<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กานต์ วิภากร&#039;ไล่นักการเมืองให้ไปพัฒนาชุมชน ดีกว่ามาหาเรื่องคนบันเทิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ สำหรับ กานต์ วิภากร ภรรยาของร็อคเกอร์ชื่อดัง เสก โลโซ เพราะทุกครั้งที่ออกมาแสดงความคิดเห็นประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม เจ้าตัวก็จัดหนักจัดเต็มเสมอ ล่าสุดได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เกี่ยวกับกรณีที่มีนักการเมืองรายหนึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์คนบันเทิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เห็นผ่านตาแต่ไม่เคยสนใจและไม่รู้จัก แต่... สส. ห่าไรถึงมาวุ่นวายกับวงการบันเทิง ปากดีกร่างใส่คนบันเทิงเลอะเทอะ ไร้สาระ กดดันมาก? กับความใฝ่ฝันที่อยากเจิดจรัสในวงการบันเทิงไม่ประสบผลสำเร็จ เลยจับทางเลอะเทอะแม่งซะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มึงทำประโยชน์ให้กับสังคมในฐานะนักการเมืองบ้างนะ นี่ประโยชน์ก็ไม่ทำ กัดชาวบันเทิงเค้าไปทั่ว บันเทิงสมใจสนุกใหญ่ พอๆ เอาเวลาไปพัฒนาชุมชนบ้างนะ ***แค่นี้แหละ ไม่ได้ตามข่าว พูดไปตามความรู้สึก หน้าฟีดมีแต่มึง กูรำคาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม wiphakorn15&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111948</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ วิภากร, นักการเมือง, เสก โลโซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107a32255e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านคอร์รัปชั่น ตั้งคำถาม&#039;นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า&#039;ใครโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64- &amp;nbsp; ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol เรื่องใครโกง..?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครโกงกินสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองมากกว่ากันระหว่าง &amp;lsquo;นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า&amp;rsquo; ยังไม่มีใครบอกได้ เพราะบางครั้งพวกเขารวมหัวโกงบางครั้งก็แยกกันกิน การรู้เท่าทันคนโกงอย่างแยกแยะไม่เหมารวม จึงเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้คอร์รัปชันที่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐควรเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;คอร์รัปชันในภาครัฐ&amp;rsquo;[1] (Corruption in Public Sector) หมายถึงการโกงกินทุกประเภทในหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;ทั้งกระทรวง รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ โดยคนที่มีอำนาจรัฐและกินเงินเดือนหลวงที่เรียกชื่อต่างกัน เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการ นักการเมือง อาจารย์ ทหาร ตำรวจ พนักงาน หากเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิ์สัมปทาน ก็จะมีพ่อค้ามาสมรู้ร่วมคิดเป็นเครือข่ายที่เรียกว่า &amp;lsquo;สามประสานผลาญชาติ&amp;rsquo;[2] &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ไม่ใช่ทุกครั้งที่คนทั้งสามกลุ่มร่วมมือกัน แต่เกือบทั้งหมดต้องมีข้าราชการเป็นตัวกลาง รูปแบบของคอร์รัปชันจึงแบ่งตาม &amp;ldquo;กลุ่มคน&amp;rdquo; ที่เป็นตัวแสดงหลัก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คอร์รัปชันโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคอร์รัปชันในระบบราชการ &amp;nbsp;(Bureaucratic Corruption) [3]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีมากและกระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนมากที่สุด เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานโดยไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง เช่น เรียกรับสินบนจากประชาชน รีดไถ ยักยอกเอาของหลวงไปใช้ ปลอมแปลงเอกสาร