<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ติ่ง มัลลิกา&#039;เสนอเลิกเครื่องแบบนักเรียน ลดภาระผู้ปกครอง-เน้นสอนความรู้ยุคเทคโนโลยี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 62 - นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดเทอมจะมีข่าวเรื่องพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนำของไปจำนำเพื่อซื้อชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียนทุกจังหวัด กลายเป็นวังวนการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาในประเทศไทยขณะที่ผลการเรียนการสอนก็ไม่ได้ไปก้าวไกลนัก จนกระทั่งปัจจุบันนี้เด็กยุคใหม่ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มโอกาสทางการเรียนการสอนเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงอยากเสนอกระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลไทยยกเลิกเครื่องแบบนักเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนที่สังกัดรัฐทั้งหมดหรือแม้แต่ความร่วมมือของเอกชน เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานเดียวกันเสมอภาคเท่าเทียมไม่แปลกแยก ปลดภาระหนี้สินออกจากพ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก ลดภาระให้กับนักเรียนและผู้ปกครองทั้งหมดการยกเลิกเครื่องแบบนักเรียนเท่ากับเป็นการปฏิรูปการเรียนการสอน ปฏิวัติวงการศึกษา ยกเลิกระบบทุนนิยมในวงการการศึกษาตั้งแต่เด็ก &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมัลลิกา กล่าวว่า หมดสมัยแล้วที่จะปล่อยให้เด็กเยาวชนต้องบากหน้าใส่ชุดนักเรียน ตูด-ถุงเท้า-รองเท้าขาดไปโรงเรียนให้เพื่อนล้อ พี่น้องต้องสลับกันไปโรงเรียนเพราะมีชุดนักเรียนไม่เพียงพอ หรือคุณภาพเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ไม่เท่าเทียมกันสิ่งเหล่านี้ล้วนปลูกฝังค่านิยมที่ผิด สร้างความกดดัน หมดความมั่นใจตั้งแต่เล็ก ควรยกเลิกเครื่องแบบนักเรียนทุกโรงเรียนเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยเท่าที่มี แล้วเน้นคุณภาพการศึกษาศักยภาพความสามารถของเด็กส่วนระเบียบวินัยกล้าหาญอดทนเป็นเรื่องของหลักสูตรและการสอนของครู ไม่เกี่ยวกับเสื้อผ้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติ่ง มัลลิกา, นักเรียนยากจน, ปชป., มัลลิกา บุญมีตระกูล, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd6619386474.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วง นร.ยากจนพิเศษกว่า 6 แสนคน  กสศ.เพิ่มเงินอุดหนุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ &amp;nbsp;8 ส.ค. สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;ldquo;รายงานสถานการณ์นักเรียนยากจนพิเศษ ปี 61 และเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้แทนโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจนพิเศษ ซึ่งมีตัวแทนโรงเรียนที่มีสัดส่วนเด็กยากจนจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนในโรงเรียนเข้าร่วม 11 โรง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมตัวแทนโรงเรียนฯ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเด็กยากจนมีปัญหาหลากหลาย เช่น การเดินทางมาโรงเรียน เด็กบางคนต้องเดินมาโรงเรียน กลุ่มโรงเรียนที่อยู่ชายขอบบนภูเขาไม่สามารถใช้รถรับส่งได้ ผู้ปกครองเด็กไม่มีรายได้เสริม และปัญหาครอบครัวต้องทำงานไม่มีเวลาดูแลเด็ก บางครอบครัวหย่าร้าง เด็กอยู่กับตา ยาย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรยส &amp;nbsp;ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า สำหรับรายงานสถานการณ์ผลสำรวจสถานะนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ ปี 2561 ที่สำรวจโดยใช้เกณฑ์การคัดกรองนักเรียนยากจนด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อม หรือ PMT พบว่า มีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองแบบ PMT จำนวน 1,696,433 คน ได้รับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน จำนวน 1,352 ล้านบาท โดยนักเรียนประถมศึกษา 500 บาท/คน/ภาคเรียน ส่วนนักเรียนมัธยมศึกษา 1,500 บาท/คน/ภาคเรียน เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดพบว่า มีกลุ่มนักเรียนยากจน จำนวน 1,075,476 คน และนักเรียนยากจนพิเศษ คือ นักเรียนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคน 1,281 บาทต่อเดือน หรือ 42.7 บาทต่อวัน จำนวน 620,937 คน ถือเป็นเด็กยากจนจริงๆ แบ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา 438,683 คน และชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 182,254 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรยส กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มเด็กยากจนพิเศษ กสศ.มีแนวคิดจะเพิ่มเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานให้ อีก 1,000 บาท/คน/ภาคเรียน เท่ากับว่านักเรียนกลุ่มยากจนพิเศษ ชั้นประถมศึกษาจะได้ 1,500 บาท/คน/ภาคเรียน ส่วนนักเรียนมัธยมศึกษา 2,500 บาท/คน/ภาคเรียน สำหรับจังหวัดที่มีเด็กยากจนพิเศษมากที่สุด ได้แก่ 1.แม่ฮ่องสอน 2.ตาก 3.นราธิวาส 4.ยะลา 5.น่าน 6.สตูล 7.เชียงใหม่ 8.ปัตตานี 9.นครราชสีมา และ 10.มหาสารคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; เราเชื่อว่าเงินไม่ใช่คำตอบสุดท้าย กสศ.จะต้องเรียนรู้จากครูและผู้บริหารที่อยู่ในพื้นที่เพื่อที่จะทำงานได้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของเด็กและโรงเรียน นอกจากนี้ ในงานวิจัยของ OECD ที่วิเคราะห์จากผลสอบ PISA พบว่า กลุ่มนักเรียนยากจนพิเศษของไทยสามารถทำคะแนนในการทดสอบระดับนานาชาติได้สูงอยู่ประมาณร้อยละ 3.3 ผมเชื่อว่าหากสนับสนุนปัจจัยทางเศรษฐกิจให้กับนักเรียนกลุ่มนี้อย่างเต็มที่จะสามารถเพิ่มจำนวนของนักเรียนได้มากขึ้น อีกทั้ง กสศ.จะให้น้ำหนักกับการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและการพัฒนาครู ช่วยเด็กแบบรายบุคคลตามข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เน้นสร้างสรรค์งานวิจัย ร่วมมือกับนานาชาติและทดลองปฏิบัติจริงเพื่อจัดทำข้อเสนอระดับนโยบายให้กับรัฐบาล &amp;rdquo;ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ครูที่ทำงานกับเด็กยากจนถือเป็นกัลยาณมิตรที่สำคัญอย่างมาก เพราะความยากจนไม่ใช่ปัญหา อาจเป็นพรทำให้เด็กเกิดการต่อสู้ดิ้นรน เราสามารถใช้การศึกษาเปลี่ยนฐานะทางสังคมได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจนถึง 23 เท่า วิกฤตปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นเป็นความเหลื่อมล้ำและช่องว่างระหว่างวัย สังคมไทยเกิดความเรรวน ชุมชนขาดหลักคิด อ่อนแอ &amp;nbsp;ถ้าโรงเรียนไม่ได้รับการดูแลจะทำให้โรงเรียนตายหรือโรงเรียนขนาดเล็กถูกยุบควบรวม ขณะที่หน่วยย่อยอย่างครอบครัวอ่อนแอลง ทำให้เกิดปัญหายาเสพติด &amp;nbsp;ดังนั้น สิ่งที่ กสศ. ชี้เป้าและมีนโยบายชัดเจนเป็นสิ่งที่ดี แต่รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณช่วยเด็กกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด ควรจะจัดสรรงบอุดหนุนแก่เด็กยากจนให้ง่าย รวดเร็ว และจะต้องลดระเบียบ ปลดล็อค เปิดโอกาสให้โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และมหาวิทยาลัยท้องถิ่น ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพ ช่วยเหลือเด็กให้ได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14991</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนยากจน, นายไกรยส  ภัทราวาท, สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), เด็กยากจนพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6adeec33183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
