<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบฯ ฉีดพ่นฆ่าเชื้อห้องทำงานสื่อมวลชน ก่อนเปิดทำการ 16 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการฉีดฆ่าเชื้อที่ห้องทำงานของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ทั้ง 3 ห้องอย่างละเอียด เพื่อเตรียมเปิดการทำงานในวันที่ 16 เม.ย.นี้ โดย น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ยังได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น การลดจำนวนคน สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ไม่แออัด เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99494</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, นักข่าวทำเนียบ, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076cd194abea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบฯ ยืนยันปฏิบัติต่อสื่อมวลชนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง ยึดประโยชน์ทุกฝ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตักเตือนนักข่าวรายหนึ่งนั่งไขว่ห้างระหว่างที่นายกฯแถลงข่าวเมื่อวันที่​ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาถูกขอความร่วมมือให้งดเข้าพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงนี้ ล่าสุด น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ ได้ชี้แจงถึงการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนภายในทำเนียบฯว่า ขอให้ข้อมูลเพื่อให้สื่อมวลชนทั้งในทำเนียบรัฐบาล และที่ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาล รวมถึงสาธารณชนที่สนใจเกี่ยวกับการเข้ามาทำงานภายในทำเนียบรัฐบาลตลอดทุกสมัยที่ผ่านมา ผู้บริหารฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ เจ้าหน้าที่สำนักโฆษกในฐานะผู้รับผิดชอบการดูแล และอำนวยความสะดวกสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าว และช่างภาพเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความราบรื่น และไม่มีปัญหานั้น ได้ทำงานร่วมกันด้วยดีมาโดยตลอด แม้จะมีจำนวนสื่อมวลชนสนใจเข้ามาทำข่าว ติดตามสถานการณ์ จำนวนมากนับหลายร้อยคน ซึ่งทำเนียบรัฐบาลก็เปิดกว้าง และอำนวยความสะดวกอย่างทั่วถึงและดีที่สุด ตามนโยบาย โดยทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตของตนเองด้วยความเหมาะสมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้เกียรติ และเคารพสิทธิซึ่งกันและกันเสมอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการอำนวยความสะดวกนั้น จะเห็นได้ว่าสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลนั้นมีความใกล้ชิดกับแหล่งข่าวระดับสูงและมีสิทธิเสรีภาพอย่างมากในการปฏิบัติงาน ซึ่งแตกต่างจากในหลายประเทศ ทั้งนี้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้จัดห้องปฏิบัติการสำหรับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด 3 ห้อง พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ โต๊ะทำงาน เก้าอี้ทำงาน เครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมทั้งระบบไฟสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้สื่อมวลชนทำหน้าที่รายงานข่าวได้สะดวก มีการจัดระเบียบและกำหนดบริเวณให้สื่อมวลชน สามารถรายงานข่าวหรือสัมภาษณ์ผู้บริหารได้สะดวกและทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตระหนักถึงความต้องการและความจำเป็นในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยได้ยืดหยุ่นบางระเบียบ เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก ตรงกับความต้องการให้มากที่สุด เช่น อนุโลมให้นั่งรอ หรือดักรอสัมภาษณ์ผู้บริหาร บริเวณหน้าตึกบัญชาการ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประสานให้ความสะดวก เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารและรายงานให้ประชาชนทราบอย่างถูกต้องชัดเจน และรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้จัดการตรวจคัดกรองด้วยวิธีการที่ดีที่สุด (SWAB Test) ให้แก่สื่อมวลชน และกำหนดมาตรการป้องกันสื่อมวลชนจากการติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้แก่ การรักษาระยะห่าง การตรวจวัดอุณหภูมิประจำวัน และการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและมั่นใจในการทำงานภายในทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตระหนักในภาระหน้าที่และความสำคัญของสื่อมวลชน และยึดหลักปฏิบัติในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สื่อข่าวและช่างภาพทุกรายอย่างเต็มที่และเสมอภาคกัน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้ สำนักโฆษกขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ทำงานร่วมกันมานาน จนเหมือนเพื่อน หรือญาติ ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวในฐานะเพื่อน และเพื่อนร่วมงาน สื่อเองมีน้ำใจกับสำนักโฆษกเสมอ ช่วยเหลือ มอบน้ำใจให้ ซึ่งสำนักโฆษกขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97973</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, นักข่าวทำเนียบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065460d5dedb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบแจงปมนักข่าวสาวนั่งไขว่ห้าง ถูกสั่งระงับเข้าพื้นที่เพราะเผยแพร่ข้อมูลเท็จจนเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.64 - จากกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมตักเตือนนักข่าวรายหนึ่งนั่งไขว่ห้างระหว่างที่นายกฯ แถลงข่าวเมื่อวันที่​ 30 มี.