<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดรามาอย่างแรง &#039;โตโต้&#039; ครวญเอาเราไปขังเหมือนตั้งใจเอาเราไปฆ่าให้ตายด้วยเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - นายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าหลังจากตัวเลขที่ทางกรมราชทัณฑ์เปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ สำหรับผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำทั้งสองแห่ง คือ ทัณฑสถานหญิงกลาง (คลองเปรม) 1,040 ราย และเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 1,795 ราย รวมทั้งสองแห่งเป็น 2,835 ราย นี่คือตัวเลขที่ไม่ได้บอกละเอียดชัดว่าอัพเดทล่าสุดเมื่อไร และมีอาการหนักหรือมีการเสียชีวิตไปแล้วกี่ราย รวมถึงว่านี้คือตัวเลขของเรือนจำเพียง 2 แห่งจาก 144 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยให้สัมภาษณ์ &amp;nbsp;และโพสต์เพื่อตั้งคำถามต่อมาตรการดูแล และจัดการเรื่องโควิด-19 ภายในเรือนจำ มาก่อนหน้านี้หลายวันตั้งแต่ผมอยู่ข้างใน จนออกมาข้างนอก ทนายของเราหลายคนพยายามร้องขอต่อศาลว่า พวกเราที่อยู่ข้างในนั้นอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดภายในเรือนจำ ขอให้ศาลเร่งพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวเราก่อนจะสายไป แต่ก็ไร้ผล สุดท้ายก็ถึงวันที่เรารู้สึกว่า หรือพวกเขารวมหัวกันเอาเราไปขังเหมือนตั้งใจเอาเราไปฆ่าให้ตายด้วยเชื้อโควิด ถ้าเพื่อนเราไม่ติดกันอย่างนี้ สังคมภายนอกคงไม่มีทางรู้ว่าเรือนจำกำลังเป็นแหล่งเพาะเชื้อฯ และคงไม่มีใครสนใจเพื่อนมนุษย์ในแดนสนธยาที่แม้ใครจะเจ็บจะตายก็ยากที่ใครจะรับรู้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าเสียงเรียกร้องของพวกเราที่มีความหวังดีต่อทุกหน่วยงานภายใต้สถานการณ์เลวร้ายนี้จะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และมีประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มต้นจากการที่ศาลต้องให้ประกันตัวผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด หรือมีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ต้องขังทางการเมืองที่ทยอยติดกันวันเว้นวัน อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแน่นอนว่า จบงานนี้ต้องมีคนรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เราจะไม่ยอมให้ใครมาพรากอิสระภาพเราไป แล้วยังมาหมายเอาชีวิตเราด้วยความละหลวมโดยจะตั้งใจก็ดีหรือไม่ตั้งใจก็ดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102779</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษติดโควิด, ปิยรัฐ จงเทพ, วีโว่, เรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_609356b7489db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กวิ้น-แอมมี่โล่งไม่ติดเชื้อ จาตุรนต์โหนปล่อยเพื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เพนกวิน-แอมมี่&amp;rdquo; โล่ง ผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ&amp;nbsp; ส่วน &amp;ldquo;ไผ่ ดาวดิน&amp;rdquo; รอตรวจซ้ำอีกรอบ เลขาฯ สมศักดิ์ปัดข่าวนักโทษติดโควิดแหกคุกนราธิวาส &amp;ldquo;จาตุรนต์&amp;rdquo; ได้ทีโหนบอกปล่อยเพื่อนเราออกมารักษาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน ยังคงมีความคืบหน้ากรณีนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน แกนนำกลุ่มราษฎร และจำเลยคดีมาตรา 112 ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า เรือนจำได้สวอบตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังร่วมแดนกักโรคที่เสี่ยงสูง ผู้สัมผัสใกล้ชิดนายชูเกียรติรวม 30 คน โดยผลการตรวจโควิด-19 ในกลุ่มแกนนำราษฎรรายอื่นๆ ที่อยู่แดนกักโรคเดียวกับนายชูเกียรติ 3 ราย เบื้องต้นเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 ได้แก่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ และนายเฉลิมพงษ์ คำวงศ์ ส่วนนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ได้รับการปล่อยตัวแล้วหลังยื่นขอประกันตัวเมื่อวันศุกร์ที่ 23 เม.ย. จะมีการกักตัวและตรวจซ้ำอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตยังกล่าวถึงกรณีข่าวนักโทษติดโควิด-19 หลบหนีจากที่คุมขัง (ศูนย์บำบัดยาเสพติดกองร้อย อส.) จ.นราธิวาส ว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้หลบหนี 13 คน มีรายชื่อตรงกับผู้ได้รับการปล่อยตัว 7 คน ซึ่งเป็นผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ไม่ใช่นักโทษของเรือนจำจังหวัดนราธิวาส และสถานตรวจพิสูจน์ฯ ได้มีหนังสือปล่อยตัวไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. ซึ่งทั้ง 13 คน มีภาวะความเสี่ยง จึงนำตัวเข้ากักโรคในกองร้อย อส. อ.เมืองฯ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนาม อยู่ในการดูแลของทหาร โดยผ่านการกักโรคไปแล้ว 7 วัน แต่กลับเกิดการหลบหนี ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวกลับค่ายเรียบร้อยแล้ว
นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในผู้สัมผัสใกล้ชิดนายชูเกียรติที่มีความเสี่ยงสูง 35 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 9 ราย และผู้ต้องขัง 26 ราย ซึ่งรวมถึงแกนนำกลุ่มราษฎรด้วยนั้น ผลการตรวจทั้ง 35 ราย ไม่พบเชื้อ แต่ยังต้องแยกกักตัวกลุ่มดังกล่าวเป็นเวลา 14 วัน และทำการตรวจหาเชื้อช้ำอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลว่าปลอดเชื้อ
นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น 10 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 1 ราย และผู้ต้องขัง 9 ราย โดยผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ 8 ราย เป็นผู้ช่วยงานเจ้าพนักงานเรือนจำ ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และได้แยกกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดรายอื่นๆ และตรวจหาเชื้อเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยังไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำชั้นใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ปล่อยแกนนำนักศึกษาออกมารักษาตัว&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาว่า การคุมขังแกนนำนักศึกษาไว้ในเรือนจำโดยไม่ให้ประกันตัว มีปัญหาทั้งทางรัฐธรรมนูญและกฎหมายอยู่แล้ว แต่ขณะนี้เมื่อพบว่าผู้ต้องขังบางรายติดเชื้อโควิด-19 ผู้ต้องขังที่ติดเชื้อและผู้ต้องขังอื่นที่อยู่ใกล้ชิดกันจึงยิ่งสมควรได้รับการประกันตัวออกมาเพื่อการดูแลกักตัวและรักษาพยาบาล ข้ออ้างในการไม่ให้ประกันตัว เช่น เกรงจะหลบหนี&amp;nbsp; หรือไปก่ออันตรายประการอื่น จึงยิ่งเป็นเรื่องไม่มีสาระอย่างสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ต้องขังอย่างเพนกวินและรุ้งนั้นอดอาหารมาคนละหลายวัน ร่างกายย่อมอ่อนแอ ภูมิต้านทานโรคต่ำ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป่วยหนักจากโควิด-19 อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ผู้มีอำนาจหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายจึงไม่ควรนิ่งดูดาย แต่ต้องหาทางให้พวกน้องๆ หรือลูกหลานเหล่านี้ได้ออกมารับการดูแลรักษาโดยเร็วที่สุด หากไม่คำนึงถึงความยุติธรรม อย่างน้อยก็ควรนึกถึงมนุษยธรรมกันบ้าง&amp;rdquo; นายจาตุรนต์โพสต์ก่อนติดแฮชแท็กปล่อยเพื่อนเรา และปล่อยแกนนำนักศึกษาออกมารักษาตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100715</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นักโทษติดโควิด, ผลตรวจโควิด, ผู้ต้องหาติดโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_608577313e749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาโควิดพม่า2สัปดาห์ถึงชายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สธ.ขยายวงค้นหาผู้สัมผัสนักโทษติดโควิดขยับเป็น 990 คน ตรวจแล้ว 520 รายเป็นลบยังไม่พบติดเชื้อเพิ่ม ผวาโควิดเมียนมาลามหนัก คาด 2 สัปดาห์ระบาดถึงชายแดนไทย ประสาน อสม.-ชุมชนคุมเข้ม สั่ง รพ.เช็กอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อมใช้ได้ 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพักในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ โดยเป็นชายไทย อายุ 27 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางจากประเทศอินเดียมาถึงไทยเมื่อวันที่ 1 ก.