<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.เผยนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรก บินจากเซี่ยงไฮ้ถึงกรุงเทพฯแล้ว 41 คน และ26ต.ค.มาจากกว่างโจวอีกกว่า 100 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรก บินจากเซี่ยงไฮ้ถึงกรุงเทพฯแล้ว 41 คน และ26ต.ค.มาจากกว่างโจว กว่า 100 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.63 ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าจากกรณีที่ไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa (STV)) ที่จะเข้ามาในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เบื้องต้นจะอยู่ประเทศไทยเป็นระยะเวลา 30 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า วันที่20 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;ประเทศไทยจะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างจำกัดและรัดกุม ภายใต้มาตรการ Special Tourist Visa (STV) กลุ่มแรกจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน &amp;nbsp;จำนวน 41 คน จะเดินทางถึงกรุงเทพฯ ลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลาประมาณ 17.00 น. เมื่อเดินทางมาถึงแล้วนักท่องเที่ยวจะต้องดำเนินการตามมาตรการทางกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ต่อด้วยการตรวจคัดกรองโควิด-19 และเข้าสู่สถานที่กักตัว(ASQ/ ALSQ) เป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งเป็นมาตรการเดียวกันกับที่รับคนไทยจากต่างประเทศกลับมายังไทย ส่วนรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวหลักคือที่ ทะเล ในส่วนของกลุ่มที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวประเทศจีนเช่นกัน จากเมืองกว่างโจว บินลงสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประมาณกว่า 100 คน ก็จะมีการทำการคัดกรองเคร่งครัดเช่นเดียวกับกลุ่มแรก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนจะมีแอพพลิเคชั่น หมอชนะ ติดตามตัวแบบเรียลไทม์ หลังจากที่รับนักท่องเที่ยวทั้ง 2 กลุ่มที่นำร่องแล้ว ก็จะมีการประเมินขยายผลอาจจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวหรือมาตรการต่างๆต่อไป &amp;nbsp;ในส่วนสถานการณ์การชุมนุมนั้นคาดว่าจะยังไม่มีผลกระทบต่อสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเพราะจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวคือ พื้นที่ในต่างจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81129</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ททท., นักท่องเที่ยวชาวจีน, นักท่องเที่ยวต่างชาติ, นายยุทธศักดิ์ สุภสร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d61a1d41ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีเรือล่มที่ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.61 - พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาที่ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามการสืบสวน สอบสวน &amp;nbsp; โดยสรุปข้อเท็จจริงจากกรณีเกิดเหตุเรือโดยสารนักท่องเที่ยวล่ม ที่บริเวณเกาะเฮ และ เกาะไม้ท่อน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีผู้เสียชีวิต 47 ราย และผู้บาดเจ็บ 48 ราย ซึ่งได้ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตครบถ้วน และมีญาติผู้เสียชีวิตมารับศพไปจัดการตามประเพณีแล้วบางส่วนสำหรับการดำเนินคดี พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้จำนวน 3 คดี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คดีอาญาที่ 1104/2561 ลงวันที่ 6 ก.ค.61 มีการดำเนินคดีกับ นายเมธา หลิมสกุล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ซ.ต้นโพธิ์ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นนายเรือ(กัปตัน) เรือเซเรนาต้า และ นายเผิง ต้าชิง อายุ 26 ปี สัญชาติจีน อยู่บ้านเลขที่ 12/35 ม.1 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งทำหน้าที่ปล่อยเรือ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คดีอาญาที่ 1105/2561 ลงวันที่ 6 ก.