<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มงานป.ป.ท. จับ‘ทุจริต’ฉมัง แนะสร้าง‘ภาคี’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชม ป.ป.ท.ผลงานเข้าตา จับทุจริตจำนำข้าว เงินทอนวัด โกงเงินคนจน นักเรียนผี &amp;nbsp;ชี้ไทยปราบโกงดีขึ้น ขยับเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน แนะเร่งสร้างเครือข่าย-เข้มงวดบังคับใช้ กม.-สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจ และการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนา 11 ปี พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประจำปี พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า การทุจริตเป็นการบ่อนทำลายชาติที่สำคัญ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นการบริหารงานของรัฐบาล เศรษฐกิจถดถอยเพราะถูกเรียกรับเงินใต้โต๊ะ ไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุน และบั่นทอนกำลังใจคนที่ทำธุรกิจโดยสุจริต สำหรับประเทศไทยได้ตั้งหน่วยงานขึ้นเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้ที่ทุจริตมาโดยตลอด แม้ระยะแรกในการก่อตั้ง ป.ป.ท.จะไม่เป็นที่รู้จักและผลงานยังไม่ประทับใจ แต่เข้าสู่ปีที่ 5 ผลงานเริ่มเป็นที่ประจักษ์ กระทั่ง 2 ปีล่าสุด ป.ป.ท.มีบทบาทเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างกรณีทุจริตจำนำข้าว เงินทอนวัด โกงเงินคนจน และคดีนักเรียนผี ป.ป.ท.เป็นตัวช่วยตัดวงจรการทุจริตได้ผลจนเป็นที่น่าพอใจ ถือว่ามีผลงานโดดเด่นเพราะความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ โดยตัวเลขคดีสัมพันธ์กับจำนวนคดีหลายเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่การทุจริตก็ไม่ได้หมดไปจากสังคมไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันจะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเห็นได้จากค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perception Index: CPI) ที่ประเมินโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ครั้งล่าสุด ในปี 2560 ประเทศไทยได้ 37 &amp;nbsp;คะแนน อยู่ในลำดับที่ 96 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศ อยู่ในลำดับที่ 4 ของประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีการทุจริตลดลง และสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น กระนั้นก็ดีตัวเลขดังกล่าวยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือ การปลุกจิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริตในทุกภาคส่วน และเสริมสร้างภาคีเครือข่ายให้มีการเฝ้าระวังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง ลดช่องทางหรือปิดโอกาสการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากที่สุด อันจะเป็นพื้นฐานในการปฏิรูปสังคมและประเทศไทยสู่การต่อต้านทุจริตในทุกรูปแบบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องที่ ป.ป.ท.ต้องทำต่อไปมีอีกหลายอย่าง แต่รัฐบาลอยากให้เน้นใน 3 เรื่อง คือ 1.สร้างเครือข่ายกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงเครือข่ายกับต่างประเทศให้มากขึ้นและยั่งยืน เพื่อติดต่อประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูล 2.บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจังกว่าเดิม เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น และ 3.ทำงานในลักษณะให้ความรู้ เตือนประชาชนให้ตระหนักว่าอะไรผิด อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ &amp;nbsp;แม้สิ่งเหล่านี้ ป.ป.ท.จะทำอยู่แล้ว ก็ขอให้เข้มงวดมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของ ป.ป.ท.&amp;quot; รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ &amp;nbsp;ป.ป.ท.กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ท.ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรหลักของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551-2562 มีการรับเรื่องกล่าวหา/ร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 35,580 คดี (เดือน ธ.ค.61 จำนวน 148 คดี) ส่วนผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกเป็น รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง 4,584 คดี, ไม่รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง 7,451 คดี, ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 1,248 คดี, ส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 8,961 คดี, ส่งพนักงานสอบสวน 883 คดี อื่นๆ 49 คดี และคณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาแล้ว 23,176 คดี โดยพิจารณาความผิดแล้วรวมทั้งสิ้น 912 คดี ได้แก่ ผิดอาญาและวินัย 443 คดี, ไม่ผิดอาญาแต่ผิดวินัย 30 คดี, ยุติเรื่อง 271 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. 123 คดี และส่งพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;45 คดี มีคดีที่อยู่ระหว่างส่งอัยการ 148 คดี และส่งอัยการเรียบร้อยแล้ว 294 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว 94 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.