<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;กำชับดูแลนักท่องเที่ยวจีนให้ดีพร้อมเล็งลดวันกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า บรรดานักท่องเที่ยวคงค่อยๆ ทยอยเข้ามา แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวเหล่านี้มั่นใจในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามมาตรการที่เราขอให้เขาทำก่อนเข้ามาประเทศไทยก็รับรองได้ว่ามีความปลอดภัย เพราะเขาต้องตรวจในประเทศของเขาก่อน และเมื่อมาถึงประเทศไทยต้องกักตัว 14 วัน ถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง นักท่องเที่ยวชุดแรกนี้มาจากกว่างโจว 40 คน โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปว่าให้อำนวยความสะดวกเขาทุกเรื่องไม่ใช่มาแล้ว มาเจออุปสรรคน่านับประการ กลับไปก็ไปบ่นอีกอย่างนี้ไม่ได้ ต้องให้เขาเห็นว่า มาแล้วได้รับการดูแลเป็นอย่างดี รวดเร็ว ทันใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เรายังคงมาตรการกักตัว 14 วัน สำหรับคนที่เข้ามาในประเทศไทยอยู่ แต่กำลังมีความคืบหน้าในการจะหาวิธีที่จะทำให้วันกักตัวลดลง ความจริง สธ.มีความพร้อมอยู่แล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องขอดัดแปลงวิธีการนิดหน่อย จึงต้องรอพร้อมกัน เบื้องต้นกรมควบคุมโรคได้เสนอไปว่า อยากให้ลดเหลือ 10 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมได้ให้ความเห็นไปว่า ถ้าเรามั่นใจก็ไม่ต้องไปกลัว กักตัวกี่วันแล้วปลอดภัยที่สุดก็เท่านั้นแหละ ทั้งนี้ จะลดมา 10 วัน หรือ 7 วัน ถ้าเรามีวิธีการที่ดีอาจจะลดลงเหลือ 5 วัน 4 วัน 3 วัน หรือไม่มีเลยก็ได้ ซึ่งเรามุ่งเน้นไปทางนั้นอยู่ คงไม่ใช่จะอยู่ที่ 14 วันตลอดชีพ&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า จะมีการพิจารณาประเทศที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดเป็นอย่างดี เหมือนกับประเทศไทยก่อนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ความจริงมีปัจจัยหลายปัจจัย แน่นอนว่าประเทศที่มีการควบคุมการระบาดที่ดี เราจะพิจารณาลดหย่อนให้มากขึ้น แต่ประเทศไหนที่มีการระบาดเยอะอยู่ ต้องหาวิธีที่จะทำให้เกิดความสะดวกมากที่สุด แต่คงไม่เท่ากันทุกประเทศ ซึ่งขณะนี้เรามีการทำพาร์ทเนอร์กับประเทศเหล่านี้อยู่ แต่เราจะไปปล่อยให้มีการ Free Entry เข้าออกตามสะดวกไม่ได้เหมือนบางประเทศในยุโรปไม่ได้ เพราะหากปล่อยเช่นนั้นการระบาดจะกลับมาอีก ซึ่งมีตัวอย่างในหลายประเทศแล้ว ถึงอย่างไรเรายังเชื่อในวิธีการ Quarantine อยู่เพราะสิ่งที่เราทำมาได้ตลอดในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ที่เรามีระบบ Quarantine แสดงให้เห็นว่า เรามีความสามารถควบคุมป้องกันการระบาดของโรคได้ 100% คนที่เข้ามา Quarantine แล้วออกไปไม่ค่อยมีใครแพร่เชื้อเลย ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การลักลอบเข้าประเทศ โดยเฉพาะอ.แม่สอด จ.ตาก ตามที่เป็นข่าว ต้องระมัดระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ในวันนี้ยังมีความจำเป็นต้องใช้ถึงสิ้นเดือนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการหารือใน ศบค. ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดเตรียมข้อมูลต่างๆ เพราะมีหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่การแพร่ระบาดของโรคอย่างเดียว แต่มีเรื่องความพร้อมการดูแล การเฝ้าระวังต่างๆ ซึ่งต้องฟังจากทุกหน่วยงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81331</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยวจีน, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ประเทศไทย, รมว.สาธารณสุข, รองนายกรัฐมนตรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f587a54eee1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายห่วง!! สุวรรณภูมิเผยนักท่องเที่ยวจีน39 รายตรวจแล้วไม่มีไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าได้รับรายงานจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ภายหลังจากการรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมาของผู้โดยสารชาวจีนจำนวน 39 ราย จากการตรวจเบื้องต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่มีไข้ โดยจะต้องไปกักตัว14 วัน และรอการตรวจอย่างละเอียดต่อไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้รายงานให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบกรณีที่มีกระแสข่าวเกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัด H3N2 นั้น ว่าคมนาคมได้ประสานกับ สาธารณสุขแล้วไม่ปรากฎว่าไม่เป็นความจริงตามข่าวและเชื้อ H3N2 ไม่ปรากฎชื่อในเชื้อโรคระบาด COLONA ของกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตามโดยในวันนี้กระทรวงสาธารณสุขจะตรวจสอบอีกครั้งและแถลงข่าว

รายงานข่าวจาก ทอท.แจ้งว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 39 คน เดินทางมาโดยสายการบิน Spring Airlines เที่ยวบินที่ 9C8579 จากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เวลา 17.10 น. ซึ่งนักท่องเที่ยวดังกล่าวยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด - 19 ตามมาตรการของรัฐเหมือนกับผู้โดยสารทั่วไป และต้องตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน (Alternative State Quarantine: ASQ)

