<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้มผลงานวิจัยไทยเรื่องโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่นชมทีมนักวิจัยไทยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้การกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ผลิตผลงานที่เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ประกอบด้วย 1.ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบพ่นจมูก ชนิด Adenovirus-based และ Influenza-based ซึ่งผ่านการทดสอบการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลองเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีประสิทธิภาพต่อการคุ้มโรคที่เกิดขึ้น ปลอดภัยไม่มีปัญหา และ 2.ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ได้พัฒนา &amp;ldquo;NANO COVID-19 Antigen Rapid Test &amp;ldquo; เป็นชุดตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็ว ที่มีความไวและความแม่นยำสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดากล่าวว่า สำหรับการพัฒนาวัคซีนแบบพ่นจมูก พบว่าการทดสอบในหนูทดลองนอกจากไม่มีอาการป่วยแล้ว ยังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น จากนี้ จะมีการยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อขอทดสอบในมนุษย์ โดยจะร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วางแผนทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งหากได้รับอนุมัติเร็ว คาดว่าจะเริ่มทดสอบในมนุษย์เฟสแรกปลายปี 2564 นี้ และต่อเนื่องเฟส 2 ในเดือนมีนาคม ปี 65 หากได้ผลดีจะสามารถผลิตออกมาใช้ได้ประมาณกลางปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า ขณะที่ การพัฒนาชุดตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็ว โดยศูนย์นาโนเทคนั้น มีจุดแข็งด้านการใช้งานที่สะดวก รวดเร็วสามารถตรวจหาตัวเชื้อได้ในเวลาเพียง 15 นาที มีความไว 98% และความจำเพาะสูงถึง 100% ใช้ตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 เบื้องต้นได้ ช่วยลดปริมาณผู้ป่วยที่ต้องตรวจด้วยวิธีการ RT-PCR ลดค่าใช้จ่าย ลดภาระงานในระบบสาธารณสุข และทางศูนย์ฯกำลังเร่งผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ประโยชน์ เพื่อให้สามรถผลิตใช้เองได้ในประเทศ ตอบสนองความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขตามนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา ยังให้ข้อมูลความก้าวหน้าของการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ใประเทศไทยด้วยว่า ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้ทดสอบการฉีดวัคซีน &amp;ldquo;ChulaCov19&amp;rdquo; ให้กับอาสาสมัครแล้ว เพื่อศึกษาประสิทธิภาพสูงสุดของปริมาณวัคซีนที่จะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และทีมนักวิจัย และลำดับต่อไป จะเข้าสู่การทดสอบทางคลินิก ระยะที่ 2 จำนวน 150-300 คน คาดจะเริ่มต้นฉีดได้ในเดือนส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีติดตามความคืบหน้าและชื่นชมในความสามารถของนักวิจัยไทย ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 คนไทยได้ผลิตผลงานที่เป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก แม้ยังจะต้องใช้เวลาในการทดสอบผลให้แน่ชัดอีกระยะหนึ่ง แต่ความก้าวหน้าต่างๆถือเป็นตัวบ่งชี้ศักยภาพของประเทศที่เราจะสามารถลดการนำเข้าเวชภัณฑ์ เสริมความมั่นคงทางสาธารณสุข และที่สำคัญ ความสำเร็จเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศต้องการ&amp;rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112912</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, นักวิจัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b602c81e5b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; เผยโฉม 7 นักวิชาการ รวบรวมข้อมูลจากสื่อ ทำวิฉัย ฆ่าตัวตายเพราะโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงคณะนักวิจัยทั้ง 7 ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้อ่านจดหมายชี้แจงของคณะนักวิจัยโครงการ&amp;quot;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;quot; ซึ่งคำชี้แจงได้ย้ำให้เห็นภาพว่า เป็นการแถลงผลการรวบรวมข้อมูลจากสื่อ ว่าแรงจูงใจที่ฆ่าตัวตายนั้นสัมพันธ์กับผลกระทบโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอบคุณคณะนักวิจัยทั้ง 7 ท่าน ที่ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า รวบรวมข้อมูลจากสื่อ ทั้งๆที่ท่านเป็นนักวิจัยระดับศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และดอกเตอร์ แต่เชื่อข้อมูลหน้าหนังสือพิมพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยมีประสบการณ์ที่อยากให้ คณะอาจารย์ได้เรียนรู้ ผมเคยรวบรวมข้อมูล ชาวนาฆ่าตัวตาย จากโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยรวบรวมจากสื่อเช่นกันได้ 16 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่ผมจะขึ้นเป็นพยานศาล ในคดีรับจำนำข้าว เพื่อความรัดกุม ทางทีมได้ตรวจสอบข้อมูลกับกรมสุขภาพจิต ที่ส่งนักวิชาการลงไปเก็บรายละเอียด จากญาติและผู้ใกล้ชิด ปรากฏว่าการฆ่าตัวตายที่สัมพันธ์กับ โครงการจำนำข้าวจริงๆ มี 9 ราย เท่ากับว่า