<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!แม่ขี่รถซาเล้งตกคลองลูกน้อยวัย​ 3​ ขวบสูญหาย​ ค้นหา3วัน3คืนพบศพลอยขึ้นอืดข้ามจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ เมื่อเวลา​ 12.30​ น.ของวันที่​ 30​ มี.ค.64​ ที่ผ่านมา​ ร.ต.อ.กิตติ​ วิเศษสิงห์​ รองสารวัตรสอบสวน​ สภ.ลูกแก​&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจตำบลท่าไม้​ อ.ท่ามะกาฯ​ ว่าเกิดเหตุรถ​ จยย.ซาเล้งพ่วงข้างเสียหลักพุ่งตกคลองชลประทาน​ มีคนสูญหายไปในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว​ 1​ ราย​ เป็นเด็กผู้ชายวัย​ 3​ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า​ เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของมูลนิธิมิราเคิล​ ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ)​กาญจนบุรี​ และมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์​ ร่วมกับมูลนิธิรวมใจการกุศล​ และมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์​&amp;nbsp; พร้อมอุปกรณ์การดำน้ำได้แยกย้ายกันลงงมค้นหาร่างของเด็กที่สูญหายใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า​ เด็กที่จมน้ำหายไปชื่อ​ ดช.บี(นามสมมุติ)​ อายุ​ 3​ ปี​ 4​ เดือน​ อยู่บ้านเลขที่​ 17​ หมู่​ 2​ ต.ท่าซุง​&amp;nbsp; อ.เมือง​ จ.อุทัยธานีจากการสอบสวนปากคำนางสาวดวงกมล​ จันเทเวศ​ อายุ​ 29​ ปี​ แม่ของหนูน้อยเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทราบว่า​ ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนขี่รถ​ จยย.พ่วงข้างยี่ห้อฮอนด้าเซฟ​ 100​ ซีซี.สีน้ำเงิน​ หมายเลขทะเบียน​ ขจต.-406 กาญจนบุรี​ มาตามถนนเลียบริมคลองชลฯ​ เพื่อไปรับสามีกลับจากทำงาน​ โดยมี​ ดช.บี​ ลูกชายนั่งรถมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดตกหลุมขนาดใหญ่​ ตนจึงหักหลบทำให้รถเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองฯ​ ทำให้ตนกับลูกชายตกลงไปในคลองฯ​ ที่มีปริมาณน้ำเต็มคลอง​ และกระแสน้ำที่ไหลแรง​ ขณะเกิดเหตมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์​ จึงกระโดดลงน้ำช่วยเหลือตนขึ้นมาได้​ ส่วน​ลูกชายได้จมน้ำหายไป​ คาดว่าคงถูกกระแสน้ำพัดพาร่างหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำชุดของมูลนิธิมิราเคิล​ ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ)​กาญจนบุรี​ มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี​ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์​ และมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมพร้อมอุปกรณ์การดำน้ำ​ ได้สนธิกำลังกันแยกย้ายลงค้นหาร่างภายในคลองชลประทานฯ​ ที่มีระดับน้ำเต็มคลอง​ กรแสน้ำที่ไหลเชื่ยว​กราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ไม่มีวี่แววพบร่างของเด็กชายวัย​ 3​ ขวบ​ แต่อย่างใด​ เนื่องจากระยะทางของคลองชลประทานเป็นคลองส่งน้ำขนาดใหญ่ที่พาดผ่านไปยัง&amp;nbsp; อ.บ้านโป่ง​ จ.ราชบุรี​ ซึ่งคาดว่าเด็กชายที่สูญหายน่าจะถูกกระแสน้ำพัดพาร่างไปไกลกว่า​ 5​ กม.เป็นอย่างต่ำ​ ซึ่งในเวลาต่อมาก็สามารถกู้รถ​ จยย.ซาเล้งพ่วงข้างยี่ห้อฮอนด้าเซฟ​ 100​ ซีซี.สีน้ำเงิน​ หมายเลขทะเบียน​ ขตจ.-406&amp;nbsp; กาญจนบุรี​ ขึ้นมาได้และนำไปเก็บรักษาไว้ที่​ สภ.ลูกแก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ การติดตามค้นหาร่างของหนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายที่คาดว่าน่าจะจมน้ำเสียชีวิตแล้วของเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ​ 4​ มูลนิธิ​ เริ่มค้นหาจากจุดเกิดเหตุไปตามลำคลองชลประทานตั้งแต่​ เวลาบ่าย​ 2​ โมงของวันที่​ 30​ มี.ค.64ไปจนถึงเวลา​เที่ยงคืน ของวันเกิดเหตุ​ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะพบศพ​ การติดตามค้นหาจึงยุติลงเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนรุ่งเช้าของวันที่​ 31​ มี.ค.64​ การติดตามค้นหาร่างของ​ ดช.