อย่างไรก็ตาม ทอท.มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวแล้วและมีการประสานการทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานราชการ สายการบินและผู้ปฏิบัติงานภายใน ทสภ. เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล เช่น การตั้งจุดคัดกรองของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ การจัดเตรียมพื้นที่ตั้งห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด - 19 ด้วยระบบการตรวจหาสารคัดหลั่งทางพันธุกรรม หรือ PCR ซึ่งมีความรวดเร็วและแม่นยำถึง 95%ที่สามารถทราบผลตรวจได้ภายใน 90 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81322</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยวจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fb09e9d0c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองหัวหน้าพรรคกล้า&#039; ปลุกรัฐบาลจัดทำแผนเชิงรุก &#039;เตรียมเมือง&#039; รับนักท่องเที่ยวจีนฟื้นเศรษฐกิจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63 - นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กเสนอแนะรัฐบาลจัดทำแผนเชิงรุกเพื่อเตรียมเมืองรับนักท่องเที่ยวและเร่งฟื้นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ&amp;nbsp;GDP มีเนื้อหาระบุว่า เดือนตุลาคมนี้ หยุดยาวแรกของจีนที่มีสถิติชัดเจนว่าสนใจจะเดินทางมาเที่ยวไทยมากเป็นอันดับ 1 ของโลก Covid ก็ต้องหยุด แต่ปากท้องก็ต้องรอด แล้วจะทำยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งแรกที่ต้องทำ คือช่วยกันคิด (บนข้อมูล) และไม่ด่ากัน การด่ากันมันไม่ช่วยครับ ส่วนผมขอเสนอให้ภาครัฐจับมือกับจีนทำงาน &amp;ldquo;เชิงรุก&amp;rdquo; เพื่อฟื้นเศรษฐกิจไทยครับ &amp;ldquo;บนสมมติฐานว่าหากวันนี้จนถึงตุลาคมนี้ ทั้งไทยและจีนไม่มีสถิติผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอย่างมีนัยยะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ไทยต้องเตรียมตัวรับนักท่องเที่ยวระลอกแรกที่เป็น FIT (หมายถึง Free Independent Tourist ซึ่งมีกำลังการจับจ่าย &amp;ldquo;สูงกว่า&amp;rdquo; นักท่องเที่ยวที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์) จำนวน 3,000-500,000 คน (ในสถานการณ์ปกติ คนจีนจะมาไทยไตรมาส 4 เดือนละ 3.3 ล้านคน) มาไทย 5-7 วันต่อคน มีปริมาณการใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 25,000-100,000 บาท หมายถึงเรากำลังพูดถึง 2 หมื่นล้านบาท &amp;ldquo;ต่อเดือนเป็นอย่างน้อย&amp;rdquo; ที่จะลงถึงท้องถิ่นในแหล่งท่องเที่ยว และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคน (ในเขตจังหวัดที่ระบุข้างล่าง) ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ไทยต้องทำ คือ &amp;ldquo;เตรียมเมือง&amp;rdquo; ร่วมกับจีนครับ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี กรุงเทพ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พังงา เพื่อคนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกิน &amp;ldquo;3 ล้านคน&amp;rdquo; (ทั้งหมดมี 4.5 ล้านคน) อยู่ในเมืองเหล่านี้ #ต้องรอด ครับ จัดเส้นทาง และแหล่งท่องเที่ยวที่ประกาศเป็น &amp;ldquo;Safer Zone&amp;rdquo; ปลอดภัย มั่นใจ ทั้ง &amp;ldquo;เขา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เรา&amp;rdquo; ด้วยการจัด Zoning ให้ห้าง โรงแรม ตลาด รถทัวร์ วัด สถานที่ตากอากาศ เป็นกลุ่มๆที่ต้องถูก certify การป้องกันเชื้อและการติดเชื้อ เช่น ตรวจสุขภาพ และประวัติมัคคุเทศก์ คนขับรถ มีการบังคับการฆ่าเชื้อ รักษาความสะอาดรถ โรงแรม ห้าง ตลาดในความถี่ที่กำหนดที่ต้องมีมาตรฐาน ไม่ใช่ไก่กาทำกันเอง รวมถึงในสถานที่เหล่านี้ ต้องบังคับการวัดไข้ทั้งผู้ขาย และนักท่องเที่ยว รวมถึงใส่หน้ากาก และ social distancing 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่นตลาดรถไฟ เมื่อผู้ค้ามาตั้งร้านเสร็จ 1.ตรวจวัดไข้-ประวัติผู้ขาย 2.จัดร้านให้มีระยะห่างมากขึ้น เปิดพื้นที่การทานอาหารให้เว้นระยะ 3.ทำการฆ่าเชื้อก่อน และหลังตั้งร้านแล้ว (เว้นอาหาร) 4.ทำ certificate &amp;ldquo;Welcome to Thailand AGAIN!!&amp;rdquo; สำหรับนักท่องเที่ยวปลอดภัย โดยจับมือกับสถานทูตจีนขอดูประวัติย้อนหลัง 14 วัน และวัดไข้ทั้งเมื่อมาถึงไทย และเมื่อไปถึงแหล่งท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา &amp;ldquo;เตรียมเมือง&amp;rdquo; แล้วอย่าลืม &amp;ldquo;เตรียมกฏหมาย&amp;rdquo; ลงโทษผู้ฝ่าฝืน เพราะเราจะสร้างเศรษฐกิจเพื่อคนส่วนใหญ่ในสภาวะวิกฤติ อย่าปล่อยคนไร้วินัย หรือเห็นแก่ตัวมาสร้างปัญหาครับ อาศัยเงินกู้อย่างเดียว เราอยู่ไม่ได้แน่ครับ รัฐบาลมีภาระหนักหลายเรื่องจริงๆ อันนี้ทุกคนเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกขาคือการส่งออกอาหาร เพื่อสร้างครัวโลกที่แท้จริง ไว้ผมจบประชุมเพื่อนๆที่ทำธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ร้านอาหารดัง ยันส่งออกแช่แข็ง แล้วจะมาเสนอให้ฟังอีกครั้งครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เตรียมตัว #เราต้องรอด #กล้าคิดเชิงรุก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64284</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ท่องเที่ยวไทย, นักท่องเที่ยวจีน, พงศ์พรหม ยามะรัต, พรรคกล้า, แผนฟื้นเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea521f931c70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเชื่อเศรษฐกิจไทยฟื้น ชี้รมว.