ค.61 ดำเนินคดีกับ นายสมจริง บุญธรรม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/11 ม.1 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นนายเรือ(กัปตัน)เรือฟินิกซ์ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ&amp;rdquo; โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายสมจริง ทราบแล้ว เมื่อวันที่ 8 ก.ค.61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คดีอาญาที่ 1114/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61 ดำเนินคดีกับ MR.ILIA GOLDMAN อายุ 25 ปี สัญชาติ รัสเซีย อยู่บ้านเลขที่ 85/19 ม.7 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ&amp;rdquo; โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับ เป็นเงิน 1,000 บาท คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้สืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่ามีผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมในคดีอาญาที่ 1105/2561 จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1)น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/23 ถ.วิชิตสงคราม ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต (เจ้าของเรือ) ตามหมายจับที่ 326/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.10 ต.วังโบสถ์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ (ต้นกลเรือ) ตามหมายจับที่ 327/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61 และได้มามอบตัวแก่พนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปในวันเดียวกันในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ และคณะ พร้อมด้วย นายสุรัฐิ ศิริไสยาสน์ ผอ.สำนักงาน เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, นายหิรัญวัตติ์ สืบกระพันธ์ นิติกรชำนาญการ กรมเจ้าท่า, นายบุญส่ง แก้วขาว &amp;nbsp;นายนฤพนธ์ ซี่โฮ่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และ นางมารศรี ใจรังสี ประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจ หจก.ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง ภูเก็ต ซึ่งเป็นบริษัทที่รับจ้างต่อเรือฟินิกซ์ ตั้งอยู่เลขที่ 65 ถ.ท่าเรือใหม่ ม.7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต และคานเรือของบริษัท สิกิจ จำกัด ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือฟินิกซ์ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3/20 ม.1 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบ พบว่า หจก.ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง ภูเก็ต ตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, นักท่องเที่ยวชาวจีน, ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b4897ad1e69d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขายสินค้าให้ชาวจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดี๋ยวนี้เดินไปทางไหนใน กทม. ก็ล้วนเจอแต่นักท่องเที่ยวชาวจีน เรียกได้ว่า ไม่ใช่เจอแค่ตามแหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งช็อปปิ้ง เดี๋ยวนี้ร้านก๋วยเตี๊ยวในตรอกซอกซอย ที่ขนาดคนไทยบางคนไม่รู้จัก ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวจีนไปเข้าคิวรอทานอาหารกันแล้วก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือพลังของอินเทอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์กโดยแท้ ซึ่งเกิดจากการรีวิว การแชร์ประสบการณ์ รูปภาพ คลิปวิดีโอ ผ่านสื่อออนไลน์ในจีน ทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ทำไมคนจีนถึงชอบมาเที่ยวเมืองไทย คิดว่าผู้อ่านหลายท่านคงพอทราบเหตุผลกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น 1.ความคุ้มค่าในการใช้เงินที่มาเที่ยวเมืองไทย บางทีจ่ายเงินถูกกว่าเที่ยวในประเทศ 2.สภาพอากาศช่วงฤดูหนาวที่กำลังสบาย ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป 3.อาหารและผลไม้ไทยอร่อยและราคาถูกกว่าจีนมาก 4.การเดินทางสะดวก ทำวีซ่าง่าย และใช้เวลาเดินทางไม่นาน 5.