<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิคมสะเดาเนื้อหอมนักลงทุนจีบตั้งฐานผลิต-ส่งออกเพื่อนบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน 2562 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมสงขลาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (เอสอีแซด) อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ระยะที่ 1 พื้นที่ 629 ไร่ ว่าขณะนี้ กนอ.พร้อมเข้าพัฒนาพื้นที่แล้ว โดยบริษัท พี.ที.เอ.คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการที่ กนอ.คัดเลือกและให้เป็นผู้พัฒนาพื้นที่ โดยจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนเม.ย.นี้ ด้วยเงินลงทุน ประมาณ 900 ล้านบาท คาดจะใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 18 เดือน และพร้อมเปิดให้นักลงทุนเข้าใช้พื้นที่ได้ภายในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นิคมฯดังกล่าวเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 2 ของกนอ.ภายใต้นโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลหวังกระตุ้นการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ยางพารา เครื่องนุ่งห่มและเครื่องหนัง โลจิสติกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าหากมีการใช้พื้นที่เต็มจำนวนแล้วจะทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 3,400 อัตรา และก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในจังหวัดสงขลาประมาณ 13,800 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เริ่มมีนักลงทุนกลุ่มธุรกิจด้านโลจิสติกส์ กลุ่มธุรกิจสิ่งทอ สนใจเข้าสอบถามรายละเอียดของโครงการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พื้นที่โครงการการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสงขลาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอสะเดา อยู่ในพื้นที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ระยะแรก 629 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับรองรับอุตสาหกรรมทั่วไป เขตพาณิชยกรรม และโรงงานสำเร็จรูป รวมทั้งสิ้น 347 ไร่ และส่วนที่เหลืออีก 283 ไร่ กนอ.จะพัฒนาให้เป็นพื้นที่สาธารณูปโภคส่วนกลางและพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่สีเขียวสำหรับให้บริการทั้งผู้ประกอบการและชุมชน ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่เข้ามาใช้บริการภายในนิคมฯ เพื่อความยั่งยืนของการอยู่ร่วมกันของสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการออกแบบไปสู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมสงขลา ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอำเภอสะเดา ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่มีศักยภาพมีความพร้อมในเรื่องของวัตถุดิบ แรงงาน และระบบขนส่ง ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียสามารถรองรับการขยายตัวด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุตสาหกรรมบริการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพโดดเด่นและมีแนวโน้มเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีโอกาสในการเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภาคใต้ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศในกลุ่มความร่วมมือเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) เนื่องจากมีด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นด่านทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดที่อยู่ใกล้ท่าเรือปีนัง และท่าเรือกลางของมาเลเซียมีการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย-มาเลเซียผ่านทางปาดังเบซาร์มีฐานการผลิตในพื้นที่ด้วยศักยภาพที่มีอยู่แล้ว ทำให้ทำเลที่ตั้งมีความโดดเด่นมากที่ถือเป็นความพร้อมที่จะรอบรับการเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33239</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมสงขลา, นักลงทุนสนใจ, สมจิณณ์ พิลึก, เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (เอสอีแซด) อำเภอสะเดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb96369d650b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย 3 เอกชนซื้อซองประมูลมาบตาพุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.เผย 3 เอกชนเข้าซื้อซองประมูลท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 แล้ว หลังเปิดขายวันแรก มั่นใจได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทย-เทศเพียบ เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ อีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 พ.ย. 2561 กนอ.ได้เริ่มเปิดขายซองประกวดราคาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะ 3 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเปิดขายจนถึงวันที่ 21 พ.ย.2561 ซึ่งในวันแรกของการเปิดขายซอง มีเอกชนเข้ามาซื้อแล้ว 3 ราย เนื่องจากการเข้าร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าวนี้ ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 50,000 ล้านบาท และยังเป็นกลไกสำคัญในการ พัฒนาเศรษฐกิจให้กับประเทศและขับเคลื่อนการลงทุนมายังพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภายหลังจากที่ประกาศอย่างเป็นทางการในขั้นตอนการเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทเอกชน เข้ามาติดต่อสอบถามรายละเอียดในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อเข้าซื้อซอง ทั้งบริษัทจากไทย ญี่ปุ่น และจีน อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของกลุ่มนักลงทุนไทยและต่างประเทศ&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แผนการพัฒนาท่าเรือฯ มาบตาพุด ระยะ 3 คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2568 โดยใน 3 ปีแรกจะเริ่มงานถมทะเล และก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และที่เหลืออีก 2 ปี เป็นการพัฒนาส่วนท่าเรือสาธารณะ การขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี)- รองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21687</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., ซื้อซองประมูล, ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3, นักลงทุนสนใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb96369d650b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
