<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตหัวหน้าศรภ.เผยปากคำ 30 อดีตแกนนำนักเรียนอาชีวะยุค 14 ตุลา 16 ทำไมอีก 3 ปีต่อมาถึงถอนตัวออกมาอยู่ฝ่ายตรงข้ามนักศึกษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่าย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กับอดีตแกนนำนักเรียนอาชีวะ ภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 63 - พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ &amp;quot;ศรภ.&amp;quot; เปิดเผยว่า ผมกำลังจะออกหนังสือเรื่อง &amp;quot;ผ่านฟ้าลีลาศ&amp;quot; ซึ่งจะเป็นหนังสือที่เสนอข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นบนสะพานผ่านฟ้าลีลาศในอดีต โดยเฉพาะเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล ผมจึงเดินทางไปพบกับอดีตแกนนำ&amp;quot;ศูนย์กลางนักเรียนอาชีวะแห่งประเทศไทย&amp;quot; ประมาณ 30 คน เพื่อพูดคุยเรื่องเก่าๆ ในเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ที่นักเรียนกลุ่มนี้ได้เคยเข้าเป็นหัวหอกร่วมต่อสู้กับนิสิตนักศึกษา จนได้ประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ขึ้นเป็นครั้งแรก ในประเทศไทย (สมัยคณะราษฏรเป็นการปฏิวัติท่ีไม่มีอะไรยึดโยงกับประชาชนเลย จึงแย่งอำนาจกันมาถึง 25 ปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามหนึ่งของผม คือ ทำไมอีก 3 ปีต่อมาใน &amp;quot;เหตุการณ์ 6 ตุลา 19&amp;quot; พวกเขาถึงถอนตัวออกมาอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับนักศึกษา บางคนไปร่วมกับกลุ่มกระทิงแดงด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบของพวกเขาสรุปได้ คือ พวกเขากลัวประเทศไทยจะเป็น&amp;quot;คอมมิวนิสต์&amp;quot; ที่เอาคนแก่ไปไถนาแทนควาย ทำลายวัฒนธรรมของชาติ ไม่นับถือพ่อแม่ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพวกเขาเห็นตัวอย่าง 2 เรื่อง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ปี 2518 เวียตนาม,ลาว และ กัมพูชา กลายไปเป็นคอมมิวนิสต์กันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนลาวที่พยายามหนีมาไทยตายเกลื่อนแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งกัมพูชาคนตายมากมาย ขนาดเอาหัวกระโหลกมาทำสถานที่ท่องเที่ยวได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนมีเงิน หรือ ไม่มีเงิน เริ่มหนีไปอยู่สหรัฐฯ บ้างก็ไปอยู่ฝรั่งเศสกันแล้วตอนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นักศึกษา กับพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายของไทย กลับไปแสดงความยินดีกับพวกเขมรแดง ที่ฆ่าชาวบ้านตายเป็นแสนๆคนได้อย่างยิ้มแย้มแจ่มใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มีการจัดนิทรรศการจีนแดงที่ธรรมศาสตร์ แสดงออกถึงการยอมรับลัทธิคอมมิวนิสต์ชัดเจน จนทางราชการต้องนำกำนันผู้ใหญ่บ้านลงมาดูเพื่อให้เห็นของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขายังบอกกับผมว่า จะรวมตัวตั้ง &amp;quot;ศูนย์กลางนักเรียนอาชีวะ&amp;quot; ขึ้นมาใหม่ ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะเหตุผลหลัก 2 ประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การเรียนอาชีวะควรเป็นทางเลือกหลักของการศึกษา ในยุค New Normal ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาบัณทิตตกงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ EEC ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี มากกว่าความรู้ด้านสังคมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ผมยังแอบกระซิบพวกน้องๆเค้าว่า อย่าให้ใครมาล้มโครงการนี้เชียวนา..)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีอีกหลายเรื่องราวที่พูดคุยกัน เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตตั้งแต่ ประเด็นกนกอาชีวะ ทำไมต้องบุกธรรมศาสตร์ด้วยนักเรียนอาชีวะนับพันคน แล้วกลุ่มกระทิงแดงยังอยู่กันครบหรือไม่ การสร้างภาพยนต์อาชีวะรุ่นปี 99 อันธพาลครองเมือง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกลับบ้านวันนั้น ฝ่าสายฝนมาด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นที่ยังเห็นว่าน้องๆอดีตแกนนำนักเรียนอาชีวะ ยังคงรับผิดชอบกับสังคมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่พวกเขาแสดงออกอย่างชัดเจนในวันนั้นคือ ความรักชาติ รักแผ่นดินอย่างมีวุฒิภาวะด้วยพลังของความมุ่งมั่นต่อชาติและราชบัลลังก์ ผมมั่นใจว่าจะสามารถฝากความหวังไว้กับพวกเขาได้ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67864</URL_LINK>