ความแม่นยำของสื่อนั้นประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ผมเป็นแค่นักการเมือง ไม่ใช่นักวิจัยหรืออาจารย์มหาวิทยาลัย ยังต้องตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก แต่คณะของท่านเป็นนักวิชาการโดยอาชีพ และเป็นนักวิจัย แต่รวบรวมข้อมูลจากสื่อ โดยไม่ตรวจสอบเชิงลึก มันจึงทำให้สังคมมองว่า ท่านกำลังใช้เสรีภาพทางวิชาการ เพื่อผลทางการเมืองมากกว่า แม้ท่านจะปฏิเสธก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงอยากเรียกร้องไปยังกระทรวงอุดมศึกษา ให้ตรวจสอบความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะงบเหล่านี้ก็มาจากเงินภาษีของประชาชน ที่สำคัญความเป็นนักวิชาการ ต้องมีมาตรฐาน คุณธรรมและจริยธรรม ในการสร้างนักศึกษาที่มีคุณภาพออกมารับใช้สังคมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: มีหลายท่านอยากทราบรายชื่อคณะนักวิจัยทั้ง 7 ท่าน ผมจึงขออนุญาตนำมาลงให้ทราบครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2. รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
4. ผศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
5. รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยทักษิณ
6. ผศ.ดร.ธนิต โตอดิเทพย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
7. ผศ.ดร.ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64673</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นักวิจัย, นักวิชาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa371124e30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7 นักวิชาการปัดหนุนกลุ่มการเมือง!แจง&#039;ฆ่าตัวตาย&#039;จากไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่งานวิจัย เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลที่ปรากฎในสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.63 - คนจนเมืองในภาวะวิกฤติโควิด-19 เผยแพร่จดหมายชี้แจง เรื่อง เรื่อง &amp;quot;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;quot;ฆ่าตัวตาย&amp;quot; จากไวรัสโควิด-19 และข้อเสนอแนะ&amp;quot; ของ คณะนักวิจัยโครงการ &amp;#39;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;#39; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก &amp;rdquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;lsquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rsquo; จากไวรัสโควิด-19 และข้อเสนอแนะ&amp;rdquo; ของคณะนักวิจัยโครงการ &amp;quot;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;quot; ได้ทำให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งในด้านหนึ่งก็ส่งผลดีในแง่ที่ทำให้เกิดการมองปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรอบด้านมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ก่อให้เกิดข้อกังขาบางประการในสังคม อีกทั้งยังมีความเข้าใจผิดอีกด้วยว่าเป็นการนำเสนอรายงาน &amp;ldquo;ผลการวิจัย&amp;rdquo; ทั้งๆ ที่เป็นเพียง &amp;ldquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูล&amp;rdquo; เพื่อเสนอแง่คิดที่คณะนักวิจัยเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่ควรจะได้รับการพิจารณาในการแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสในครั้งนี้ เพราะเป็นมิติที่มีรากฐานอยู่บนความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ความเหลื่อมล้ำได้ทำให้คนยากจนต้องทุกข์ยากมากยิ่งขึ้นและหลายคนถึงกับหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนักวิจัยใคร่ขอย้ำว่า เราได้ใช้คำขึ้นต้นว่า &amp;ldquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูล&amp;rdquo; ซึ่งบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเราทำเพียงการรวบรวมข้อมูลจากสื่อที่ได้ระบุว่าแรงจูงใจสุดท้ายที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตายนั้นสัมพันธ์กับผลกระทบอันเกิดการจัดการควบคุมไวรัสโควิด-19 และการไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐหรือยังไม่ได้รับ การรวบรวมข้อมูลชุดนี้เสนอต่อสังคม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแก้ปัญหาที่คำนึงถึงคนยากจนและมิติความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คำนึงถึงข้อจำกัดต่างๆ ที่ทำให้คนยากจนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงมาตรการต่างๆ ที่รัฐนำมาใช้ เพื่อแสวงหาแนวทางในการช่วยเหลือคนยากจนทั้งหลายได้อย่างทันท่วงทีและครอบคลุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรวบรวมข้อมูลผู้ฆ่าตัวตายในเอกสารเน้นเฉพาะกรณีที่ได้ระบุไว้ว่าเกี่ยวพันกับไวรัสโควิดและการช่วยเหลือของรัฐเท่านั้น จึงไม่ได้เก็บข้อมูลผู้ที่ฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุอื่นๆ และไม่ได้คิดจะเปรียบเทียบศึกษาการฆ่าตัวตายในช่วงเวลาต่างๆแน่นอนว่า เราตระหนักดีว่าการฆ่าตัวตายมีสาเหตุหลากหลายปัจจัยซ้อนทับ แต่ในกรณีที่เก็บข้อมูลมานำเสนอก็เพี่อที่จะบ่งบอกถึง ฟางเส้นสุดท้ายของผู้คนกำลังกดทับจนไม่สามารถที่จะมองหาทางออกในชีวิตได้ การที่กรมสุขภาพจิตได้ท้วงติงเราถือเป็นเรื่องดี