<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;มอบตัวคดีอุ้มรีดเรียกค่าไถ่ชาวไต้หวัน น้ำตาร่วงอ้างถูกยัดข้อหา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64- นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อายุ 62 ปี อดีตตำรวจสันติบาล พร้อมพวกและทนายความเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ เพื่อมอบตัวกรณีถูกพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ออกหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้เลขที่ 362/2564 คดีอุ้มรีดเรียกค่าไถ่ชาวไต้หวัน ในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ข่มขืนใจ โดย นายสันธนะ มีอาการอิดโรยหลังจากที่ตนเองเพิ่งหายป่วยจากโรคโควิด-19 ส่วนทีมงานพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้อง ก็เตรียมตัวสวมชุด PPE ปฏิบัติหน้าที่กันทุกนาย เนื่องจากทราบข้อมูลว่า นายสันธนะ เพิ่งหายป่วยกลับจากโรงพยาบาลมาและยังอยู่ระหว่างการกักตัวต่อที่บ้านพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันธนะ กล่าวทั้งน้ำตาและท่าทีคล้ายคนเหนื่อยหอบตลอดเวลาก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพราะทางพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้ไปยื่นขออนุมัติหมายจับศาลในคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ตั้ง 4 เดือนแล้ว และมีการจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติ รวมถึงผู้ต้องหาอื่นๆ อีกหลายคนเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา และตนเคยแถลงข้อเท็จจริงไปแล้วว่า ผมรู้จักกับชาวต่างชาติเหล่านั้นแต่ว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของคดี จนคดีนี้สำนวนการสอบสวนจะครบฝากขังใน วันศุกร์ที่ 6 ส.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะต้องนำสำนวนส่งอัยการ ส่วนผมเองก็กำลังพักรักษาตัวเกี่ยวกับการติดโรคโควิด-19 มีใบเเพทย์ยืนยัน ซึ่งก็ยังอยู่ในระหว่างกักตัวจะครบกำหนดในวันศุกร์ที่ 6 ส.ค.นี้เช่นกัน คดีเกิดมา 4 เดือนแล้ว อีก 4 วันพนักงานสอบสวนที่โรงพักนี้ ก็กลั่นแกล้งตนขอหมายจับยัดข้อหาตนให้อยู่ในสำนวนคดีเดียวกัน เรื่องนี้ตนคิดว่าจะต่อสู้อย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนทั้งเจ็บใจและทรมานกายหลังต้องต่อสู้จนตัวเองรอดจากโรคโควิด ขอเรียนท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ตนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งในประเทศนี้ ท่านต้องรับผิดชอบกับการทำหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทั้ง 2 คน ทราบดี เมื่อคืนนี้พอตนรู้ก็รีบโทรศัพท์หาก็ไม่มีใครรับสาย จึงฝากท่านนายเวรและคนใกล้ชิดไปว่า พวกท่านทราบข้อเท็จจริงแต่เเรกกันแล้วและเคยไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวแล้ว ทำไมพวกท่านยังอยากจะมาเสี่ยงกับตน ก็ไม่เป็นไรตนพร้อมสู้ และจะขอวอนให้สังคม นักสิทธิมนุษยชน ผู้รู้ทางกฎหมาย ได้รับทราบว่าพวกเขาทำสิ่งใดต่อตนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ว่าจะต้องการเอาคืนส่วนตัวหรือมีผู้หลักผู้ใหญ่บางคนไม่พอใจ อยากจะปิดบัญชี หรือไม่ว่าตนจะตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง ตนก็พร้อมสู้ ขอใช้สิทธิ์ยื่นประกันตัว ทั้งตัวเอง และอีกหลายๆ คนที่ติดตามตน ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีนี้ด้วย โดยใช้เงินสดและหลักทรัพย์มายื่น ซึ่งก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติว่าจะอนุญาตหรือไม่ ตนเรียนว่าคดีนี้ ตนให้ความร่วมมือมาตลอด เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาก็ได้ทำหนังสือมายื่นให้ ผกก.สน.ทองหล่อ ระบุชัดเจน ว่าตนป่วยโรคโควิด-19 ยังอยู่ระหว่างรักษาตัว แต่สุดท้ายก็โดนออกหมายจับถึง 4 ข้อหาเมื่อตนได้รับอิสรภาพจะดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.ท.