<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารรับใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดถึงตำรวจหิ้วกระเป๋าเดินตามหลัง รับใช้นักการเมืองขี้โกง กันไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาว่ากันเรื่อง ทหารเกณฑ์ ต้องไปเป็นทหารรับใช้บ้านนายพันนายพล กันบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรมีต่อไปหรือไม่?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกนี้จุดเริ่มต้นของการเกณฑ์ทหาร ไม่ต่างกันนัก คือเริ่มต้นในสังคมศักดินา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเทศไทย มีรากเหง้าจากการครอบครองไพร่ ทาส หรือทหารรับใช้ ซึ่งถือเป็นอภิสิทธิ์เฉพาะขุนนาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มซ้ายตกขอบมองว่า แม้ระบบทาสจะยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่ความคิดความเชื่อเกี่ยวกับอภิสิทธิ์ของขุนนาง ยังคงสืบทอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันในรูปแบบการเกณฑ์ทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นมุมที่แคบ เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงไปของโลก ที่แต่ละประเทศต้องมีกองทัพเพื่อปกป้องประเทศ อันเนื่องจากมีสงครามขนาดใหญ่ เช่นสงครามโลกครั้งที่ ๑ และ ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจำเป็นในการเกณฑ์ทหาร มิใช่เกณฑ์ทาสมารับใช้นาย แต่เป็นการเกณฑ์คนหนุ่มมาทำหน้าที่นักรบยามสงคราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่กองทัพไทยมีลักษณะเฉพาะ นายพลนำทหารเกณฑ์มาเป็นคนรับใช้ในบ้าน เพราะโดยเงื่อนไขการฝึกที่ใช้เวลาประมาณ ๖ เดือน จากนั้นแยกย้ายประจำกรมกอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้างไปเฝ้ายาม บ้างไปขับรถ และหลายๆ คนไปอยู่บ้านนาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนได้นายดี เผลอๆ ได้ลูกสาวนายเป็นเมีย แบบผู้กองยอดรัก แบบนี้ใครจะโวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่โวยคือได้นายเลว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่แปลกที่ปฏิบัติกันมาต่อเนื่องยาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาถึงวันนี้นานพอหรือยัง?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพก็รู้ตัวครับว่า ถูกสังคมจับจ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีประกาศของกองทัพบกเมื่อปี ๒๕๔๔ เรื่องการบรรจุทหารกองประจำการ เข้าประจำการอายุ &amp;nbsp;๑๘-๒๐ ปีบริบูรณ์ ที่ร้องขอเข้ากองประจำการ ปี ๒๕๔๔ โดยอ้างถึงประกาศของกระทรวงกลาโหม ปี &amp;nbsp;๒๕๔๓ ระบุว่า กองทัพบกได้กำหนดหลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงกลาโหม ที่อ้างถึงให้ดำเนินการรับสมัครทหารกองเกินอายุ ๑๘-๒๐ ปีบริบูรณ์ เข้าเป็นทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ โดยตั้งแต่ปี &amp;nbsp;๒๕๔๔ เป็นต้นไป ซึ่งมีนโยบายให้เปิดรับทหารกองเกินที่สมัครใจให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยถือว่าบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่เสียสละ เพื่อสมัครเข้ารับราชการทหาร เป็นบุคคลที่มีเกียรติควรแก่การยกย่อง และให้บรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งที่มีเกียรติ และตำแหน่งที่มีความสำคัญในหน่วย เว้นการบรรจุในบางตำแหน่ง เช่น พลบริการ พลสูทกรรม เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมห้ามนำทหารประเภทนี้เป็นทหารฯ บริการเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกองทัพบก จึงขอให้หน่วยขึ้นตรงปฏิบัติอย่างเคร่งครัดกำกับดูแลตามประกาศนี้...