                <HASHTAG>14ตุลา, 6ตุลา19, การเมือง, คอมมิวนิสต์, นักเรียนอาชีวะ, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9b445ee215.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดแล้วระเบิดพระราม 9 จนมีคนเจ็บเป็นของเด็กช่างกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวความมั่นคง​ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนเหตุการณ์การลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม.เมื่อวันที่ 1-2 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ในส่วนของเหตุระเบิดที่ซอยพระราม 9 แยก 57/1 (ซอยวิเศษสุข) พื้นที่ สน.หัวหมาก ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 รายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้ควบคุมตัว นายดนุนัล เลี้ยงสอน อายุ 19 ปี และเยาวชนชาย อายุระหว่าง 15-17 ปี รวม 7 คน เป็นนักเรียนสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งมาสอบปากคำ พร้อมของกลางระเบิดแบบประดิษฐ์ทำเอง 1 ลูก อาวุธปืนปากกา 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 นัด และอาวุธมีด 2 เล่ม

ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหาสารภาพว่า ระเบิดปิงปองที่พบและเกิดระเบิดขึ้นนั้น ทางกลุ่มได้นำไปซุกซ่อนในจุดดังกล่าวเพื่อเตรียมไว้ป้องกันตัว โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในจุดอื่นๆ แต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง และพกพา ก่อนเตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขอส่งสถานพินิจฯเพื่อดำเนินคดี

ขณะที่การสอบสวนเหตุการณ์ในจุดอื่นๆ ราว 10 จุด ที่ได้จับกุมตัว นายลูไซ แซแง อายุ 23 ปี และ นายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยที่นำระเบิดมาวางหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่ จ.ชุมพร นั้น ปรากฏว่า ผู้ต้องสงสัยได้รับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริง โดยก่อเหตุเพียงแค่จุดเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับจุดอื่นๆ และยังไม่เปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจ​ ทั้งนี้​ การสอบสวนในเชิงลึกพบว่าผู้ต้องสงสัยมีชื่ออยู่ในแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบพื้นที่ชายแดนภาคใต้จริง แต่เป็นเพียงระดับปฏิบัติการ ไม่ใช่ระดับแกนนำอย่างที่มีกระแสข่าว อีกทั้งรูปแบบการก่อเหตุค่อนข้างแตกต่างจากในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่เมื่อหลังก่อเหตุแล้วจะมีการประกาศความรับผิดชอบจากทางกลุ่ม แต่เหตุการณ์ที่ กทม. ผู้ต้องสงสัยก็ไม่ทราบเกี่ยวกับการก่อเหตุในจุดอื่นๆ และไม่ประกาศความรับผิดชอบแต่อย่างใด จึงคาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจรับจ้างจากกลุ่มอื่นที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาในชายแดนภาคใต้มาก่อเหตุสร้างสถานการณ์เท่านั้น

มีรายงานอีกว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ สตช.ดูแล และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องสงสัยตามหลักสากล โดยไม่มีการซ้อมตามที่ญาติผู้ต้องสงสัยแสดงความเป็นห่วง พร้อมทั้งกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุรายอื่นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีต่อไป.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42679</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนอาชีวะ, ระเบิดปิงปอง, ระเบิดป่วนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d452dcc78c7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับมือปืนยิงเทคโน รับเปิดศึกสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจบางนาจับกุมนักเรียนช่างมือปืนยิงน้องมอสเสียชีวิต หลังหนีไปกบดานที่บางบ่อ เจอ 4 ข้อหาหนัก ให้การรับสารภาพ อ้างคนตายยั่วยุ ขณะนี้รวบตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 16 คน จากทั้งหมด 22 คน ผบก.น.5 เผยกำลังดูข้อกฎหมายเอาผิดผู้ปกครองได้หรือไม้ ที่ปล่อยปละให้ลูกหลานออกมาก่อเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางนา วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.มงคล? วรุณโณ? ผบก.