บี​ ก็ยังคงดำเนินต่อไป​ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะพบร่างอันไร้วิญญาณของหนูน้อยแต่อย่างใด​ แต่เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ​ 4​ มูลนิธิ​ ก็ไม่ละความพยายามที่จะติดตามค้นหาร่างของหนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายรายนี้แต่อย่างใด​ การติดตามก็ยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในที่สุดเมื่อเวลา​ 07.00&amp;nbsp; น.ของเช้าวันที่​ 1​ เม.ย.64​ เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของ​ 4​ มูลนิธิ​ ก็ไปพบร่างของ​ ดช.บี​ ลอยขึ้นอืดอยู่ในสภาพนอนหงายกางแขนขาตามร่างกายไม่มีบาดแผล​ หรือร่องรอยการถูกทำร้ายลอยมาติดอยู่ตรงประตูระบายน้ำหัวคลองชลประทานตลาดนัดบ้านสวนกล้วย​ หมู่​ 3​ ต.สวนกล้วย​ อ.บ้านโป่ง​ จ.ราชบุรี​ จึงนำศพขึ้นมาไว้บนฝั่ง​ จากนั้นจึงแจ้งพนักงานสอบสวน​ สภ.บ้านโป่ง​ ร่วมกับแพทย์เวร​ รพ.บ้านโป่ง​ จ.ราชบุรี​ ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ​ ก่อนจะมอบญาตินำศพไปดำเนินการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98074</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักประดาน้ำ, มูลนิธิมิราเคิล​ ออฟไลฟ์, ร.ต.อ.กิตติ​ วิเศษสิงห์, เด็กจมน้ำเสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_60667990bade7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พลังงาน ชื่นชมนักประดาน้ำ กฟผ. ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยซีล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในกิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ซึ่งกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และชาวจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกันทำความดีด้วยการปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นยางนา&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ และปล่อยพันธุ์ปลา 660,000 ตัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มอบเสื้อสามารถให้กับทีมนักประดาน้ำ กฟผ. จำนวน 19 คน จากเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และแผนกประดาน้ำ ฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล ที่ได้ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยซีลเพื่อช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง &amp;ndash; ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย พร้อมแสดงความชื่นชมทีมนักประดาน้ำ กฟผ 


แทงหวยออนไลน์​​​​​​​. ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจนี้ด้วยความทุ่มเท โดยได้เห็นความตั้งใจจริงของทุกคนจนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก และขอบคุณ กฟผ. ที่ให้การสนับสนุนภารกิจครั้งนี้ด้วยความสมัครใจ เป็นการทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13933</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์, ถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน, นักประดาน้ำ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, เชียงราย, เราทำความดีด้วยหัวใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b5589cf73eeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!4หมูป่าปลอดภัย ออกถํ้าหลวงฯถึงมือ&#039;หมอ&#039; ไม่เกิน20ชม.ช่วยอีก9ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศอร.&amp;quot; เปิดปฏิบัติการลำเลียงทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนสำเร็จ! เบื้องต้นช่วยเด็กออกมาแล้ว 4 คน นำส่งตรวจร่างกาย รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ทันที &amp;quot;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์&amp;quot; ยันทุกคนปลอดภัย ระบุอีก 9 คนรอความพร้อมหลังขวดออกซิเจนวางรายทางหมดต้องนำไปวางใหม่ คาดไม่เกิน 20 ชม.