<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว. ผนึกบีโอไอ - 2สภาคณบดีวิศวะ-วิทย์ ใช้ทางลัด&#039;แซนด์บ๊อกซ์ &#039;ผลิตวิศวกร นักวิทย์เฉพาะทาง  2หมื่นคน/ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ย.64- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการประชุมระบบเตรียมกำลังคนรองรับการลงทุนทั้งจากภายในประเทศและจากต่างประเทศ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สภาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ว่า ทางสภาฯ ทั้ง 2 ยินดีร่วมมือกับ อว. และ BOI โดยตั้งเป้าการผลิตกำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ 10,000 คน และด้านวิทยาศาสตร์ไว้ 10,000 คน รวมเป็น 20,000 คนต่อปี ที่มีคุณสมบัติและทักษะเฉพาะเพื่อตอบสนองการลงทุนของภาคเอกชนตามความต้องการที่แท้จริงผ่าน BOI โดย อว. จะจัดตั้งศูนย์ประสานข้อมูลและกลไกพัฒนากำลังคน โดยจะมีกระบวนการ คือ 1.สำนักงานปลัด อว. จะลงนามความร่วมมือกับ สภาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ BOI ในเรื่องนี้ และ 2. จัดทำแพลตฟอร์มการอุดมศึกษาแบบพิเศษ ผ่านกระบวนการแซนด์บอกซ์ (Sandbox) โดยที่หลักสูตรอาจแตกต่างไปจากมาตรฐานในปัจจุบัน เพื่อรองรับความต้องการกำลังคนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากบริษัทที่ยื่นคำขอมาทาง BOI อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า ตนมีนโยบายในเรื่องนี้ว่าต้องทำงานเชิงรุก และต้องสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว โดยคำนึงถึงความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนา และความต้องการของภาคเอกชน ทั้งนี้ ตนได้หารือกับทาง BOI มาตลอด พบว่ายังมีความต้องการจากภาคเอกชนในหลายเรื่องที่ อว. ยังตอบสนองไม่ได้ แม้ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาของเราจะสามารถผลิตกำลังคนในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพได้ แต่สำหรับวันนี้อาจจะยังไม่พอหรือไม่ตรงกับความต้องการของนักลงทุน ดังนั้น กระบวนการแซนด์บอกซ์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและจะต้องเกิดขึ้นให้ได้ และต้องทำอย่างรวดเร็ว เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงกับภาคเอกชน เช่น ให้เรียนจบภายใน 3 ปี หรือ เรียนในสถานประกอบการโดยมีพนักงานของสถานประกอบการเป็นอาจารย์ร่วมสอนกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;quot;เราพูดถึง Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและกระทบการใช้ชีวิตของเราคนทุกคน แต่ผมต้องการให้มี Disruptive Change หรือ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นไปได้ด้วยการใช้กลไกแซนด์บอกซ์นั่นเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115502</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วิศวกร, #อว., นักวิทยาศาสตร์, บีโอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c7212e17db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด19เขย่าอาเซียน ระบาด-ตายพุ่งพรวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;WHO ร่วมกับคณะนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพัฒนาวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 20 ชนิด คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 18 เดือน ขณะที่สิงคโปร์เสียชีวิตอีก 2 มาเลเซียติดเชื้อสะสมทะลุพันราย อังกฤษจ่ายเงินเดือนคนตกงาน 80% ของเงินเดือนเป็นเวลา 3 เดือน อาจขยายเวลาเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.มาเรีย แวน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เปิดเผยในการแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ดับเบิลยูเอชโอกำลังร่วมงานกับคณะนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 20 ชนิด บางชนิดมีการทดลองทางคลินิกแล้วโดยใช้เวลาน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์เพียง 60 วัน หลังจากที่มีการเรียงลำดับพันธุกรรมของไวรัสดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเร่งกระบวนการพัฒนาวัคซีนนี้เป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง ในแง่ของสิ่งที่ดับเบิลยูเอชโอสามารถทำได้ โดยต่อยอดจากงานที่เริ่มต้นด้วยโรคซาร์สและโรคเมอร์ส และขณะนี้กำลังดำเนินการกับโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าฝ่ายเทคนิคโครงการฉุกเฉินฯ คาดว่าใช้เวลาอีกถึง 18 เดือนจึงจะมีวัคซีนต้านโควิด-19 เพื่อใช้กับประชาชน เพราะต้องมีการทดลองทางคลินิกและการอนุมัติด้านความปลอดภัย เพื่อให้สามารถผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพออกสู่ตลาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอเผยว่า การทดลองเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมีสิ่งเดียวที่เป็นอันตรายมากกว่าไวรัส