ท่องเที่ยว เตรียมแผนดึงคนจีนกลับมาเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.63​ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) แล้ว จากนั้นทางสภาจะส่งร่างกฎหมายมายังรัฐบาลเพื่อตรวจสอบ ก่อนนำความขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย &amp;nbsp;และประกาศใช้ต่อไป โดยรัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่ช่วยให้ร่างกฎหมายผ่านไปได้อย่างราบรื่น ยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า รอบคอบ เพื่อพัฒนาประเทศชาติ ให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นเมื่องบประมาณปี 2563 ประกาศใช้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า ไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากหลายปัจจัยตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็น ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ภัยแล้ง การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา บวกกับการใช้จ่ายงบประมาณที่ล่าช้า แต่เมื่องบปี 2563 ได้ประกาศใช้แล้ว การเบิกจ่ายงบประมาณจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาลจะดำเนินโครงการต่างๆได้อย่างเต็มที่ สามารถลงนามในสัญญาต่างๆได้ จึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับงานด้านการท่องเที่ยว ถือเป็นด้านที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแล้ว ทั้งนี้ เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสคลายตัวลงแล้ว ขอให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวช่วยกันเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเที่ยวประเทศไทย ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะมีการนำมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (ฟรีวีซ่า) สำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็น 2 ตลาดใหญ่ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอีกครั้ง พร้อมกับประสานกระทรวงคมนาคม เพื่อเปิดบริการเช่าเครื่องบินเหมาลำให้มากที่สุด โดยหวังว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะกลับมาคึกคักอีกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57302</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยวจีน, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, เศรษฐกิจ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e393ea15752a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; เผยเหตุไม่แบนนักท่องเที่ยวจีน พร้อมตั้งทีมสกัดไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวขณะแถลงข่าวเรื่องมาตรการรับมือไวรัสโคโรน่า 2019 ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอให้แบนนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดแต่ ณ สถานการณ์ปัจจุบันน่าจะทราบกันดีแล้วว่าประเทศที่มีการแบนนักท่องเที่ยวจีนไปจนถึงประเทศที่ใช้มาตรการป้องกันโรคในระดับสูงสุดก็ไม่สามารถหยุดยั้งการติดเชื้อได้ ทางที่ดีคือต้องพัฒนาระบบการคัดกรอง และรักษาภายในประเทศ ซึ่งไทยทำงานหนัก และได้รับการยอมในรับระดับนานาชาติ ว่ามีระบบการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ ขอให้มั่นใจการทำงานของกระทรวงฯ ทั้งนี้ การตัดสินใจของเราจะส่งผลบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในอนาคตอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ได้ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ประกอบไปด้วย นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมโรคและอธิบดีกรมสุขภาพจิต ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีประสบการณ์ในการควบคุมวิกฤติโรคระบาด, นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข, อดีตอธิบดีกรมควบคุมโรค มีประสบการณ์ในการคลี่คลายปัญหาวิกฤติไข้หวัดนก และ&amp;nbsp;นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ อดีตผู้ อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ท่านเหล่านี้มีความรู้ ความสามารถและอาสาเข้ามาช่วยงานภาครัฐเป็นเรื่องน่าชื่นชมที่เราจะได้ประสบการณ์ของคนเหล่านี้มาแก้ปัญหา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ควบคุมโรคระบาด, นักท่องเที่ยวจีน, อนุทิน ชาญวีรกูล, เชื้อไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3baf0882805.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดเงินหาย9.5หมื่นล. ครม.คลอดแพ็กเกจอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.เศรษฐกิจคลอดแพ็กเกจพยุงธุรกิจท่องเที่ยวไทย หลังเจอพิษไวรัสโคโรนา ประเมินถึงเม.ย.นักท่องเที่ยวจีนหาย 80% สูญ 9.5 หมื่นล้าน พร้อมตั้ง คกก. &amp;quot;Ease of Traveling&amp;quot; ฟื้นท่องเที่ยว กรมสรรพสามิตขานรับลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน SMEแบงก์พักชำระหนี้ 12 เดือนเยียวยาผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธศักดิ์เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แบ่งเป็น 2 ระยะ คือมาตรการระยะเร่งด่วน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-เม.ย.นี้ ประกอบด้วย 1.สื่อสารสร้างความเข้าใจแก่คนไทยและนักท่องเที่ยว โดยห่วงใยและให้ความสำคัญกับคนไทยเป็นอันดับแรก และแสดงความเห็นใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ 2.เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยยกระดับศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นวันสต๊อปเซอร์วิส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เยียวยาธุรกิจท่องเที่ยว โดยการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและยืดระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้หรือดอกเบี้ย ระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว การปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงของอากาศยาน การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน และ 4.กระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น สนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการจัดประชุมสัมมนาในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงการหาตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเพื่อทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการระยะยาว ตั้งแต่เดือน พ.ค.2563 เป็นต้นไป เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน จะมีการตั้งคณะกรรมการ Ease of Traveling โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ตามที่นายกฯ มอบหมายเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรองประธาน ทำหน้าที่ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การปรับปรุงบริการ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย 2.การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพ และการบริการด้านการท่องเที่ยว และ 3.ดำเนินการกระตุ้นตลาด โดยการสนับสนุน Charter Flight สำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายสูง และการขยายเวลาเศรษฐกิจภาคกลางคืน นำร่องเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว (Zoning)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า จากการประเมินและเก็บข้อมูล พบว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้ส่งผลกระทบทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ตั้งแต่ช่วงปัจจุบันถึงเดือน เม.ย.2563 ลดลง 80% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในขณะนี้ อยู่ที่ 9.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าสถานการณ์ในภาคการท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้น หากจีนมีการยกเลิกคำสั่งการออกนอกประเทศภายใน 3 เดือน ซึ่งสถานการณ์ในภาคการท่องเที่ยวอาจจะไม่กลับมาดีในทันที คงใช้เวลาในการฟื้นตัว 1-2 เดือน ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยในปี 2563 ยังคงเป้าหมายมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 41.8 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.22 ล้านล้านบาท โดยยืนยันว่าหน่วยงานพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาระดับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เติบโตได้ไม่น้อยกว่าปีก่อน และให้เป็นไปตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ได้มีการหารือถึงแนวคิดในการทำประกันให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ความคุ้มครองกรณีการเสียชีวิตและเจ็บป่วยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ที่ประชุมเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้เลวร้ายเทียบเท่ากับโรคซาร์ส จึงยังไม่ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้
ชงหั่นภาษีน้ำมันเครื่องบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ในฐานะเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะช่วยดูผลกระทบของสายการบิน โดยเฉพาะมาตรการทางภาษี โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป และขอให้ทำใจว่าปัญหาไวรัสจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรก 3-6 เดือนแรกของปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยเคยเจอปัญหาลักษณะนี้มาแล้วในช่วงการระบาดของไข้หวัดนกและโรคซาร์ส ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในช่วงนั้น โดยรัฐบาลได้หยิบเอาประสบการณ์ในอดีตมาใช้เตรียมการรับมือในขณะนี้ โดยอมรับว่าจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 3-4 เดือน แล้วจึงจะทยอยกลับมา ดังนั้นระหว่างนี้ต้องมาดูวิธีการในการช่วงพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม 5 ล้านราย และยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีก 10 ล้านคน จึงจำเป็นต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรไทยถึงจะผ่านจุดนี้ไปได้&amp;rdquo; นายกอบศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการหารือในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเกี่ยวกับแนวทางในการดูแลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอีก 2 ครั้ง โดยอาจจะมีมาตรการคล้ายคลึงกับมาตรการไทยเที่ยวไทย มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว และการปลดล็อกแนวทางการช่วยเหลือต่างๆ ตามมาอีกในระยะต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับถึงกรณีที่จะมีการยกเลิก VOA (visa on arrival) จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะทางการจีนยกเลิกการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์แแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไปร้อยละ 100 และชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ใช่กรุ๊ปทัวร์ ทางการจีนขอความร่วมมือไม่ให้ออกเดินทางก็ลดลงแล้วร้อยละ 50 และได้เน้นย้ำผลกระทบเศรษฐกิจท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยรัฐบาลยืนยันให้ความสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ชีวิตและสุขภาพของประชาชน ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาทราบว่าประเทศไทยมีระบบการสาธารณสุขมีมาตรฐานสากลตามองค์การอนามัยโลก และมีความพร้อมในการควบคุมการแพร่ระบาดของโลกอันดับ 6 ของโลก จาก 195 ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.