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นคือ รู้ตัวแล้ว แต่ขีดเส้นไว้เฉพาะ พลทหารที่สมัครเข้ารับใช้ชาติ ส่วนที่เกณฑ์ยังสามารถนำไปเป็นทหารรับใช้ต่อได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยแลนด์ ๔.๐ และโลกเปลี่ยนไปเยอะแล้ว ระบบนี้จึงไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารเกณฑ์ทุกนายถือเป็นคนของรัฐ รับเงินเดือนจากรัฐ ฉะนั้นต้องทำงานรับใช้รัฐ หาใช่ไปทำงานบ้านนายทหารไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารเกณฑ์บางคนอาจไม่ชอบไปทำงานบ้านนาย ไม่อยากไปเลี้ยงไก่ แต่บางส่วนกลับชอบเพราะดีกว่าไปยืนเฝ้ายาม ดังที่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ชี้แจงว่าเป็นเรื่องสมยอมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทหาร&amp;quot; คือผู้มีหน้าที่เป็นนักรบ และมีเกียรติยศ ซึ่งไม่ได้บัญญัติไว้สำหรับนายพลเท่านั้น ทหารเกณฑ์ควรได้รับเกียรติยศดังกล่าวเท่าเทียมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่หรือ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, นักรบ, อ่านเอาเรื่อง, เลี้ยงไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกษาปานในภาคนักรบก็ปราดเปรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
คนไทยรู้จักออกพระวิสุทธสุนทร หรือเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ในฐานะราชทูตผู้ปราดเปรื่อง ที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงส่งไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ของฝรั่งเศส แต่อีกบทบาทหนึ่งไม่ใคร่จะมีการพูดถึงมากนัก นั่นคือ &amp;quot;นักรบ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๖๐ กล่าวถึงออกพระวิสุทธสุนทรนั้น อาศัยตำนานไทยตำนานฝรั่งประกอบกัน พอเชื่อมเนื้อความให้ติดต่อกันเป็นประวัติขึ้นพอรู้เรื่องได้บ้าง ตั้งแต่วันที่ท่านกลับจากยุโรปจนกระทั่งถึงวันตาย เช่นได้ความจากหนังสือจดหมายเหตุประจำวันของเชอวาเลียร์ เดอ โชมองต์ &amp;nbsp;ราชทูตฝรั่งเศสคนแรกที่ออกมาเจริญพระราชไมตรีในเมืองไทยว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;พอข้าพเจ้าได้พบกับออกพระวิสุทธสุนทรแต่วันแรกที่ปากน้ำ เมื่อเรือของเราไปถึงเมืองไทยแล้วนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่าคนนี้เป็นคนมีสกุลผู้ดีติดอยู่เต็มตัว ทั้งรู้สึกว่าเป็นคนเฉลียวฉลาด อาจเป็นราชทูตไทยไปฝรั่งเศสได้ดีกว่าใครๆ หมด ข้าพเจ้าจึงได้แนะนำเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ให้เลือกเขาเป็นราชทูตส่งไปกับเราเมื่อจะกลับ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนเมื่อกำลังโดยสารกลับไป ท่านเชอวาเลียร์ เดอ โชมองต์ ลงในจดหมายเหตุประจำวันของท่านอีกว่า &amp;quot;สิ่งที่ถูกใจในตัวราชทูตคนนี้ คือไม่ว่าท่านได้ไปพบเห็นอะไรที่ไหนเป็นต้องจับดินสอจดลงในสมุดทันที