นั่นก็คือวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยได้เริ่มมีการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ในคนเป็นครั้งแรกแล้วที่สหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์เผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต หลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุด 2 รายเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเป็นหญิงชาวสิงคโปร์วัย 75 ปี ไม่มีประวัติการเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง คาดว่าอาจติดเชื้อจากการไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่โบสถ์แห่งหนึ่งในสิงคโปร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกรายเป็นชายชาวอินโดนีเซียวัย 64 ปี ที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ และเคยเข้ารับการรักษาอาการของโรคปอดบวมที่โรงพยาบาลในอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ก่อนจะเดินทางไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม และตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันต่อมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมแสดงความวิตกต่อยอดผู้เสียชีวิตในสิงคโปร์ที่อาจจะเพิ่มขึ้นอีก โดยรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเขาร้องขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของทางการในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งรวมถึงการสั่งระงับกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนมากกว่า 250 คนขึ้นไป และการแนะนำให้สถานที่สาธารณะ รวมทั้งร้านค้าและร้านอาหารจัดสถานที่เพื่อให้ลูกค้าแต่ละคนอยู่ในระยะห่างกันตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป วานนี้ทางการสิงคโปร์แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 40 คน และส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดเพิ่มเป็น 385 คน ในจำนวนนี้หายป่วยแล้ว 131 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นอร์ ฮิชาม อับดุลเลาะห์ ผู้อำนวยการกรมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 130 ราย ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมขณะนี้อยู่ที่ 1,030 ราย เสียชีวิต 2 ราย ผู้ติดเชื้อใหม่ 130 ราย เชื่อมโยงกับงานชุมนุมทางศาสนาที่มัสยิดศรี เปตาลิง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ จำนวน 48 ราย และมีผู้ป่วย 26 ราย อาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนหายป่วยมีจำนวน 87 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอิตาลีส่งทหารจำนวน 114 นายเข้าประจำการในแคว้นลอมบาร์ดีเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำร้องของทางการแคว้นลอมบาร์ดีของอิตาลี ซึ่งเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนักที่สุดในอิตาลี และมีคำสั่งปิดพื้นที่ไปแล้วก่อนหน้านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คณะแพทย์จากจีนที่เดินทางเข้าไปช่วยทางการอิตาลีรับมือกับวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบุว่ามาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดที่ประกาศใช้ในแคว้นลอมบาร์ดียังไม่เข้มงวดเพียงพอ จนส่งผลให้รอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในอิตาลีพุ่งสูงถึง 627 ราย และทำให้ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่มเป็น 4,032 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 47,021 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังพบว่าผู้เสียชีวิตในอิตาลีเป็นชายมากกว่าหญิง โดยเป็นชายร้อยละ 70.6 และเป็นร้อยละ 29.4 ผู้เสียชีวิตมีอายุเฉลี่ย 78.5 ปี ผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุดมีอายุ 31 ปี และสูงสุด 103 ปี อิตาลีเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรสูงอายุมากที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าเหตุใดยอดผู้เสียชีวิตจึงสูงกว่าประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บาวาเรีย-ซาร์แลนด์ สองรัฐแรกของเยอรมนี ใช้มาตรการปิดรัฐ 14 วัน งัดเคอร์ฟิวขอประชาชนอยู่แต่ในบ้าน Markus Soeder มุขมนตรีแห่งรัฐบาวาเรีย ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ออกมาตรการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่พำนักอยู่แต่ในเคหสถาน บ้านพักของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมเป็นต้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาย Soeder ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ยุติทุกกิจกรรมสาธารณะให้มากที่สุด โดยประชาชนยังคงออกไปซื้อหาสินค้าตามร้านซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายยาได้ตามปกติ&amp;quot; คุณยังออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกได้ แต่ควรไปเพียงลำพัง หรืออยู่กับครอบครัวเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บาวาเรียได้สั่งระดมกำลังพลสำรองเข้ารักษาการตามพื้นที่ต่างๆ พร้อมจะใช้มาตรการเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกจากเคหสถานโดยไม่มีความจำเป็นในยามวิกาล หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 25,000 ยูโร (ราว 877,000 บาท)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบาวาเรีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีพลเมืองราว 13 ล้านคน พบผู้ติดเชื้อสะสมที่ 3,107 เสียชีวิต 20 ราย ส่วนทั้งเยอรมนีติดเชื้อสะสมที่ 19,848 คน เสียชีวิต 68 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับรัฐซาร์แลนด์ รัฐขนาดเล็กของเยอรมนีที่ติดกับชายแดนฝรั่งเศส มีประชากรราว 1 ล้าน ก็ใช้มาตรการเช่นเดียวกับบาวาเรีย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เยอรมนีใช้วิธีการปิดพรมแดนที่ติดต่อกัน 5 ประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของพลเมือง แต่ยังไม่ถึงขั้นปิดประเทศ โดยมาตรการปิดประเทศมีรายงานว่านางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เตรียมหารือยกระดับความเข้มงวดในเรื่องดังกล่าววันที่ 22 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีไทยรายงานว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร สั่งปิดแหล่งพบปะทุกประเภทไม่มีกำหนด ตั้งแต่ 20 มี.ค. เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา คำสั่งปิดนี้ครอบคลุมคาเฟ่ ร้านอาหาร ผับ ไนต์คลับ โรงละคร โรงภาพยนตร์ ยิมออกกำลัง และศูนย์นันทนาการ โดยรัฐบาลจะทบทวนความเหมาะสมทุกเดือนเพื่อเป็นการผ่อนคลายความทุกข์ยากของผู้คนนับแสนที่ต้องไร้งานทำจากผลที่ตามมาของโรคระบาดนี้ รัฐบาลประกาศว่า จะจ่ายเงินให้แก่ผู้ว่างงานในสัดส่วน 80% ของเงินเดือนที่เคยได้ ในวงเงินไม่เกิน 2,500 ปอนด์ (ราว 1 แสนบาท) เป็นเวลา 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการเหล่านี้ออกมาในวันเดียวกับที่ทางการรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมของสหราชอาณาจักร ณ วันที่ 20 มี.ค. ที่ &amp;nbsp;177 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในขณะนี้ ผมต้องขอให้พวกเราอยู่ห่างกัน แค่ในทางกายภาพ&amp;quot; นายจอห์นสันกล่าวในการแถลงข่าวประจำวันที่ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยิ่งพวกเราทำตามคำแนะนำที่ให้ไว้ได้มากเท่าไร ประเทศก็จะยิ่งผ่านพ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจและการแพทย์ไปได้เร็ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายริชี สุนัค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในเวทีแถลงข่าวเดียวกันว่า มาตรการที่ &amp;quot;ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน&amp;quot; มีขึ้นเพื่อช่วยบรรดาคนไร้งานไม่ให้ถูกปลดออกจากบริษัท กล่าวคือ แทนที่ลูกจ้างต้องถูกไล่ออก พวกเขาจะได้รับสิทธิลาโดยไม่ได้เงินเดือนจากนายจ้าง แต่ได้รับจากรัฐบาลแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเรียกร้องให้บรรดานายจ้างยืนอยู่ข้างลูกจ้างในวิกฤตการณ์นี้ ในขณะที่บริษัทจำนวนมากออกมาบอกว่าอาจต้องปิดตัวลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุนัคบอกด้วยว่า เงินอุดหนุนที่ให้แก่ลูกจ้างมีอายุ 3 เดือน และผลย้อนหลังไปตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. และอาจขยายเวลาต่อออกไป &amp;quot;หากจำเป็น&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60473</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, นักวิทยาศาสตร์, วัคซีนโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e7625859bf22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลจีนสั่งจำคุก 3 ปี นักวิทย์ตัดต่อยีนทารก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลจีนพิพากษาจำคุกเหอ เจี้ยนคุย นักวิทยาศาสตร์ที่ตัดต่อพันธุกรรมเด็กแฝดคู่แรกของโลกเมื่อปีที่แล้วเป็นเวลา 3 ปี และปรับอีกเกือบ 13 ล้านบาท ฐานปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างผิดกฎหมายและขัดต่อหลักจริยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหอ เจี้ยนคุย แสดงปาฐกถาในการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการตัดต่อจีโนมมนุษย์ ครั้งที่ 2 ที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างข่าวของซินหัวเมื่อวันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2562 ว่า ศาลเมืองเซินเจิ้นของจีนมีคำพิพากษาวันเดียวกันนี้ว่า เหอ เจี้ยนคุย นักวิทยาศาสตร์ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ตัดต่อยีนตัวอ่อนของมนุษย์อย่างผิดกฎหมาย และพิพากษาจำคุกเขา 3 ปี ปรับอีก 3 ล้านหยวน (ราว 12.84 ล้านบาท) นอกจากนี้ นักวิจัยในทีมของเขาอีก 2 คนก็ถูกพิพากษาลงโทษเช่นกัน