<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 21:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอลิฟะห์ไอเอสล่มสลาย กองกำลังเคิร์ดจี้ส่งนักรบญิฮาดต่างชาติกลับประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังชาวเคิร์ดที่ยึดดินแดนสุดท้ายของไอเอสในซีเรียได้สำเร็จเมื่อวันเสาร์ เรียกร้องประชาคมนานาชาติยื่นมือจัดการนักรบญิฮาดชาวต่างชาติและครอบครัวหลายหมื่นคนที่ถูกควบคุมตัวไว้ ระบุเป็นระเบิดเวลาที่ต้องรีบปลดชนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อ 23 มี.ค. 2562 ธงของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียโบกสะบัดบนอาคารหลังหนึ่ง ภายในที่มั่นแห่งสุดท้ายของไอเอสในซีเรีย อวสานดินแดนรัฐอิสลามในอุดมคติของไอเอสที่มีอายุนานเกือบ 5 ปี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักรบกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่มีสหรัฐหนุนหลังและมีกองกำลังชาวเคิร์ดเป็นผู้นำ สามารถทำลายคอลิฟะห์ดินแดนสุดท้ายของกลุ่มนักรบญิฮาดรัฐอิสลาม (ไอเอส/ไอซิส) เดนตาย ที่ปักหลักอยู่ในหมู่บ้านบากูซ หมู่บ้านห่างไกลติดแม่น้ำยูเฟรตีสทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ได้เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นอันยุติปฏิบัติการรุกโจมตียาวนาน 6 เดือนเพื่อยึดคืนที่มั่นแห่งสุดท้ายของไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองกำลังประชาธิปไตยซีเรียประกาศการกำจัดสิ่งที่เรียกว่าคอลิฟะห์ได้แล้วอย่างสิ้นเชิง และโค่นดินแดนของไอซิสได้ 100 เปอร์เซ็นต์&amp;quot; มุสเตฟา บาลี โฆษกของเอสดีเอฟ กล่าวเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังคำประกาศนี้บรรดาผู้นำโลกต่างแซ่ซ้องด้วยความยินดี แต่ในวันอาทิตย์ มีคำเตือนจากรัฐบาลปกครองตนเองของชาวเคิร์ดในซีเรียว่า พวกสมาชิกไอเอสที่ถูกจับได้ระหว่างปฏิบัติการนี้ยังคงเป็นภัยคุกคามไม่ต่างจากระเบิดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีพวกนักรบ, เด็กและผู้หญิงนับหมื่นคน และพวกเขามาจาก 54 ประเทศ ซึ่งไม่นับราวชาวอิรักและซีเรีย ที่เป็นภาระหนักและอันตรายร้ายแรงต่อพวกเราและต่อประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; อับเดล คาริม โอมาร์ เจ้าหน้าที่กิจการต่างประเทศของรัฐบาลเคิร์ดซีเรีย กล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;คนพวกนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในช่วง 20 วันสุดท้ายของปฏิบัติการบากูซ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียเดินบนถนนภายในหมู่บ้านบากูซที่เข้ายึดได้เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามข้อมูลของเอสดีเอฟ นับแต่เดือนมกราคมปีนี้ มีผู้คนตกค้างอยู่ในดินแดนสุดท้ายของไอเอสราว 66,000 คน ในจำนวนนี้รวมถึงพวกนักรบญิฮาด 5,000 คน และญาติของพวกเขาอีก 24,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรจับตาสิทธิมนุษยชนแห่งซีเรียเคยระบุไว้ว่า ปฏิบัติการที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีนี้ ได้คร่าชีวิตพลเรือน 630 คน, นักรบเอสดีเอฟ 750 คน และมีนักรบญิฮาดโดยฆ่าตายราว 1,600 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการของเอสดีเอฟต้องหยุดชะงักหลายครั้ง เพื่อเปิดระเบียงด้านมนุษยธรรมเป็นช่องทางให้ผู้คนที่นั่นอพยพออกมา ญาติๆ ส่วนใหญ่ของไอเอสที่อพยพออกมาถูกควบคุมตัวไว้ที่ค่ายอัลโฮล ซึ่งสร้างมาเพื่อรองรับผู้คนเพียง 20,000 คน แต่ปัจจุบันมีคนพักพิงอยู่ถึง 72,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปกครองตนเองชาวเคิร์ดเตือนว่า พวกเขาไม่สามารถควบคุมผู้คนจำนวนมากมายถึงขั้นนี้ได้ไหว มิพักต้องพูดถึงการดำเนินคดี แต่ประเทศถิ่นกำเนิดของพวกนักรบญิฮาดเกือบทั้งหมดไม่เต็มใจรับพลเมืองของพวกเขากลับคืน เนื่องจากกังวลความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการต่อต้านของประชาชน บางประเทศถึงขั้นเพิกถอนสัญชาติพลเมืองของตนที่โดนจับกุมในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะต้องมีการประสานงานระหว่างเรากับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับปัญหาอันตรายนี้&amp;quot; อับเดล คาริม โอมาร์ กล่าว และว่า มีเด็กนับหมื่นคนที่ถูกเลี้ยงมาตามอุดมการณ์ของไอเอส ถ้าเด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการฝึกอบรมความรู้ใหม่และการสอนให้รวมเข้ากับสังคมพื้นเพเดิมแล้ว พวกเขาก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นผู้ก่อการร้ายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพฐานที่มั่นสุดท้ายของนักรบไอเอสเดนตายภายในหมู่บ้านบากูซ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ออกแถลงการณ์ยกย่องการล่มสลายของคอลิฟะห์ แต่ขณะเดียวกันก็ให้คำมั่นว่าสหรัฐจะยังคงระแวดระวังต่อไปจนกว่าไอเอสจะปราชัยสิ้น ไม่ว่าพวกนี้จะปฏิบัติการอยู่ที่ใดในโลก สหรัฐจะร่วมมือกับหุ้นส่วนและชาติพันธมิตรเพื่อทำลายผู้ก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรงอย่างราบคาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทริก ชานาแฮน รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ชี้ว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นหลักหมุดสำคัญยิ่ง แต่ก็ยอมรับว่างานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ สหรัฐจะร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อไม่ให้ไอเอสมีที่หลบซ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะสูญเสียดินแดนคอลิฟะห์ในซีเรียและอิรักที่ไอเอสเคยครอบครองพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 88,000 ตร.กม.เมื่อปี 2517 ไปแล้ว แต่ไอเอสยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในหลายประเทศ ตั้งแต่ไนจีเรียจนถึงฟิลิปปินส์ ส่วนในซีเรีย พวกนักรบญิฮาดก็ยังคงซ่อนตัวกระจัดกระจายในทะเลทรายบาเดียและอีกหลายพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการกลับมารวมตัวกันใหม่ได้อีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32130</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลิฟะห์, ซีเรีย, นักรบไอเอส, รัฐอิสลาม, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c979979ac05e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