รายงานว่า มีการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างเข้มข้น ทั้ง 3 ระดับ ระดับที่ 1 ผู้โดยสารเครื่องบินจากเมืองกลุ่มเสี่ยงมาก มีการคัดกรองที่หน้า GATE &amp;nbsp;สำหรับเที่ยวบินที่จัดอันดับความเสี่ยงโรคระบาดระดับปกติ จัดพื้นที่ลงจอดที่อาคารเทียบเครื่องบิน &amp;nbsp;D E F มีจุดตรวจด้วย ส่วนเที่ยวบินอื่นๆ ที่ไม่สุ่มเสี่ยงตรวจที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง และส่วนบัสเกต มีจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่ E ประชาชนจะได้เชื่อมั่นการคัดกรองของ ทอท.และกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีข้อแนะนำ ส่วนผู้ที่มีอาการของโรคจะมีการดำเนินการตามระบบที่วางไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 3-28 ม.ค.2563 พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นเข้ามายังประเทศไทยทั้งสิ้นประมาณ 20,200 คน โดยในจำนวนนี้ได้มีการเดินทางออกจากประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้ว 7,500 คน และยังเหลือนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองอู่ฮั่นที่อยู่ในประเทศไทยอีก 2,730 คน
พักหนี้ช่วยธุรกิจ SME
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจโรงแรม ที่พัก สินค้าเกษตรแปรรูป ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าที่ระลึก และร้านค้าส่งร้านค้าปลีก เป็นต้น ธพว.จึงได้ออกชุด &amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&amp;rdquo; เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้จนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.มาตรการพักชำระหนี้เงินต้น นานสูงสุด 12 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม โดยเริ่มพักชำระนับจากเดือนถัดไปที่ได้รับการอนุมัติพักชำระหนี้เงินต้น 2.มาตรการขยายเวลาชำระหนี้ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถขยายเวลาชำระหนี้ออกไปได้สูงสุด 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่ใช้ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อเดิม สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าข้างต้นไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา และ 3.มาตรการเติมทุนดอกเบี้ยถูกเสริมสภาพคล่อง วงเงิน 3,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นิติบุคคล 3 %ต่อปี ใน 3 ปีแรก บุคคลธรรมดา 5% ต่อปี ใน 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากชุดมาตรการดังกล่าว จะช่วยลูกค้าลดภาระค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น รักษาสภาพการจ้างงานในกิจการ และช่วยป้องกันการตกชั้นได้อีกทางหนึ่ง โดยลูกค้า ธพว.ที่ได้รับผลกระทบและต้องการรับความช่วยเหลือ สามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2563 ณ สาขา ธพว.ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357&amp;quot; นางสาวนารถนารีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า พร้อมที่จะใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน ที่ก่อนหน้านี้เคยหารือกันและได้ข้อให้กลับไปทำข้อเสนอกลับมาว่า หากมีการลดภาษี จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ซึ่งหากกระทรวงการคลังและ ครม.ไม่ขัดข้อง กรมพร้อมที่จะลดภาษีให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะเป็นมาตรการลดให้กับเที่ยวบินภายในประเทศเท่านั้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และจะต้องเป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ได้ลดภาษีช่วยตลอดไป และยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ได้เป็นปัญหาให้กับกรม เพราะปัจจุบันกรมจัดเก็บภาษีน้ำมันเครื่องบินไม่มาก แค่ 1-2 พันล้านบาทต่อปี ไม่ได้มีนัยสำคัญ แต่หากเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวจริงๆ ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่า.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55988</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ease of Traveling, ครม.เศรษฐกิจ, ชำระหนี้ 12 เดือน, ธุรกิจท่องเที่ยว, นักท่องเที่ยวจีน, ลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c093b1d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อ8รายอาการดีขึ้น ฟัน2มือโพสต์ข่าวปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สธ.เผยรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรนาหายกลับบ้านเพิ่มอีก 1 ราย เหลืออีก 8 คนอาการดีขึ้น พบ 2 คนขับแท็กซี่รับนักท่องเที่ยวจีน นำเข้าระบบเฝ้าระวัง ส่งตรวจหาเชื้อห้องแล็บคาด 1-2 วันรู้ผล &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; ยันพร้อมรับคนไทยกลับ แจงคนจีนจากอู่ฮั่นเหลืออยู่ไทยแค่ 2 พันคนไม่ใช่หลักหมื่น &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ขอกราบเท้าวอนพวกเฟกนิวส์เลิกป่วน &amp;quot;ดีอีเอส&amp;quot; บุกค้น 15 แหล่งโพสต์ข่าวปลอม จับ 2 มือโพสต์ดำเนินคดี &amp;quot;พท.&amp;quot; ยื่น กมธ.ตปท.ถามวันไหนอพยพกลับกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 30 ม.ค. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่าขณะนี้ยังยืนยันประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยเชื้อดังกล่าว 14 ราย ซึ่งเป็นการติดเชื้อจากภายนอกประเทศทั้งหมด ยังไม่มีการระบาดภายในประเทศ และที่น่ายินดีคือ ผู้ป่วยรักษาหายและกลับได้แล้วเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 6 คน เป็นคนจีน 5 คน คนไทย 1 คน เหลือรักษาตัวอยู่อีก 8 คน ไม่มีรายใดอาการรุนแรงและอาการดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า สำหรับการคัดกรองที่ขยายเพิ่มเป็นผู้ที่มาจากประเทศจีนทุกเที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 24-29 ม.ค.2563 คัดกรองแล้ว 92 เที่ยวบิน ผู้โดยสารและลูกเรือ 6,953 คน โดยการปฏิบัติงานภายในสนามบินมีผู้ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีกำลังจากหน่วยงานต่าง เช่น สาธารณสุขในพื้นที่ และหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมดำเนินการ ซึ่งผู้ที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคสะสมจนถึงตอนนี้มี 202 คน อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 67 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 135 ราย โดยในวันที่ 29 ม.ค. พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 44 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากขยายการคัดกรองมายังคนไทยที่สัมผัสใกล้ชิดคนจีน ก็มีคนไทยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคด้วย ซึ่งมีหลายอาชีพ เช่น คนขับแท็กซี่ จำนวน 2 ราย ที่มีประวัติรับนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจหาเชื้อที่ห้องแล็บ 2 แห่ง คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 วันนี้ แต่เบื้องต้นไม่มีอาการอะไรน่ากังวล อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีแนวโน้มว่าความรุนแรงลดลง ปัจจุบันพบผู้ป่วยใน 17 ประเทศ มีเพียงประเทศจีนเท่านั้นที่มีผู้เสียชีวิต ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยยังไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด&amp;quot; นพ.โสภณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไปกล่าวว่า สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดในอนาคต เน้นวางระบบการเฝ้าระวัง จากปัจจุบันที่ทำที่สนามบินเป็นหลัก เพิ่มมาเป็นโรงพยาบาล และขยายเข้าไปในชุมชน โดยให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทุกจังหวัด เพื่อระดมกำลังเตรียมความพร้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเดิมเราเน้นพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว ก็ให้ดำเนินการทุกจังหวัด ถ้าเกิดอะไรขึ้นในอนาคตจะได้ไม่ฉุกละหุก นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำแก่โรงแรม บริษัททัวร์ คนขับรถสาธารณะ หากพบว่ามีอาการก็ให้ติดต่อเข้ามายัง 1422 เพื่อวินิจฉัยรักษาต่อว่าเป็นโรคอะไร รวมถึงแนะนำการทำความสะอาด หากกังวลเรื่องน้ำมูกน้ำลายจากผู้โดยสาร โดยใช้แอลกอฮอล์ 70% ก็สามารถฆ่าเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ดี ขอความร่วมมือจากประชาชนให้สวมหน้ากาก โดยคนที่ไม่ป่วยขอให้ใช้หน้ากากผ้าทำเองเพื่อป้องกันและลดขยะ ส่วนผู้ที่มีอาการป่วยให้สวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยให้นำด้านที่เป็นสีเขียวออกข้างนอก นำสีขาวที่มีความอ่อนนุ่มไว้ด้านใน ซึ่งจะซึมซับน้ำมูกน้ำลายได้ดี ส่วนหน้ากากอนามัยชนิด N95 เป็นหน้ากากสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสโรค หากทุกคนหันมาใช้ระดับนี้กันหมดก็จะทำให้ขาดแคลนได้&amp;quot; ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไปกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงผลการตรวจสอบกรณีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตปริศนาที่จังหวัดเชียงใหม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการชันสูตร แต่ข้อสังเกตคือโรคระบาดไม่ได้ทำให้เสียชีวิตแบบเฉียบพลัน
คนไทยที่อู่ฮั่นสุขภาพดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกฯ แถลงข่าวการดำเนินการรับมือไวรัสโคโรนาว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมตั้งแต่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยมีการคัดกรองนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามายังประเทศไทย ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลคุมสถานการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเตรียมรับคนไทยกลับประเทศรัฐบาลมีความพร้อมที่จะส่งเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนไทยกลับได้ตั้งแต่วันนี้ รอเพียงทางการจีนอนุญาตเท่านั้น ส่วนที่ประเทศอื่นรับกลับได้เพราะมีเหตุผลและปัจจัยที่ต่างกัน แต่ของเราใกล้แล้ว ที่ผ่านมาเราไม่อยากให้ข่าวเรื่องนี้มากนัก เพราะเกรงว่าจะเป็นการกดดันทางการจีน แต่เมื่อประชาชนอยากรู้จึงต้องออกมาพูด และขณะนี้คนไทย 64 คนที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่นยังมีสุขภาพดี ไม่เข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยทั้ง 64 คนมีการติดต่อกับทางการไทยตลอด ยืนยันรัฐบาลทำเต็มที่ไม่เคยนิ่งนอนใจ รัฐบาลเป็นห่วงอยากให้ทุกคนได้กลับบ้าน&amp;quot; นางนฤมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงมีข่าวชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น 5 ล้านคนเดินทางมายังไทยก่อนจีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ได้มีข้อมูลโต้แย้งจากสื่อจีนและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่ามีการเดินทางเข้ามาประเทศไทย 2 หมื่นคน ก่อนที่เมืองอู่ฮั่นถูกประกาศปิด และมีการเดินทางกลับไปแล้ว 