<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.โรคติดต่อแห่งชาตินัด12ก.ค.เคาะเข็ม3ฉีดนักรบชุดขาวด้านหน้า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; แถลงความคืบหน้าวัคซีน บูสเตอร์โดสว่า ขอแสดงความเสียใจจากพยาบาล ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10&amp;nbsp; กค. ที่ติดเชื้อโควิดจากการปฏิบัติ งานที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง&amp;nbsp; หลังฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม&amp;nbsp; โดยเข็มแรกฉีดเดือนเมย. และ เข็มสองต้นเดือนพ.ค. และการปฏิบัติหน้าที่ของพยาบาลดังกล่าว ช่วงเดือนมิย.มีโอโอกาสได้รับ เชื้อโควิดเนื่องจากดูแลผู้ป่วยโควิด ประกอบกับ ความเสี่ยงเนื่องจากมีภาวะอ้วน ที่ทำให้อาการรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับการฉีดวัคซีน 2&amp;nbsp; เข็มเพียงพอหรือไม่ ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการ ภายใต้พ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่ประชุมเมื่อวันที่ 9&amp;nbsp; ก.ค. ที่ผ่านมา มีความเห็นต้องกัน หลังบุคลากร ทางการแพทย์ ที่ฉีดซิโนแวค 2&amp;nbsp; เข็ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงมีการเสนอให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่3&amp;nbsp; แตกต่างจากชนิดแรก อาทิ วัคซีนแอสตราเซเนกา&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; วัคซีนชนิด mRNA ของไฟเซอร์&amp;nbsp; ที่ในอนาคตจะได้รับการบริจาคมา โดยข้อเสนอดังกล่าวจะนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในวันที่ 12 ก.ค.และหากเห็นชอบก็ดำเนินการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ได้ทันที ส่วนใครต้องการฉีดไฟเซอร์ต้องรออีกสักระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์ ที่ติดเชื้อโควิดตั้งแต่วันที่ 1 เมย. ถึง 10 ก.ค. มีทั้งสิ้น 880 คน จากบุคลากรการการแพทย์ทั้งหมด 7 แสนคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง โดยผู้ ที่ติดเชื้อมากที่สุดคือ พยาบาลและ ผู้ช่วยพยาบาล อายุ 20-29 เป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp; ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ติดเชื้อ 880 ราย ไม่มีการฉีดวัคซีนจำนวน 173 ราย&amp;nbsp; เสียชีวิต 7&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; ประกอบด้วย ไม่ ได้รับการฉีดวัคซีน 5 ราย&amp;nbsp; ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคไม่ครบ หรือ ฉีด 1 โดส&amp;nbsp; 1ราย และได้รับฉีดครบ 2 โดส 1 ราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ขอยืนยันว่าคนที่ฉีดวัคซีนมีโอกาสป่วยรุนแรง และ เสียชีวิต น้อยกว่าคนไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อหลังการฉีดซิโนแวค 1 เข็ม ติดเชื้อ 67 คนหรือค่าเฉลี่ย 308 คน ต่อ1&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสนคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ติดเชื้อ618 คนหรือ ค่าเฉลี่ย91 ต่อ1 แสนคน&amp;nbsp; และฉีด แอสตร้าเซเนก้า 1 เข็ม ติดเชื้อ 45คน หรือ เฉลี่ย 67 ต่อ1 แสนคน&amp;nbsp; แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ เชื้อไวรัสตั้งแต่เดือนมิ.ย. ถึงก.ค. ที่เป็นสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้การป้องกันไวรัสด้วยการฉีดวัคซีนซิโนแวคอาจจะไม่ได้ผลดีเท่ากับการป้องกันเชื้อเดิม&amp;nbsp; ดังนั้นผู้ได้วัคซีนไปแล้ว 2 เข็ม โดย เฉพาะบุคลากรด้านหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการวิชาการฯ จึงเห็นว่าควรได้รับวัคซีนกระตุ้นอีก 1เข็ม&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ เพื่อช่วย ให้บุคลากรทงการแพทย์ด้านหน้า เกิดความปลอดภัย&amp;nbsp; ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ส่วนอื่นๆให้รอการพิจารณาต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109358</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, นักรบชุดขาวด่านหน้า, วัคซีนเข็ม3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_60729beb7d6c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