เริ่มปฏิบัติการอีกครั้ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เตรียมบินลงพื้นที่เชียงรายรอบ 2 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) เปิดปฏิบัติการลำเลียงโค้ชและเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายซึ่งติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จากบริเวณจุดเนินนมสาวออกมาภายนอกถ้ำหลวงฯ หลังจากทั้งหมดติดอยู่ภายในถ้ำมานานกว่า 16 วัน รวมทั้งกรมอุตุนิยมวิทยายังได้พยากรณ์อากาศในช่วงตั้งแต่วันที่ 8-13 ก.ค.2561 จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเวลา 10.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) แถลงถึงการลำเลียง 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายออกจากถ้ำหลวงฯ ว่า ความพร้อมในการที่จะลำเลียงเด็กออกมาคือ สภาพอากาศ น้ำ ร่างกาย และจิตใจของเด็ก รวมถึงทุกปฏิบัติการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ความพร้อมถึงขีดสุดแล้ว โดยดีเดย์ปฏิบัติการเมื่อเวลา 10.00 น. ใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดำน้ำถ้ำจากต่างประเทศ 13 คน และผู้เชี่ยวชาญของไทยอีก 5 คน เข้าไปปฏิบัติการช่วยเด็กให้ออกมา โดยมีการวางแผนกันชัดเจนว่าจะเข้าไปและนำเด็กออกมาอย่างไร โดยในหน้างานจะมีผู้ปฏิบัติการและทีมแพทย์เท่านั้น&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. น้ำลงต่ำที่สุด โถง 1 ไปโถง 3 สามารถเดินได้แล้ว มีการสูบน้ำลดได้สูงสุด 30% ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในรอบกว่า 10 วัน และดูจากสภาพอากาศวันนี้เราเห็นว่าพายุลูกใหม่กำลังจะมา ถ้าเรารอจะเกิดฝนตกลงมา ความพร้อมจะลดจากร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นระดับต่ำลงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพร่างกายของเด็ก ขอยืนยันทั้ง 13 คนมีความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจสูงมาก เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ทั้ง 13 คนรับทราบภารกิจที่เราจะปฏิบัติแล้ว เขาพร้อมที่จะออกมาด้วย ไม่ว่าจะเผชิญอะไร รวมทั้งครอบครัวทราบแล้วก่อนที่เราจะปฏิบัติภารกิจ ส่วนทีมแพทย์ เราซ้อมติดต่อกันมา 3-4 วัน ซ้อมแม้กระทั่งนำเด็กมาทดสอบความพร้อมว่าจะช่วยอย่างไร เราพร้อมปฏิบัติจริงๆ&amp;quot; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการนำสแลนสีเขียวมาล้อมบริเวณหน้าถ้ำ นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เพราะเราซ้อมการเข้าถึง ซ้อมภารกิจของแต่ละคน เราจะไม่ยอมให้มีความสับสนแม้แต่นิดเดียว ซึ่งขอยืนยันการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เราพร้อมทุกด้าน เรามีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านถ้ำและสุขภาพชาวออสเตรเลียเข้าไปประเมินโดยตรงเมื่อวันที่ 7 ก.ค. จึงไม่มีวันใดที่เราพร้อมกว่านี้อีกแล้ว หลายจุดถ้ำสามารถเดินได้ ถ้าเราไม่เริ่มปฏิบัติการในเวลาที่เราได้เปรียบที่สุดและพร้อมที่สุด เราอาจเสียโอกาสที่จะทำปฏิบัติการไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้า-ออกถ้ำ เราประเมินว่าอย่างเร็วที่สุดคนแรกน่าจะออกมาประมาณ 21.00 น. ซึ่งการลำเลียงเด็กออกครั้งนี้ เราจะทยอยออกทีละ 1 คน โดยเด็ก 1 คนจะมีคนดูแล 2 คน อาจจะใช้เวลาพอสมควร และไม่ใช่วันนี้จะเสร็จ แต่ภารกิจวันนี้จะต่อเนื่องตลอดจนกระทั่งคนสุดท้ายออกมา โดยผลจะเริ่มออกมาหลัง 21.00 น. และจะมีผลออกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
ทีมรวมดาราโลกลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า เรามีการซักซ้อมในเรื่องทางออกหลายทาง ซักซ้อมทั้งทางอากาศและบนพื้นดิน เราเลือกแผนที่เหมาะสมที่สุด ณ เวลานั้น เราดูจะสถานการณ์ทุกอย่างประกอบกัน เราเตรียมเฮลิคอปเตอร์และรถพยาบาลไว้ทั้งหมด ขอให้ทุกคนเอาใจช่วยการปฏิบัติการครั้งนี้ ส่งแรงใจให้น้องๆ 13 คน และทีมปฏิบัติการของเราทุกคนประสบความสำเร็จ เพอร์เฟกต์ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่พวกเราคาดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมที่เข้าปฏิบัติการครั้งนี้อยากเรียกว่าทีมรวมดาราโลกเลยละกัน เพราะมาจากแทบทุกประเทศที่เชี่ยวชาญ หลายคนพอได้รับการประสานก็แบ็กแพ็ก เอาอุปกรณ์กันมาเลย ซึ่งเขาเป็นทีมที่เจอกันประจำในระดับโลก ซ้อมกันประจำอยู่แล้ว ส่วน 5 คนของเรานั้นมีการคัดพิเศษที่เพอร์เฟกต์และเข้ากับเขาได้&amp;rdquo; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่นายณรงค์ศักดิ์จะแถลงข่าว ตั้งแต่เวลา 06.45 น. เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) ได้แจ้งในกลุ่มไลน์สื่อมวลชนที่มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศอร.ว่า จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบริเวณทางเข้าปากถ้ำหลวงฯ โดยผู้บัญชาการเหตุการณ์คือนายณรงค์ศักดิ์จะมาลงแถลงข่าวที่ อบต.โป่งผา ริมถนนพหลโยธินแทน ซึ่งอยู่ไกลจากบริเวณปากถ้ำหลวงฯ หลายกิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตั้งแต่เมื่อค่ำคืนวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้กางสแลนสีเขียวปิดทางออกจากปากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ยาวไปถึง รพ.สนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย ประกาศในฐานะ ศอร. ขอยึดคืนพื้นที่สื่อมวลชนที่มาเกาะติดรายงานสถานการณ์ช่วยเหลือเด็กและโค้ช จำนวน 13 ชีวิต ภายในวนอุทยานถ้ำหลวงฯ โดยให้ย้ายมาอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดถนนพหลโยธิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร รวมทั้งยังให้จิตอาสาและเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานออกนอกพื้นที่ไปอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผาด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ถนนสนามบินเก่า ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่จะนำทั้ง 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีมารักษาพยาบาลหลังออกจากถ้ำหลวงฯ ในเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และ รปภ.ของโรงพยาบาลได้จัดเตรียมสถานที่ให้กับทางสื่อมวลชนให้มาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางโรงพยาบาล โดยมีการนำแผงเหล็กมาตั้งเรียงรายตามแนวถนน แต่สามารถทำข่าวได้ในช่วงที่มีการนำเด็กทั้ง 13 คนส่งถึงโรงพยาบาล โดยมีการขอร้องไม่ให้ทางสื่อหรือชาวบ้านผ่านเข้า-ออกหน้าห้องฉุกเฉิน นอกจากญาติผู้ป่วยที่เข้ามารักษาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับห้องชั้น 8 ที่จะใช้เป็นสถานที่รักษาและดูแลทั้ง 13 คน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเส้นทางขึ้นไว้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบันไดหรือลิฟต์ ในด้านการจราจร ในช่วงเช้ายังอนุญาตให้รถยนต์ผ่านไปมาได้ แต่มีการเตรียมปิดถนนได้ทันทีหากมีการลำเลียงเด็กเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามแผนหลังนำเด็กออกจากถ้ำหลวงฯ จะนำส่งทั้งเฮลิคอปเตอร์และทางรถยนต์ โดยเฮลิคอปเตอร์จะมาลงที่บริเวณสนามโรงเรียนสันโค้ง (เชียงรายจรูญราษฎร์) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จากนั้น 13 ชีวิตถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาลจะถูกนำตัวไปยังหอผู้ป่วยสามัญอุบัติเหตุชั้น 8 ซึ่งจะถูกปรับให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจทั้งชั้น ซึ่งภายในจะมีระบบควบคุมการติดเชื้อตามมาตรฐาน คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและควบคุมโรคให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ทั้งตัวผู้ป่วยเองและญาติ