ย. (เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 1 ราย) เข้าพัก State Quarantine ใน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 5 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&amp;nbsp; ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 3,445 ราย ขณที่มีผู้ป่วยรักษาหายแล้วอยู่ที่ 3,281 ราย และยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 106 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงเดิมที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยรายล่าสุดเป็นผู้ต้องขังแรกรับ ขอให้ทุกคนอย่าตระหนก แต่เพิ่มความตระหนักถึงการป้องกันโรค ยังสามารถท่องเที่ยว หรือสังสรรค์ได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท ทั้งในส่วนผู้ประกอบการที่ต้องดูแลไม่ให้เกิดความเสี่ยงแพร่เชื้อ ต้องมีการคัดกรองอุณหภูมิผู้เข้าใช้บริการและพนักงานทุกคนอย่างเคร่งครัด จัดพื้นที่เว้นระยะห่าง จัดจุดลงทะเบียน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ส่วนนักเที่ยว/ผู้ใช้บริการ อย่าละเลยการสวมหน้ากากอนามัย, แยกจาน แก้ว ช้อน ไม่ดื่มกินร่วมภาชนะเดียวกัน ที่สำคัญคือต้องลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะทุกครั้ง เพราะเมื่อพบผู้ติดเชื้อจะง่ายต่อการติดตามผู้สัมผัสมาตรวจและเฝ้าระวังโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศ พบผู้ติดเชื้อในประเทศเพียง 1 ราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตามผู้สัมผัส เร่งรัดการสอบสวนโรค เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาด ซึ่ง สธ.ได้ย้ำอยู่เสมอว่า การไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้ติดเชื้อปะปนอยู่ในสังคม อาจเป็นผู้ที่ไม่แสดงอาการก็เป็นได้ สิ่งสำคัญที่ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนคือ ป้องกันตัวเองให้เป็นนิสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรมควบคุมโรค ได้รายงานความคืบหน้าในการลงพื้นที่สอบสวนโรคเพื่อค้นหาและติดตามตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ต้องขังชายที่ติดโควิด-19 เพื่อเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยสรุปผลการค้นหาผู้สัมผัสรวม 990 คน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 118 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 856 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 16 คน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่ลงทะเบียนทางแอปพลิเคชัน BKK COVID ของ กทม.&amp;nbsp;และส่งตรวจ 520 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ ไม่พบสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศเมียนมาค่อนข้างน่าเป็นห่วงมาก พบว่ามีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มวันละร้อยกว่าราย และเริ่มพบในหลายๆ เมือง จากพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ คือรัฐยะไข่ ตอนนี้เริ่มเข้ามาทางตอนกลางของประเทศเมียนมาแล้ว แน่นอนว่าทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น และแม้ว่าตอนนี้พื้นที่การระบาดจะอยู่ห่างไกลจากชายแดนไทย แต่มีการคาดการณ์ว่าประมาณ 2 สัปดาห์ การระบาดจะขยายพื้นที่มาถึงพื้นที่แถบชายแดนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งทหาร ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งบุคลากรการแพทย์ ต่างเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นตามแนวชายแดน หากตรวจจับได้ต้องมีการตรวจสอบและกักกัน ดังนั้นขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่าปล่อยให้มีการลักลอบเข้ามาในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะพรมแดนธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเกาหลีใต้รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากประเทศไทยนั้น ตอนนี้ได้ประสานขอข้อมูลไปยังกระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลกลับมา ทราบเพียงรายงานจากสื่อทางเกาหลีใต้เท่านั้นว่าเป็นชายอายุ 50 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 กล่าวว่า จากกรณีที่พบแรงงานต่างชาติลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านบริเวณพรมแดนธรรมชาติในเขตพื้นที่จังหวัดตาก ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่อาจนำเชื้อโควิด-19 ที่กำลังระบาดในประเทศเพื่อนบ้านเล็ดลอดเข้าสู่ประเทศไทยได้ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ยังไม่มีมติอนุมัติให้แรงงานต่างชาติสามารถเข้าประเทศผ่านชายแดนได้ นอกจากกระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังที่ด่านชายแดนปกติแล้ว ยังได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและปกครอง โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประชากรต่างด้าว (อสต.) ร่วมตรวจสอบพื้นที่ หากพบความผิดปกติ หรือคนแปลกหน้าในชุมชน จะประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ภาณุมาศกล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตากเร่งสำรวจอุปกรณ์ในการป้องกันโรคจากทุกโรงพยาบาลในสังกัด ได้แก่ ชุดกาวน์, ชุด Cover all, หน้ากาก N95, Shoe Cover, Surgical hood, Long glove, Face shield, Surgical mask พบว่าอุปกรณ์ป้องกันดังกล่าวมีเพียงพอใช้ประมาณ 1-3 เดือน เพื่อเตรียมไว้ใช้หากพบผู้ติดเชื้อ และได้ขอการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันจากส่วนกลางสำรองไว้เพิ่มเติมหากเกิดการระบาดในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยถึง สถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศรอบบ้านโดยเฉพาะประเทศเมียนมา ซึ่งสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงและมีความกังวลและเสี่ยงสูงที่อาจเกิดการแพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่ชายแดน และเกิดการระบาดในไทยระลอก 2 ขึ้น หากประมาทและละเลยต่อมาตรการควบคุมที่กำหนด พล.อ.ประวิตรจึงได้ย้ำสั่งการกับฝ่ายปกครอง กระทรวงแรงงาน ตำรวจและทหาร ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดในทุกจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศเมียนมา โดยขอให้ตื่นตัวคุมเข้มเฝ้าระวังและคงมาตรการทางสาธารณสุขที่กำหนดอย่างเข้มข้น ทั้งกับการผ่านเข้าเมืองของคนไทยตามช่องทางผ่านแดนและการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยขอให้ใช้บทเรียนจากการฝึกร่วมกันที่ผ่านมาเตรียมความพร้อมของกลไกศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของจังหวัด และพัฒนาแผนเผชิญเหตุให้มีความสมบูรณ์รองรับหากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดในระดับพื้นที่ขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ระดับอำเภอและหมู่บ้านชายแดนของแต่ละจังหวัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตรยังได้ย้ำว่า ขอให้กองกำลังป้องกันชายแดนของทหารเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการป้องกัน และความถี่ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจชายแดนทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางผ่านแดนทางธรรมชาติตามแนวชายแดน ทั้งนี้หากพบการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ให้ดำเนินตามมาตรการทางกฎหมายและการควบคุมโรคที่กำหนดอย่างจริงจัง&amp;nbsp; โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76770</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขยายวงค้นหา, นักโทษติดโควิด, ยังไม่พบติดเชื้อเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f56356c7d5da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดโควิดรอบ100วัน นักโทษวัย37ปีเป็นดีเจ3ผับ/สั่งตรวจ-กักตัวผู้ใกล้ชิด63คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โควิดโผล่ในไทย! จบสถิติ 100 วันไร้ติดเชื้อในประเทศ สธ.เผยนักโทษ 1 รายติดโควิด พบป่วยขณะอยู่ในแดนแรกรับ&amp;nbsp; ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ ไล่ไทม์ไลน์เป็นดีเจผับ 3 แห่ง สั่งตรวจ-กักกันผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงรวม 63 คน ปิดสถานบันเทิงทั้งสาม 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 2 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,427 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 3 ราย ยอดหายป่วยสะสมรวม 3,277 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 92 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย มาจากอินโดนีเซีย เป็นนักศึกษาชายไทยอายุ 22 ปี เดินทางมาถึงไทยวันที่ 20 ส.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 2 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 1 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 2 เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เป็นหญิงไทยอายุ 23 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 21 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ กรุงเทพฯ และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 1 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 26,177,586 ราย รักษาหายแล้ว 18,442,235 ราย เสียชีวิต 867,347 ราย ขณะที่เที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับวันที่ 3 ก.ย. จำนวน 486 คน จากอินโดนีเซีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา และวันที่ 4 ก.