ร่วมมือกับพ่อค้าในการจัดซื้อจัดจ้าง เกิดขึ้นทุกระดับตั้งแต่กระทรวง กรม จังหวัด จนถึงหน่วยงานเล็กสุด เช่น กรณีโกงเงินคนพิการของพัฒนาสังคมจังหวัดทั่วประเทศ การสร้างถนน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อแม้ว่า ความผิดเหล่านี้แม้ทำกันมานาน ทำจนเป็นธรรมเนียม แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ก้อนใหญ่อาจต้องส่งส่วยหรือได้รับการยินยอมจากนักการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คอร์รัปชันโดยนักการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นคอร์รัปชันที่บงการโดยนักการเมืองที่มีอำนาจกว้างมาก บวกด้วยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จึงสร้างความเสียหายรุนแรง โดยทั่วไปพบว่ามีนักธุรกิจเข้ามาร่วมวางแผนด้วยเสมอ เว้นแต่เป็นคอร์รัปชันทางการเมือง[4] &amp;nbsp;หรือการใช้อิทธิพลไปข่มขู่ &amp;ndash; รีดไถ &amp;ndash; ตบทรัพย์ผู้อื่น ที่นักการเมืองทำได้ด้วยตนเอง ในที่นี้จะแยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก. นักการเมืองระดับชาติ.. ในรัฐบาลและรัฐสภา ตัวอย่างเช่น กรณีสนามฟุตซอล รถไฟฟ้าสนามบินสุวรรณภูมิ หากเป็นคนในรัฐบาลจะใช้อำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ การลงทุน การกำกับหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ แต่งตั้งโยกย้าย ผ่านมติ ครม. และตำแหน่งรัฐมนตรี หากเป็น ส.ส. หรือข้าราชการการเมือง อาจใช้บทบาทการเป็น ส.ส. หรือกรรมาธิการก็ได้ พบเห็นทั้งลงมือด้วยตัวเองและผ่านเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข. นักการเมืองในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.. คนกลุ่มนี้มีอำนาจบริหารและใช้งบประมาณของท้องถิ่นเต็มที่แม้จะอยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงมหาดไทย ตัวอย่างเช่น กรณีเสาไฟกินรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คอร์รัปชันโดยเอกชน.. บ่อยครั้งที่พบว่ารัฐเสียรู้เอกชนโดยไม่ตั้งใจ เช่น ฮั้วประมูล &amp;nbsp;ลักสเปก ทิ้งงาน ฉ้อโกง โดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ร่วมรู้เห็น บางทีอาจเป็นเพราะความด้อยประสิทธิภาพ ความไม่รู้หรือความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ทำให้รัฐเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนี้ยังรวมถึงกรณีที่ประชาชนบางคนที่ฉวยโอกาสโกงเล็กโกงน้อยเมื่อมีโอกาส เช่น โกงเงินโครงการคนละครึ่ง โกงสิทธิ์ฉีดวัคซีนในพื้นที่ระบาดโควิด ขายเสียงในการเลือกตั้ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุป..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแยกแยะเช่นนี้อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า สินบนและเงินทอนในการจัดซื้อจัดจ้างปีละ 2 &amp;ndash; 3 แสนล้านบาทมีโอกาสกระจายเข้ากระเป๋าคนในรัฐบาล ข้าราชการและนักการเมืองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การควบคุมคอร์รัปชันให้ได้ผลจึงต้องพุ่งเป้าเล่นงานให้ถูกตัว ไม่เหมารวม ใช้มาตรการต่อต้านที่หลากหลายร่วมกัน การใช้มาตรการแบบเหวี่ยงแหจะสร้างภาระเกินจำเป็นแก่หน่วยงานและข้าราชการที่ดี ทำให้ขาดความร่วมมือและไม่ได้ผลในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านจบแล้วใครที่ยังอยากโทษรัฐบาล ป.ป.ช. สตง. ว่าทำหน้าที่ไม่ดี ขาดความรับผิดชอบจนคนโกงเต็มบ้านเต็มเมืองก็ทำได้ แต่คอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่มีรายละเอียดมาก คนโกงเก่งขึ้นรู้วิธีหลบเลี่ยง ดังนั้นถ้าคนไทยไม่คิดว่าเป็นปัญหาของทุกคน ไม่ร่วมกันลงมือต่อต้าน ก็ไม่มีทางเอาอยู่หรอกครับ&amp;nbsp;
-----------------
