<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบจ้างนักศึกษาจบใหม่ เงินเดือน 1.8 หมื่น เป็นพนง.ราชการเฉพาะกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนวทางการจัดสรรกรอบอัตรากำลังและกลไกการบริหารจัดการพนักงานราชการเฉพาะกิจ และผลการจัดสรรกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 10,000 อัตรา พร้อมอนุมัติ วงเงิน 2,254.32 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 ด้วยระบบพนักงานราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;กรอบอัตรากำลัง : 10,000 &amp;nbsp;อัตรา เฉพาะในกลุ่มงานบริหารทั่วไป,&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมาย : ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี,&amp;nbsp;หน่วยงานที่ขอรับจัดสรรอัตรากำลัง : &amp;nbsp;28 &amp;nbsp;ส่วนราชการ ได้แก่ &amp;nbsp;หน่วยงานในราชการบริหารส่วนภูมิภาค ระดับจังหวัด หรือหน่วยงานในราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เป็นหน่วยปฏิบัติ &amp;nbsp;โดยเป็นส่วนราชการที่มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วน,&amp;nbsp;ระยะเวลาการจ้างงาน : ไม่เกิน 1 ปี &amp;nbsp;นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจ้างหรือไม่เกิน 30 กันยายน 2565 และไม่มีการต่อสัญญา,&amp;nbsp;อัตราค่าตอบแทน/สิทธิประโยชน์ : &amp;nbsp; 18,000 บาท/เดือน ตลอดสัญญาการจ้างงาน โดยได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงานราชการปกติ ยกเว้นเฉพาะในส่วนของสิทธิการลงเพื่อไปอุปสมบท หรือประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประชุมครม.ยังย้ำให้หน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน วิธีดำเนินการจ้างพนักงานราชการ และแผนการดำเนินงาน รวมทั้ง เร่งดำเนินการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2564 โดยคำนึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. จะได้ติดตามประเมินผลการดำเนินการรวมถึงผลสัมฤทธิ์จากการจ้าง เพื่อรายงานคณะรัฐมนตรีทราบต่อไปด้วย&amp;rdquo;นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105692</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างงาน, นักศึกษาจบใหม่, พนักงานราชการ, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf4fc538a8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BLCP  ลุยจ้างงานผู้สำเร็จการศึกษาใหม่เน้นมีภูมิลำเนา จ. ระยอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามนโยบายรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด -19 คลี่คลายลง ด้วยการสนับสนุนการจ้างงานระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ มุ่งเน้นให้คนไทยต้องมีงานทำในทุกพื้นที่ สนับสนุนการจ้างงานที่มั่นคงและต่อเนื่อง เน้นเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพิ่มศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบการในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการบริษัท บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ รัฐช่วยเสริม เอกชนช่วยสร้าง (Co &amp;ndash; payment) เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ ให้เกิดการจ้างงานใหม่ ผู้ที่จบการศึกษาใหม่แต่ยังไร้ประสบการณ์ทำงาน ได้รับการบรรจุงานเพิ่มขึ้น โดยรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างตามระดับการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัวได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งแก้ไขปัญหาการว่างงาน ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมส่งเสริมให้เด็กจบใหม่ในพื้นที่มีสำนึกรักบ้านเกิด และได้กลับมาทำงานใน จ. ระยอง รวมจำนวน 20 อัตรา อาทิ ช่างเทคนิค พนักงานปฏิบัติการเคมี พนักงานปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยวิศวกรฝ่ายปฏิบัติการ/ฝ่ายธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 &amp;ndash; 30 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงื่อนไขผู้จบการศึกษาใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ
&amp;bull; ต้องมีสัญชาติไทย
&amp;bull; ไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคม
&amp;bull; ยกเว้นกรณีผู้จบการศึกษาใหม่ที่อยู่ในระบบประกันสังคม เนื่องจากทำงานนอกเวลา (Part time) ในระหว่างที่กำลังศึกษา ซึ่งใช้เกณฑ์พิจารณาจากวันที่จบการศึกษา
&amp;bull; ผู้จบการศึกษาใหม่ยังเป็นผู้ว่างงาน
&amp;bull; เป็นผู้สำเร็จการศึกษาในปริญญาตรี และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ต้องจบการศึกษาในปีการศึกษา 2562 หรือปี 2563
&amp;bull; ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ. ระยอง จะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก เพื่อส่งเสริมนโยบายสำนึกรักบ้านเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้นนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่จะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการว่างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมนโยบายสำนึกรักบ้านเกิด รวมถึงตระหนัก รู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของการพัฒนา จ. ระยองให้เติบโตเคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรม ดังคำขวัญที่ว่า &amp;ldquo;ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87231</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดระยอง, จ้างงาน, นักศึกษาจบใหม่, บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc36d5b3cb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภานายจ้างเตือนโควิดกระทบว่างงานเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค. 2563 นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย(อีคอนไทย) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่เข้ามาซ้ำเติมการจ้างงานของไทยในปี 2563 ให้ชะลอตัวลงไปกว่าเดิม โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่จะทะยอยเข้ามาในระบบแรงงานเพิ่มเติมช่วงพ.ค.นี้ประมาณ 500,000 คนจะมีโอกาสได้งานทำค่อนข้างต่ำดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องหามาตรการหรือแผนรองรับไว้ &amp;nbsp;เช่น การทำโครงการต่าง ๆ โดยใช้งบประมาณจ้างเด็กจบใหม่เช่นอดีตที่เคยดำเนินการไว้เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐคงต้องหาวิธีไม่ให้เด็กจบใหม่เกิดปัญหาว่างงานเพราะต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมานั้นคนว่างงานจากธุรกิจหรือเด็กจบใหม่พอไม่มีงานทำก็ยังกลับบ้านไปทำภาคเกษตรได้บางส่วน แต่ปีนี้ภาคเกษตรของไทยก็เจอผลกระทบกับภัยแล้ง&amp;quot;นายธนิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันผู้ประกอบการมีการปรับตัวรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยให้ถดถอยและยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อใดด้วยการรัดเข็มขัดทุกด้านทำให้ธุรกิจภาพรวมทั้งหมดมีการชะลอรับแรงงานใหม่ และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทันทีที่เป็นคลัสเตอร์ท่องเที่ยวอาทิ โรงแรม ร้านค้า สปา &amp;nbsp;ร้านอาหาร ฯลฯ ที่นักท่องเที่ยวหายไปมากกว่า 60%ที่บางส่วนเริ่มปรับแผนลดคน เช่นให้สมัครใจลาออก สมัครใจหยุดงานไม่รับเงินเดือน และเลิกจ้าง &amp;nbsp;ซึ่งหากยืดเยื้อสถานการณ์การเลิกจ้างก็จะมีสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แรงงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ในระบบ 3.2 ล้านคนนอกระบบอีก 7 ล้านคนเหล่านี้จะกระทบก่อนแต่จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่ว่าการแพร่ระบาดชองโควิด -19 จะจบเร็วหรือช้าด้วย &amp;nbsp;ท่องเที่ยวที่กระทบยังจะลามไปยังอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องเช่น การผลิตผ้าเช็ดตัว สบู่ สมุนไพร ค้าปลีก ค้าส่ง ที่นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย ถือเป็นเรื่องที่ต้องระวังเพราะเศรษฐกิจไทยจะเปราะบางมาก&amp;quot;นายธนิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โควิด-19ถือเป็นปัจจัยซ้ำเติมการจ้างงานให้ชะลอตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาการจ้างงานได้ชะลอตัวอยู่แล้วจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้หลายอุตสาหกรรมชะลอการรับคนเพิ่มเพื่อหันไปลงทุนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาทดแทนแรงานคน รวมถึงผลกระทบการส่งออกที่ชะลอตัวจากภาวะสงครามทางการค้า(เทรดวอร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสถานการณ์โควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกและหากยืดเยื้อจะมีผลกระทบที่รุนแรงกว่าวิกฤติปี 2540 แน่นอนเนื่องจากวิกฤติปี 2540 เศรษฐกิจโลกยังดี การส่งออก การท่องเที่ยวของไทยเติบโตปัญหาแรงงานกระจุกอยู่เพียงสถาบันการเงินและเพียงไม่ถึงปีก็ฟื้นตัวได้ แต่โควิด-19 ไม่มีปัจจัยเอื้อเพราะเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทั้งเศรษฐกิจโลก ส่งออก ท่องเที่ยว รวมถึงภาคเกษตรที่ประสบภัยแล้งดับเกือบทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58828</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนิต โสรัตน์, นักศึกษาจบใหม่, ว่างงาน, สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย(อีคอนไทย)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a18e1e65d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