ค. จนกระทั่งต่อมาถูกขอความร่วมมือให้งดเข้าพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงนี้ เรื่องนี้ น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ในนามผู้อำนวยการสำนักโฆษก ที่ดูแลการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;การระงับการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อดังกล่าว เป็นการแนะนำให้สื่อไปดูและทำความเข้าใจในการปฏิบัติงานของสื่อให้ครบถ้วนและตรงกัน เนื่องจากมีการนำภาพและข้อความไปเผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดียถึงการปฏิบัติงานที่ต้องนั่งรอหน้าตึก&amp;nbsp;และเกิดความเข้าใจผิดว่า การดูแลและสนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชนบกพร่อง และมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นที่บิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดิฉันจึงได้แจ้งไปต้นสังกัดด้วยวาจา ให้แนะนำ อบรม การนำข้อความที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงไปเผยแพร่ และขอให้ระงับการเข้ามาทำข่าวในทำเนียบรัฐบาลจนกว่าผู้สื่อข่าวดังกล่าวจะเข้าใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นัทรียา​ ระบุว่าทั้งนี้ การนั่งไขว่ห้างของสื่อรายเดียวกันในช่วงการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่การนั่งไขว่ห้างแบบปกติ เป็นยกขาขึ้นมาพาด ทำให้เท้ายกสูงขึ้น และชี้ไปทางโพเดียมแถลงข่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตักเตือนแล้ว และเป็นอันจบไป ส่วนคำถามเรื่องเมียนมา ก็เป็นที่เข้าใจเพราะสื่อญี่ปุ่นให้ความสนใจ และมีสื่ออื่นถามเช่นกัน และนายกรัฐมนตรีก็ตอบคำถามชัดเจนแล้ว จึงขอยืนยันว่า การแจ้งต้นสังกัดเรื่องสื่อดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการนั่งหรือคำถาม แต่เป็นการตักเตือนเรื่องการนำข้อเท็จ สภาพการปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบ ไปบิดเบือนจนเกิดความเสียหายต่อสำนักโฆษก และสื่อมวลชนในทำเนียบรัฐบาล จึงเรียนมาเพื่อสื่อที่รายงานไปช่วยกรุณาแก้ไขข้อเท็จจริงด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, นักข่าวทำเนียบ, นัทรียา ทวีวงศ์, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f5813634d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการแนะรัฐบาลต้องเปิดเกมรุกสงครามสื่อ ยก &#039;ปธน.ทรัมป์&#039; เป็นตัวอย่างผู้นำการข่าว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สงครามข่าวสารนั้นไม่ใช่ใครก็ทำได้ ผมบอกได้เลยว่าตลอดห้าปีของรัฐบาลตู่1 นั้นสอบตกเรื่องสงครามข่าวสารมาตลอด เพราะปล่อยให้นักข่าวเป็นคนตั้งคำถามรัฐบาลรายวันมาตลอด ถ้าคำถามไม่ถูกใจทั้งลุงตู่และลุงป้อมก็จะทำท่าทีหน้าตาไม่พอใจที่เข้าทางนักข่าวให้ยั่วรายวันให้เกิดข่าวในแนวนี้มาตลอด 5 ปี เพราะพื้นที่ข่าวนั้นผู้ถามนำในข่าวแบบพับสนามเล่นอยู่ฝ่ายเดียวคือนักข่าว แต่ไม่ใช่ข่าวที่ทางรัฐบาลต้องการสื่อให้ประชาชนได้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะไม่รู้จักการใช้วิธีแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน (Press Statement) ที่เป็นการชี้นำคำตอบของรัฐบาลไปยังนักข่าวที่เป็นเรื่องปกติของทำเนียบขาวหรือรัฐบาลอื่นๆ ทั่วโลกที่จะมีการแถลงข่าวของรัฐบาลทุกวัน ใครสงสัยอะไรก็ถามกันเป็นเรื่องเป็นราวในห้องแถลงข่าวโดยโฆษกรัฐบาล โฆษกกระทรวง หรือแม้กระทั่งตัวรัฐมนตรีหรือตัวนายกรัฐมนตรีมาเป็นคนตอบคำถามเองสดๆ โดยที่ไม่ต้องให้นักข่าวไปดักหน้าดักหลังผู้นำรัฐบาลแบบที่เห็นในข่าวของบ้านเรา และทั้งนายกและบรรดารัฐมนตรีต้องตอบคำถามระหว่างที่เดินขึ้นรถบ้างหรือเดินไปประชุมที่อื่นบ้าง นั้นคงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสักเท่าไรในการเตรียมตัว &amp;quot;ตอบคำถามอย่างฉลาด&amp;quot; ในแถลงข่าวต่างๆ ของรัฐบาลที่ต้องการสื่อไปยังประชาชน และที่สำคัญคือเรื่องนั้นๆ คือเรื่องที่รัฐบาลหรือผู้บริหารของกระทรวงต่างๆ ควรจะต้องตอบคำถามนั้นตามที่นักข่าวชี้นำหรือไม่ ผมยังคิดเลยว่าข่าวดาราเตียงหักหลายข่าวที่มีทั้งปีนั้น เหล่าดาราและเซเล็ปในวงการบันเทิงยังรู้จักใช้วิธีการนัดแถลงสื่ออย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าผู้นำรัฐบาลเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยสงสัยกันไหมครับว่าเวลานี้ทำไมนักข่าวทั้งโลกจะอ่านทวีตเตอร์ของ ปธน.ทรัมป์กันเป็นอาหารเช้าก่อนเข้าสำนักข่าว เพราะเวลานี้การสื่อสารของรัฐบาลและผู้นำประเทศต่างๆ นั้นเปลี่ยนรูปแบบไปไกลมากแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐก็แถลงว่าวันนี้จะทำอะไร จะพบกับใคร จะคุยเรื่องอะไร ก็จะบอกบนทวีตเตอร์ให้นักข่าวและคนที่ติดตามข่าวได้รู้กันสดๆ ปธน.