และขอให้กรมสุขภาพจิตได้ร่วมกันลดทอนน้ำหนักของฟางเส้นสุดท้ายนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งการแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; เกิดขึ้นบนเงื่อนไขที่คณะนักวิจัยได้ร่วมกันทำโครงการวิจัยเรื่อง &amp;quot;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;quot; มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 คณะนักวิจัยได้ทำงานวิจัยและทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาและการแก้ปัญหาความยากจนอันเกิดจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมืองร่วมกับพี่น้องคนจนทั้งในเมืองและชนบทมานาน จนคณะนักวิจัยตระหนักร่วมกันว่า &amp;ldquo;เมือง&amp;rdquo; ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไพศาลและลึกซึ้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างมากมายและคนที่ได้รับกระทบมากที่สุดก็คือ &amp;ldquo;คนจนเมือง&amp;rdquo; ซึ่งโครงการวิจัยเกี่ยวกับ &amp;ldquo;คนจนเมือง&amp;rdquo; นี้ ยังคงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้การทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูลทำวิจัยลำบากมากขึ้น แต่เราก็ตระหนักชัดเจนว่าผลกระทบของโควิด-19 และการจัดการแก้ปัญหาของรัฐมีผลกระทบต่อคนจนเมืองที่เรากำลังศึกษาวิจัยอย่างหนัก คณะนักวิจัยจึงได้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์ปัญหาที่คนจนเมืองกำลังประสบจากมาตรการต่างๆ ในการควบคุมโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นงานเฉพาะกิจพิเศษนอกเหนือจากงานตามแผนการศึกษาที่วางไว้ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาที่คนจนเมืองกำลังเผชิญ ดังเอกสาร &amp;ldquo; สรุปผลการสำรวจคนจนเมืองในภาวะวิกฤติโควิด-19 และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล &amp;rdquo; ที่ได้เสนอต่อสังคมในวันที่ 13 เมษายน 2563 ซึ่งเราได้ออกแบบสอบถามทั้งหมด 507 ชุด สำรวจทั้งหมด 18 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเอกสาร &amp;ldquo;การแถลงผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;ldquo;ฆ่าตัวตาย&amp;rdquo; จากไวรัสโควิด-19 และข้อเสนอแนะ&amp;rdquo; เป็นดังที่ได้ชี้แจงข้างต้นว่า &amp;quot;มาจากการรวบรวมข้อมูล&amp;quot; ที่ปรากฎในสื่อมวลชน &amp;quot;เฉพาะ&amp;quot; การฆ่าตัวตายหรือการพยายามฆ่าตัวตายที่มีการระบุว่าสัมพันธ์กับโควิด-19 เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้นักหนาสาหัสเพียงไรต่อคนยากจน ซึ่งรัฐบาลและสังคมจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาโรคระบาดโดยที่คำนึงถึงคนยากจนมากขึ้นและแก้ไขอย่างทันท่วงทียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอตัวเลขเปรียบเทียบการตายของผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยตรง กับการฆ่าตัวตายที่สัมพันธ์กับมาตรการของรัฐในการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นความต้องการชี้ให้เห็นอีกด้านหนึ่งของปัญหาที่มีอยู่ในการทำงานช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาล คณะนักวิจัยมิได้มีเจตนาที่จะลดทอนผลสำเร็จของการทำงานด้วยความเสียสละ ความทุ่มเท และความอดทนของบุคลากรและหน่วยงานทางสาธารณสุขในทุกพื้นที่แต่ประการใด อีกทั้งตระหนักเป็นอย่างดีว่า ถ้าหากการควบคุมการระบาดและการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ไม่บรรลุผล ก็จะเกิดการระบาดกว้างขวางจนทำให้คนทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะคนยากจนต้องเดือดร้อนอย่างยิ่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่คณะนักวิจัยก็ต้องการเรียกร้องให้การออกมาตรการต่างๆ ของรัฐดำเนินไปโดยตระหนักถึงผลกระทบต่อผู้คนและความเหลื่อมล้ำที่ทำร้ายคนอย่างรุนแรงเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอผลงานการสำรวจและการรวบรวมข้อมูลของโครงการวิจัยทั้งสองครั้ง คณะนักวิจัยมิได้เสนอโครงการขอรับงบประมาณเพิ่มจากงานเดิมแต่อย่างใด เป็นงานเสริมของคณะนักวิจัยที่ได้ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว และเป็นการทำงานด้วยความรู้สึกกังวลต่อปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น คณะนักวิจัยก็เป็นเหมือนคนไทยทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยสังคม และยืนยันว่านี่เป็นการทำงานตามพันธกิจที่นักวิชาการพึงมีต่อสังคม ทั้งนี้ การนำเสนอผลการสำรวจและการรวบรวมข้อมูลทั้งสองครั้งเป็นไปโดยยึดหลักการเสรีภาพทางวิชาการ และความเคารพในความคิดที่แตกต่าง โดยที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และต้องยืนยันว่าคณะนักวิจัยมิได้สนับสนุนกลุ่มการเมืองใดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่มีจุดยืนในการวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจรัฐเมื่อเห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชน หรือมิได้เป็นการใช้อำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเชื่อมั่น
คณะนักวิจัยโครงการ &amp;quot;คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64662</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนจนเมือง, นักวิจัย, นักวิชาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea9845fc2197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