สถานที่ท่องเที่ยวสวย โดยเฉพาะทะเลที่สวยระดับโลก 6.มีบริการที่ดี หลากหลาย และคนไทยค่อนข้างเป็นมิตร 7.ประเทศไทยสงบ ผู้คนมีศีลธรรม และ 8.คนจีนชอบบันเทิงไทย นี่คือเหตุผลใหญ่ที่หยิบยกขึ้นมา แต่ยังมีอีกหลายเหตุผลย่อยๆ ที่ทำให้ชาวจีนรักประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยหลายเหตุผลที่กล่าวมาเหล่านี้ ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่มาประเทศไทยสูงถึงเกือบ 10 ล้านคน ถามว่าเยอะแค่ไหน ก็จำนวนพอๆ กับประชากรในกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะพบเห็น &amp;quot;สินค้าไทย&amp;quot; เริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น เพราะรู้ว่าธรรมชาติของคนจีนนั้นเหมือนกับคนไทย คือ ชอบหาของอร่อยกิน ชอบนอนโรงแรมดีๆ และที่สำคัญคือ ช็อปปิ้งแหลก ถ้ายิ่งไปเห็นพฤติกรรมนักช็อปชาวจีนแล้ว จะเห็นชัดว่า พวกเขาเป็นนักเหมาตัวยง ซื้อสินค้ายกกล่อง ยกแพ็กกันโดยตลอด โดยจากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันยอดการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวจีนขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 25,000-50,000 บาท/คน/ทริป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเงินจะเอามาใช้ในด้านไหนบ้าง ก็มีการเก็บข้อมูลพบว่า เป็นค่าที่พัก 27%, ค่าช็อปปิ้ง 27%, ค่าอาหาร 18%, กิจกรรมผ่อนคลาย 11% และอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นได้ชัดว่า สัดส่วนของช็อปปิ้งกับอาหาร เป็นสัดส่วนที่ใหญ่มาก ส่งผลให้แบรนด์สินค้าไทยมีการปรับกลยุทธ์ จากเดิมที่ขายเฉพาะคนไทย ก็เริ่มที่จะมองโอกาสในการขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวจีน ในฐานะของฝาก หรือของดีประเทศไทย จึงเริ่มพบเห็นการทำตลาด และการโฆษณาไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวโดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ หรือเอ็มไอ แสดงความเห็นว่า ในขณะนี้แบรนด์สินค้าไทยหันมาใช้เงินโฆษณาสินค้าสื่อสนามบินและบริเวณใกล้เคียงเพิ่มขึ้นถึง 10% เพราะเห็นศักยภาพในการใช้เงินของนักท่องเที่ยวจีน จึงไม่แปลกที่จะเห็นสื่อโฆษณาที่เป็นภาษาจีนมากขึ้น ตามแหล่งที่คนจีนชอบไปเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นได้ชัดจากแบรนด์เครื่องสำอางไทย สเนลไวท์ คาร์มาร์ท มิสทีน และอีแอลอี ที่ใช้สื่อโฆษณารูปแบบดังกล่าวไปแล้ว และยังขยายไปใช้สื่อป้ายบิลบอร์ด ตามแหล่งที่คนจีนเข้าไปพักอาศัย อาทิ ย่านห้วยขวาง, ลาดพร้าว 101, นิมมานเชียงใหม่ รวมทั้งใช้สื่อในตัวเมือง ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟฟ้าบีทีเอส&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ของการใช้สื่อของผู้ประกอบการไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจริงๆ แล้ว ผู้ผลิตสินค้าไทยที่อยากขยายตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ก็เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยจำนวนคนที่มหาศาล ถ้าสามารถทำแบรนด์ให้นักท่องเที่ยว รู้จัก จนถึงขั้นบอกต่อ ก็เชื่อแน่ว่าจะช่วยในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ เพราะโดยส่วนใหญ่คนจีนยอมรับในคุณภาพของสินค้าไทยอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกโฆษณาสินค้าที่เจาะจงกับกลุ่มนักท่องเที่ยว หรือการขยายช่องทางไปยังตลาดท่องเที่ยว หรือทัวร์ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ที่สำคัญไม่ต้องเสียเวลากับการส่งออก เพราะส่วนนี้เป็นการผลิตขายในประเทศอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนจีนมีเป็นพันล้านคน และยังมีอีกมากที่อยากมาเที่ยวประเทศไทย เราใช้โอกาสนี้ในการขายสินค้าดีๆ เป็นของซื้อของฝากให้กับนักท่องเที่ยวได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12253</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, นักท่องเที่ยวชาวจีน, รถไฟฟ้าบีทีเอส, รถไฟฟ้าใต้ดิน, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, สื่ออินเทอร์เน็ต, โซเชียลเน็ตเวิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