4 หมูป่าออกมาสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไปจะนำ 13 ชีวิตไปตรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นการประเมินภาวะอุณหภูมิของร่างกาย การขาดน้ำ การขาดสารอาหาร ตรวจเอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ปัสสาวะ นำตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาเชื้อ รวมทั้งตรวจพิเศษอื่นๆ ตามคำประเมินของแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอผู้ป่วยยังจะถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ห้องโถงพักญาติแยกชัดเจนจากผู้ป่วย โดยให้ญาติที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมดเพียง 52 คนเท่านั้นที่เข้าเยี่ยมได้ และการเยี่ยมจะเกิดขึ้นหลัง 3 ถึง 7 วันที่ได้มีการประเมินอาการของ 13 ชีวิตก่อนตามระเบียบสากล/ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับญาติและทีมแพทย์ก่อนเข้าไปถึงห้องพักของทั้ง 13 คน เสื้อผ้าที่ฆ่าเชื้อแล้วจะถูกจัดไว้ให้เปลี่ยนเพื่อความสะอาดปลอดภัยขั้นสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ระเบียบในการเยี่ยมญาติต้องห่างจาก 13 ชีวิต 2 เมตร ห้ามสัมผัสใกล้ชิด/ห้ามโดนเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากต้องระมัดระวังการแพร่เชื้อที่ไม่มีใครรู้ว่ามีเชื้อโรคอะไรบ้างที่ 13 ชีวิตจะนำติดออกมาจากถ้ำ ขณะที่ในห้องที่ 13 ชีวิตพักรักษาตัวจะมีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ได้เกิดฝนตกบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน นานกว่า 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวงฯ กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า นายณรงค์ศักดิ์ &amp;nbsp;โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้า หลังจากนักดำน้ำนานาชาติและหน่วยซีลได้เริ่มปฏิบัติการเข้าไปช่วยเหลือนำทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนว่า ทุกคนเริ่มปฏิบัติการเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำจากต่างประเทศ จำนวน 13 คน ได้เข้าไปดำน้ำเพื่อกู้ภัยในถ้ำ ในจำนวนนี้ 10 คนได้ไปประจำที่จุด 9 (จุดที่น้องอยู่) และจุด 6 (จุดกลางทางใกล้สามแยก) ตามแผนงาน เพื่อเริ่มกระบวนการนำเด็กออกจากถ้ำ ส่วนอีก 3 คนทำงานสนับสนุนการช่วยเหลือเด็ก โดยได้เริ่มดำน้ำตามแผนตั้งแต่เวลา 14.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารข่าวระบุว่า นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกจำนวนหนึ่ง นักประดาน้ำ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เชี่ยวชาญการกู้ภัยจากไทย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีนและยุโรป ประจำการอยู่ที่บริเวณโถงหมายเลข 3 จนถึงปากถ้ำ ทั้งนี้ มีการวางระบบรอก เพื่อสนับสนุนการนำเด็กออกจากถ้ำในบริเวณโถงหมายเลข 2 และ 3 ซึ่งมีสภาพพื้นที่ที่มีความยากลำบาก เนื่องจากความซับซ้อนและยากลำบากของสภาพภายในถ้ำ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลาเท่าใดที่จะสามารถนำเด็กชุดแรกออกจากถ้ำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยนักประดาน้ำจะทำงานร่วมกับแพทย์ภายในถ้ำ เพื่อประเมินสภาพร่างกายของเด็กๆ และพิจารณาความเหมาะสมว่าเด็กคนไหนจะถูกนำตัวออกมาเป็นชุดแรก เนื่องจากความซับซ้อนของถ้ำและความยากของการปฏิบัติการ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าเด็กกี่คนจะสามารถออกจากถ้ำในการดำเนินการครั้งแรก&amp;quot; เอกสารข่าวศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวงฯ กรมประชาสัมพันธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่สามารถพาน้อง 2 คนแรกทีมหมูป่าอะคาเดมีออกถ้ำหลวงฯ มาได้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็น ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม หรือน้องมาร์ค และ ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม หรือน้องโน้ต และนำไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.40 น. เจ้าหน้าที่นำน้องทีมหมูป่าอะคาเดมีคนที่ 3 ออกจากถ้ำเดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตามด้วยเวลา 19.50 น. นำน้องคนที่ 4 ออกจากถ้ำ เดินทางด้วยรถพยาบาลไปที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