ย. จำนวน 482 คน จากจีน คาซัคสถาน ไต้หวัน สิงคโปร์ ตุรกี และเอธิโอเปีย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีผู้ต้องขัง 1 คน ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้ต้องรายดังกล่าว เป็นชายอายุ 37 ปี ต้องโทษคดียาเสพติด ถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางเมื่อวันที่ 26 ส.ค.63 โดยทางเรือนจำได้แยกขังตามระเบียบเพื่อคัดกรองโรค 14 วัน จากนั้นมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อ จึงพบว่ามีเชื้อโควิด-19 ส่วนเพื่อนผู้ต้องขังที่นอนร่วมห้องขัง รวม 32 คน ผลตรวจเบื้องต้นเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบเรื่องนี้แล้ว จึงให้กระทรวงสาธารณสุขและกรมราชทัณฑ์เร่งสอบสวนโรค พร้อมให้ข้อมูลแก่ประชาชนรับทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.30 น. ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค, นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นพ.เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวกรณีพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางบางเขน
ติดโควิดในรอบ 100 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า รายนี้ถือว่าเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศไทย หลังไม่พบการติดเชื้อเลย 100 วัน แต่ในส่วนของการระบาดนั้นยังอยู่ในขั้นตอนกำลังการสืบสวนโรค และพยายามตีกรอบผู้ติดเชื้อ ซึ่งถ้าหากทุกหน่วยงานและประชาชนทุกคนช่วยกันก็จะไม่นำไปสู่การระบาดโควิด-19 ภายในประเทศ ทั้งนี้ ในส่วนของ รมว.สาธารณสุข ได้กำชับว่าให้กระทรวงสาธารณสุขให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนและไม่ปกปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.วลัยรัตน์กล่าวว่า ผู้ต้องขังที่ติดเชื้อรายดังกล่าวเบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลการตรวจหาเชื้อตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. โดยเป็นการตรวจที่เกิดขึ้นเป็นประจำภายในเรือนจำ ระหว่างที่มีการแยกกักกันก่อนที่จะเข้าสู่แดนปกติ ซึ่งหลังจากได้รับรายงานจึงมีการตรวจสอบและส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการทั้ง 2 แห่ง พบว่าเป็นการติดเชื้อโควิด-19 จริง โดยในวันนี้ได้มีการส่งทีมโรคจากกรมควบคุมโรค สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร และราชทัณฑ์ ลงไปสอบสวนที่เรือนจำ และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ พบว่าผู้ป่วยรายนี้มีอาการตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. โดยมีอาการไข้และเสมหะ ซึ่งอาการยังไม่ชัดเจน ต่อมาในวันที่ 2 ก.ย. เจ้าหน้าที่จึงได้มีการเก็บตัวอย่างหาเชื้อในโพรงจมูกพบว่ามีเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการซักประวัติย้อนหลัง 14 วัน พบว่าผู้ติดเชื้อรายนี้ได้อาศัยอยู่กับครอบครัวในคอนโดฯ บ้านสวนธน พุทธบูชา บางมด โดยมีครอบครัวที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมด 7 คน พบตัวแล้ว 5 คน อีก 2 คน เดินทางไปต่างจังหวัดในปริมณฑล หลังจากนี้จะมีการแยกกักกันภายหลังต่อไป ในส่วนการทำงานได้ทำงานเป็นดีเจที่ร้าน &amp;ldquo;3 วัน 2 คืน&amp;rdquo; สาขาพระราม 3 ในวันจันทร์ พฤหัสบดี และเสาร์ และสาขาพระราม 5 ในวันศุกร์ และอาทิตย์ First Cafe ซึ่งอยู่ที่ถนนข้าวสาร ในส่วนจากอาชีพของเขาไม่ได้ไปสัมผัสกับผู้อื่น ดังนั้นคนที่อยู่ในร้านถ้าสวมใส่หน้ากากอนามัย และไม่ได้ไปสัมผัสใกล้ชิด จึงไม่ถือว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ในวันที่ผู้ต้องขังคนดังกล่าวขึ้นศาล มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงร่วมอยู่ 20 คน ประกอบด้วย ทนายความ เจ้าหน้าที่เรือนจำ นักโทษที่ร่วมตัดสินคดี และนักโทษที่ร่วมรถโดยสาร โดยมีการแยกกักกันต่อไป ทั้งนี้ เรือนจำได้มีการแยกกักกันผู้ต้องขังแรกรับ ซึ่งมีผู้ต้องขังที่มาในเวลาเดียวกันกับผู้ต้องขังที่ติดเชื้อจำนวน 34 คน ซึ่งได้ตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้ว พบว่าไม่มีการติดเชื้อ รวมถึงอาสาสมัครนักโทษที่เป็นคนดูแลอีก 2 คน และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ซึ่งเป็นผู้เสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ลงไปสอบสวนผู้ป่วยรายนี้เพิ่มเติมโดยการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกิตติ์กล่าวว่า ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางบางเขน มีผู้ต้องขังกว่า 8,000 คน โดยผู้ต้องขังรายนี้เป็นรายที่ 2 ที่พบเชื้อจากมาตรการที่ทางเรือนจำได้กำหนดว่า ผู้ต้องขังรายใหม่ต้องแยกกักกันเป็นเวลา 14 วัน ในกรณีมีคนเข้าใหม่ที่ได้ตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลภายนอกก็ได้กักตัวเป็นเวลา 14 วันเช่นกัน ซึ่งผู้ต้องขังรายนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยโรงพยาบาลมหิดลเข้ามาช่วยตรวจหาเชื้อ อย่างไรก็ตาม การพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการแพร่เชื้อไปยังผู้ต้องขังทั้งเรือนจำ เพราะกรมราชทัณฑ์ได้มีการแบ่งแยกพื้นที่ของผู้ต้องขังรายใหม่อย่างชัดเจน โดยผู้ต้องขังรายดังกล่าวไม่ได้มีการเดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด ซึ่งอยู่ในประเทศตลอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งอาคารแยกเดี่ยวออกจากโรงพยาบาล รวมทั้งย้ายผู้ต้องขังจำนวน 34 คน ไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อแยกเป็นผู้ต้องขังดูแลพิเศษ เพื่อรอผลตรวจดูยืนยันอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้ป่วยรายดังกล่าวได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก่อนหน้านี้ โดยเป็นคดีเกี่ยวข้องยาเสพติดเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา และได้เดินทางมาฟังคำตัดสินจากศาลเมื่อวันที่ 26 ส.ค. โดยเดินทางมาพร้อมภริยา ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 2 ปี ก็ได้ถูกควบคุมตัวเวลา 10.00 น. และได้นำตัวเข้าเรือนจำเมื่อช่วงเย็นในวันดังกล่าว
ปิดผับ 3 แห่ง 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เมธิพจน์เปิดเผยว่า ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยรายนี้มีทั้งหมด 5 คน ตอนนี้มี 2 คนที่ยังไม่ได้รับการตรวจ เนื่องจากเดินทางไปยังจังหวัดปริมณฑล ซึ่งคาดว่าจะสามารถติดต่อให้มาเข้ารับการตรวจได้ภายในวันที่ 4 ก.ย. นอกจากนี้ จากการติดตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยพบว่า นอกจากผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วย 5 คนแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ศาล ขณะที่ไปขึ้นศาลฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งเพื่อนร่วมงาน ที่ร้าน 3 วัน 2 คืน และ First Cafe ซึ่งอยู่ที่ถนนข้าวสาร ขณะนี้ได้สั่งให้ปิด 3 วันเพื่อทำความสะอาด รวมทั้งได้มีการคัดแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ เพื่อที่จะได้ตรวจคัดกรองหาผู้ที่ติดเชื้อต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า กรณีผู้ปกครองนักเรียนชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง 5 รายเดินเท้าข้ามผ่านชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านช่องทางธรรมชาติกลับไปทำการเกษตรและเดินทางกลับเข้าฝั่งไทย เป็นสาเหตุทำให้ต้องมีการประกาศปิดโรงเรียน 2 แห่งชั่วคราว คือโรงเรียนอานันท์ หมู่ 2 ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ และ โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ หมู่ 3 ตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน ตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.ย. เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เก็บสารคัดหลั่งของบุคคลทั้ง 5 รายไปตรวจสอบผลปรากฏว่าไม่พบเชื้อโควิด 19 แต่ได้ขอให้ทั้งหมดกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคลงพื้นที่ก็ไม่พบผู้ที่มีอาการป่วยเป็นไข้ แต่ได้เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่าง ส่วนโรงเรียนทั้ง 2 แห่งให้มีการทำความสะอาดสถานที่ก่อนเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 8 ก.ย.นี้ ส่วนหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองได้เพิ่มความเข้มงวดห้ามการลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานสาธารณสุขได้รับแจ้งมีผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีการลงพื้นที่สอบสวนโรคทันทีเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76442</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัวผู้ใกล้ชิด, ดีเจผับ, นักโทษติดโควิด, สถิติ 100 วัน, สถิติ 100 วันไร้ติดเชื้อในประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50f8ff0bcca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