น.5 ร่วมกับ พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา แถลงความคืบหน้าคดีกลุ่มนักเรียนอาชีวะไล่ทำร้ายนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวน? กก.สส.บก.น.5&amp;nbsp;และฝ่ายสืบสวน? สน.บางนา ?ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด? และทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดพระโขนงอนุมัติหมายจับไปแล้ว?ทั้งสิ้น? 8?คน? จับกุมตัวได้แล้ว? 7?คน? หลบหนีการจับกุม? 1 คน? และจากการจับกุมครั้งนี้? ตำรวจสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์? จำนวน? 8? คัน? พร้อมเสื้อผ้า? หมวกกันน็อกที่ใส่ในวันก่อเหตุ? 17?ใบ? มีด? 2 เล่ม?? พร้อมทั้งสอบปากคำโดยละเอียด? ซึ่งทุกคนให้การเป็นประโยชน์? และรับสารภาพว่าเป็นกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวจริง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคลกล่าวว่า คดีนี้มีกลุ่มผู้ต้องหารวม? 22?คน? เป็นผู้ใหญ่? 9?คน? และเยาวชน? 13?คน? จับกุมได้แล้ว? 7?คน? หลบหนีการจับกุม 1 คน? คือนาย?พีรวิชญ์? (สงวนนามสกุล) อายุ? 18?ปี? นักเรียนชั้นปีที่ 3 โรงเรียนเทคโนโลยี?ฯ และเตรียม?ขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก? 1 คน? คือนายภราดร? อยู่รักษ์? อายุ? 19?ปี? นักเรียนชั้นปีที่? 2 โรงเรียนเทคโนโลยี?ชื่อดัง โดยขณะนี้?จับกุมทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนในคดีนี้ได้แล้ว? 15?คน? และคาดว่าที่เหลือจะสามารถจับกุมได้เร็วๆ นี้จนครบทุกคน อีกทั้งจะดูข้อกฎหมายเพิ่มเติมว่าผู้ปกครองจะมีความผิดด้วยหรือไม่ ฐานปล่อยปละละเลยบุตรหลานให้ก่อเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.5 กล่าวว่า จากการสอบสวนกลุ่มผู้ก่อเหตุรับว่า? สาเหตุทั้งหมดเกิดจากเรื่องของสถาบัน? ส่วนรายละเอียดเชิงลึกว่าจะเป็นเรื่องทำร้ายผิดตัวหรือไม่ อย่างไร ต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดเสียก่อน จึงจะสามารถทราบข้อเท็จจริงในส่วนนี้? ทั้งนี้ จากการสอบสวนมีผู้ต้องหาบางรายให้การรับว่าทำระเบิดปิงปองขึ้นมาเอง? และใช้ก่อเหตุจริงในวันดังกล่าวด้วย?&amp;nbsp;ส่วนผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนนั้น? ขณะนี้ยังหลบหนีเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ? ซึ่งก็อยากให้ญาติพาเข้ามอบตัวโดยเร็ว?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้แนะนำสถาบันการศึกษาให้มีการอบรมให้ความรู้ในเรื่องของกฎหมาย? โทษของการกระทำผิด? พกพาอาวุธ? ทำร้ายร่างกายมีโทษอย่างไร? หรือกลุ่มเสี่ยงจะต้องมีการคัดแยกออกมาทำประวัติ ให้ตระหนักถึงโทษที่จะต้องได้รับและอาจเสียอนาคตได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ตำรวจ สน.บางนาได้ติดตามจับกุมตัวนายพีรวิชญ์ หรือก้อง นักเรียนอาชีวะ คนลั่นไกยิงนายชนาธิป หรือมอส เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ เสียชีวิต หลังยกพวกไล่ทำร้ายกันบนถนนศรีนครินทร์ ย่านบางนา ก่อนหลบหนีไปกบดานในบ้านพักย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ อีกทั้งการสอบสวนผู้ต้องหารายอื่นให้การซัดทอด จนศาลจังหวัดพระโขนงอนุมัติหมายจับใน 4 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.บางนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้สอบปากคำนายพีรวิชญ์ ก่อนคุมตัวไปหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและนำไปซ่อนในที่ทิ้งขยะพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบว่าใส่ปืนไว้ในถุงพลาสติกฝังดินอยู่ใต้ต้นไม้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคลเปิดเผยว่า พีรวิชญ์ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ยิงนายชนาธิปจริง โดยอ้างว่าถูกอีกฝ่ายยั่วยุ และเขม่นกันเรื่องสถาบันอยู่แล้ว จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามพร้อมเพื่อน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีเพื่อนในกลุ่มขี่รถตามกันมาปาระเบิดปิงปองก่อน 1 ลูก จากนั้นนายพีรวิชญ์ได้ใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถของผู้ตาย 1 นัด จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน โดยนายชนาธิปถูกกระสุนที่หลังเสียชีวิต สำหรับอาวุธปืนที่ตำรวจพบ เป็นปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 มม. นายพีรวิชญ์ให้การว่าซื้อมาในราคากระบอกละ 2 พันบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41956</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนอาชีวะ, ปัญหานักเรียนอาชีวะตีกัน, มือปืนยิงเทคโน, ศึกสถาบัน, สน.