1. &amp;nbsp;รูปแบบสำคัญได้แก่ 1) การจัดซื้อจัดจ้าง การให้สิทธิ์/สัมปทาน 2) การใช้อำนาจอนุญาตอนุมัติตามกฎหมายต่างๆ 3) การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน 4) การบริหารงานบุคคล เช่น แต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนตำแหน่ง 5) การมีผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นผู้ใช้คำนี้คนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;ldquo;คอร์รัปชันในระบบราชการ&amp;rdquo; https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/posts/986580198173394/
&amp;nbsp;4. &amp;ldquo;คอร์รัปชันทางการเมือง&amp;rdquo; https://www.isranews.org/.../isranews.../98461-mana-10.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4. &amp;ldquo;ฮั้ว&amp;rdquo; https://www.isranews.org/.../isranews.../94180-mana-4.html
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการ, นักการเมือง, พ่อค้า, มานะ นิมิตรมงคล, เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, ใครโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed186e8a29e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมต.-ส.ส.&#039;ควรเสียสละเงินเดือนไม๊! &#039;นิพิฏฐ์&#039;มีคำตอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตส.ส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;เสียสละเงินเดือน&amp;quot; โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่กดดันให้รัฐมนตรีสละเงินเดือน เพื่อช่วยเหลือประชาชน ตอนเป็น ส.ส. เวลาบ้านเมืองเกิดภัยธรรมชาติประธานสภาก็เคยมีหนังสือเวียนให้เราบริจาคเงินเดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราบริจาค หรือ สละหมดทั้งเดือน เราสละบางส่วน ผมว่า เรื่องนี้ รมต. หรือ ส.ส. คงไม่มีใครกล้าออกมาคัดค้าน เพราะหากค้าน จะโดนด่าเละแน่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมประชาชนกดดันให้นักการเมืองสละเงินเดือน ความรู้สึกรวมๆ น่าจะมาจากสาเหตุ อย่างน้อย&amp;nbsp; 2 ประการ 1.ประชาชนเห็นว่า นักการเมือง ทำงานไม่คุ้มค่าเงินเดือน 2.ประชาชนเห็นว่า นักการเมืองเป็นคนของเขา เขาเลือกมาเอง เขาจึงมีสิทธิแสดงความเห็นกับนักการเมืองของเขาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจ&amp;quot;ให้ถึงแก่น&amp;quot; คือ ประเทศนี้ มีเงินเหลือเฟือที่จะช่วยเหลือ และ เยียวยาประชาชน หากให้นักการเมืองสละเงินเดือน 3 เดือน เงินเหล่านั้นน่าจะเปรียบเทียบได้เท่ากับ เม็ดทราย 1 เม็ด ในรถสิบล้อ 1 คัน น้อยจนไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่เอาเถอะ หากต้องการให้นักการเมืองห่วงหาอาทรประชาชนในยามนี้&amp;nbsp; นักการเมืองก็ควรเสียสละบ้างตามสมควร อันนี้ ผมเห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องหนึ่ง ที่ประชาชนอาจมองไม่เห็นคือ นักการเมืองไม่ได้ร่ำรวยทุกคน หลายคนก็ยากจน ใช้เงินเดือนนี่แหละออกเยี่ยมเยียนประชาชน ภาพนักการเมืองซื้อเสียงตอนเลือกตั้ง อาจทำให้ประชาชนเห็นว่านักการเมืองทุกคนร่ำรวย&amp;nbsp; เหมือนปลาเน่าตัวเดียวในข้องก็ทำให้ปลาตัวอื่นพลอยเน่าเหม็นไปด้วย หากเราเอาเงินมาเป็นตัววัดประสิทธิภาพของนักการเมือง เราไม่มีโอกาสเห็นลูกหลานชาวบ้านคนจนๆ เข้าไปเป็นนักการเมืองได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่า เราจะรังเกียจนักการเมืองอย่างไร ในทางปรัชญาทางการเมืองถือว่า &amp;quot;นักการเมืองเป็นความเลวร้ายที่จำเป็นต้องมี&amp;quot; อย่างไรเสียเราก็ต้องอยู่กับนักการเมือง ไม่มีทางที่จะหนีนักการเมืองไปได้ การเรียกร้องให้นักการเมืองเสียสละเงินเดือน จึงน่าจะเป็นการสะท้อนว่านักการเมืองทำงานไม่มีประสิทธิภาพ และ ไม่คุ้มค่าเงินเดือน ผมเขียนเรื่องนี้ มิได้ปกป้องนักการเมือง และผมไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้วไม่มีความจำเป็นต้องปกป้องใคร หากจะด่าผม หรือ เอาทัวร์มาลง ก็ขอให้ด่าในฐานะผมเป็นประชาชนคนหนึ่ง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109372</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, รมต., ส.