วันนพกล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าปัญหาการทุจริตไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เพียงแค่การใช้กลไกภาครัฐเท่านั้น ต้องผสานพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ตลอดจนต้องเสริมสร้างและยกระดับธรรมาภิบาล ส่งเสริมผลักดันให้หน่วยงานของรัฐยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการโดยมุ่งมั่นขจัดการทุจริตในภาครัฐให้หมดสิ้น ในโอกาสครบรอบการสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ท. ปีที่ 11 ป.ป.ท.ยังคงยืนหยัดในการเป็นหน่วยงานตรวจสอบและขับเคลื่อนให้เกิดธรรมาภิบาลในระบบราชการเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ สร้างความตระหนักให้แก่สังคมทุกภาคส่วนได้เล็งเห็นถึงภัยของการทุจริตคอร์รัปชัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตจำนำข้าว, นักเรียนผี, ป.ป.ท., หนังสือพิมพ์, เงินทอนวัด, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4b116173c57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงเรียนภาคอีสานมีหนาว!ปปท.เอาจริงสุ่มตรวจแบบจู่โจมหานักเรียนผี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ​ ป.ป.ท.เขต3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนขามสะแกแสง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา หลังจากที่นายรังสิโรจน์ ปาลวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนขามสะแกแสงคนใหม่ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ประมาณ 1 เดือนเศษ รายงานว่าพบชื่อนักเรียนที่ไม่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน หรือนักเรียนผี เกินเข้ามาในบัญชีรายชื่อนักเรียนที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน จำนวน 196 คน โดยมีจำนวนที่ระบุอยู่ในฐานข้อมูลออนไลน์ของ สพฐ.จำนวน 1,510 คน แต่เมื่อตรวจสอบในชั้นเรียนจริง พบว่ามีนักเรียนอยู่เพียง 1,319 คน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายทุจริตคอรัปชั่นได้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ &amp;nbsp;พันตำรวจโทสามารถ ไชยณรงค์ ผอ.ป.ป.ท. เขต3 เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนขามสะแกแสงเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น เนื่องจากทาง ป.ป.ท.เขต3 ได้รับข้อมูลร้องเรียนจากพลเมืองดีว่ามีความผิดปกติของจำนวนนักเรียน โดยจากการตรวจสอบก็พบว่ามีความคาดเคลื่อนของตัวเลขจำนวนนักเรียนจำนวนมาก จากตัวเลขที่รายงาน สพฐ.ไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2561 รายงานไปว่ามีจำนวนนักเรียนอยู่ 1,510 คน แต่เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วกลับพบว่ามีนักเรียนอยู่จริงเพียง 1,319 คนเท่านั้น ซึ่งมีชื่อนักเรียนไร้ตัวตนเกินมาถึง 196 คน ทำให้ขณะนี้ ป.ป.ท.เขต3 ต้องรายงานข้อมูลตามความเป็นจริง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อให้ดำเนินการตามข้อกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณอุดหนุน ที่ทาง สพฐ.จ่ายไปให้นักเรียนเป็นรายหัว จะต้องส่งเรื่องให้ สตง.ตรวจสอบว่าก่อนหน้านั้น เงินที่อุดหนุนเป็นรายหัวให้นักเรียนที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง ถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง จ่ายให้ใครไป ใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้าพบว่ารับเงินไปแล้วนำไปเข้ากระเป๋าใคร ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายย้อนหลังทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนการที่โรงเรียนออกมาชี้แจงว่า สาเหตุที่ทำให้มีชื่อนักเรียนเกินมานั้น เกิดจากความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมาย เนื่องจากมีนักเรียนที่ยังไม่จบระดับการศึกษาภาคบังคับ ที่ติด 0 ติด ร อยู่เป็นจำนวนมาก และเกือบทุกคนไม่ยอมมาเข้าเรียน แต่ไม่สามารถถอดชื่อออกจากบัญชีได้ เพราะกลัวจะผิดระเบียบ พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับนั้น ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ สพฐ.ที่จะออกมาชี้แจงว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร แต่ส่วนของการเบิกงบประมาณอุดหนุนไปเกินจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง เป็นการใช้เงินของรัฐในทางที่ไม่ถูกต้อง ส่วนนี้ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สามารถ กล่าวว่า หลังจากนี้ทาง ป.ป.ท.เขต3 ก็เตรียมที่ทำการสุ่มตรวจโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ความรับผิดชอบ 8 จังหวัด ประกอบไปด้วย สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ชัยภูมิ และนครราชสีมา ซึ่งมีโรงเรียนทั้งในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือ สพม.ทั้ง 4 เขต ได้แก่ เขต 28,29,30 และ 31 ซึ่งจะต้องสุ่มตรวจแบบไม่ให้ทันตั้งตัวเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ไม่มีการตกแต่งตัวเลขไว้ล่วงหน้า ขณะเดียวกันถ้ามีครู ประชาชน หรือผู้ปกครองนักเรียน รับทราบถึงจำนวนนักเรียนที่เกินจริงลักษณะนี้ ก็สามารถโทรศัพท์แจ้งมาได้สายด่วน ป.ป.ท. เบอร์โทรศัพท์ 1206 หรือแจ้งที่ตนโดยตรงได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 084-4392053 ซึ่งตนเองจะเร่งจัดชุดลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22614</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครราชสีมา, นักเรียนผี, ป.ป.ท.เขต3, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf808bbb9c54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