นิสัยนี้ดีมาก เพราะเมื่อไปเมืองฝรั่งกลับมาคงมีรายงานความเป็นไปจากเมืองฝรั่งเศสถวายพระเจ้ากรุงสยามอย่างละเอียดลออดี ดังนี้พระเจ้ากรุงสยามจะได้ทรงทราบความจริงในเรื่องของเมืองฝรั่งเศสว่าเป็นอย่างไร ดีกว่าปล่อยให้พระองค์ทรงเชื่อแต่คำเล่าลือผิดๆ ถูกๆ ดังที่พระองค์เคยทรงได้ยินมาแต่ก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในพระราชพงศาวดารกรุงเก่าปรากฏว่า ออกพระวิสุทธสุนทรเป็นน้องชายของเจ้าพระยาโกษาธิบดี &amp;nbsp;(เหล็ก) และข้อนี้มีที่อ้างให้เห็นว่าเป็นจริง เพราะตำนานฝรั่งในสมัยนั้นกล่าวเป็นทำนองเดียวกัน ตำนานมาแตกต่างกันก็แต่ในเรื่องออกพระวิสุทธสุนทรกับพระเพทราชา ซึ่งภายหลังได้ราชสมบัติต่อพระนารายณ์ลงมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชพงศาวดารย่อลงว่า เจ้าพระยาโกษาธิบดีหนึ่งออกพระวิสุทธสุนทรหนึ่ง ออกพระเพทราชาหนึ่ง สามคนนี้เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน คือทั้งสามท่านนี้เป็นบุตรของเจ้าแม่วัดดุสิต ซึ่งเป็นพระนมของพระนารายณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในข้อนี้ตำนานเบ็ดเตล็ดของฝรั่งแย้งกับพระราชพงศาวดารย่อถึงกับชวนให้นักโบราณคดีบางท่าน ไม่ค่อยจะปลงใจเชื่อพระราชพงศาวดารย่อได้ บทวินิจฉัยให้เห็นเท็จจริงในเรื่องนี้มีอยู่ไม่สู้มากมายนัก &amp;nbsp;แต่ออกจะแน่นแฟ้นพอใช้ ดังจะขอยกมากล่าวพอเป็นทางสันนิษฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออ่านแล้วสุดแต่ท่านผู้อ่านจะลงความเห็นเลือกเชื่อเอาตามชอบใจ ข้อหนึ่ง ต่างว่าจะตั้งปัญหาขึ้นถามว่าถ้าพระเพทราชาเป็นน้องชายของออกพระวิสุทธสุนทรจริงแล้ว เหตุใดเมื่อพระเพทราชาขึ้นเสวยราชย์แล้วจึงมิได้ยกย่องออกพระวิสุทธสุนทรขึ้นเป็นเจ้าต่างกรมตามโบราณราชประเพณีนิยมเล่า&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลานั้นออกพระวิสุทธสุนทรยังมีชีวิตอยู่ ส่วนเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ไม่มีปัญหา เพราะถึงแก่กรรมเสียก่อนพระเพทราชาได้ราชสมบัติเมื่อ พ.ศ.๒๒๓๑&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนออกพระวิสุทธสุนทรถึงแก่อสัญกรรมภายหลังพระเพทราชาได้ราชสมบัติประมาณ ๑๒ ปี ในราว พ.ศ.๒๒๔๓ ตามที่มีปรากฏแน่ชัดในจดหมายของบาทหลวงโบรลด์เขียนส่งไปยังกรุงปารีสในศกนั้นว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;...ออกพระวิสุทธสุนทรอัครราชทูตเก่าพึ่งตายในเร็วๆ ไม่กี่เดือนนี้เอง ...&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำกล่าวนี้ชวนให้นึกว่าออกพระวิสุทธกับพระเพทราชามิใช่พี่น้องกัน หาไม่ออกพระวิสุทธคงได้เลื่อนยศขึ้นเป็นเจ้าในครั้งนั้น หนังสือลาลูแบร์ยังมาสนับสนุนความเห็นอันนี้ให้เห็นสมจริงตอนเมื่อกล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;...ออกพระเพทราชาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ราษฎรชอบพอมาก เพราะใจคอเยือกเย็นและลือกันว่าเป็นคงกระพันชาตรียิงไม่ออก ฟันไม่เข้า ถึงพระนารายณ์เองก็โปรดมาก เพราะเคยไปสงครามมีชัยชนะแก่พระเจ้าตองอูมา...ตามเสียงตลาดที่โจษกันทุกวันนี้ มักนิยมถือกันว่า ถ้าพระนารายณ์สิ้นพระชนม์ลงเมื่อใด ออกพระเพทราชากับลูกชายชื่อออกหลวงสรศักดิ์มีหวังที่จะสืบราชสมบัติยิ่งกว่าใครๆ ...