ส., สละเงินเดือน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9bae7ee108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 07:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 07:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนชี้&#039;นักการเมือง&#039; ทำตัวเป็น &#039;อภิสิทธิ์ชน&#039; ในสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ร่วมกับ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;อภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 7 กรกฎาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการมีอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธี &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบบง่าย &amp;nbsp;(Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกลุ่มในสังคมที่ชอบทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.80 ระบุว่าเป็น นักการเมืองระดับชาติ/คนใกล้ชิด รองลงมา ร้อยละ 46.88 ระบุว่าเป็น นักการเมืองท้องถิ่น/คนใกล้ชิด ร้อยละ 27.13 ระบุว่าเป็น เศรษฐี คนมีเงิน/คนใกล้ชิด ร้อยละ 20.27 ระบุว่าเป็น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ/คนใกล้ชิด ร้อยละ 10.52 ระบุว่าเป็น คนในวงการบันเทิง/คนใกล้ชิด ร้อยละ 6.55 ระบุว่าเป็น นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดใหญ่/คนใกล้ชิด ร้อยละ 6.33 ระบุว่าเป็น นักเคลื่อนไหวทางการเมือง สังคม ร้อยละ 2.67 ระบุว่าเป็น สื่อมวลชน ผู้บริหารองค์กรสื่อ/คนใกล้ชิด ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น นักวิชาการ ผู้มีการศึกษาสูง/คนใกล้ชิด ร้อยละ 1.07 ระบุว่าเป็น เจ้าหน้าที่ หน่วยงานต่างประเทศ/หน่วยงานระหว่างประเทศ ร้อยละ 0.99 ระบุว่าเป็น เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และร้อยละ 3.81 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มีคนชอบทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.75 ระบุว่า เชื่อว่าตนเองมีตำแหน่ง อำนาจ รองลงมา ร้อยละ 48.48 ระบุว่า เชื่อว่าตนเองมีเงิน ร้อยละ 21.80 ระบุว่า มีนิสัยเห็นแก่ตัว ร้อยละ 20.35 ระบุว่า เชื่อว่าตนเองมีเส้นสายดี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้อยละ 14.33 ระบุว่า เชื่อว่าตนเองเป็นคนมีชื่อเสียง เด่นดัง ร้อยละ 4.73 ระบุว่า เชื่อว่ามีคนกลัว/เกรงใจตนเอง ร้อยละ 3.28 ระบุว่า เชื่อว่าตนเอง มีความรู้ดี/การศึกษาสูง ร้อยละ 1.52 ระบุว่า เชื่อว่าตนเองมีความอาวุโสกว่าผู้อื่น ร้อยละ 0.30 ระบุว่า เชื่อว่าตนเองสวย หล่อ และร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสิ่งที่จะทำหากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีคนทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.39 ระบุว่า ขอดูสถานการณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนตัดสินใจ รองลงมา ร้อยละ 31.86 ระบุว่า อยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของเราเอง ร้อยละ 11.36 ระบุว่า ขัดขวาง ไม่ยอมปล่อยให้มีใครทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน ร้อยละ 7.01 ระบุว่า ถ่ายคลิปหรืออัดเสียงเพื่อประจานลง social media และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ทำตัวคล้อยตาม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อประโยชน์ในวันนี้และวันข้างหน้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อคำแก้ตัวของอภิสิทธิ์ชนที่น่ารังเกียจที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.73 ระบุว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รองลงมา ร้อยละ 26.52 ระบุว่า ไม่รู้ว่าผิด ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่มีเจตนา ร้อยละ 16.23 ระบุว่า ที่ผ่านมาไม่เห็นมีใครว่าอะไร ร้อยละ 15.32 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบุว่า ขอโทษ เดี๋ยวจะชดเชย/เยียวยาให้ ร้อยละ 11.13 ระบุว่า เห็นใคร ๆ ก็ทำกัน ร้อยละ 9.60 ระบุว่า ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร ร้อยละ 8.92 ระบุว่า มีผู้ใหญ่อนุญาตให้ทำ ร้อยละ 8.16 ระบุว่า คิดว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ ร้อยละ 2.13 ระบุว่า มีคนบอกว่าทำได้ ไม่เป็นไร และ&amp;nbsp; ร้อยละ 2.44 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาการมีอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.82 &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบุว่า อาจจะแก้ไขได้ รองลงมา ร้อยละ 33.08 ระบุว่า แก้ไขไม่ได้แน่นอน ร้อยละ 22.94 ระบุว่า แก้ไขได้แน่นอน และร้อยละ 7.16 ระบุว่า &amp;nbsp;อาจจะแก้ไขไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109300</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, นิด้าโพล, อภิสิทธิ์ชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea362ce7fb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอกนักการเมือง &#039;หน้าด้าน&#039; บังอาจเอาพระราชดำรัส ฟอกโกงจำนำข้าว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ &amp;nbsp;นักการเมืองหน้าด้าน &amp;nbsp;ไม่มีอะไรจะเปรียบเทียบได้ &amp;nbsp;บังอาจเอาพระราชดำรัส &amp;nbsp;ขาดทุนคือกำไร &amp;nbsp;มาฟอกขาวให้กับนโยบายจำนำข้าว &amp;nbsp;ที่ล้มเหลวของพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครขาดทุน &amp;nbsp;ประเทศชาติ &amp;nbsp;ใครกำไร &amp;nbsp;นักการเมือง &amp;nbsp;เงินเข้ากระเป๋านักการเมือง &amp;nbsp;จีทูเจียะ &amp;nbsp;จีทูเจ๊ง &amp;nbsp;ขาวนาไม่ได้เงินต้องผูกคอตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้านโยบายดีจริง &amp;nbsp;เจ้านายคงไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปต่างประเทศ &amp;nbsp;ปล่อยลูกน้องติดคุก รู้จัก &amp;nbsp;ยอมรับผิด &amp;nbsp;รู้จักขอโทษประชาชนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าไม่อาย &amp;nbsp;พูดมาได้ &amp;nbsp;นี่มันคือ &amp;nbsp;คอร์รัปชันเชิงนโยบาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105318</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, นักการเมือง, นันทิวัฒน์ สามารถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5154ed3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลลากไส้ฝ่ายการเมือง!ปชช.ร้อยละ 87.7 ระบุวิกฤติโควิด &#039;มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - ​ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง วิกฤตโควิด คนไทย เห็นอะไร กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,045 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 &amp;ndash; 30 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.9 ระบุ ภาครัฐยังไม่นำบิ๊กดาต้ามาใช้เป็นประโยชน์ และยังทำงานล่าช้าเป็นไทยแลนด์ 1.0 ไม่ใช่ 4.0 รองลงมาคือ ร้อยละ 77.8 ระบุ ภาครัฐไม่เป็นเอกภาพในการช่วยเหลือประชาชน และร้อยละ 75.7 ระบุ ภาครัฐบริหารจัดการวัคซีนล่าช้า ไม่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.7 ระบุในช่วงวิกฤตb\ิโควิด เห็นฝ่ายการเมือง มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทะเลาะขัดแย้งบนวิกฤตความตายของประชาชน รองลงมาคือ ร้อยละ 85.4 ระบุ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น หวังผลแต่การเมือง และร้อยละ 85.4 ระบุเป็นตัวแพร่เชื้อโควิด ไม่รับผิดชอบต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เห็นอะไรในกลุ่มเจ้าสัว ผู้ประกอบการ ช่วงวิกฤตโควิด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.3 ระบุ นักลงทุน ธุรกิจสีเทา ยังเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว เป็นเหตุต้นตอแพร่เชื้อ รองลงมาคือร้อยละ 85.2 ระบุ เจ้าสัว ผูกขาด ยังมุ่งกอบโกย ไร้น้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ และร้อยละ 84.7 ระบุ ยังคงจ่ายส่วยเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น