<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนจีนทุ่ม 700 ล้าน ผุดโรงงานแปรรูปทุเรียนชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ก.ค.62 ที่บริษัท ม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายเย่าเหิง เซียว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทฯ ร่วมเปิดบริษัท ม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯลงทุนโรงงานแปรรูปทุเรียนของนักลงทุนภาคเอกชนประเทศจีน คัดบรรจุเพื่อส่งออกที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีข้าราชการ ผู้นำท้องที่และท้องถิ่นและประชาชนร่วมประมาณ 500 คน

รายงานข่าวว่านนายเย่าเหิง เซียว ผู้จัดการใหญ่บริษัทฯได้นำเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปทุเรียน ของบริษัท ม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด ซึ่งมีเครื่องจักรทันสมัยที่นำเข้าจากประเทศจีน ที่ติดตั้งและพร้อมเดินเครื่องแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลการผลิตการเกษตร

นายเย่าเหิง เซียวกล่าวว่าบริษัทม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนเอกชนไทยกับเอกชนจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อสร้างโรงงานแปรรูปทุเรียนด้วยเงินลงทุน 700 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิตทุเรียนเพื่อแปรรูปแช่แข็งเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน โดยใช้แรงงานในพื้นที่ในกระบวนการผลิตในโรงงานประมาณ 1,200 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้เงินทุนหมุนเวียนประมาณ 2,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถรับซื้อทุเรียน 1.2 หมื่นตันต่อปี และได้ปี 63 ตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถรับซื้อทุเรียนเพิ่ม 2 หมื่นตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของผลผลิตทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายนิพนธ์กล่าวว่าบริษัทม่านกู่หวาง ฟู๊ด จำกัด เป็นบริษัทฯสร้างงานและสร้างเงินในพื้นที่แล้ว สามารถประกันราคาพืชผลทุเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจและสร้างโอกาสให้กับชาวสวนทุเรียนในภาคใต้ได้ระดับหนึ่ง เพราะโรงงานสามารถรับผลผลิตปีละ 15,000 ตันต่อปี เป็นการยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศจีนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเพิ่มจากสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;

&amp;ldquo;นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุน 700 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าพื้นที่ชายแดนภาคใต้นักลงทุนมีความมั่นใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพร้อมรับนักลงทุนเข้ามาลงทุน&amp;rdquo;

ทางด้าน พลเรือตรีสมเกียรติกล่าวว่าประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ทำการเกษตร มีพื้นที่ปลูกผลไม้โดยเฉพาะปลูกทุเรียนหลายพันไร่ มีผลผลิตปีละหลายหมื่นตัน สามารถรับประกันราคาผลผลิตทุเรียนในฤดูกาลปีละ 12 ล้าน กก. สามารถตอบโจทย์การส่งเสริมการเกษตร สร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ในครัวเรือนและที่สำคัญสามารถสร้างเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติและต่างถิ่นด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40358</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จังหวัดชายแดนใต้, ขายทุเรียน, นักธุรกิจ, นักลงทุนจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d21c491f1abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอกชนแนะล้อมคอกเอเจนต์จีน”ซื้อเหมาอสังหาฯ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคปปิตอล วัน ชี้นักลงทุนจีนแห่ลงทุน&amp;rdquo;ซื้อเหมาอสังหาฯ&amp;rdquo;เสี่ยงไม่โอนกรรมสิทธิ์ สร้างตัวเลขดีมานด์เทียม ผู้ประกอบการอาจเกิดสต๊อกเหลือขาย แนะรัฐเร่งออกไลเซนส์ตัวแทนขายอสังหาฯยกมาตรฐานวิชาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทย์ กุลธนวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด