<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับได้แล้วนักโทษแหกคุกคลองด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2564 จากกรณีที่มีนักโทษชายหลบหนีออกจากเรือนจำกลางสมุทรปราการ เมื่อตีสามของวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เรือนจำกลางสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่เรือนจำธัญบุรี เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เรือนจำกลางราชบุรี และ นาย ยุทธนา &amp;nbsp;นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ นำกำลังไปปิดล้อมจับกุมตัว นายฉัตรชัย &amp;nbsp;หรือแชมป์ สงพรมทิพย์ &amp;nbsp;อายุ 34 ปี ซึ่งได้กระทำความผิดฐาน &amp;ldquo;ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกเคหสถาน โดยสามารถจับกุมตัวนักโทษรายนี้ได้ในป่าโปร่งแห่งหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ป่าติดทุ่งนา เขตรอยต่อระหว่างตำบล เจดีย์หัก และ ตำบลเขางู ที่บ้านรางไม้แดง จ.ราชบุรี หลังจากที่ ผบ.เรือนจำกลางสมุทรปราการได้รับแจ้งเบาะแสพบเห็นนักโทษรายนี้เข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจนจับกุมตัวเอาไว้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผบ.เรือนจำกลางสมุทรปราการ เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า หลังจากที่นักโทษชายรายนี้ได้อาศัยช่วงที่ฝนตกหนักและลมพัดแรง จนทำให้กลอนล็อกประตูช่องส่งอาหารที่ตู้คอนเทรนเนอร์ศูนย์พักคอยนักโทษ มีการขยับตัวจนหลุดจึงเป็นโอกาสให้นักโทษชายคนดังกล่าวอาศัยจังหวะนั้นมุดลอดช่องส่งอาหารหลบหนี หลังจากทราบเรื่องได้สั่งการระดมกำลังกันออกค้นหาจนไปพบข้อมูลว่านักโทษชายรายนี้ได้ไปก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่เทศบาลคลองด่านที่จอดรถไว้ด้านหลังเทศบาลเพื่อใช้ในการหลบหนี จากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีในการติดตามหาเบาะแสของนักโทษรายนี้ จนทราบว่าหลบหนีไปหาเพื่อนในจังหวัดราชบุรี และมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมีอดีตนักโทษชายในเรือนจำราชบุรีรายหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายแชมป์ ได้ออกมาให้ข้อมูลถึงอุปนิสัยและการใช้ชีวิตประจำวันของนายแชมป์ รวมถึงแหล่งกบดานที่หน้าเชื่อว่านายแชมป์จะไปหลบซ่อนตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ มาอดีตนักโทษชายเพื่อนของนายแชมป์ ได้พบเห็นนายแชมป์ ในละแวกที่จับกุมตัว จึงนำกำลังเข้าพื้นที่กระจายกำลังปิดล้อมจนพบตัวและสามารถเข้าจับกุมตัวได้พร้อมกับของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุมา ก่อนควบคุมตัวกลับมาควบคุมยังเรือนจำกลางสมุทรปราการ พร้อมทั้งประสานพนักงานสอบสวน สภ.คลองด่าน เข้าแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหา หลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าพนักงานและลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจรหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อสะดวกแก่การหลบหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116412</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษชาย, หลบหนีออกจากเรือนจำกลางสมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d5bc7a3d6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบหัวโจกเผาคุก พบคนมีสีเข้าเยี่ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับแล้ว &amp;quot;ไอ้นพ&amp;quot; นักโทษชายที่แหกคุกเรือนจำบุรีรัมย์รายสุดท้าย ขณะหนีกบดานในป่าใกล้บ้านเกิดในสภาพอิดโรย เผยประวัติเข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่น ญาติสุดดีใจเห็นไอ้นพปลอดภัย ขณะตำรวจคุมตัวส่งร้อยเวรดำเนินคดี &amp;quot;รมว.ยธ.&amp;quot; เผยหัวโจกปลุกปั่นเผาเรือนจำมีประวัติโชกโชน ทั้งยังมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ระบุมูลค่าเสียหายเรือนจำบุรีรัมย์หลายสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ต.อ.อัษฎไนย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง, พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.ป.ฯ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์, ร.ต.อ.สุวัฒน์ นามมงคล สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัด, สภ.คูเมือง, สภ.เมืองบุรีรัมย์ และฝ่ายปกครอง อ.คูเมือง ได้สนธิกำลังติดตามไล่ล่าจับกุมนักโทษชายธัณยพงศ์ สินพูน หรือนพ อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังที่ร่วมกันก่อเหตุจลาจล เผาเรือนจำและหลบหนีออกจากเรือนจำเมื่อช่วงสายของวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ น.ช.ธัณยพงศ์ ได้มาอยู่แถวบริเวณป่าใกล้กับลำคลองคูเมืองโบราณของหมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ น.ช.ธัณยพงศ์ ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังปูพรมค้นหา กระทั่งพบรถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าที่ น.ช.ธัณยพงศ์ได้ขโมยมาจากหอพักใกล้กับเรือนจำ ขณะหลบหนีถอดทิ้งไว้ ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักรอบหมู่บ้านโนนเมืองและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงจัดชุดเดินเท้าสำรวจตามหมู่บ้าน ป่า ทุ่งนา และไร่อ้อยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ก็พบตัว น.ช.