<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ4นักโทษแหกคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รวบได้ครบ 4 ผู้ต้องขังชายคดียาเสพติดแหกคุกเรือนจำเพชรบูรณ์ ระบุ จนท.กดดัน-ปิดล้อมก่อนยอมมอบตัว เผยปฏิบัติการไล่ล่าสำเร็จใน 24 ชั่วโมง อธิบดีกรมราชทัณฑ์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ-วางนโยบายแก้ปัญหา ย้ำต้องไม่เกิดซ้ำอีก &amp;nbsp;
วันที่ 20 ก.ค.64 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุผู้ต้องขังชาย 4 คน หลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เวลาเช้ามืดของวันที่ 19 ก.ค.2564 ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข.ช.ภัทรดนัย หรือราชันย์ สื่อศิริธำรงค์ ข.ช.ธนดล หรืออู๋ ตันติวนิชย์เจริญ ข.ช.กฤษฎา หรือเบิร์ด คงขาว และ ข.ช.วัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ ซึ่งผู้ต้องขังทั้งหมดอยู่ระหว่างพิจารณาคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เรือนจำอำเภอหล่มสัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังในพื้นที่ติดตามผู้ต้องขัง จนต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องขังได้ 1 ราย คือ ข.ช.วัชรินทร์&amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.07 น. บริเวณโรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์ เป็นรายแรก
จากนั้นได้มีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบนักโทษที่หลบหนีรายหนึ่งวิ่งผ่านหน้าร้านขายเฟอร์นิเจอร์และวิ่งไปหลบอยู่ในป่าหลังร้านใกล้กับโรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์ จุดที่จับผู้ต้องขังรายแรกได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ระดมกำลังออกไปตรวจสอบก็สามารถจับผู้ต้องขังที่หลบหนีได้อีก 2 ราย คือ 1.นายธนดล ตันติวนิชย์เจริญ 2.นายกฤษฎา คงขาว ซึ่งนอนซุกอยู่ในป่าหลังร้านดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 15.15 น. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องขังเพิ่มอีก 2 ราย คือ ข.ช.ธนดล และ ข.ช.กฤษฎา โดยจับกุมได้บริเวณพื้นที่ข้างร้านนันทิยาเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp; กระทั่งเวลา 19.30 น. วันเดียวกัน (วันที่ 19 ก.ค.) เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องขังคนสุดท้ายที่หลบหนี คือ นายภัทรดนัย สื่อศิริธำรงค์ ได้แล้ว ขณะที่นายภัทรดนัยได้ย้อนกลับมาหาแม่ที่บ้านภายในตลาดเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากทนแรงกดดันจากการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ไม่ไหวจนต้องเดินออกมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อมอบตัว จนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องขังที่หลบหนีครบทั้งหมด 4 ราย ได้ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง
&amp;quot;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้เตรียมลงพื้นที่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ กำชับนโยบายป้องกันและวางแผนแก้ไขปัญหาการหลบหนีของผู้ต้องขังไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ทั้งในด้านความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่ รวมถึงในด้านประสิทธิภาพการควบคุมของเจ้าหน้าที่ต่อไป&amp;quot; นายอายุตม์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องขังหลบหนีคนสุดท้าย นายภัทรดนัย สื่อศิริธำรงค์&amp;nbsp; หลังจากนักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำแล้ว ได้วิ่งข้ามถนนสระบุรี-หล่มสัก ไปพบกับวัยรุ่นที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ก่อนจะบังคับให้ไปส่งริมถนนบายพาส จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปหลบซ่อนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามค้นหา แต่ก็ไม่พบ จึงวางกำลังไว้ตามบ้านญาติและบ้านเพื่อนที่คาดว่านายภัทรดนัยจะหนีไปหลบซ่อน กระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 19 ก.