บริษัทที่ปรึกษาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนจากนักลงทุนจีน ว่า ปัจจุบันมีเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการเข้ามาลงทุนและซื้อโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งเติบโตจากภาคการท่องเที่ยวจากกลุ่มชาวจีนที่เข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการคอนโดมิเนียม เป็นประเภทที่อยู่อาศัยที่ให้สิทธิ์ต่างชาติครอบครองได้ในสัดส่วนไม่เกิน 49% และถือเป็นมาตรการที่ช่วยป้องกันการเกิดฟองสบู่ ป้องกันการสร้างดีมานด์เทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เอเจนต์จีนเข้ามาซื้อเหมา เพื่อนำไปขายต่อ โดยชำระเงินเพียงบางส่วน และยังไม่ทราบว่าจะขายได้หมดจริงหรือไม่ รวมทั้งการโอนกรรมสิทธิ์ จะทำให้ตลาดเกิดความผิดปกติทางด้านดีมานด์ที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง &amp;nbsp;และทำให้ผู้พัฒนาโครงการประเมินตัวเลขการขายจริงผิดพลาด เร่งเปิดโครงการเพราะหวังให้เอเจนต์มาซื้อเหมา และผลสุดท้าย จะทำให้เกิดห้องเหลือขาย เพราะเอเจนต์ขายได้ไม่หมด ทำให้เกิดห้องรอขายสะสมในตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นผลเสียและอาจกลายเป็นโอเวอร์ซัพพลาย &amp;quot; นายวิทย์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพนายหน้าและตัวแทน(โบรกเกอร์) ขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เนื่องจากประเทศไทย ยังไม่มีการรับรองเรื่องกฎหมายด้วยการออกสิทธิบัตร หรือ ไลเซนส์ ตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งการมีไลเซนส์ จะช่วยแก้ปัญหาอย่างเช่น คนขายที่เป็นชาวจีน ให้ยืนบนมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการที่รัฐบาลจีน ยอมรับเศรษฐกิจจีนทรุดเกินคาด เหตุประกาศผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ไตรมาส 3 เหลือ 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ลดต่ำจากเป้าหมายที่ 6.6% ส่งผลเศรษฐกิจจีนทำสถิติต่ำสุดในรอบ 9 ปี หรือตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2551 เหตุสงครามการค้าที่สินค้าจีนถูกเก็บภาษีจากสหรัฐฯรวม 3 รอบ มูลค่ากว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนี้สินครัวเรือน และหนี้ภาคเอกชนในจีนที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ดิ่งมากที่สุดในโลกร่วง 30% ตั้งแต่ต้นปี เงินหยวนอ่อนค่ามากสุดรอบเกือบ 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการขายโครงการ Nest Sukhumvit 71 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการจัดงานรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ เข้ามาจองจริงที่สำนักงานขายโครงการ ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาดำเนินการเป็นจำนวนมาก และจะได้ตามเป้า 1,200 ล้านบาท คิดเป็น 60% จากมูลค่าทั้งโครงการ 2,000 ล้านบาท และหลังจากนั้น จะทำกิจกรรมการขายต่อ ทุกยูนิตรับส่วนลด 1 แสนบาท จากราคาพรีเซลส์ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คนรุ่นอายุ 30-40 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าเดิม มีประวัติ และความสามารถในการซื้อจริง โดยโครงการคาดปิดการขายในอีก 10 เดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อเหมาอสังหาฯ, นักลงทุนจีน, ฟองสบู่, สร้างตัวเลขดีมานด์เทียม, เอเจนต์จีน, แคปปิตอล วัน, โอเวอร์ซัพพลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a718ba9650fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตจ่อรับนักลงทุนจีน 500 รายร่วม MOU 17 ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อุตเตรียมตัวรับนักลงทุนจีน 500 รายบุกไทย เสนอโครงการความร่วมมือพร้อมเอ็มโอยูร่วม 17 ฉบับ ยันเอกชนจีนจะไม่เบียดเบียนเอสเอ็มอีไทยแน่นอน ด้าน &amp;rdquo;สมชาย&amp;rdquo; เผยซีไอวี 20 ชุมชน เดินหน้าต่อยอดไอเดียสำเร็จพร้อมขยายผล ดึงเอสซีจีเป็นบิ๊กบาร์เธอร์ ปั้นหมู่บ้านเกิดใหม่ &amp;nbsp;3 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ส.