<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ๋ง! คนหาปลาหลายจังหวัดภาคใต้-ประจวบฯ ช่วยหาวัตถุดิบส่ง รพ.สนาม-ครัวกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย เปิดเผยว่าได้ชักชวนคนหาปลาทั้งประมงพื้นบ้านและคนตกปลาในหลายจังหวัดที่ติดทะเล ร่วมกันหาปลาเพื่อนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาล(รพ.)สนามและครัวกลางที่รองรับผู้ติดเชื้อโควิด เนื่องจากได้ยินเสียงบ่นทั้งจากหมอและพยาบาลที่กำลังทำงานหนักติดต่อกันมานานหลายเดือนรวมทั้งผู้ป่วยว่ากินแต่ข้าวกล่อง ขณะเดียวกันปัจจุบันราคาอาหารทะเลกำลังตกเนื่องจากชาวประมงขนาดเล็กไม่มีตลาดขายเพราะในหลายพื้นที่ถูกปิดตามมาตรการป้องกันโควิด ดังนั้นหลายคนจึงอยากหาปลาสดไปช่วย รพ.สนาม และครัวกลาง โดยจังหวัดที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยชาวประมงและนักตกปลาในจังหวัดสงขลา สตูล นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ปริมาณปลาทะเลมีเยอะ ส่วนหนึ่งเพราะมาตรการต่างๆที่เข้มงวดขึ้น แต่ตลาดปลาก็ปิดเยอะ ทำให้ชาวบ้านต้องตระเวนขายตามหมู่บ้าน หาตลาดไม่ได้ เช่น ที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดชายแดนใต้ จะส่งไปประเทศมาเลเซียก็ไม่ได้ ดังนั้นเราจึงอยากเอาปลาที่หาได้ไปช่วยเหลือในจังหวัดนั้นๆ&amp;rdquo;นายบรรจง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหลายจังหวัดในภาคอื่นๆที่ไม่ได้ติดทะเลมีโอกาสจะได้กินอาหารทะเลส่วนนี้บ้างหรือไม่ นายบรรจงกล่าวว่า จริงๆแล้วชาวประมงก็อยากนำปลาไปช่วยเหลือแต่ติดขัดเรื่องกระบวนการจัดส่งของสดเพราะไม่มีบริษัทรับส่งสินค้าใดรับจ้างส่งให้ แต่หากจะส่งเองก็ต้องใช้ต้นทุนสูงมาก ที่ผ่านมาสมาคมฯก็ได้ส่งปลาแห้งไปช่วยชาวบ้านในเครือข่ายสลัม 4 ภาคที่กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรียง สีแก้ว เครือข่ายประมงพื้นบ้านนครศรีธรรมราชกล่าวว่า วิกฤตโควิดในภาคใต้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เราให้น้ำหนักหนักในการช่วยเหลือกับ รพ.สนาม เนื่องจากเราทำงานด้านประมงจึงได้นัดกันตกเบ็ดและวางอวน เพื่อเอาปลาไปช่วยเหลือ รพ.สนามโดยนัดหมายกันในวันที่ 13 เริ่มรวมตัวกันแต่ละพื้นที่ตั้งแต่เวลา 16.00 น.และจะมีการถ่ายทอดสดจากพื้นที่ต่างๆร่วมกันทางเพจสมาคมรักษ์ทะเลไทย หลังจากนั้นจะตกปลาและหาปลากันทั้งคืน และจะกลับเข้าฝั่งเช้าวันที่ 14 เพื่อส่งปลาไปครัวกลางและ รพ.สนามของจังหวัดนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากชักชวนผู้คนในสังคม สถานการณ์ขณะนี้ใครทำอะไรได้ก็ให้รีบทำ เพื่อช่วยเพื่อน ตามพื้นที่กักตัวต่างๆ เราอยากเห็นสังคมช่วยเหลือกันในยามวิกฤต อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่า การอนุรักษ์ทำให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์และพร้อมรองรับในยามวิกฤต ตอนนี้ทะเลไทยดีขึ้นเยอะโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการอนุรักษ์ เช่น หยุดหาปลาในฤดูวางไข่ การทำบ้านปลา การทำปะการังเทียม รวมถึงการรณรงค์ไม่ให้ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายหรือเครื่องมือทำลายล้าง&amp;rdquo;นายเรียงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรียง กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นงานอาสาสมัครและเป็นการจุดประกายขึ้นก่อนเพื่อให้สังคมได้ตื่นรู้ จริงๆมีบริบทอื่นๆ เช่น ชาวสวนเอาผลไม้มาช่วยเหลือ โดยในใจลึกๆแล้วอยากให้มีเรื่องราวดีๆในสังคมบ้างท่ามกลางสนามย่ำแย่ อยากให้มีการแบ่งปันกัน โดยครั้งหน้าอาจมัการขยับขยายมากขึ้นเป็น 15-16 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113125</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักตกปลา, บรรจง นะแส, ประมงพื้นบ้าน, รพ.สนาม, สมาคมรักษ์ทะเลไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_61152ce02897c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันโผล่แล้ว!ศพวัยรุ่นนักตกปลาจมแม่น้ำโขง ผลชันสูตรไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.63 &amp;ndash; เมื่อช่วงเช้า พ.ต.ท.กฤษดา สุวรรณกูล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีคนพบศพลอยน้ำมาติดบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง หลังศูนย์วิจัยพันธุ์พืชฯติดกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.นครพนม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยศรีสัตตนครพนม กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิฟ และกู้ภัยนครพนม รุดไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศพดังกล่าวเป็นชายลอยอืดนอนคว่ำหน้า ตรวจสอบชื่อ นายชินวัตร กีกาศ หรือชินจัง อายุ 18 ปี ราษฎรชุมชนบ้านกกต้อง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่จมน้ำหายไปเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 30 มี.