ไม่เกิน 20 ชม.ลุยอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 21.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย และคณะ ร่วมแถลงข่าวแห่งความสำเร็จปฏิบัติการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีพร้อมผู้ฝึกสอน 4 คนแรกออกมาจากถ้ำหลวงฯ ได้สำเร็จว่า เป็นเวลา 16 วันแห่งการรอคอยที่คุ้มค่าที่สุด หลังจากทุกฝ่ายได้ปฏิบัติการอย่างเต็มที่ วันนี้มีความพร้อมทั้งระดับน้ำที่ลดลงไปมาก อากาศที่เอื้ออำนวย สภาพร่างกายและจิตใจของเด็กและพ่อแม่ และทีมบุคลากรที่ทำงาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ภารกิจมีทั้งหมด 3 ระยะ คือ ค้นหา กู้ภัย และส่งกลับ ซึ่งสามารถกู้ภัยและส่งตัวน้องๆ 4 คนแรกถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างปลอดภัยทุกคน ปฏิบัติการดังกล่าวใช้เจ้าหน้าที่เทคนิคดำน้ำ 13 คน โดย 10 คน เป็นนักดำน้ำ อีก 3 คนเป็นฝ่ายเทคนิค มีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลไทย 5 นาย &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ดำน้ำกว่า 90 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศกว่า 50 คน และคนไทยกว่า 40 คน โดยใช้วิธีให้เด็กเกาะอยู่ข้างใต้ตัวเทคนิค ใส่หน้ากากกันน้ำเข้า มีระบบหายใจตามปกติ ให้น้องอยู่ข้างใต้และกอดน้องออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปฏิบัติการวันนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาด คนแรกออกมาจากถ้ำเมื่อเวลา 17.40 น. คนที่สองออกมาหลังจากนั้น 20 นาที นำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยรถพยาบาลต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนคนที่ 3 และ 4 ออกมาในเวลา 19.40 น.และ 19.50 น.&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการต่อไป จะทำเมื่อมีความพร้อม ทุกอย่างต้องเตรียมใหม่ โดยเฉพาะขวดออกซิเจนที่ใช้หมดแล้ว จะต้องนำไปวางใหม่ โดยปฏิบัติการถัดไปจะเริ่มอีกไม่เกิน 20 ชั่วโมงนับจากนี้ และสภาพจะต้องเหมือนวันนี้ โดยจะมีการประชุม เชิญทุกทีมมาประเมิน ทั้งระบบลำเลียง ยานพาหนะ &amp;nbsp;ทีมแพทย์ ทีมขนส่ง ทีมบริหารจัดการทั้งหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ระบบส่งตัวโดยรถพยาบาลไปถึงเฮลิคอปเตอร์ราบรื่นมาก ใช้เวลาเพียง 2 นาทีกว่า &amp;nbsp;เร็วกว่าวันซ้อม 5 เท่า เหนือสิ่งอื่นใดคือพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยและทรงให้กำลังใจทีมงานทุกคน จนภารกิจสำเร็จลงได้ และจะมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจที่เหลือให้สำเร็จลุล่วงเป็นของขวัญแก่ชาวไทยทั้งประเทศ&amp;quot; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 22.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักขึ้นอีกครั้งบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แสดงความเป็นห่วงอย่างมาก โดยมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเพื่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะช่วยน้องๆ ออกมาได้ว่า ตามหลักการจะมีแพทย์หลัก 2 คน เป็นผู้ตรวจ 13 ชีวิต คือ อายุรแพทย์ตรวจผู้ที่มีอายุเกิน 15 ปี 1 คน &amp;nbsp;และกุมารแพทย์สำหรับตรวจผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี 1 คน นอกจากนั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ เช่น ด้านโรคติดเชื้อ จักษุแพทย์ ร่วมกันวินิจฉัยอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า มีทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมแล้ว ไม่ต้องขอรับทีมเสริมจากที่อื่น ขณะที่มีเรื่องน่ายินดีว่าถ้าทั้ง 13 คนมีสภาพร่างกายแข็งแรง ฟื้นตัวเร็ว ผลเลือดไม่มีการติดเชื้อ และเมื่อดูอาการภายใน 24 ชั่วโมงไม่พบว่ามีไข้หรืออาการไอ ก็จะสามารถให้ญาติมาเยี่ยมได้ แต่ต้องอยู่ในระยะห่าง 2 เมตรตามหลักสากล&amp;quot; นพ.ธงชัยกล่าว&amp;nbsp;