ทรัมป์ ก็สื่อบนทวีตเตอร์ว่าจะคุยอะไรกับคนโน้นคนนี้ก่อนเวลาพบไม่กี่ชั่วโมง แม้แต่การคุยกันกับตี๋คิมครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้วก็นัดคุยกันบนทวีตเตอร์ที่นักข่าวก็ต้องอ่านกันบนนั้นสดๆ พร้อมกับคนอีกหลายร้อยล้านคนที่ตามอ่านทวีตเตอร์ของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือนักข่าวไม่ได้เป็นคนนำเสนอข่าวตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว แต่ผู้นำเสนอข่าวคือรัฐบาลและผู้นำภาคส่วนต่างๆ ของรัฐบาล ส่วนคำถามจะมีต่อด้วยอะไรนั้นเป็นหน้าที่ของนักข่าวจะต้องฉลาดคิดคำถามกันสดๆ ในตอนนั้น ซึ่งแน่นอนว่าบรรดารัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจะเตรียมคำตอบมาแล้วในทุกมิติของคำถามล่วงหน้า แต่นักข่าวจะฉลาดพอที่จะถามสดๆ หลังจากที่ได้ฟังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนั้นหรือไม่เท่านั้น นั่นคือการพับสนามเล่นในสงครามข่าว แทนที่จะให้นักข่าวเป็นคนพับสนามเล่นนำเสนอเสียเองแบบทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัฒนาตัวเองในสงครามข่าวสารเถอะครับ ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่โง่และมีคนเก่งในมือมากมาย เพียงแต่จะใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่หรือไม่ หรือจะยังเน่ากับสงครามการนำเสนอข่าวสารที่ปล่อยให้นักข่าวดักหน้าดักหลังตั้งคำถามที่เจ้าตัวไม่ได้คิดคำตอบที่ &amp;quot;ฉลาดพอ&amp;quot; ไว้ล่วงหน้าแบบทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41893</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักข่าวทำเนียบ, ปธน.ทรัมป์, ภัทร เหมสุข, รัฐบาลบิ๊กตู่ 1, รัฐบาลแถลงข่าว, สงครามข่าวสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fd9f6b9462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักข่าวทำเนียบงดตั้งฉายารัฐบาล เหตุการเมืองไม่ปกติอาจถูกขยายผลสร้างขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ออกแถลงการณ์คำชี้แจงเรื่อง ตั้งฉายา รัฐบาล &amp;ndash; นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ประจำปี 2561 ตามที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลมีธรรมเนียมปฏิบัติในการตั้งฉายาของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ในช่วงปลายปี เพื่อสะท้อนการทำงานของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในรอบปี อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลปัจจุบันจะบริหารราชการแผ่นดินมานานแล้วกว่า 4 ปี แต่ก็เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จากการหารืออย่างรอบด้าน บวกกับพิจารณาตามธรรมเนียมปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลจึงมีมติงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2561 เพราะนอกจากจะเป็นหลักปฏิบัติตามธรรมเนียมที่ยึดกันมา ยังมีข้อจำกัดทางข้อกฎหมายและบรรยากาศการเมืองในภาวะที่ยังถือว่าไม่ปกติ อีกทั้งยังมีความเห็นว่าหากมีการตั้งฉายารัฐบาล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อาจถูกนำไปขยายความขัดแย้ง เชื่อมโยงหรือขยายผลในทางการเมือง ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย จนอาจตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลักปฏิบัติที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่เริ่มแรกว่าจะไม่มีการตั้งฉายารัฐบาล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำปี กรณีที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาฯ หรือกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจนรัฐบาลยังทำงานไม่ครบปี กรณีรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร และกรณีสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปีของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง อาทิ ในปี 2549-2550 รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่มาจากการรัฐประหาร ในปี 2551 รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ในปี 2556 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการประกาศยุบสภา ในปี 2557 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการรัฐประหาร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในปี 2562 นี้ ภายหลังประเทศมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ จะได้สะท้อนการทำงานของ รัฐบาล &amp;ndash; นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ประจำปี ตามธรรมเนียมสืบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25195</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, งดตั้งฉายารัฐบาล, ฉายารัฐบาล, นักข่าวทำเนียบ, ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล, สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24392bc1502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