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา จากการชันสูตรพลิกศพ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ร.ต.อ.คงฤทธิ์ พลศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งมีเหตุคนตกเรือจมน้ำร่างสูญหาย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านหลังโรงน้ำแข็งวารี ติดกับโรงแรมบลู ชุมชนวัดทุ่งประชานารถ บ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงประสานชุดปฏิบัติการจู่โจมทำลายใต้น้ำ นรข. และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย ร่วมกันค้นหาศพแต่เวลาพลบค่ำก่อน จึงยุติการค้นหาชั่วคราว และดำน้ำหาร่างในวันที่ 31 มีนาคม อีกครั้งก็ยังไร้วี่แวว กระทั่งวันที่ 1 เมษายน ร่างได้ลอยอืดขึ้นมาที่ริมตลิ่งหลังศูนย์วิจัยพันธุ์พืชนครพนม ห่างจากจุดตกน้ำประมาณ 500 เมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายอุทัย จันดีแก้ว อายุ 38 ปี ทำงานเป็นพนักงานทั่วไป รพ.นครพนม บิดาของผู้เสียชีวิต ระบุว่า า ลูกชายมีนิสัยชอบตกปลา&amp;nbsp;และมักจะพายเรือมานั่งตกปลาอยู่ในแม่น้ำโขงเป็นประจำ วันเกิดเหตุลูกชายออกมาตกปลาตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 30 มีนาคม ด้วยการถ่วงทุ่นหินลอยเรืออยู่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 10 เมตร โดยผู้เห็นเหตุการณ์ที่ทำงานเป็นช่างก่อสร้างเล่าให้ฟังว่า ระหว่างผู้ตายนั่งอยู่ในเรือ ได้ใช้เบ็ดฝรั่งตกปลาจำนวน 2 คัน เป็นอุปกรณ์หาปลา ขณะนั้นมีเบ็ดคันหนึ่งพลัดตกน้ำ ผู้ตายจึงกระโดดลงไปกู้เบ็ดดังกล่าวคืน ขณะกำลังว่ายกลับเรืออาจจะเกิดตะคริวทำให้ร่างจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน แต่ไม่มีใครลงไปช่วยเหลือชีวิตได้ เพราะอยู่ห่างกันหลายร้อยเมตร และทำงานอยู่บนตึกสูง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 ลงดำน้ำค้นหาร่างผู้สูญหาย แต่สภาพพื้นใต้แม่น้ำโขง มีความลดหลั่นไม่เรียบเหมือนแม่น้ำทั่วไป และยังมีซอกหินอยู่ใต้น้ำอีกจำนวนมาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการค้นหาเสมอ กระทั่งศพลอยอืดขึ้นมาเองดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61669</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, นักตกปลา, สภ.เมืองนครพนม, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e840f9437e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือสุดยอด!กู้ชีวิต 12 นักตกปลากลางทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 61 -&amp;nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทัพเรือภาคที่2สงขลา ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากเรือประมงชื่อพงษ์ศิริ ซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวตกปลา ว่าเรือเพลาหลุดจากสภาพคลื่นลมแรงทำให้ไม่สามารถเข้าฝั่งได้ &amp;nbsp;โดยมีผู้ที่ติดอยู่ในเรือจำนวน 12 คน และต้องลอยลำอยู่บริเวณปะการังเทียมกลางทะเลห่างจากฝั่งปากบางนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ราว 5 ไมล์ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จึงได้ส่งเรือคีรีรัฐ เข้าไปให้การช่วยเหลือ และต้องใช้วิธีนำเรือยางออกไปรับผู้ที่ติดอยู่ในเรือพงษ์ศิริ กลับมาขึ้นเรือคีรีรัฐได้อย่างปลอดภัย และพาเดินทางกลับเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา จำนวน10 คน ส่วนอีก 2 คน ซึ่งเป็นคนขับพร้อมลูกเรือ ยังคงอยู่เฝ้าเรือเพื่อรอซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรือลำนำนี้ได้นำนักท่องเที่ยวพร้อมลูกเรือรวม 12 คนออกไปตกปลาตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ แต่ปรากฏว่าช่วงเกิดเหตุเพลาเกิดหลุดไม่สามารถเดินทางกลับเข้าฝั่งได้ จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือมายังศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทัพเรือภาคที่2สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาพคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยในระยะ1-2วันนี้เริ่มกลับมาแปรปรวนอีกครั้ง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้แจ้งเตือนให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, กู้ชีวิต, นักตกปลา, ปะการังเทียมกลาง, พล.ร.ท.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa3e942c93d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