ธัณยพงศ์แอบซุกซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มไม้ริมถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง บ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ในสภาพอิดโรย จึงเข้าทำการควบคุมตัว ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนและควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของ สภ.คูเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน น.ช.ธัณยพงศ์ ให้การยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนพร้อมกลุ่มนักโทษได้ทุบกำแพงพร้อมตัดกรงเหล็กออกมาจากบริเวณช่องทางเยี่ยมญาติของเรือนจำบุรีรัมย์ แล้วพากันวิ่งหลบหนีข้างกำแพงเรือนจำ วิ่งอ้อมไปทางด้านหลังเรือนจำ พอไปถึงโรงแรมหรือหอพักได้พากันเข้าไปขโมยเสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนี โดยได้แยกย้ายกันหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นตนเองวิ่งตกลงไปในบ่อระเบิดหิน และได้หลบซ่อนตัวอยู่ในนั้น กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนจึงได้ปีนขึ้นมาจากบ่อระเบิดหิน แล้วไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณหอพักของน้องสาวที่หมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ตนได้ฝากไว้ก่อนถูกจับกุม แล้วขี่หลบหนีมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านโนนเมืองซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่า กระทั่งช่วงสายทราบว่าได้มีตำรวจติดตามจับกุมตัว จึงได้จอดรถจักรยานยนต์และถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ ก่อนจะเดินหลบหนีและซุกซ่อนตัวอยู่ตามป่าและทุ่งนาเรื่อยมา จนถึงหมู่บ้านผักกาดหญ้า และมาถูกจับกุมตัวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ช.ธัณยพงศ์บอกด้วยว่า เหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ ตนทราบเพียงว่าก่อนหน้านี้ได้มีขาใหญ่ในเรือนจำได้เรียกตัวพ่อบ้านของแต่ละบ้าน คือขาใหญ่ของนักโทษแต่ละอำเภอ ไปพูดพูดคุยกันว่าจะทำการแหกคุกในวันที่ 29 มี.ค.63 โดยระหว่างที่ตนกำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ ได้เห็นเพื่อนนักโทษลุกฮือก่อเหตุจลาจล ตนจึงได้ไปร่วมกับเพื่อนนักโทษช่วยกันทุบทำลายกำแพงประตู ตัดกรงเหล็กแล้วทำการหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ช.ธัณยพงศ์ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจับกุมตัวได้พร้อมกับแฟนสาวที่หมู่บ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 1,000 เม็ด ยาไอซ์จำนวนหนึ่ง อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกกว่า 100 นัด โดยขณะทำการจับกุม น.ช.ธัณยพงศ์ได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย นอกจากนี้ยังเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว และเพิ่งพ้นโทษมาได้เมื่อประมาณต้นเดือน ม.ค.63 ก่อนจะถูกจับกุมครั้งล่าสุดอีกเมื่อเดือนต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อและแม่ รวมถึงญาติพี่น้องของ น.ช.ธัณยพงศ์ ต่างโผเข้ากอดด้วยความดีใจ ขณะเดินทางมาเยี่ยมระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อฝากขังและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า &amp;ldquo;หลบหนีไปจากเรือนจำระหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัว น.ช.ธัณยพงศ์ เจ้าหน้าที่ได้นำหน้ากากอนามัยมาให้สวมใส่และพาไปล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และตรวจอุณหภูมิวัดไข้อยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนและนำตัวเข้าฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุ?จลาจลในเรือนจำบุรีรัมย์ว่า จากการสอบสวนนายทีระชัย ชัยยะบัญชร หัวโจกในเรื่องนี้ที่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำมีปัญหากับผู้อื่นตลอด มีประวัติตั้งแต่เป็นเยาวชนถูกจับกุมให้อยู่ที่สถานพินิจฯ เคยติดคุกที่เรือนจำภาคเหนือ ก่อนย้ายมาเรือนจำบุรีรัมย์จนได้รับการปล่อยตัว เมื่อออกไปไม่สำนึกยังทำความผิดซ้ำจนกลับมาติดคุกอีกครั้งที่เรือนจำบุรีรัมย์ และศาลได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องขังถือเป็นคนสมองดี จึงคิดแผนปลุกปั่นให้ผู้ต้องขังกลัวโควิด-19 จนเกิดเหตุการณ์เผาเรือนจำขึ้น นอกจากนี้ผู้บัญชาการเรือนจำได้จับตามโดยตลอด เพราะพบว่ามีการเยี่ยมญาติถี่ และมีคนมีสีมาเยี่ยมด้วย โดยชื่อจะปรากฏในชั้นสอบสวนต่อไป&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว และว่า สำหรับมูลค่าการเสียหายอาคารเรือนนอนที่ถูกเผา 3 หลัง ราคาหลังละ 20 ล้านบาท ส่วนจุดอื่นๆ ที่ถูกทำลายประมาณ 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ขณะที่การสอบสวนได้ตั้งคณะกรรมการออกเป็น 2 ชุด คือ 1.สอบผู้ต้องขัง 2.สอบผู้บัญชาการเรือนจำถึงสาเหตุที่เกิด ส่วนญาติพี่น้องที่มีความกังวลในการย้ายผู้ต้องขังว่าไปอยู่ที่ใดบ้าง สามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ หรือติดต่อไปยังเทศบาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่เป็นศูนย์แจ้งว่าผู้ต้องขังอยู่ที่ไหนบ้าง และอีกช่องทางหนึ่งคือเฟซบุ๊กของกรมราชทัณฑ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61631</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษชาย, เผาเรือนจำ, เผาเรือนจำบุรีรัมย์, เรือนจำบุรีรัมย์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แหกคุกเรือนจำบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e83519431646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
