<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!แอมเนสตี้เรียกร้องไทยยุติใช้กฎหมายปิดปากนักปกป้องสิทธิมนุษยชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายรณรงค์เชิงนโยบาย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในฐานะนักปกป้องสิทธิมนุษยชนได้รับหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและ พ.ร.บ.จราจรทางบก จากการไปร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม &amp;lsquo;คืน-ยุติธรรม&amp;rsquo; เพื่อรำลึกถึงผู้ถูกบังคับให้สูญหาย เนื่องในวาระครบ 1 ปี 1 เดือนการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และร่วมเสวนากับญาติและบุคคลใกล้ชิดกับผู้ที่ถูกบังคับให้สูญหาย เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 64 บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดโดยกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า การดำเนินคดีต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการรายงานและกล่าวถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องที่น่าตกใจ และการกระทำของรัฐในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความกลัวของรัฐที่ไม่ยอมรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชน ในทางกลับกัน รัฐกลับมุ่งแสวงหาช่องทางทั้งในทางกฎหมายและวิธีการอื่นๆ เพื่อกีดกั้น จำกัดสิทธิและสร้างความหวาดกลัวแก่คนที่ออกมาเคลื่อนไหว ให้อยู่ในความเงียบและยุติการทำงานในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เป็นประเด็นเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นการขับเคลื่อนของคนทั่วโลกที่เห็นถึงความสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมกันของคนในสังคม การกดขี่ของรัฐที่กระทำต่อกลุ่มคนชายขอบหรือกลุ่มเปราะบางกลายเป็นประเด็นระดับโลกที่ทั้งประชาชนและรัฐต่างให้ความสำคัญ ในประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการ อีกทั้งยังปฏิบัติตรงกันข้ามจะกลายเป็นรัฐส่วนน้อยที่กำลังจะหายไปจากความชื่นชมของคนในสังคมและประชาคมโลก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติการใช้กฎหมายปิดปากนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพียงเพราะการทำงานของพวกเขาในการสร้างความรู้ ความเข้าใจในประเด็นสิทธิมนุษยชน อีกทั้งเรายังเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานในประเด็นสิทธิมนุษยชนแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหาย นักกิจกรรม รวมทั้งนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112188</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักปกป้องสิทธิมนุษยชน, นางปิยนุช โคตรสาร, ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a39550899c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UN OHCHR แนะรัฐบาลไทยเชิญผู้แทนUNให้แนวทางคุ้มครองนักปกป้องสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 มี.ค.61 - &amp;nbsp;ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดงานวันสตรีสากล 8 มีนาคม ประจำปี 2561 พร้อมประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;นางคาเทียร์ คริริซี่ รองผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (UN OHCHR) &amp;nbsp; กล่าวปาฐกถา &amp;ldquo;20 ปี ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; ว่า &amp;nbsp;ในวาระวันสตรีสากลวันนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อตระหนักถึงการสร้างคุณูปการที่สำคัญของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ผู้ซึ่งถึงแม้ว่าจะต้องทำงานในสภาวะที่มีความยากลำบากและท้าทาย ก็ยังคงสร้างคุณูปการที่สำคัญ ในการทำงานส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย &amp;nbsp;โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิชุมชนสิทธิสิ่งแวดล้อม ประเด็นเพศสภาพและความหลากหลายทางเพศ และสิทธิเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 9 ธันวาคมที่จะถึงนี้จะครบรอบ 20 ปีหลังจากการประกาศสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่จะแสดงเจตจำนงที่มั่นคงแน่วแน่เพื่อที่จะให้มีการเข้าถึงและการใช้ปฎิญญานี้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงความรับผิดชอบเบื้องต้นของรัฐที่จะเคารพ ที่จะคุ้มครองและจะปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องให้การยอมรับต่อสาธารณะถึงบทบาทที่สำคัญของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ และประณามถึงทุกกรณีความรุนแรงที่กระทำต่อนักปกป้องสิทธิทุกคน &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลไทยควรที่จะปกป้องผู้หญิงนักปกป้องสิทธิที่ได้รับความรุนแรงจากการละเมิดสิทธิโดยรัฐและทั้งที่ไม่ใช่รัฐ &amp;nbsp;โดยทำให้มั่นใจว่ากระบวนการสืบสวนจะเกิดขึ้นทันทีและไม่เอนเอียง และผู้ที่กระทำจะต้องถูกลงโทษในสภาวะที่เหมาะสม &amp;nbsp;โดยประเทศไทยสามารถที่จะสร้างมิติเชิงบวกในกรณีได้โดยเชิญผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติที่ดูแลสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้มาเยี่ยมประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อที่จะให้ข้อเสนอแนะต่อมาตรการที่ประเทศไทยควรจะดำเนินการเพื่อที่จะคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่มีความเสี่ยง ซึ่งทราบว่าที่ผ่านมามีผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติได้เคยขอมาเยี่ยมตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 ก็ไม่เคยได้รับการตอบรับในเชิงบวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า UN OHCHR พร้อมที่ยืนเคียงข้างและสนับสนุนผู้หญิงนักปกป้องสิทธิและนักปกป้องสิทธิที่เป็น LGBTI ในทุกหนทางที่สามารถทำได้ และขอแสดงความซาบซึ้งถึงการทำงานอย่างหนักของนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน ในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปี &amp;nbsp;ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งพบว่า 2 ปีที่ผ่านมา สถิติการคุกคาม ด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดีนักปกป้องสิทธิฯเพื่อตอบโต้การทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพิ่มขึ้นมาก และพบว่านักปกป้องป้องสิทธิฯที่ออกมาต่อสู้อายุน้อยที่สุดคือเยาวชน ส่วนอายุมากที่สุด คือ หญิงวัย 78 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ไม่มีกรณีใดเลย ที่เจ้าหน้าที่จะสามารถนำบุคคลที่กระทำความผิด ทั้งทำร้าย สังหาร ใช้ความรุนแรง มาลงโทษได้ และยังพบการละเมิดสิทธิชุมชนอย่างต่อเนื่อง และเรื่องน่ากังวลที่ปัจจุบัน SLAPPs ในทางอาญา ถูกนำมาใช้โดยบริษัทขนาดใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานในการดำเนินคดีเพื่อยับยั้งการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ หรือการตรวจสอบรัฐ ซึ่งถ้าปล่อยให้มีการฟ้องร้องเช่นนี้มากขึ้น จะทำให้เกิดการสูญเสียคุณค่าที่สำคัญของหลักประชาธิปไตย คือ คุณค่าของการคุ้มครองและการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเพื่อประโยชน์สาธารณะ&amp;rdquo; นางอังคณากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังคณา กล่าวด้วยว่า ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหาการใช้กระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อตอบโต้การทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (SLAPPs) เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต หรือการบัญญัติกฎหมายฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาในการป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของประชาชน (Anti &amp;ndash; SLAPPs Law)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีนี้มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติผู้หญิง และ องค์กร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ , ทีมฟุตบอลบูคู FC , นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค , น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) , นางดารารัตน์ สุเทศ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา , น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, กสม., นักปกป้องสิทธิมนุษยชน, ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน, วันสตรีสากล, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9facb1dcbc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชิดชูเกียรติ  6 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนปี 2561 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดงานวันสตรีสากล 8 มีนาคม ประจำปี 2561 พร้อมประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยปีนี้มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติผู้หญิง และ องค์กร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ , ทีมฟุตบอลบูคู FC , นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค , น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) , นางดารารัตน์ สุเทศ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา , น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ ผู้สื่อข่าวอาวุโส สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) กล่าวว่า &amp;nbsp;ทำงานกับภาคประชาชนมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540-2550 เห็นถึงการเติบโต