<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเศรษฐศาสตร์ มธ. ชี้หลังพ้นภัยโควิดต้องยกเครื่อง &#039;ท่องเที่ยวไทย&#039; เลิกทำตลาดล่างเน้นเชิงคุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63 -&amp;nbsp;รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;โลกจะไม่เหมือนเดิม ต้องปรับ Mindset ยกเครื่อง &amp;quot;ท่องเที่ยวพรีเมียม&amp;quot; มุ่งอัพเกรดการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบหลังพ้นภัยโควิด โดยมีข้อเสนอแนะอย่างน้อย 5 ประเด็นต้องลงมือทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคงจะไม่ใช้วิธีการเดิมๆ ในการจัดการท่องเที่ยวอีกต่อไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือ &amp;ldquo;ปรับ mindset&amp;rdquo; ทั้งผู้บริหารนโยบายท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว/โรงแรม/ร้านอาหาร/ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ 1.เลิกคิดแบบเน้นปริมาณ หันมาเน้นคุณภาพ พอกันทีกับการเน้นดึงนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด เพื่อทำยอดสถิตินับรายหัว เพราะถ้ายังทำแบบเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ ก็จะยังคงอยู่ และอาจจะเลวร้ายกว่าเดิม ลองจินตนาการว่า ถ้ามีนักท่องเที่ยวจีน/ต่างชาติติดเชื้อโควิด19 แล้วมาพักที่โรงแรมแค่ 1 คน แต่เราต้องปิดโรงแรมไป 14-28 วัน มันคุ้มมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เลิกวิธีการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ หันมาเน้น Responsible Tourism การท่องเที่ยวแบบเพิ่มความรับผิดชอบ กล้าที่จะเข้มงวดเรื่องกฏระเบียบ เช่น นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อประกันเดินทาง/สุขภาพ และแสดงหลักฐานก่อนออก boarding pass ให้บินมาไทย หรือผ่านด่านชายแดนเข้าไทย ที่สำคัญ ไม่ต้องให้มี visa on arrival อีกต่อไป เพราะมันจะ&amp;rdquo;ได้ไม่คุ้มเสีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เลิกทำตลาดล่าง หันมาเน้นยกระดับ &amp;ldquo;การท่องเที่ยวแบบพรีเมียม&amp;rdquo; Premium Tourism ไม่ต้องกลัวจะไม่มีคนจีนหรือคนต่างชาติมาเที่ยวไทย เมืองไทยมีดีค่ะ เรามีเสน่ห์ เราต้องเป็น&amp;rdquo;คนสวยเลือกได้&amp;rdquo; เน้นกลั่นกรองนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ/ทำตลาดบน แล้วจะได้เม็ดเงินรายได้ที่มี margin สูง เช่น เน้นทำ Wellness Tourism การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Green Tourism การท่องเที่ยวสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Responsible Tourism การท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ต้องใช้โอกาสในระหว่างนี้ ออกแบบทุกอย่างเพื่อรักษาระยะห่าง social distancing รวมทั้งออกแบบสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆแบบ universal design for all เช่น รองรับรถเข็น Wheelchair ? ? เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุด้วย aging society&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ที่สำคัญ คือ การนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการเพื่อการท่องเที่ยว การพัฒนา application เพื่อบันทึกข้อมูลนักท่องเที่ยวและใช้ติดตามตัวในระหว่างท่องเที่ยวในไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาแล้วที่เราต้อง&amp;rdquo;ยกเครื่อง&amp;rdquo; transforming อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64337</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ท่องเที่ยวพรีเมียม, นักเศรษฐศาสตร์, รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea57c0c3e1c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!อาลัย‘ดร.เดือนเด่น’ ‘ต้นปาล์ม’ล้มทับเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แห่อาลัย &amp;quot;ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์&amp;quot; นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ เกิดอุบัติเหตุต้นปาล์มในบ้านล้มทับเสียชีวิต สวดพระอภิธรรมคืนแรก 2 พ.ย. วัดธาตุทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 11.30 น. ร.ต.อ.สามารถ แก้วทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน เดินทางไปตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 30 ซอยเอกมัย 12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ภายหลังรับแจ้งว่าช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.30 น. ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการวิจัยด้านบริหารการจัดการระบบเศรษฐกิจฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจรายสาขา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประสบอุบัติเหตุถูกต้นไม้ล้มทับภายในบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนคนภายในบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลคามิลเลียน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวหลายหลังปลูกในพื้นที่ส่วนตัว เนื้อที่กว่า 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ จากการตรวจสอบบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน พบตอต้นปาล์มความยาวประมาณ 4-5 เมตรล้มฟาดอยู่กับม้านั่งหินอ่อนและชิงช้า ได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าต้นปาล์มต้นดังกล่าวยืนต้นตายอยู่มาเป็นเวลานานจนโคนต้นพุพังจากข้างใน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ดร.เดือนเด่นพร้อมคนรับใช้ได้เดินออกกำลังกายบริเวณสวนหน้าบ้าน ซึ่งมีโต๊ะม้านั่ง &amp;nbsp; ชิงช้า และเครื่องเล่นตั้งวางอยู่ จู่ๆ ต้นปาล์มต้นดังกล่าวค่อยๆ &amp;nbsp;เอนล้มมาทาง ดร.เดือนเด่นที่ยืนอยู่บริเวณดังกล่าวพอดี ซึ่ง ดร.เดือนเด่นก็ได้หลบต้นปาล์มแล้วแต่ไม่พ้น ถูกทับบริเวณขา จน ดร.เดือนเด่นเสียหลักล้มลงศีรษะฟาดเข้ากับเครื่องเล่นซึ่งเป็นเหล็กได้รับบาดเจ็บและหมดสติ ก่อนที่จะมีผู้ให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.คามิลเลียนและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะได้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนที่จะมอบศพให้ญาติรับดำเนินการทางศาสนาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานสวดพระอภิธรรมนั้น จะจัดที่วัดธาตุทอง ศาลาสิทธิสยามการ (ศาลา 4) โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในวันที่ 2 พ.ย. เวลา 15.00 น. จากนั้นจะสวดพระอภิธรรม เวลา 18.30 น. โดยจะมีสวดพระอภิธรรม 7 คืน จากนั้นครอบครัวจะบรรจุและเก็บไว้ที่วัดประมาณ 2 เดือน โดยจะประชุมเพลิงสัปดาห์แรกของเดือน ม.ค. 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจากไปอย่างกะทันหันของ ดร.เดือนเด่น ได้สร้างความเสียใจให้กับสถาบันทีดีอาร์ไอและวงการนักวิชาการอย่างมาก โดยมีนักวิชาการชื่อดังหลายคนได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจและไว้อาลัย ดร.เดือนเด่น อาทิ ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง ทีดีอาร์ไอ &amp;quot;สุดอาลัยเพื่อนร่วมงานที่น่าคบหามากที่สุดคนหนึ่ง จะจดจำความดีและความงามในจิตใจของอุ๋ยตลอดไป ..... RIP&amp;quot;,&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต &amp;quot;ท่านเป็นนักวิชาการ นักวิจัย ที่ยกระดับความรู้ ความเข้าใจในมิติเศรษฐศาสตร์ของคนในสังคมได้มากมาย งานของท่านเกือบทุกชิ้นล้วนมีข้อค้นพบใหม่ๆ โดยเฉพาะการชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของธุรกิจผูกขาดและความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า สิทธิผู้บริโภค ผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน ...ต้องยอมรับว่าแวดวงเศรษฐศาสตร์เราได้สูญเสียนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศไปหนึ่งคน ในฐานะสมาชิกของสังคม เราได้สูญเสียทรัพยากรอันทรงคุณค่าของประเทศไปอย่างน่าเศร้าใจ..&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สมลักษณ์ หุตานุวัตร นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม &amp;quot;เป็นความสูญเสียที่ใหญ่หลวงที่สุดในด้านวิชาการของยุคสมัย อาจารย์เดือนเด่น เป็นนักวิชาการบริสุทธิ์จากฝักฝ่าย เคยร่วมเป็นอนุกรรมาธิการในวุฒิสภาด้วยกันก่อนยุค คสช. ทำหน้าที่อย่างปราดเปรื่อง กล้าหาญ หาตัวจับได้ยาก เราไม่มีคำใดจะเอ่ยได้สมกับความสูญเสียที่เกินคาดหมายนี้ เมื่อคืนนี้เพิ่งดูรายการย้อนหลัง ที่อาจารย์สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ (สามีอาจารย์เดือนเด่น) ช่อง The Standard คิดว่าสองสามีภรรยานี้คืออนาคตที่มีค่าของงานวิชาการไทย เสียดายเหลือเกิน เสียดายจริงๆ ...&amp;quot; เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ดร.เดือนเด่น จบการศึกษาสูงสุด เศรษฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ มลรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2531 ร่วมงานกับมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เมื่อปี 2531 ในตำแหน่งรองนักวิจัย ฝ่ายอุตสาหกรรม การค้า และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก่อนเติบโตในสายงานตามลำดับ อีกทั้งยังมีผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะการวิจัยปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย นโยบายการแข่งขัน การป้องกันการผูกขาด นโยบายการค้าบริการ และการลงทุนระหว่างประเทศ ความตกลงการค้าระหว่างประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์) เมื่อปี 2550-2551, ผู้อำนวยการวิจัยด้านบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจฝ่ายวิจัย เศรษฐกิจรายสาขา ทีดีอาร์ไอ ปี 2551 ถึงปัจจุบัน, อนุกรรมาธิการทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญหาและการค้าระหว่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อปี 2554-2556, อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปี 2554 ถึงปัจจุบัน เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49292</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์, นักเศรษฐศาสตร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกิดอุบัติเหตุต้นปาล์มในบ้านล้มทับเสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbaebb1d5199.