นายกฯ บินลงเชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ จะเดินทางไปถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เดินทางมาที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามภารกิจช่วยเหลือ 13 คนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับฟังจากรายงานของหน่วยงานต่างๆ และการรายงานของสื่อมวลชน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงอยากไปติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง หลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 21.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องติดตามปัญหา และสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรที่เสียสละพื้นที่ของตนเป็นที่รับน้ำจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเหล่านี้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบให้เกษตรจังหวัดเชียงรายและเกษตรอำเภอแม่สายสำรวจพื้นที่ ซึ่งพบว่ามี 3 ตำบลใน อ.แม่สาย ที่ได้รับผลกระทบ คือ ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา และ ต.บ้านด้าย รวมจำนวน 1,397 ไร่ เกษตรกรราว 100 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของพื้นที่ที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับอัตราการช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการคือ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท, พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท, พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท โดยระหว่างนี้เกษตรกรสามารถไปแจ้งความเสียหายได้ และคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้านจะลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายแปลงทุกแปลง คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะได้ข้อสรุปการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมด&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ จ.เชียงราย พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หากไม่เพียงพอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบที่มีอยู่ โดยจะโอนเงินผ่านบัญชีของเกษตรกรโดยตรง อีกทั้งจะมีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ฟื้นฟูสภาพดิน และให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสมหลังน้ำลดแก่เกษตรกรด้วย ทั้งนี้ นายกฯ ขอบคุณเกษตรกรทั้งหมดที่เสียสละประโยชน์ของตัวเอง และปลาบปลื้มใจที่ทราบว่าทุกคนยินดีให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ขอเพียงให้สามารถช่วยเหลือเยาวชนทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวงฯ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ให้กำลังใจโค้ชเอก พร้อมทั้งเสนอแนวทางการใช้พุทธจิตวิทยาบำบัดให้กับโค้ชทีมนักเตะหมูป่าว่า พุทธจิตวิทยาบำบัดกับการบำบัดแบบไทยๆ ที่ได้ผลและควรค่าแก่การนำมาใช้กับเด็กๆ ทั้ง 13 คนในถ้ำหลวงน้ำนางนอน ประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้ว เพื่อทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา โดยจะพบเห็นการจัดปอยส่างลองกันมากที่จังหวัดในภาคเหนือตอนบน คนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมประเพณีนี้ก็สืบเชื้อสายมาจากไทยใหญ่ ซึ่งก็ได้ร่วมกันสืบทอดงานประเพณีนี้มาเป็นเวลาช้านานบนความเชื่อที่ยังคงสืบสานต่อมาจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ผมกลัวมากที่สุด คือ กลัวว่าโค้ชเอกจะโทษตนเอง และสำนึกแบบสำคัญผิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง และไม่ยอมยกโทษให้ตนเอง รวมถึงการเสียชีวิตของจ่าเอกสมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการในระหว่างการเข้าไปช่วยเหลือ หากเด็กทั้ง 13 คนทราบหลังจากผ่านช่วยเหลือออกมาได้แล้ว ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งกระทบจิตใจอย่างรุนแรงของเด็กได้ และอาจนำไปสู่การพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงเฉียบพลัน หรือชนิดเรื้อรัง และทำร้ายตนเองได้ เพราะความรู้สึกนี้จะรบกวนจิตใจของเด็กตลอดเวลาแบบมิรู้ลืม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดยุติธรรมกล่าวว่า