บางนา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39b0eb91f81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือภาครัฐ เอกชน กับสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กน้อย&amp;rdquo; พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารโดย นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน กับสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ผลงานนักเรียนอาชีวะสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ภาคใต้ รวมมูลค่าซื้อขายทั่วประเทศกว่า 138 ล้านบาท ณ วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, จ.นครศรีธรรมราช, นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์, นักเรียนอาชีวะ, นายพีระ รัตนวิจิตร, พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์, ร่วมมือ, สักขีพยาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b928c8204a8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาชีวะรุกปั้นอาชีพช่างซ่อมเรือเจ็ทสกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอศ. ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างอุตสาหกรรม s-Curve ล่าสุดสั้งอบรมอาชีพช่างซ่อมเจ็มสกี เน้นกลุ่มเป้าหมายนักศึกษาอาชีวะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ ครั้งที่ 3 ปีการศึกษา 2560 ในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนกำลังคน และเป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับ New Engine of Growth (S-Curve, New S-Curve) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้มอบหมายให้สอศ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยวิทยาลัยเทคนิคพัทยา ได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรงานบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี และหลักสูตรงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้กระทรวงศึกษาธิการจัดหลักสูตรระยะสั้นในการพัฒนาฝีมือและความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้แรงงานที่มีทักษะความรู้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการในยุคประเทศไทย 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการกล่าวต่อไปว่า การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะ เป็นการจัดอบรมที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคน โดยมุ่งส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีสุดท้าย และประชาชนทั่วไป ให้มีความสามารถทางด้านทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำมากขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน และการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นที่ปฏิบัติงานได้จริง ประกอบอาชีพได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ดร.ชาติชาย ตลุนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพัทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรงานบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี และหลักสูตรงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี เป็นหลักสูตรที่ฝึกอบรมเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี 15 ชั่วโมง และระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี 21 ชั่วโมง วิทยากรที่ให้ความรู้มาจากสถานประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับเรือเจ็ทสกี และสโมสรเรือเจ็ทสกีเมืองพัทยา โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ที่ทำงานในด้านเจ็ทสกี หรืออยากเปลี่ยนงานมาทำงานด้านธุรกิจเจ็ทสกี หรือผู้ที่เรียนจบแล้วกำลังหางานทำ &amp;nbsp; ซึ่งหลังจบหลักสูตรจะได้รับวุฒิบัตร และสามารถเข้าทำงานในสถานประกอบการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10075</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอศ., นักเรียนอาชีวะ, ประเทศไทย 4.0, สอศ., สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สุเทพ ชิตยวงษ์, เรือเจ็ทสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b099914d9cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