ค. นี้ที่คณะนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานราชการของจีน พร้อมด้วยคณะนักลงทุน 500 รายจะมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าประชุมและดูลู่ทางการลงทุน โดยเบื้องต้นจะดูถึงความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นผู้บ่มเพาะนวัตกรรมสร้างสรรค์ และสตาร์ตอัพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้ไทยเป็นฐานเอสเอ็มอี พร้อมสร้างความเชื่อมโยงด้านระบบขนส่งคมนาคมกับจีนให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งไทยและจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโอกาสนี้จะมีการลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ระหว่างภาครัฐบาลไทยกับเอกชนจีน และการเอ็มโอยูระหว่างรัฐบาลกับรัฐ รัฐบาลจีนกับไทยในนามกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงอีอีซีรวม 17 ฉบับ อาทิความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กับสภาธุรกิจไทยจีน เพื่อเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างกัน , ระหว่างสกพอ.กับ Joylong &amp;nbsp;เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า , ระหว่างสกพอ.กับ Anhui Ankai ของจีน ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 รายมีความเชี่ยวชาญรถบรรทุกอีวีและรถบัสอีวีและทั้ง 2 รายก็สนใจเข้ามาลงทุนในไทยด้วย &amp;nbsp;และระหว่างศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์ BGI -Snenzhen กับสกพอ.ในการพัฒนาเมดดิคอลฮับ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีที่มองว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเอื้อให้จีนมีการแผ่อิทธิพลในภูมิภาคนี้มากขึ้นนั้นยืนยันว่าการกำหนดนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาอีอีซีมีเป้าหมายชัดเจนทั้งด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย พื้นที่ลงทุน มีการคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยและประเทศไทยเป็นหลักดังนั้นจึงมีกรอบที่จะเจรจาความร่วมมือภายใต้นโยบายที่วางไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นอิทธิพลจะเกิดขึ้นมากน้อยอยู่ที่ตัวเราจะให้ถูกครอบงำหรือไม่ ตรงกันข้ามถ้ารัฐบาลไม่ได้วางนโยบายชัดเจนไว้การเจรจาย่อมไม่มีทิศทางและอาจเป็นผลเสียมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเข้าไปพัฒนาชุมชนให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ซีไอวี) ว่าขณะนี้มีชุมชนที่สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ด้วยตนเอง และเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล กว่า 20 ชุมชน จาก 163 ชุมชนทั่วประเทศ โดยชี้วัดความสำเร็จได้จากแนวทางการพัฒนาของชุมชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของความคิด และความร่วมมือการพัฒนาเพื่อต่อยอดเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์และการบริการด้านการท่องเที่ยว สามารถเปิดช่องทางการตลาดใหม่ๆ จนทำให้ชุมชนมีฐานรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้มีการลงนามความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนาตามมาตรการยกระดับเศรษฐกิจฐานชุมชน กับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด หรือ เอสซีจี เพื่อขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 โดยวางเป้าหมายในการเข้าไปพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง จำนวน 3 ชุมชน ประกอบด้วย 1.ชุมชนบ้านแป้นใต้ ต.บ้านเสา อ.แจ้ห่ม 2.ชุมชนบ้านแม่แจ๋ม ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน 3.ชุมชนหมู่บ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะจ.ลำปาง ซึ่งแต่ละชุมชนมีความพร้อมทั้งทางด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ ด้านการท่องเที่ยว วิถีชุมชน ซึ่งจะนำไปเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างเอกชนและรัฐ เพื่อขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15993</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักลงทุนจีน, รมว.อุตสาหกรรม, อุตตม สาวนายน, เซ็น MOU 17 ฉบับ, เอสเอ็มอีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