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “นักวิชาการ” มองปมการเมืองชนวนระเบิดป่วนกรุงเทพฯ กังวลประท้วงวุ่นเกิดซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 62 นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด เปิดเผยว่า คาดว่าเหตุการณ์ระเบิดจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ลดลง โดยหลังจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะมีความชัดเจนและสามารถควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้จบได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ ทำให้ยังประเมินได้ยากว่าเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครนี้จะส่งผลกระทบในระยะยาวกับเศรษฐกิจไทยอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ยังต้องรอติดตามสถานการณ์ระเบิดทั่วเมืองต่อไปว่าทางการจะสามารถดูแลเหตุการณ์ให้กลับมาเป็นปกติได้เร็วแค่ไหน โดยขณะนี้มองว่ายังไม่น่าจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยมากนัก
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่าเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดในขณะนี้ สร้างความตกใจให้กับประชาชนอย่างมาก แต่ยังต้องรอดูรายละเอียดต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วระเบิดที่พบนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม&amp;rdquo; นายเชาว์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์ระเบิดในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ว่า มองว่าเหตุการณ์ระเบิดนี้สร้างความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง สร้างความกังวลให้ประชาชนและนักลงทุน ทำให้มองว่าในอนาคตภาคการเมืองอาจจะขาดเสถียรภาพ จนอาจส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง การประท้วงภายในประเทศ ย้อนกลับมาอีกครั้งเหมือนในอดีต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนและนักลงทุน เกิดความลังเลใจ และไม่มั่นใจ จนเป็นเหตุให้เกิดการชะลอการลงทุนและการบริโภค และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ที่ในขณะนี้ก็มีปัญหาการชะลอตัวอยู่แล้ว โดยเบื้องต้นศูนย์พยากรณ์ฯ ยังไม่ได้มีการปรับประมาณการณ์จีดีพีไทยปี 2562 ใหม่ ยังคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 3.5 ซึ่งเหตุการณ์ระเบิดยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีผลกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากแค่ไหน ตอนนี้อาจจะยังเร็วไปที่จะสรุปความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุการณ์ระเบิดในขณะนี้ สร้างความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความไม่สงบภายในบ้านเมือง ซึ่งเบื้องต้นหลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวโยงกับการเมืองมากกว่าการก่อการร้าย หรือความบาดหมางระหว่างบุคคล เพราะการระเบิดไม่ได้มุ่งไปที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยหลังจากนี้ต้องติดตามดูว่าฝ่ายความมั่นคงว่าจะสามารถควบคุมเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้หรือไม่ เพราะหากเกิดปัญหาระเบิดขึ้นอีก มีความถี่ซ้ำ ๆ ก็จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น และยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยมีปัญหามากขึ้นไปด้วย&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า มองว่าเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน และกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมกับเศรษฐกิจ จากปัจจุบันที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาลงอยู่แล้ว จากปัญหาสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบกับภาคการส่งออกอย่างรุนแรง ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้น ก็ทำให้ประชาชนและนักลงทุนไม่เชื่อมั่น และไม่มั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้เกิดความเสี่ยงซ้ำซ้อนกับเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ขยายตัวได้ถึง 3% ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42531</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิชาการ, นักเศรษฐศาสตร์, ระเบิดป่วนเมือง, สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์, อมรเทพ จาวะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c106b07ee256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