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารดาของออกพระเพทราชานั้นเคยเป็นนางนมของในหลวง เดี๋ยวนี้เหมือนกับมารดาของเจ้าคุณอัครราชทูตซึ่งเคยถวายนมแด่พระองค์เหมือนกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเข้าใจตามพระราชพงศาวดารย่อ อนึ่ง ลาลูแบร์ยังกล่าวอีกแห่งหนึ่งว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คราวหนึ่งพระนารายณ์ทรงให้ลงพระราชอาญาเฆี่ยนออกยาพระคลังซึ่งเป็นพี่ชายของเจ้าคุณอัครราชทูตหน้าพระที่นั่ง ผู้ที่รับสนองพระราชอาญาเฆี่ยนนั้นคือออกหลวงสรศักดิ์ บุตรชายของออกพระเพทราชา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นจริงตามคำของลาลูแบร์นี้แล้ว จะดูกะไรอยู่ละกระมังที่พระนารายณ์จะทรงจำเพาะใช้ออกหลวงสรศักดิ์ผู้เป็นหลานให้เฆี่ยนตีเจ้าพระยาพระคลังผู้เป็นลุงใหญ่ พระนารายณ์จะทรงหน้ามืดถึงกับมิอาลัยในขนบธรรมเนียมและความเคารพรักใคร่ในระวางวงศ์ญาติบ้างเจียวหรือ ดูๆ จะกะไรอยู่ละกระมัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอกลับมาจับใจความในพระราชพงศาวดารกรุงเก่าต่อไปว่า เมื่อเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว สมเด็จพระนารายณ์ทรงปรารภจะขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ จึงโปรดให้ออกพระวิสุทธสุนทร ผู้เป็นน้องเจ้าพระยาโกษาธิบดีที่ถึงแก่อนิจกรรมนั้น เป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดีแทน มีรับสั่งว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขุนเหล็กพี่ท่านชำนาญในการเป็นแม่ทัพก็มาถึงมรณภาพเสียแล้ว บัดนี้เราจะให้ท่านเป็นแม่ทัพแทนพี่ชายยกไปตีเมืองเชียงใหม่ จะได้หรือมิได้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพระยาโกษาธิบดีจึงกราบทูลขอรับพระราชทานพระราชอาชญาสิทธิขาดทำการทดลองดูก่อน &amp;nbsp;ถ้าเห็นจะทำสงครามได้ก็จะขออาสาไปตีเมืองเชียงใหม่มาถวายให้จงได้ สมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงฟังก็ชอบพระราชหฤทัย ทรงโสมนัสตรัสสรรเสริญสติปัญญาเจ้าพระยาโกษาธิบดีเป็นอันมาก แล้วพระราชทานพระแสงดาบต้นพร้อมด้วยพระราชอาชญาสิทธิให้เจ้าพระยาโกษาธิบดีไปทดลองดู&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) จึงกราบถวายบังคมออกมาสั่งให้หมายกำหนดการให้นายหมู่นายกองกะเกณฑ์พลทหารสามพันออกไปตั้งค่ายตำบลที่ใกล้เพนียด และให้ตัดไม้ไผ่มาปักเป็นเสาค่าย แต่ให้เอาปลายปักลงดินให้สิ้น ให้ขุดมูลดินถมเป็นสนามเพลาะ และปักขวากหนามตามธรรมเนียมสร้างค่ายพร้อมเสร็จให้สำเร็จในวันรุ่งขึ้นเวลาเช้า ๙ นาฬิกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายท้าวพระยานายหมวดนายกองต่างก็ออกไปกะเกณฑ์แบ่งปันหน้าที่กันทำตามบัญชาทุกหมู่ทุกกรม รุ่งขึ้นได้เวลาเจ้าพระยาโกษาธิบดีก็ออกไปเลียบค่ายพร้อมด้วยอิสริยยศและบริวารยศอย่างกษัตริย์ เห็นไม้เสาค่ายต้นหนึ่งปักเอาต้นลงดิน ก็ให้หาตัวเจ้าหน้าที่นั้นเข้ามา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อซักถามได้ความจริงแล้วก็ให้เอาตัวผู้ละเมิดคำบัญชานั้นไปตัดศีรษะเสียบไว้ที่ปลายไม้เสาค่ายลำนั้น มิให้ใครเอาเยี่ยงอย่างต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นแล้วก็กลับมาเฝ้ากราบทูลแถลงพฤติเหตุที่ได้ไปทดลองนั้นให้ทรงทราบทุกประการ แล้วกราบทูลขออาสาเป็นแม่ทัพไปตีเชียงใหม่ได้ดังพระราชประสงค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการทดลองอาชญาสิทธิของเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ตอนนี้ ถ้าอ่านโดยไม่พินิจพิเคราะห์ก็จะเข้าใจว่าเจ้าพระยาโกษา (ปาน) เป็นคนใจคอเหี้ยมโหดร้ายกาจเหลือเกิน เพราะสมัยนี้การประหารชีวิตมิใช่ของทำง่ายๆ เหมือนครั้งก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่ออ่านโดยคิดถึงธรรมเนียมโบราณว่าเป็นอย่างไรแล้ว ก็จะกลับอดชมไม่ได้ว่าท่านใจแข็งเคร่งครัดในราชการถูกกาลสมัยน่าชมนัก สมเป็นแม่ทัพผู้เป็นเหมือนแม่เหมือนพ่อของพลทหารตั้งกองทัพในบังคับของตนจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเวลานั้นเจ้าพระยาโกษาธิบดีพูดไม่เด็ดขาด สั่งไม่ศักดิ์สิทธิ์ แทนที่จะเสียชีวิตคนคนเดียวอาจเสียชีวิตทั้งกองทัพ และทั้งเสียอิสรภาพของบ้านเมืองด้วยก็อาจเป็นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากเป็นไปถึงเช่นนี้แล้วก็หมดโอกาสที่จะแก้ตัวในภายหลัง การสั่งให้ปักเสาค่าย เอาโคนขึ้นเอาปลายลงดินนี้เป็นการลองใจ เจ้าพระยาโกษา (ปาน) เองก็รู้ดีแสนดีว่าผิดแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อท่านสั่งดังนี้ก็ต้องทำตาม ถ้าสงสัยว่าสั่งผิดไปหรือสงสัยว่าตัวฟังคำสั่งไม่ถนัดก็ควรสืบดูให้รู้แน่แล้วจึงทำ แต่ถ้าผู้ใดอวดฉลาดบังอาจละเมิดคำสั่ง ถือเอาความเห็นของตนเป็นใหญ่แล้ว ผู้นั้นก็ต้องรับพระราชอาญาตามโทษานุโทษ จะติเตียนว่านายเหี้ยมโหดไม่ได้เป็นธรรมดา เพราะนายเป็นผู้รับผิดชอบแห่งความดีและความเสียหายทั้งปวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดจากไปตีเมืองเชียงใหม่มานี้แล้ว เจ้าพระยาโกษาธิบดีได้ดิบได้ดีในราชการประการใดไม่ปรากฏ &amp;nbsp;แต่ว่าในรัชกาลของพระเพทราชา พระองค์ไม่โปรดเหมือนพระนารายณ์ กลับลงโทษต่างๆ นานา เพราะทรงระแวงสงสัยไม่ไว้พระราชหฤทัยในเจ้าพระยาโกษาธิบดีเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะทรงสำนึกพระองค์ว่ากระบวนความสามารถในราชการแล้ว บางทีพระองค์ทรงสู้เจ้าพระยาโกษาธิบดีไม่ได้ละกระมังจึงทรงอิจฉา มิฉะนั้นคงเป็นที่ได้เห็นราษฎรนิยมนับถือเจ้าพระยาโกษาธิบดี เพราะคุณความดีของท่านที่ได้มีมาแต่ครั้งพระนารายณ์ เกรงพระราชหฤทัยว่าหากทรงพลาดพลั้งลงเมื่อใดอาจเป็นกบฏแย่งเอาราชสมบัติไปเสียเองก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือไม่อย่างนั้นบางทีจะเป็นกลอุบายยุยงของออกหลวงสรศักดิ์ก็ว่าไม่ได้ เพราะคนนี้ชำนาญกลอุบายร้อยแปดประการสำหรับป้ายความผิดให้แก่ผู้อื่น หาความชอบมาใส่ตนคนเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ข้อเหล่านี้ล้วนแต่มาจากการสันนิษฐานอันเกิดจากการอ่านจดหมายของบาทหลวงโบรลด์เขียนส่งไปที่กรุงปารีสเมื่อคริสต์ศักราช ๑๗๐๐ (พ.ศ.๒๒๔๒) ภายหลังที่เจ้าคุณอัครราชทูตกลับมาถึง ๑๒ ปี &amp;nbsp;ตกอยู่ในตอนปลายรัชกาลของพระเพทราชานั้นเอง ยังจะถือเป็นยุติทีเดียวไม่ได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9888</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีเมืองเชียงใหม่, นักรบ, ประชุมพงศาวดาร, เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b066a99454ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