ช่วงวิกฤตโควิด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 อยากเห็น เจ้าสัว เลิกผูกขาด มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ รองลงมาคือร้อยละ 94.8 อยากเห็น นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ลงพื้นที่ทำมากกว่าพูด ร้อยละ 93.7 อยากเห็น ทุกฝ่ายยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง มากกว่า ผลประโยชน์และการเมือง ร้อยละ 93.5 อยากเห็น รัฐ เพิ่มงบทางการแพทย์และเยียวยาประชาชน ร้อยละ 92.8 ระบุ ต้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการ ต้นเหตุแพร่ระบาดโควิด ร้อยละ 92.4 ระบุ อยากเห็นภาครัฐร่วมมือทุกภาคส่วน นำเข้าวัคซีนอื่นๆ และคุมเข้มความปลอดภัย ร้อยละ 92.1 อยากเห็นตู้ปันสุข กลับมาทำงาน กระจายช่วยเหลือแบ่งปัน และร้อยละ 91.7 อยากเห็น นักการเมืองเสียสละ เอาเงินเดือนช่วยเยียวยาบุคลากรการแพทย์และสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นสิ่งที่ปรากฏ ยามบ้านเมืองเกิดวิกฤต ประชาชนหวาดกลัวตาย ยังคงพบร่องรอยปรากฏความขัดแย้งในสังคม ความเห็นแก่ตัว การเอาตัวรอด รักตัวกลัวตาย การโทษกันไปมา ความไม่รับผิดชอบตนเองและสังคม น้ำใจที่เริ่มหดหาย ความไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน รวมทั้งต้นตอของการแพร่ระบาดและปัญหาการควบคุมโดยสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐ ยังไม่มองประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่กับเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูล และยังไม่เป็นเอกภาพหนึ่งเดียวกันในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะระบบราชการที่ล่าช้าและไม่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าห่วงคือ ภาคการเมือง สะท้อนถึงความขัดแย้ง บั่นทอนบ่อนแซะกันหวังผลการเมือง เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น หน่วงรั้งฉุดบ้านเมืองยามวิกฤต และไม่เป็นตัวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมในสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่ภาคเอกชน ยังคงพบการกอบโกยและผูกขาดธุรกิจบนความเป็นความตายของประชาชน ความเห็นแก่ตัวของธุรกิจสีเทาดำที่มีผู้มีอำนาจ และการคงจ่ายส่วยกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอำนาจ&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ทุกภาคส่วนต้องออกแรงกู้วิกฤตศรัทธาร่วมกัน ทำสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น เช่น ประเด็นใหญ่เรื่องการจัดการวัคซีนโควิดที่ต้องการให้ภาครัฐเปิดโอกาสภาคเอกชนนำเข้าวัคซีนยี่ห้ออื่น ๆ ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั่วโลก และประชาชนยังอยากเห็นการกลับมามีน้ำใจช่วยเหลือแบ่งปันไม่สร้างปัญหากับผู้อื่นและสังคมส่วนรวม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, นักการเมือง, โควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cdbe634050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุ๊&#039; มีคำตอบ! คนกลุ่มไหนที่ไร้ประโยชน์มากที่สุดในสถานการณ์โควิด?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - หฤทัย ม่วงบุญศรี หรือ อุ๊ นักร้องชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;หฤทัย ม่วงบุญศรี&amp;nbsp; ว่า สถานการณ์​ตอนนี้​ กลุ่ม​คนที่ไร้ประโยชน์​ที่สุดคือนักการเมือง​(ส่วนใหญ่)​เพราะว่า​นี่คือโอกาส​ที่จะช่วยเหลือ​ประเทศ​ชาติ​และประชาชน​ มัวแต่เห่าทำลายฝ่ายตรงข้าม​ คงลืมนึกไปว่านี่คือโอกาส​ดีที่จะทำคะแนน แม้ทำดีหวังผลแต่สังคมยังได้ประโยชน์​ นึกให้ตายก็นึกไม่ออก เพราะ​ความเxี้ยยยบังตา จริงๆ​ กว่าจะนึกได้​ก็​สายเสียแล้ว...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101135</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, หฤทัย ม่วงบุญศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a21fba0f5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
