที่จำกัดที่เรากำหนด เมื่อเข้ามาแล้วต้องรีบออกไป ห้ามเข้าเมือง อะไรแบบนี้เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมออกมาให้สติเตือนก็ถูกต่อว่า หาว่าปกป้องคนทำผิด !? ใครทำผิดครับ !? เราทำถูกต้องมาตลอด ทุกอย่างเป็นไปตามสากลกฏเกณฑ์ทุกอย่าง แต่พอเกิดเหตุแทนที่จะมีสติกลับด่ากราด บางคนแรงถึงขนาดให้ขับไล่ออกนอกประเทศ ห้ามเที่ยวบินพิเศษเข้ามา ไปกันใหญ่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าคงจะพอเข้าใจกันบ้างนะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71456</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ทหารอียิปต์, ทูตนริศโรจน์, นักการทูต, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca3ded6bbda7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 22:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนมึน สหรัฐอ้างเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐในกวางโจวโดน &#039;เสียง&#039; โจมตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ยืนยันว่าจีนไม่พบเบาะแสที่สามารถชี้ขาดได้ว่าอะไรทำให้ลูกจ้างของรัฐบาลสหรัฐประจำสถานกงสุลในจีนได้รับบาดเจ็บทางสมองภายหลังได้ยินเสียงผิดปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐแถลงเมื่อวันพุธว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐในเมืองกวางโจวนั้น คล้ายคลึงกับอาการบาดเจ็บที่ยังไม่สามารถอธิบายได้ที่เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐและแคนาดาโดนกันที่คิวบาเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ว่า หลู่กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่า จีนได้สอบสวนอย่างระมัดระวังอย่างมาก และได้ส่งมอบผลการสอบสวนเบื้องต้นต่อสหรัฐแล้ว จีนไม่พบเหตุผลหรือเบาะแสที่ทำให้เกิดสถานการณ์ตามที่สหรัฐอ้าง จีนปฏิบัติตามอนุสัญญาเวียนนาที่่ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตและกงสุลโดยตลอด เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐและเจ้าหน้าที่ของประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐประจำปักกิ่งออกคำเตือนด้านสุขภาพเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยอ้างกรณีที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บทางสมอง แม้จะกล่าวว่าสหรัฐยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรหรือมีสถานการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นที่นี่อีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนกล่าวว่า ลูกจ้างของสหรัฐรายงานว่ารู้สึกได้ถึงเสียงและแรงดันที่แหลมและเบาบางอย่างผิดปรกติ พลเมืองสหรัฐที่คำแถลงไม่เปิดเผยตัวตนรายนี้ได้รับผลกระทบต่อร่างกายหลากหลายอาการ ตั้งแต่ปลายปี 2560 ถึงเดือนเมษายนปีนี้ บุคคลนี้ถูกส่งตัวกลับสหรัฐเพื่อประเมินอาการเพิ่มเติม และเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม สถานทูตจึงได้ทราบว่าเขาได้รับบาดเจ็บทางสมองเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวระหว่างเยือนกรุงวอชิงตันเมื่อวันพุธว่า จีนไม่พบว่ามีองค์กรใด หรือบุคคลใด ดำเนินการแบบนั้น พร้อมกับเตือนเรื่องการทำให้เหตุการณ์กลายเป็นเรื่องการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สิ่งบ่งชี้ทางการแพทย์มีความคล้ายคลึงอย่างมากและสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดในคิวบา และสหรัฐกำลังค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งที่คิวบาและที่จีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่้แล้ว นักการทูตสหรัฐและครอบครัวของพวกเขาในคิวบา 24 คน ตกเป็นเหยื่อของ &amp;quot;การโจมตี&amp;quot; ลึกลับที่ทำให้พวกเขามีอาการบาดเจ็บทางสมอง นักการทูตแคนาดาและครอบครัวรวม 10 คนในคิวบาก็มีอาการแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐเคยสงสัยในตอนแรกว่าคนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วย &amp;quot;อาวุธเสียง&amp;quot; แต่จนถึงขณะนี้พวกเขายังไม่หลักฐานมาสนับสนุนทฤษฎีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเกิดปัญหาที่ยังไม่ได้คำตอบ ทั้งสองประเทศได้ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทางการทูตของตนในคิวบาลง เหตุการณ์นี้ยังกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐกับคิวบาด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9943</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, นักการทูต, สหรัฐ, เสียงโจมตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06c8e3ea131.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
