<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 22:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนกริ้ว สหรัฐยกเลิกวีซ่านักศึกษาจีนกว่า1,000คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนกล่าวหาสหรัฐกลั่นแกล้งทางการเมืองและเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ภายหลังสหรัฐยืนยันเพิกถอนวีซ่านักศึกษาจีนมากกว่า 1,000 คน ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวหาว่านักศึกษาจีนบางคนเข้ามาจารกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี เรียกร้องให้สหรัฐยุติการยกเลิกวีซ่านักศึกษาหรือนักวิชาการจีนอย่างไร้เหตุผล โดบระบุว่า การยกเลิกวีซ่านักศึกษาจีน 1,000 คนของสหรัฐเมื่อวันพุธ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ จีนมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ต่อสหรัฐในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงเมื่อวันพุธว่า กระทรวงได้สั่งระงับวีซ่าของนักศึกษาและนักวิจัยจีนมากกว่า 1,000 คน ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา สหรัฐยังคงต้อนรับนักศึกษาและนักวิชาการจากจีนที่ต้องการเข้ามาศึกษาเพิ่มเติมในสหรัฐ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้มีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับทหารจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ชาวจีนบางคนที่มาศึกษาต่อในสหรัฐมีเป้าหมายเข้ามาขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐและช่วยสร้างความทันสมัยให้กับกองทัพจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา, นักศึกษาจีน, รัฐบาลจีน, สหรัฐเพิกถอนวีซ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5efa07609bdb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.อุดมศึกษาฯคุมเข้มนศ.จีนในไทยป้องกันไวรัสโคโรน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม &amp;nbsp;ออกประกาศเรื่อง มาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าที่มีแหล่งเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการติดเชื้อและความรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย การติดเชื้อจะใช้เวลา 2 - 3 วัน กว่าจะเริ่มมีอาการป่วยเป็นไข้ ซึ่งการระบาดโรคนี้ค่อนข้างง่าย เพราะติดต่อผ่านการหายใจและการสัมผัสผ่านสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝอยละอองต่างๆ ที่มาจากร่างกายของผู้ติดเชื้อ และมีหลักฐานชัดเจนว่า มีผู้ป่วย หรือผู้ได้รับเชื้อได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ มีความห่วงใยสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยที่ในปัจจุบันมีนักศึกษาจีนมาศึกษาต่อในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า จึงเห็นสมควรดำเนินการตามมาตรการ 1. นักศึกษาจีนที่เดินทางกลับบ้านที่ประเทศจีนในช่วงตรุษจีนและยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย ขอให้นักศึกษาจีนเหล่านั้นพำนักอยู่ในประเทศจีนต่อไปเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และมหาวิทยาลัยจะติดต่อเพื่อแจ้งเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางกลับไทยต่อไป ทั้งนี้มหาวิทยาลัยควรจัดการสอนเสริมให้กับนักศึกษา หลังจากที่เดินทางกลับมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นักศึกษาจีนที่พำนักในประเทศไทยและไม่ได้เดินทางกลับประเทศจีนในช่วงตรุษจีนนั้น ขอให้มหาวิทยาลัยประสานกับนักศึกษาเหล่านั้นเพื่อขอให้หลีกเลี่ยงการพบปะกับคนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะติดเชื้อดังกล่าว 3.นักศึกษาที่มีไข้ หรือมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ ต้องรายงาน พาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ไม่ควรรักษาตัวเอง และควรดูแลอย่างใกล้ชิด มิให้ไปแพร่เชื้อต่อไป 4. กิจกรรมที่มีการชุมนุมนักศึกษาจำนวนมาก และอาจมีนักศึกษาต่างชาติร่วมด้วย ควรพิจารณาทบทวน
5. ขอให้สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยช่วยเก็บข้อมูลนักศึกษาและเฝ้าระวังตามหลักระบาดวิทยา 6. กระทรวงฯ จะติดต่อขอความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อคัดกรองโรค และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55504</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักศึกษาจีน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, โรคไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9f4d07ceaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนประกาศเตือนนักเรียนถึงความเสี่ยงในการไปศึกษาต่อในสหรัฐฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ China Xinhua News&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- สำนักข่าว China Xinhua News &amp;nbsp;รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. กระทรวงศึกษาธิการจีนออกแถลงการณ์เตือนนักเรียนและนักวิชาการชาวจีนถึงความเสี่ยงในการไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอ้างถึงข้อจำกัดด้านวีซาของสหรัฐอเมริกา เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อม
.
คำแจ้งเตือนระบุว่า การดำเนินการยื่นขอวีซาของชาวจีนบางรายที่คาดหวังว่าจะสามารถไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกานั้นถูก จำกัดด้วยกระบวนการตรวจสอบที่ยืดเยื้อ ช่วงเวลาที่มีผลบังคับใช้ที่สั้นลง รวมถึงอัตราการปฏิเสธคำขอวีซาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อแผนการศึกษาในสหรัฐอเมริกาหรือการจบการศึกษาของพวกเขา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเสี่ยง, จีน-สหรัฐ, นักศึกษาจีน, ศึกษาต่อสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5cb488c4be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
