<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูประณามจีนคุกคามสื่อต่างชาติทำนักข่าวบีบีซีเผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหภาพยุโรปประณามจีนคุกคามสื่อต่างชาติ ภายหลังผู้สื่อข่าวบีบีซีที่รายงานข่าวละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ในซินเจียง โดนบีบให้ออกจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น ซัดเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวบีบีซี เผยว่า เขาจำเป็นต้องเดินทางออกจากจีนไปพำนักที่ไต้หวัน พร้อมกับภรรยาที่เป็นผู้สื่อข่าวชาวไอริช ภายหลังโดนโจมตีด้วยการโฆษณาชวนเชื่ออย่างเต็มรูปแบบจากเจ้าหน้าที่จีน หลังจากเขารายงานเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน และรายงานข่าวการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของโจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 2 เมษายนถึงเรื่องนี้ว่า กรณีเป็นกรณีล่าสุดที่ผู้สื่อข่าวต่างชาติโดนบีบบังคับให้ต้องออกจากจีน หลังจากโดนคุกคามอย่างต่อเนื่องและถูกขัดขวางการทำงาน มีผู้สื่อข่าวต่างชาติอย่างน้อย 18 คนที่โดนบีบบังคับให้ต้องออกจากจีนเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อียูเคยแสดงความกังวลมาแล้วหลายครั้งเรื่องทางการจีน ที่กำหนดข้อจำกัดในการทำงานที่ไม่เหมาะสมกับผู้สื่อข่าวต่างชาติ และมีรายงานเรื่องเจ้าหน้าที่จีนคุกคามผู้สื่อข่าวต่างชาติ &amp;quot;ผู้สื่อข่าวต่างชาติมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารให้ข้อมูลข้ามพรมแดน และสร้างความแข็งแกร่งในการเข้าใจกันระหว่างอียูกับจีน&amp;quot; โฆษกอียูกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเสรีภาพสื่อมวลชนเผยว่า จีนเพิ่มการควบคุมการทำหน้าที่รายงานข่าวของผู้สื่อข่าวต่างชาติ เจ้าหน้าที่จีนเดินตามผู้สื่อข่าวบนถนน, คุกคามผู้สื่อข่าวทางออนไลน์และปฏิเสธที่จะออกวีซ่าให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวต่างชาติอย่างน้อย 18 คนโดนขับไล่ออกจากจีนเมื่อปีที่แล้ว ระหว่างความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของจีนกับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่ซัดเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ต้องเดินทางออกจากจีนอย่างเร่งรีบ เขาโดนสื่อทางการจีนและเจ้าหน้าที่จีนโจมตีซ้ำแล้วซ้ำอีกเรื่องที่เขารายงานข่าวว่ามีการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมฝ้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98146</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามสื่อต่างชาติ, จอห์น ซัตเวิร๋ธ, จีน, นักข่าวบีบีซี, ประณามจีน, สหภาพยุโรป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60671eb943392.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาปล่อยนักข่าวบีบีซีแล้ว อียูประกาศคว่ำบาตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีที่โดนเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบควบคุมตัวที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันศุกร์ ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะอียูประกาศชื่อ 11 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหารและการปราบปรามผู้ประท้วงที่จะโดนอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงเดินขบวนในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 พร้อมกับป้ายขนาดใหญ่เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศปฏิบัติตามหลักการความรับผิดชอบในการคุ้มครอง (อาร์ทูพี) เข้ามาแทรกแซงวิกฤติในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่อง ตูรา ผู้สื่อข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีภาคภาษาเมียนมา โดนชายในชุดพลเรือนพาตัวไปขณะทำงานด้านนอกศาลในกรุงเนปยีดอเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม รายงานบีบีซีกล่าวว่า กลุ่มชายที่มากันในรถตู้ที่ไม่ติดเครื่องหมายใดๆ มาขอพบเมื่อเวลาประมาณเที่ยงวัน แล้วพาตัวเขาไป บีบีซีไม่สามารถติดต่อกับนักข่าวรายนี้ได้นับแต่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ของบีบีซีเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564 รายงานว่า อ่อง ตูรา ได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่รายงานไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม รายงานไม่ได้กล่าวถึงตาน ไท อ่อง นักข่าวชาวเมียนมาอีกคนที่ทำงานให้สำนักข่าวมิซซิมา ซึ่งโดนจับตัวไปพร้อมกัน สำนักข่าวอิสระแห่งนี้โดนรัฐบาลทหารเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) กลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมา เปิดเผยว่า นับแต่ทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีคนถูกจับกุมแล้วมากกว่า 2,600 คน และมีคนเสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงจากการประท้วงและการปราบปรามมากกว่า 250 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมียนมายังคงออกมาประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร แม้ฝ่ายความมั่นคงจะใช้กำลังปราบปรามก็ตาม ที่เมืองมัณฑะเลย์ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง รวมถึงครู ออกมาลงถนนตั้งแต่เช้ามืด บางคนถือป้ายข้อความเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมาที่มีประชากร 1.7 ล้านคนแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่โดนปราบปรามรุนแรงที่สุด แหล่งข่าวที่เป็นหน่วยแพทย์เผยกับเอเอฟพีว่า เมื่อวันอาทิตย์มีคนตายอีก 8 ราย บาดเจ็บราว 50 คน เสียงปืนกลดังจนถึงดึกดื่นค่อนคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงแห่งเมียนมารายงานว่า กลุ่มแพทย์ในเมืองนี้ประท้วงการปราบปรามอย่างโหดร้ายด้วยการใช้ป้ายกระดาษมาจัดวางบนถนนแทน กลุ่มพระภิกษุก็ใช้วิธีการประท้วงแบบ &amp;quot;ไม่มีพระ&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครย่างกุ้ง มีการประท้วงตั้งแต่รุ่งเช้าเช่นกัน คนขับรถพากันบีบแตรรถเพื่อสนับสนุนการต่อต้านรัฐประหาร ในตำบลไลง์ของย่างกุ้ง ชาวบ้านปล่อยลูกโป่งสีแดงหลายร้อยลูกพร้อมโปสเตอร์เรียกร้องให้ยูเอ็นเข้ามายุติการเข่นฆ่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันจันทร์ สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศรายชื่อบุคคล 11 คนที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารและการปราบปรามผู้ชุมนุม ซึ่งจะถูกคว่ำบาตรห้ามการเดินทางเข้าอียูและอายัดทรัพย์สิน นำขบวนโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารชุดนี้ วารสารทางการของอียูระบุว่า มิน อ่อง หล่าย รับผิดชอบต่อการบ่อนทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีนายทหารระดับสูงอีก 9 คน และผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาที่โดนอียูขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี กล่าวว่า การใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุที่ได้เห็นในเมียนมานั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง นั่นคือเหตุผลที่อียูไม่สามารถหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษของอียูนี้มาทีหลังมาตรการของสหรัฐและอังกฤษที่คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี อียูได้ปิดล้อมการค้าอาวุธแก่เมียนมาและคว่ำบาตรนายทหารระดับสูงของเมียนมาหลายนายมาตั้งแต่ปี 2562 การคว่ำบาตรเพิ่มเติมนี้จะเป็นการตอบโต้ที่มีนัยสำคัญที่สุดนับแต่เกิดการรัฐประหาร โดยนักการทูตหลายคนกล่าวด้วยว่า ธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับกองทัพเมียนมาจะถูกคว่ำบาตรเพิ่มในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนวิจารณ์การใช้ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นในเมียนมา โดยอินโดนีเซียและมาเลเซียเรียกร้องให้อาเซียนประชุมฉุกเฉินผู้นำชาติสมาชิกเพื่อหารือวิกฤติ โดยวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ ตอบรับข้อเรียกร้องนี้ ในวันจันทร์เขาได้เดินทางไปบรูไน ชาติประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน แล้วจะต่อด้วยการเยือนมาเลเซียในวันอังคาร และอินโดนีเซียหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96906</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, นักข่าวบีบีซี, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, อียู, อ่อง ตูรา, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60587dab6da78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 23:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 23:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักข่าวบีบีซีโดนจับที่เนปยีดอ ชาวเมียนมาแห่หนีย่างกุ้งกลับชนบท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บีบีซียืนยันว่านักข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีภาษาพม่า &amp;quot;หายตัว&amp;quot; หลังจากโดนกลุ่มชายในชุดพลเรือนพาตัวไปพร้อมกับนักข่าวเมียนมาของอีกสำนักข่าวหนึ่ง ขณะทำข่าวด้านนอกศาลในกรุงเนปยีดอช่วงเที่ยงวันศุกร์ ถึงขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้ อีกด้านชาวเมียนมาแห่อพยพออกจากย่างกุ้งหวั่นไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำแถลงของบีบีซีที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์ว่า อ่อง ตูรา นักข่าวชาวเมียนมาของบีบีซีภาคภาษาพม่า &amp;quot;หายตัว&amp;quot; ไป หลังจากโดนกลุ่มชายที่ระบุตัวไม่ได้ พาตัวไปพร้อมกับนักข่าวชาวเมียนมาอีกคนที่ทำงานให้กับสื่อท้องถิ่น บีบีซีมีความกังวลอย่างยิ่ง และเรียกร้องเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมาช่วยตามหาเขาและยืนยันว่าเขาปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิสระ มิสซิมา ของเมียนมา กล่าวเช่นกันว่านักข่าวของตนคนหนึ่งชื่อ ตาน เตียะ ออง โดน &amp;quot;จับกุม&amp;quot; ที่เนปยีดอเมื่อวันศุกร์ เขากำลังรายงานข่าวอยู่ด้วยกันกับนักข่าวของบีบีซีขณะถูกนำตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า นับแต่ทหารยึดอำนาจ มีนักข่าวช่างภาพโดนจับกุมไปแล้ว 40 คน โดย 16 คนยังโดนคุมขังไว้ นอกจากนี้กองทัพยังยกเลิกใบอนุญาตของบริษัทผลิตสื่อ 5 แห่ง รวมถึงมิสซิมา และบุกตรวจค้นสำนักข่าวหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวที่โดนควบคุมตัวรายหนึ่งคือเตน ซอ เป็นนักข่าวช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ที่โดนตั้งข้อหา &amp;quot;ก่อความหวาดกลัว แพร่ข่าวเท็จ และยุยงปลุกปั่นลูกจ้างรัฐบาลทั้งทางตรงหรือทางอ้อม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์รุนแรงในเมียนมายังดำเนินต่อไปในวันศุกร์ โดยรอยเตอร์รายงานว่ามีคนเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 9 คน ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองอองบาน รัฐชาน และทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตนับแต่กองกำลังความมั่นคงใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 133 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครย่างกุ้งยังคงเป็นหนึ่งในจุดปะทะรุนแรงที่ทำให้รัฐบาลทหารประกาศกฎอัยการศึกใน 6 เขตในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชากรเกือบ 2 ล้านคนอยู่ภายใต้การควบคุมของทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างสื่อท้องถิ่นในวันศุกร์ว่า ผู้คนจำนวนมากพากันอพยพออกจากย่างกุ้งกลับบ้านในชนบท ทำให้ทางหลวงสายหลักเส้นออกจากย่างกุ้งทางทิศเหนือการจราจรติดขัด ชาวบ้านคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเขตที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยิงผู้ประท้วงตายหลายคนในสัปดาห์นี้บอกกับเอเอฟพีว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยและบางคืนก็นอนไม่หลับ กลัวมากว่าเรื่องเลวร้ายจะเกิดตามมาเพราะที่ที่เธออยู่นั้นตึงเครียดมาก เจ้าหน้าที่จับกุมคนตามท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอในเฟซบุ๊กที่เอเอฟพีระบุว่าเป็นของจริง ถ่ายโดยชาวบ้านในเขตตัมเวซึ่งเกิดการประท้วงรุนแรง เผยให้เห็นทหาร-ตำรวจหลายสิบนายยิงปืนซ้ำๆ และเดินอย่างช้าๆ ไปตามถนนพร้อมตะโกนเรียกให้คนออกมา เสียงขู่บอกว่าจะเปลี่ยนบริเวณนั้นให้เป็นกองเถ้าถ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายพงศ์รัตน์ ภิรมรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ด้วยว่า ทางการไทยกำลังเตรียมที่พักพิงไว้รองรับ หากมีผู้อพยพหนีความไม่สงบข้ามมาจากฝั่งเมียนมา โดยทางจังหวัดสามารถรองรับผู้อพยพข้ามแดนได้ระหว่าง 30,000-50,000 คน แต่เขายืนยันว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีชาวเมียนมาข้ามแดนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96635</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักข่าวบีบีซี, บีบีซีเมียนมา, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, อพยพจากย่างกุ้ง, เมียนมา, เมียนมาจับกุมนักข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_60267bf90a2b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