ค. พบว่านายภัทรดนัยได้แอบเข้าไปบ้านแม่ภายในตลาด เจ้าหน้าที่เรือนจำซึ่งซุ่มเฝ้าอยู่สังเกตเห็ นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยจับกุมตัวได้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110475</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, นักโทษแหกคุก, ผู้ต้องขังชายคดียาเสพติดแหกคุก, ยอมมอบตัว, รวบได้ครบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือนจำเพชรบูรณ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f56ed745870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่านักโทษแหกคุก ค่าหัวนำจับ1แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตร.-จนท.เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์จัดชุดไล่ล่า 3 นักโทษแหกคุกที่ยังหลบหนี พร้อมตั้งค่าหัว 100,000 บาทสำหรับผู้ชี้เบาะแส ด้าน ตร.เค้นสอบ 1 นักโทษที่จับกุมได้ สันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่ามีการวางแผนกันเป็นอย่างดีมาก่อน และในการหลบหนียังมีการปลดโซ่ตรวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ก.ค.64 เวลาประมาณ 03.00 น. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งว่ามีผู้ต้องขังจากเรือนจำ จ.เพชรบูรณ์ ก่อเหตุหลบหนีออกจากเรือนจำ จำนวน 4 คน โดยการปีนขึ้นไปบนฝ้าเพดานของอาคารนอนแล้วเดินไปตามคาน เพราะตัวอาคารเชื่อมต่อกัน จากนั้นคนร้ายทั้ง 4 คนน่าจะใช้อุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ในการช่วยหลบหนีปีนออกทางกำแพงเรือนจำ โดยทำการโน้มเสาไฟฟ้าที่อยู่บนกำแพงเพื่อช่วยในการหลบหนี เพราะช่วงนี้ภายในเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์กำลังมีการก่อสร้าง จึงน่าจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทราบชื่อผู้ต้องขังที่ก่อเหตุดังกล่าวคือ 1.นายวัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ อายุ 40 ปี ชาว ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ 2.นายธนดล ตันติวนิชย์เจริญ อายุ 21 ปี ชาว ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 3.นายกฤษฎา คงขาว อายุ 22 ปี ชาว ต.นาสนาน อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และ 4.นายภัทรดนัย สื่อศิริธำรง อายุ 42 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด โดยขณะหลบหนีทุกคนถูกใส่โซ่ตรวนเอาไว้ที่ขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีรายงานว่า หนึ่งในผู้ต้องขังมีคนพบเห็นว่าปรากฏตัวย่านตลาดโพธิ์จันทร์ หรือตลาดโต้รุ่ง ต.ในเมือง แล้วหลบหนีเข้าไปในเขตโรงเรียน ถูกล้อมจับกุมตัวได้ คือ นายวัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ อายุ 40 ปี จึงควบคุมตัวกลับส่งเรือนจำ จ.เพชรบูรณ์ ส่วนผู้ต้องขังที่เหลืออีก 3 คน ยังคงหลบหนีไม่ทราบทิศทาง เจ้าหน้าที่ได้ประสานทางวิทยุให้ช่วยสกัดจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดทางตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ และ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ รวมทั้งและเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดทีมชุดไล่ล่า 3 นักโทษที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ในขณะที่บริเวณอาคารเยี่ยมญาติ เรือนจำจังหวัดฯ มีการตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจขึ้น โดยมีนายตำรวจระดับสูงของจังหวัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมประชุมหารือกันอย่างเคร่งเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังมีทีมเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนเข้าไปภายในเรือนจำจังหวัดฯ โดยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวนายตำรวจรายหนึ่งว่า ทีมสอบสวนนอกจากตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของ 4 นักโทษดังกล่าวแล้ว ยังสอบปากคำนายวัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ 1 ใน 4 นักโทษที่หลบหนีและถูกจับกุมได้ก่อนหนี้ ทั้งนี้ เพื่อขยายผลในการติดตามเบาะแสไล่ล่าจับกุมนักโทษที่หลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากนายตำรวจรายนี้ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับรูปแบบการหลบหนีของ 4 นักโทษในครั้งนี้ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าคงไม่ธรรมดา เนื่องจากคาดว่าจะมีการวางแผนกันเป็นอย่างดีมาก่อน และในการหลบหนีก็มีการปลดโซ่ตรวนและรื้อฝ้าเพดานหลังคาอาคารออก จากนั้นปืนข้ามกำแพงเรือนจำ ซึ่งนอกจากจะมีความสูงแล้วยังมีเครื่องกีดขวางค่อนข้างมาก ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พยายามสอบปากคำขยายผล 1 ใน 4 นักโทษที่ถูกจับกุมได้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแหกคุก 4 นักโทษรายนี้แตกต่างจากรายที่แล้วซึ่งใช้วิธีปลอมเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำหลบหนีออกมา แต่ในการแหกคุกเรือนจำครั้งนี้ นายภัทรดนัย สื่อศิริธำรง นักโทษคดียาเสพติด หัวโจกในการหลบหนี ใช้วิธีปลดโซ่ตรวนและพาพวกปีนกำแพงเรือนจำหลบหนี โดยนักโทษทั้ง 4 รายเป็นนักโทษคดียาเสพติดทั้งหมด&amp;quot; แหล่งข่าวจากนายตำรวจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวล่าสุด ทางเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีการตั้งค่าหัว 3 ผู้ต้องขังที่ยังหลบหนี โดยให้รางวัลแก่ผู้ให้เบาะแสข้อมูลจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องขังที่หลบหนี จำนวน 100,000 บาท โดยแจ้งที่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ 05-6711-3129 หรือ ผบ.เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ โทร.08-0071-3129 หรือ ผบ.เรือนจำประธานเขต 6 โทร.09-1009-3395.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าหัวนำจับ1แสน, ชี้เบาะแส, นักโทษแหกคุก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f56ed745870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดเมืองล่า 3 นักโทษแหกคุกเพชรบูรณ์ หนีทั้งโซ่ตรวนกลางดึก ตั้งรางวัลนำจับ 1 แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากนางละออง อยู่ยั่งยืน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.30 นาฬิกา ของวันที่ 19 ก.ค. 2564 เกิดเหตุผู้ต้องขังชาย 4 คน หลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข.ช.ภัทรดนัย หรือราชันย์ สื่อศิริธำรงค์ อายุ 41 ปี ข.ช.ธนดล หรือ อู๋ ตันติวนิชย์เจริญ&amp;nbsp;ข.ช.กฤษฎาหรือเบิร์ด คงขาว และ&amp;nbsp;ข.ช.วัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ ซึ่งผู้ต้องขังทั้งหมดอยู่ระหว่างพิจารณาคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 06.07 น. สามารถจับกุม ข.ช.วัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ ได้แล้ว ที่บริเวณโรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้น ให้การว่า ข.ช.ธนดล หรือ อู๋&amp;nbsp;ตันติวนิชย์เจริญและ ข.ช.กฤษฎาหรือ เบิร์ด คงขาว กำลังหลบหนี ซึ่งได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามผู้ต้องขังทั้งสองคนแล้วในส่วน ข.ช. ภัทรดนัย หรือ ราชันย์ สื่อศิริธำรงค์ ทราบว่าจะหลบหนีทางด่านชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มอบหมายให้นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมกำชับให้เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกติดตามจับกุมผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการหลบหนีในพื้นที่ต้องสงสัยอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมราชทัณฑ์ เผยว่า ผู้ต้องขังที่หลบหนีระหว่างคุมขังนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;อีกทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือให้การสนับสนุนในการหลบหนี หรือให้ที่พักอาศัยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดช่วยเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องขังเข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถ แจ้งเบาะแสได้ที่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5671-1460, 080-071-3129 หรือ 091-009-3395 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ได้ตั้งรางวัลนำจับแล้ว 100,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสและสามารถนำสู่การจับกุมของเจ้าหน้าที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 03.