ทั้งในเรื่องของสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน พร้อมหลักการประชาธิปไตย แต่หลังรัฐประหาร 3 ปีมานี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ สิทธิมนุษยชนถูกลิดรอน ออกไป เหมือนกับว่าต้องมาเริ่มเรื่องสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และหลักการประชาธิปไตยกันใหม่ &amp;nbsp;รัฐบาลใช้กลไก อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากกว่าที่ผ่านมาในการจำกัดสิทธิมนุษยชนของภาคประชาชน ทำให้ประชาชนต้องต่อสู้ดิ้นรนมากกว่าเดิม มีความเสี่ยงในมิติทั้งภัยคุกคาม และในเชิงชีวิต &amp;nbsp;ซึ่งทำให้เราเหมือนทำงานที่ยากลำบากมากขึ้นในเชิงที่ต้องคำนึงว่าถ้าเราเข้าไปสนับสนุนประชาชนใช้สิทธิ แล้วหลังจากที่ประชาชนใช้สิทธิแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งดังนั้นเราต้องคำนึงถึงความเสี่ยงของประชาชนในประเด็นนี้มากขึ้นว่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราทำงานด้านกฎหมาย อาจทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยโดนคุกคามเท่าไหร่ แต่ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา กลับรู้สึกว่าโดนคุกคามมากกว่าที่เคยโดยผ่านมาทั้งหมด &amp;nbsp;เช่น ไปอบรมชาวบ้าน จะมีทหาร ตำรวจ ทั้งในเครื่องแบบ นอกเครื่องแบบ มาถ่ายรูปเรา ซักประวัติ ถามชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง มานั่งฟังที่เราอบรมชาวบ้าน เราเองไม่ได้ซีเรียสในการที่เจ้าหน้าที่จะมานั่งฟัง แต่เป็นความเสี่ยงของชุมชน เพราะเราอบรมทางกฎหมายเพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิ แต่เมื่อเราออกมาแล้ว แล้วพี่น้องเราล่ะ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีพี่น้องโดนตามโดนตามในพื้นที่&amp;rdquo; น.ส.สุภาภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางดารารัตน์ สุเทศ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา กล่าวว่า ได้รับภารกิจพิเศษจากรัฐบาล ให้ดูแลผู้อพยพทางเรือในสภาวะไม่ปกติ กลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงญา ที่หนีภัยสงครามจากพม่าโดยใช้ไทยเป็นทางผ่าน โดยกลุ่มคนเหล่านี้ถูกแสวงหาผลประโยชน์และตกเป็นเหยื่อในขบวนการค้ามนุษย์ ทั้งจากเจ้าหน้าที่ของไทย และพม่า ซึ่งเมื่อถูกจับกุมกลุ่มเด็กกับผู้หญิงจะถูกนำตัวมาส่งที่บ้านพักในระหว่างรอเดินทางไปประเทศที่สาม ซึ่งบ้านพักไม่ได้เป็นสถานที่คุมขัง ทำให้นายหน้าอาศัยช่องว่างเข้ามาติดต่อชักจูงออกไป โดยมีเคสหนึ่งที่ติดต่อขอความช่วยเหลือกลับมาที่เรา จึงตัดสินใจแจ้งขอความร่วมมือไปที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพังงา จนสามารถช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กกลับมาได้ &amp;nbsp;ทราบว่าเขาถูกลวงละเมิดทางเพศจากนกต่อที่เป็นลูกน้องของเจ้าหน้าที่หน่วยหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับบิ๊กระดับสูง ซึ่งบิ๊กรายดังกล่าวได้โทรศัพท์มาขอให้เราหยุดเรื่อง แต่ยืนยันว่าเมื่อเดินหน้าไปแล้วก็หยุดไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทราบจากเหยื่อว่าถูกเอาโซ่ล่ามคอ ใช้รองเท้าตบหน้าตบหัว แต่พอขึ้นศาล สุดท้ายเราก็แพ้คดี เพราะเหยื่อเขาขอไม่เอาผิดแล้ว เพราะอยากกลับไปอยู่กับครอบครัว ไม่อยากเดินทางมาให้การแล้ว กลายเป็น ตัวเอง และเจ้าหน้าที่ถูกตรวจสอบแทน โดยถูกกล่าวหาว่าอยู่ในขบวนการซื้อขายโรฮิงญา แต่เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินไม่พบสิ่งผิดปกติ เพราะเราไม่ได้ทำ เลยเอาผิดกับเราไม่ได้ ขณะที่คนที่เป็นคนทำจริงๆถูกยกฟ้อง แต่ปีนี้กำลังอยู่ระหว่างการรื้อฟื้นคดีเพราะมีหลักฐานคลิปวีดีโอต่าง ๆเพิ่มเติม&amp;rdquo;นางดารารัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางดารารัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาว่า กฎหมายของไทยดีมาก แต่ท้ายสุดอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ถ้าผู้ปฏิบัติไม่หยิบกฎหมายมาเป็นเครื่องมือเอาผิดผู้กระทำความผิด เพราะเกิดความเกรงกลัว ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นพวกตนถูกตั้งกรรมการสอบ ทำให้คนทำงานเกิดความท้อใจ บางครั้งก็ต้องต่อสู้กับพวกนายหน้าที่มีอิทธิพล ตนยังต้องไปขอยืมปืนจากนายอำเภอเพื่อมาคุ้มครองตัวเอง นอกจากนี้เห็นว่าต้องมีการประสานความร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเหนียวแน่น เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ที่ว่าพวกตนเดินไปข้างหน้า แต่เพื่อนหน่วยงานอื่นกลับถอนตัวหมดเพราะกลัวอิทธิพล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., นักปกป้องสิทธิมนุษยชน, วันสตรีสากล, สตรีสากล, เชิดชูเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa7856f8af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