17,000 คน เหลือประมาณ 2,000 คน และจะลดลงเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีเสริมกรณีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ไม่ใช่สาเหตุจากไวรัสโคโรนา ยืนยันว่าไม่ได้มีการปกปิดข้อมูลต่อสาธารณะ และขอความร่วมมือคนที่สร้างข่าวปลอม รวมถึงสื่อบางสำนักที่พาดหัวข่าวแล้วทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิด เพราะบางคนอ่านแค่พาดหัวข่าว จึงขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจสู้กับโรคระบาด ไม่ใช่มาทำร้ายกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ยืนยันรัฐบาลเตรียมความไปรับคนไทยไว้หมดแล้ว ทั้งเครื่องบิน บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จะไปดูแลตามขั้นตอนการขนส่งผู้โดยสารจากเมืองที่มีสถานการณ์โรคระบาด ขณะนี้รอเพียงการประสานจากทางจีน ทุกคนจะไม่เสียค่าโดยสาร เพราะเป็นการดูแลคนของเรา โดยจะมีขั้นตอนการตรวจเช็กการขึ้นเครื่อง แม้ขณะนี้จะไม่มีรายงานว่าคนไทยที่อยู่เมืองอู่ฮั่นมีอาการของโรคหรือเจ็บป่วยใดๆ ก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า เมืองอู่ฮั่นขณะนี้ถูกปิดเมือง การสัญจรไม่มีไฟลต์เครื่องบินเข้า-ออก เราจึงต้องใช้ไฟลต์พิเศษ โดยจะต้องมีขั้นตอนการขออนุญาตเส้นทางการบิน ปัจจุบันยังไม่ได้รับการยืนยันวันที่จะเข้าไปรับคนไทยที่ชัดเจน และตนไม่รู้ว่ากระแสข่าวว่าจะไปรับคนไทยวันที่ 4 ก.พ.มาจากไหน แต่ยืนยันจะเดินทางไปรับคนไทยให้เร็วที่สุด ฝั่งไทยพร้อมแล้ว รอการไฟเขียวจากจีนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องรายละเอียดขอให้การข่าวมาจากศูนย์ข่าวเดียวกัน เพราะคนนั้นให้ข่าวที คนนู้นให้ข่าวที ก็เริ่มมีการผิดเพี้ยนบ้าง จริงบ้าง จะทำให้ผู้คนตื่นตระหนก ซึ่งผมจะเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นประธานอำนวยการ ในเวลา 13.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมจะเสนอมาตรการต่างๆ รวมไปถึงการเสนอให้ยกเลิกการออกวีซ่าให้คนจีน ที่ขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในประเทศไทย หรือวีซ่าออนอาร์ไรวัล (Visa on Arrival)&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
อนุทินขอเลิกเฟกนิวส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดีที่สุดคือต้องทำให้คนจีนเข้ามาประเทศไทยให้น้อยที่สุด เพื่อให้เกิดความสบายใจของคนไทย แต่เราไม่สามารถที่จะไปยกเลิกวีซ่าที่ออกโดยสถานทูตจีนได้ อาจจะต้องกำหนดมาตรการ เช่น มีใบรับรองแพทย์มาแสดง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความสบายใจของพี่น้องคนไทย ความปลอดภัยในด้านสุขภาพของคนไทย ต้องมาเหนือสิ่งอื่นใด ขอให้ความมั่นใจ ไม่มีทางเห็นคนอื่นดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามเรื่องของเฟกนิวส์จะเอาผิดผู้ปล่อยข่าวอย่างไร รองนายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาผิดเอาถูก แต่ต้องชี้แจงให้มากที่สุด อยากจะให้ไปกราบเท้าทุกคนก็ได้ที่เล่นเฟกนิวส์ อย่าทำเลย เอาไว้สถานการณ์ปกติ จะเล่น จะว่า จะแซวกัน ค่อยให้ถึงเวลานั้น แต่ตอนนี้ขอให้เป็นเวลาทุกคนต้องร่วมกันให้เกิดความสงบ ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปอท.) นำหมายศาลเข้าค้น 15 จุดเป้าหมายทั่วประเทศ หลังพบมีผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวปลอมเชื้อไวรัสโคโรนา พบ 6 จุด มีผู้ปล่อยข่าวปลอม ส่วน 9 จุด อยู่ระหว่างปฏิบัติการและสรุปผล พร้อมควบคุมตัว 2 คนที่ยอมรับว่าเป็นผู้เผยแพร่ข่าวปลอมมาดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวปลอมเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรนา ร่วมกับตำรวจ ปอท. โดย 1 ใน 15 จุด เข้าตรวจค้นหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และควบคุมตัวผู้โพสต์ 1 คนมาสอบสวน ซึ่งยอมรับเป็นผู้โพสต์ข่าวผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโลนาที่พัทยา 1 ราย โดยได้รับการส่งต่อมาจากเพื่อน และเมื่อทราบว่าเป็นข่าวปลอม จึงได้ลบโพสต์ดังกล่าวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 1 คนที่ควบคุมตัวเป็นชายในพื้นที่ย่านทวีวัฒนา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ที่เผยแพร่คลิปวิดีโอต่างประเทศที่มีคนล้มลง และมีการอ้างว่าได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา เบื้องต้นควบคุมตัวทั้ง 2 คนส่งตำรวจ ปอท. ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้รับความเสียหายกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 4 คน ที่พบการส่งต่อข่าวปลอม เช่น ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ขอฝากเตือนประชาชนเกี่ยวกับการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร โดยขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสียหาย และอาจจะถูกดำเนินคดีได้ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อมูลว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอม เช่น ข่าวปลอม สี จิ้นผิง สั่งใช้กฎหมายสูงสุด วิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับไวรัส, ข่าวปลอม ผู้ป่วยติดเชื่อไวรัสโคโรนา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 นครราชสีมา, ข่าวปลอม พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา เสียชีวิตที่ภูเก็ต เพิ่มอีก 1 ราย, ข่าวปลอม พบผู้ป่วยชาวจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนารักษาตัวที่ รพ.ราชธานี จ.พระนครศรีอยุธยา, ข่าวปลอม พัทยาพบผู้ป่วยเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา 1 ราย, ข่าวปลอม เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สามารถติดต่อผ่านการมองตาได้, ข่าวปลอม คลิปสุดช็อก ไวรัสโคโรนา ทำคนล้มทั้งยืน, ข่าวปลอม กรมควบคุมโรคยกเลิกการคัดกรองผู้โดยสารด้วยเทอร์โมสแกน และข่าวปลอม พนักงานการบินไทย ติดโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นจำนวนมาก