เมื่อประเทศไทยในภาคเหนือตอนบนความยังคงมีเข้มแข็งทางวัฒนธรรมอยู่ ดังนั้น ประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้ว เพื่อทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา อาจเป็นเครื่องมือจิตบำบัดที่สำคัญของเด็กกลุ่มนี้ ทั้งยังเป็นการบรรพชาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้วีรบุรุษของพวกเขาและโลก คือจ่าแซมไปเสียในคราวเดียวกันด้วย ผมเชื่อว่าวิธีการนี้น่าจะเป็นพุทธจิตวิทยาบำบัด ได้เป็นอย่างดีและทรงประสิทธิภาพครับ ขอให้กำลังใจเด็กและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยหัวใจและความเคารพครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม คณะสงฆ์ได้ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ ขอพรเทวดา และสำรวมจิต เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้กำลังใจคนไทย และให้ประเทศ ก้าวผ่านวิกฤติ เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นติดต่อกัน ทั้งเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต เครื่องบินกองทัพบกตก และทีมหมูป่าอะคาเดมีติดในถ้ำหลวงฯ จังหวัดเชียงราย รวมถึงตั้งจิตอธิษฐานให้ทั้ง 13 คนที่ติดถ้ำกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13017</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นักประดาน้ำ, ประจักษ์ สุธรรม, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, มงคล บุญเปี่ยม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b422b76ade6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮานักประดาน้ำพบกระเบนนก! ใต้ทะเลเกาะพีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กำลังเป็นที่ฮือฮาของกลุ่มนักประดาน้ำ และผู้ชื่นชอบสัตว์ทะเลที่หายาก หลังจาก ผู้ใช้ชื่อ อาเหมี่ยน ได้นำคลิปวีดีโอและภาพนิ่งที่บันทึกได้ใต้ท้องทะเลในเกาะพีพี มาโพสต์ลงในกลุ่มไลน์แจ้งข่าวเกาะพีพี ซึ่งเป็นภาพของปลากระเบนขนาดใหญ่ กว้างกว่า 1.5 เมตร กำลังว่ายน้ำหากินอยู่ ใต้ทะเลลึก&amp;nbsp; โดยมีนักดำน้ำคอยบันทึกภาพ ซึ่งกระเบนดังกล่าวเป็นกระเบนนก หรือกระเบนเนื้อดำ หรือกระเบนค้างคาว ซึ่งเป็นปลากระเบนขนาดใหญ่ที่พบเจอได้ไม่บ่อยนัก และหายไปนานจากทะเลเกาะพีพี&amp;nbsp; แต่โชคดีที่นักประดาน้ำได้เจอมันเวียนว่ายอวดโฉมที่ใต้ทะเลเกาะพีพี ทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบดำน้ำลึกเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามไปยังนักประดาน้ำที่เกาะพีพี ให้ข้อมูลว่า กระเบนดังกล่าวเป็นกระเบนนก ซึ่งมีขนาดใหญ่ และเพิ่งเจอในจุดดำน้ำรอบเกาะพีพี ที่อ่าวมาหลง เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมาก เนื่องจากกระเบนชนิดนี้จะหาดูพบเจอได้ยากมาก เหมือนกับที่นานๆจะเจอฉลามวาฬเลยทีเดียว&amp;nbsp; ถือเป็นสีสันของใต้ทะเลเกาะพีพี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายทัศพล กระจ่างดารา หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจและวิเคราะห์สภาวะทรัพยากรและการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน(ภูเก็ต) เปิดเผยว่า&amp;nbsp; กระเบนนก หรือ มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Aetobatus ocellatus ปัจจุบันพบน้อยมากในทะเลไทย เนื่องจากที่ผ่านมามีการล่ากันมาก&amp;nbsp; ซึ่งกระเบนชนิดนี้จะมีหางยาว ปากแหลมคล้ายปากนก กินสัตว์หน้าดินเป็นอาหารเช่น หอย ปู ส่วนที่อันตรายคือเงี่ยงที่บริเวณโคนหางไม่ควรไปสัมผัส ควรจะอยู่ห่างๆ ไม่ไปรบกวนมัน เวลาตกใจจะบินขึ้นมาเหนือน้ำทะเลได้ แต่ลอยอยู่ไม่กี่วินาที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7368</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, กระเบนนก, นักประดาน้ำ, อาเหมี่ยน, อ่าวมาหลง, เกาะพีพี, ใต้ทะเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad736dd7ce15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
