<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไฟเขียวต่างชาติ1.1หมื่นคน สธ.จัดงบ3พันล.จองวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศบค.อนุมัตินักธุรกิจต่างชาติ 1.1 หมื่นคนเข้าประเทศแล้ว พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวลองสเตย์ จ่อไฟเขียวนักลงทุนรายใหญ่มาแบบระยะสั้น รอ คกก.เฉพาะกิจชงมาตรการคุมเข้มโควิด สธ.จัดงบ 2,930 ล้านบาทจองซื้อวัคซีนล่วงหน้าให้คนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้อนุมัติให้นักธุรกิจและผู้มีใบอนุญาตทำงานเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว จำนวนประมาณ 11,000 คน และคนกลุ่มนี้ได้ยอมรับการเข้ากักตัวในสถานกักกันทางเลือก 14 วัน โดยขณะนี้ ศบค.ได้อนุมัติให้มีนักท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว โดยใช้ Special Tourist Visa (STV) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.แล้ว โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวจะต้องเข้ารับการกักตัวในสถานกักกันทางเลือก 14 วันด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปรัฐบาลเห็นความจำเป็นที่ควรอนุญาตให้กลุ่มนักธุรกิจที่จะเข้ามาเจรจาธุรกิจและพิจารณาตัดสินใจด้านการลงทุนเดินทางเข้ามาในประเทศ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่นักธุรกิจกลุ่มดังกล่าวเดินทางเข้ามาเป็นระยะสั้น จึงควรต้องมีมาตรการพิเศษในการกำกับดูแล ซึ่งในเบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมนำเสนอมาตรการในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน เพื่อนำข้อสรุปเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคาดว่ามาตรการที่เตรียมเสนอมีดังนี้ 1.มีผลตรวจโควิด-19 (RT-PCR) ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย 2.มีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมการรักษาโรคโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 แสนเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ 3.ตรวจหาเชื้อ RT-PCR เมื่อเดินทางมาถึงและเมื่อเดินทางออกจากประเทศไทย ที่ช่องทางเข้าออกประเทศไทย 4.ให้มีผู้ติดตามด้านการแพทย์และสาธารณสุขตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศไทย หรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหมาะสม 5.ให้เดินทางโดยยานพาหนะที่เตรียมไว้ ตามแผนการเดินทางที่กำหนดเท่านั้น 6.ให้มีการติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัว เพื่อสามารถตรวจสอบได้ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ รายละเอียดของมาตรการอาจมีเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงได้&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ จะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ และในขั้นตอนต่อจากนี้ จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมเพื่ออนุมัติให้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นลำดับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2563 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สธ. พร้อมนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ.เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้มีรายงานความคืบหน้าแผนการเร่งรัดการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับประชาชน ซึ่งเป็นการพูดคุยถึงเรื่องการจองวัคซีนล่วงหน้าให้ประชาชนร้อยละ 50 หรือประมาณ 33 ล้านคน และได้อนุมัติแนวทางการจองวัคซีนล่วงหน้า ในกรอบวงเงิน 2,930 ล้านบาท โดยแบ่งรูปแบบการจองออกเป็น 2 แนวทาง คือ 1.การจองผ่าน COVAX ซึ่งคาดว่าจะได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และ 2.การจองผ่านความร่วมมือแบบทวิภาคีกับบริษัทผู้ผลิตในระยะที่ 3 อีก 30 เปอร์เซ็นต์ โดยประชากร 1 คนต้องใช้รวม 2 โดส ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า การจองวัคซีนโควิดที่ผ่านมาเป็นการจองทางวาจา ยังไม่ได้มีการทำข้อตกลงอย่างชัดเจน โดยมีการติดต่อเจรจาในกลุ่มประเทศและบริษัทที่มีการผลิตวัคซีนได้ในระยะ 3 ทั้งหมดรวม 10 บริษัท ส่วนการอนุมัติกรอบวงเงินในการจองสามารถทำได้ด้วยการให้รองนายกรัฐมนตรีออกประกาศมาตรา 18 ใน พ.ร.บ.ความมั่นคงแห่งชาติด้านวัคซีน พ.ศ.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชากรกลุ่มแรกที่จะได้รับวัคซีนคาดว่าเป็นไปตามสากล ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ก่อน จากนั้นคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของผู้ที่สมควรได้รับวัคซีนเพื่อประโยชน์ทางสาธารณสุข โดยการเจรจาจองวัคซีนนี้จะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 5 รายในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,590 ราย หายป่วยเพิ่ม 2 ราย ยอดรวมผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,390 ราย รักษาในโรงพยาบาล 141 ราย เสียชีวิตรวม 59 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1-2 มาจากอินเดีย โดยรายที่ 1 เป็นเพศชาย สัญชาติอินเดีย อายุ 27&amp;nbsp; ปี อาชีพผู้ตรวจสอบบัญชี รายที่ 2 เพศชาย สัญชาติอินเดีย อายุ 33 ปี อาชีพเชฟทำอาหาร รายที่ 3&amp;nbsp; เดินทางมาจากมาเลเซีย เพศชาย สัญชาติโปรตุเกส อายุ 34 ปี อาชีพลูกเรือสายการบินเช่าเหมาลำ&amp;nbsp; รายที่ 4 มาจากบาห์เรน เพศชาย สัญชาติบาห์เรน อายุ 50 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว มีภรรยาเป็นคนไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และรายที่ 5 เดินทางมาจากญี่ปุ่น เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 55 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี ลงนามในหนังสือคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 3967/2563 เรื่องขยายเวลาการระงับการใช้ช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักรของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ ณ จุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 6-19 ต.ค.63 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79594</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นักธุรกิจต่างชาติ, นักลงทุนรายใหญ่, มาตรการคุมเข้มโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b1fbe65a72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