พท.จี้ถามวันไหนอพยพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ชี้แจงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง โพสต์ภาพนายทักษิณ ชินวัตร สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี สั่งกองทัพอากาศนำเครื่องซี 130 ไปรับคนไทยที่ประเทศกัมพูชา เหตุจลาจลกรุงพนมเปญ ปี 2546 ว่า เครื่องบินซี 30 ถือเป็นเครื่องบินทหาร สามารถบินไปต่างประเทศได้ทุกพื้นที่ ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง จะระมัดระวังเรื่องการอนุญาต ให้เครื่องบินทหารไปลงในพื้นที่หรือไม่ ในส่วนของแผนการอพยพ เราสามารถส่งเครื่องซี 130 ไปได้ทุกประเทศ แต่ต้องมีข้อตกลงว่าประเทศปลายทางจะอนุมัติให้เราหรือไม่ ที่ผ่านมาประเทศรอบบ้านและหลายประเทศก็อนุญาตให้เราเข้าไป โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเทศเจ้าบ้านที่จะอนุญาตให้เราไปใช้ห้วงอากาศและลงไปในพื้นที่ เพราะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการสนับสนุนหลังจากที่เครื่องบินลงไปถึงพื้นแล้วจะมีการเติมน้ำมัน สตาร์ทเครื่องยนต์ หรือซ่อมบำรุงเป็นบางส่วน และมีการถ่ายเทของเสียออกจากเครื่องบินว่าจะมีความพร้อมที่ปลายทางหรือไม่ ถือเป็นเหตุผลที่ประเทศเจ้าภาพบางประเทศก็ไม่ยินดีที่จะให้เครื่องไปลง เพราะเขาไม่สามารถดูแลและบริการเราได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.มานัตกล่าวว่า สำหรับการอพยพคนไทยออกจากประเทศจีน กองทัพอากาศก็จัดเครื่องซี 130 เตรียมพร้อมไว้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าทางการจีนจะอนุมัติหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 2 เหตุการณ์ไม่สามารถที่จะนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะแต่ละประเทศมีเหตุผลของเขาเอง ที่ไม่อนุญาตไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปคาดเดาได้ เป็นเรื่องเหตุผลภายในของเขาเอง ซึ่งในกรณีของประเทศกัมพูชาซึ่งในขณะนั้นเกิดเหตุจลาจล แต่ประเทศกัมพูชาอนุญาตให้เรานำเครื่องซี 30 ไปรับคนไทยได้ แต่ในขณะที่ประเทศจีนมีเชื้อไวรัสโคโรนาระบาด เขามีความเข้มงวดเรื่องความมั่นคง เพราะว่ามีหลายชาติที่ต้องการเข้าไปรับคนของตัวเองออกมา เพราะฉะนั้นการกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขเป็นเรื่องสำคัญที่ทางการจีนจะระมัดระวัง&amp;quot; ผบ.ทอ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคเพื่อไทย (พท.) ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพราะต้องการทราบความชัดเจนเรื่องกำหนดวันอพยพคนไทยในนครอู่ฮั่นและเมืองอื่นในมณฑลหูเป่ย์กลับไทย เนื่องจากผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศของไทยยืนยันว่า ยังไม่ทราบเวลาที่แน่นอนในการพาคนไทยกลับประเทศ และปฏิเสธว่าคำให้สัมภาษณ์ของ รมช.สาธารณสุขที่ประกาศว่าจะอพยพคนไทยได้ภายในวันที่ 4 ก.พ. เป็นเพียงการคาดการณ์ไปเองของรัฐมนตรี แต่กระทรวงการต่างประเทศของไทยยังไม่ทราบเรื่องกำหนดการดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวที่ออกมาได้ทำให้คนไทยในอู่ฮั่นเกิดความหวังว่าจะได้กลับบ้านแล้ว พล.อ.ประยุทธ์อย่าแค่พูดลอยๆ ว่าจะพาคนไทยออกจากอู่ฮั่นวันไหนก็ได้ เพราะขณะนี้คนไทยในอู่ฮั่นและญาติพี่น้องของเขาในเมืองไทย กำลังรอฟังความชัดเจนเรื่องวันเวลาในการอพยพคนไทยกลับบ้าน เพราะต้องวางแผนการเดินทางไปยังจุดนัดพบ ถ้าจะมีการอพยพจริง เนื่องจากการเดินทางภายในอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย์ถูกตัดขาดทั้งหมด&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า จากผลการแก้ปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นปรากฏภาพชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศในภาวะวิกฤติ หรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เพราะปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ปี 2019 ที่เกิดขึ้นมีผลให้หลายประเทศประกาศภาวะวิกฤติ แต่ประเทศไทยยังลอยไปลอยมา เอ้อระเหยไม่ประกาศภาวะวิกฤติ ส่งผลให้การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมีบริบทที่แตกต่างกัน คือเมื่อรัฐบาลมองว่าปัญหานี้ไม่สำคัญ ไม่มีอะไรทำน่าเป็นห่วง ต่างจากหลายประเทศที่ มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาระดับชาติต้องระดมสรรพกำลังทุกหน่วยงานเข้าร่วมกันแก้ปัญหานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จนถึงขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่รัฐบาลก็มีข้ออ้างว่าเป็นคนจีน เพราะดูจากรายงานทางการแพทย์ว่าเป็นคนจีนที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทยแล้วมาป่วยในประเทศไทย รัฐบาลเลือกที่จะไม่บอกความจริงกับประชาชน และสะท้อนถึงความไม่รู้ของรัฐบาลในการแก้ปัญหาหรือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผลที่เกิดขึ้นมาจากที่มาของรัฐบาลที่ไม่รู้เรื่องการบริหารประเทศ&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, คนขับแท็กซี่, นักท่องเที่ยวจีน, ระบบเฝ้าระวัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32e7e157446.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