ศุภชัย หาญคำหล้า รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ ที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้วยการกลั่นแกล้งตนในครั้งนี้&amp;quot; นายสันธนะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มูลเหตุแห่งคดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเจเรมี่ แมนเซสเตอร์ และ นายลูอิส ซิสกิน สองผู้ต้องหาสัญชาติอเมริกัน และผู้ต้องหาชาวไทยอีกหลายคน ในข้อหาร่วมกันเรียกค่าไถ่, พยายามฆ่า, อั้งยี่, ซ่องโจร, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายและมีอาวุธฯ หลัง นายเวน ยู ชุง ชาวไต้หวันซึ่งเป็นตัวแทนนักธุรกิจจำหน่ายถุงมือยางทางการแพทย์เข้าแจ้งความกับตำรวจ ว่า ถูกอุ้มไปรีดค่าไถ่ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ชนวนเหตุเกิดจากการที่ นายลูอิส หนึ่งในผู้ต้องหาทำธุรกิจซื้อขายถุงมือ กับบริษัทของ นายเวน ยู ชุง แล้วเกิดความเสียหายจำนวนเงินถึง 93 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเกิดเหตุขณะที่ นายเวน ยู ชุง นั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ ได้ถูกคนร้ายร่วมกันจับใส่กุญแจมือ พาตัวไปยังห้องพักรายวันที่อยู่ห่างไป 200 เมตร ก่อนจะใช้โทรศัพท์ติดต่อไปเรียกค่าไถ่จากนายจ้างเป็นเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเรียกค่าไถ่จากญาติของ นายเวน ยู ชุง อีก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ญาติๆ เห็นท่าไม่ดีจึงติดต่อไปขอความช่วยเหลือยังสถานทูตให้ประสานตำรวจ กลุ่มผู้ต้องหาจึงยอมปล่อยตัว จนนำมาสู่การออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุจำนวนหลายคน ซึ่งในส่วนของ นายสันธนะ นั้นทราบข้อมูลว่า เจ้าตัวกับพวกรวม 7 คน ถูกออกหมายจับคดีนี้ มีที่เดินทางมา สน.ทองหล่อ ร่วมกันรวม 5 คน อีก 1 คนหลบหนีติดต่อไม่ได้ และ อีก 1 คน ป่วยอยู่ระหว่างรักษาอาการโรคโควิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112029</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักธุรกิจไต้หวัน, มอบตัว, สันธนะ ประยูรรัตน์, อุ้มเรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108b36768fdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งย้าย-ตั้งข้อหาหนัก&#039;รองผกก.&#039;จราจร! พันอุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยถึงคืบหน้าคดีจับกุมแก็งชาวต่างชาติอุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่ 90 กว่าล้านบาท ว่าจากการที่มีตำรวจ ยศ &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; ตำแหน่ง รองผกก.สังกัด บก.จร.เข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์อุ้มนั้น หลังจากต้นสังกัดทราบเรื่องก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ศปก.บก.จร.และถูกแจ้งข้อหาร่วมกันเรียกค่าไถ่,พยายามฆ่า, อั้งยี่ เป็นข้อหาเดียวกับ 3 คนที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ โดยพบว่า รอง ผกก.คนดังกล่าวเป็นบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ท.รายนี้ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อแล้ว เบื้องต้นให้การปฏิเสธ โดยรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี สำหรับคดีนี้ทางกลุ่มผู้ต้องหาและกลุ่มผู้เสียหายรู้จักกันมาก่อน และมีความขัดแย้งทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามตำรวจได้ออกหมายจับตามตัวบุคคลทั้งสิ้น 6 ราย จับกุมและมอบตัวแล้ว 4 ราย เหลือ 2 รายเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่อยู่ระหว่างการติดตามตัว เชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้หากพบว่ามีใครที่เกี่ยวข้องอีกก็จะพิจารณารวบรวมพยานหลักฐายเพื่อขอหมายจับเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการจับกุมชาวต่างชาติที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ทางตำรวจมีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่แล้ว โดยจะแจ้งให้สถานทูตรับทราบว่ามีบุคคลกระทำความผิดภายในประเทศก่อนทำการจับกุม แม้ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายจะให้การปฏิเสธ แต่ทางตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีที่อุกอาจ ก่อเหตุในเวลากลางวัน นอกจากนี้ชาวต่างชาติที่ถูกจับมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งเกรงว่าจะหลบหนี และจะติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103178</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักธุรกิจไต้หวัน, ผบช.น., พ.ต.ท., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, อุ้มเรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1ff65e323d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