โดยจาง เหรินลี่ ถูกจำคุก 2 ปี ปรับ 1 ล้านหยวน และฉิน จิ้นโจว ถูกจำคุก 18 เดือน รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 500,000 หยวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซินหัวกล่าวว่า การพิจารณาและตัดสินคดีกระทำแบบปิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาของศาลกล่าวว่า นักวิจัย 3 รายนี้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์และรู้ตัวว่ากระทำการโดยละเมิดกฎระเบียบและหลักจริยธรรมของจีน พวกเขาทำเพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ส่วนตัว และขัดระเบียบทางการแพทย์อย่างร้ายแรง นักวิจัยกลุ่มนี้ปลอมแปลงวัตถุตรวจสอบทางจริยธรรมและรับคู่สามีภรรยาหลายคู่ที่สามีติดเชื้อเอชไอวี เพื่อนำพวกเขามาทำการทดลองตัดต่อยีนโดยใช้เทคนิค CRISPR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหอทำให้แวดวงวิทยาศาสตร์ทั่วโลกตกตะลึงเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เมื่อเขาประกาศข่าวการกำเนิดของทารกแฝดเพศหญิง ที่เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี รายงานกล่าวว่า การทดลองตัดต่อยีนของเขาทำให้มีการตั้งครรภ์ 2 ราย รายหนึ่งเป็นแฝด และยังมีทารกเกิดเป็นรายที่ 3 ด้วย ซึ่งไม่เคยมีการยืนยันก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53550</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, จีน, ตัดต่อพันธุกรรม, ตัดต่อยีน, นักวิทยาศาสตร์, เหอ เจี้ยนคุย, เอชไอวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191230/image_big_5e09f5aea88cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2018 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โยคะร้อน&#039; ศาสตร์ออกกำลังอวดอ้างเกินจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวระบุว่านักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่า &amp;ldquo;โยคะร้อน&amp;rdquo; ที่คิดค้นโดย นายบิแกรม เซาดรี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะของประเทศอินเดีย และเปิดตัวเมื่อ ค.ศ.1970 จนกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรักการออกกำลังที่เมืองผู้ดีนั้น อันที่จริงแล้วไม่ได้ป้องกันโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายบิแกรม ผู้ก่อตั้งโยคะร้อน บอกว่า &amp;ldquo; การที่ผู้เรียนได้ฝึกโยคะร้อน ไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆแข็งแรง แต่ยังเพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยควบคุมน้ำหนักไปด้วยในตัว นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกความอดทน มีสมาธิ อีกทั้งช่วยให้ผู้ฝึกสามารถควบคุมตัวเองได้ หรือมีสติอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าโยคะร้อนก็อาจมีข้อจำกัดในการฝึกอยู่บ้าง เช่น อาจทำให้เป็นลมหมดสติได้ หรือ อาการจิตหลอนได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยเท็กซัส ได้ทำการเปรียบเทียบผู้เข้าร่วมฝึกโยคะ 40 ราย ระหว่างโยคะปกติกับโยคะร้อน มากกว่า 12 สัปดาห์ ระบุว่า &amp;ldquo; โยคะร้อนที่คิดค้นโดย นายบิแกรม สามารถช่วยลดการเปลี่ยนแปลง ของเยื่อยุหลอดเลือด ในการพัฒนาเป็นโรคหัวใจได้ หรือมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังพบว่ามันอาจช่วยชะลอ โรคหลอดหลอด ซึ่งเกิดจากคราบจุลินทรีย์เกาะที่ผนังหลอดเลือดแดง และทำให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้สะดวก ป้องกันอาการหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองได้นั่นเอง แต่ในอีกมุมหนึ่งการเล่น &amp;ldquo;โยคะร้อน&amp;rdquo; อาจไม่จำเป็นต้องทำในอุณหภูมิที่ร้อน เพราะจริงๆแล้วประสิทธิภาพของการเล่นโยคะ เกิดได้จากอุณหภูมิของห้องที่ปกติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการวิจัยใหม่ล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ อย่าง &amp;ldquo;Journal Experimental Physiology&amp;rdquo; ของผู้เขียนที่ชื่อว่า &amp;ldquo;สเตย์ซี่ ดี ฮันเตอร์&amp;rdquo; ได้ออกมาระบุว่า &amp;ldquo; การค้นพบครั้งใหม่ โดยการตรวจสอบ ศาสตร์การออกกำลังกายโยคะร้อน แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อม การปฏิบัติในอุณหภูมิที่อบอุ่น หรือโยคะร้อนของนายบิแกรม ไม่ได้มีบทบาทสำคัญ ในการดูแลสุขภาพหลอดเลือดแต่อย่างใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากบทความที่ตีพิมพ์ล่าสุด อาจสะท้อนให้เห็นว่า แท้จริงแล้วประสิทธิภาพของโยคะนั้น อาจไม่จำเป็นต้องเล่นในอุณหภูมิที่ร้อน แต่การเล่นในห้องที่อากาศถ่ายเทสะดวก ก็สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3370</URL_LINK>
                <HASHTAG>การออกกำลังกาย, นักวิทยาศาสตร์, สุขภาพ, โยคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8976812eb52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