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุมีผู้ต้องขังจากเรือนจำ จ.เพชรบูรณ์ ก่อเหตุหลบหนีออกจากเรือนจำไปจำนวน 4 คน โดยทั้งหมดยังสวมโซ่ตรวนอยู่ ทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้แล้ว 1 คน คือนายวัชรินทร์&amp;nbsp; จันทร์บูรณ์ อายุ 35 ปี หลังจากมีชาวบ้านแจ้งว่าพบเห็นแถวตลาดโต้รุ่งหลบหนีเข้าไปในเขตโรงเรียนอนุบาลเมืองเพชรบูรณ์ จึงควบคุมตัวส่งกลับเรือนจำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพฤติกรรมการหลบหนีของผู้ต้องโทษทั้ง 4 คือ ปีนขึ้นบนไปฝ้าเพดานของเรือนนอน แล้วค่อยๆ คลานไปตามคานบนคอนกรีต เนื่องจากตัวอาคารเชื่อมต่อกัน แล้วน่าจะใช้อุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ในการช่วยหลบหนี ก่อนปีนออกทางกำแพงเรือนจำ โดยทำการโน้มเสาฟ้าที่อยู่บนกำแพงเพื่อช่วยในการหลบหนี เพราะช่วงนี้ภายในเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ กำลังมีการก่อสร้าง จึงน่าจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วย ขณะที่ผู้ต้องขังอีก 3 ราย เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตาม โดยปิดล้อมในพื้นที่หลายจุดทั้งในเขต อ.เมืองเพชรบูรณ์ และใกล้เคียงที่คาดว่าทั้ง 3 หลบซ่อนตัวอยู่อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะไปก่อเหตุทำอันตรายกับประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, นักโทษแหกคุก, เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f546ff76063.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านไนจีเรียผวา นักโทษกว่า1,800คนแหกคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประชาชนในเมืองโอเวอร์รีของไนจีเรียอยู่กันอย่างหวาดผวาเมื่อวันอังคาร หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายโจมตีเรือนจำในเมืองแห่งนี้วันก่อนหน้านั้น แล้วนักโทษ 1,844 คนหนีออกจากเรือนจำ มีนักโทษกลุ่มหนึ่งบุกปล้นคลังเก็บอาวุธของตำรวจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาเมียน ดูรุยเฮโอมา ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น เผยเมื่อวันอังคารที่ 6 เมษายนว่า ชาวบ้านหลายคนในเมืองนี้กลัวว่านักโทษที่หลบหนีจากเรือนจำจะย้อนกลับมา บางคนกลัวว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจะโต้ตอบนักโทษด้วยกำลัง ขณะนี้มีการรักษาความปลอดภัยในเมืองนี้อย่างแน่นหนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมราชทัณฑ์ไนจีเรียกล่าวว่า กลุ่มคนร้ายปาระเบิดและยิงจรวดเข้าใส่เรือนจำเมืองโอเวอร์รี เมืองเอกของรัฐอีโม ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไนจีเรีย เมื่อเวลารุ่งเช้าของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มคนร้ายยิงปะทะกับการ์ดของเรือนจำ และนักโทษในเรือนจำแหกคุกออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสของเรือนจำแห่งนี้เผยกับเอเอฟพีว่า นักโทษบางส่วนที่หลบหนีไปกลับมาเรือนจำแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังติดตามจับนักโทษที่ยังหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นักโทษที่หลบหนีจากเรือนจำกลุ่มหนึ่งบุกจู่โจมกองบัญชาการตำรวจของรัฐอีโม ปล้นสะดมคลังเก็บอาวุธของตำรวจ และเผารถยนต์หลายสิบคัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนพื้นเมืองแห่งเบียฟรา (ไอพีโอบี) กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนในรัฐแห่งนี้ซึ่งเพิ่งโพสต์วิดีโอทางโซเชียลมีเดียเป็นภาพการฝึกซ้อมของกองกำลังเมื่อไม่นานมานี้&amp;nbsp; แถลงปฏิเสธว่าการแหกคุกครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98563</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านผวา, นักโทษแหกคุก, เมืองโอเวอร์รี, ไนจีเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ.บินล่านักโทษหลบหนีเรือนจำสว่างแดนดิน พบเบาะแสหลบในพื้นที่หนองหาน อุดรธานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้ต้องขังหลบหนีจำนวน 5 ราย คือ 1.นายสุริยันต์ สุพรรณ์ประเสริฐ อายุ 33 ปี 2.นายวัฒนชัย พันภักดี อายุ 40 ปี 3.นายภานุพงษ์ โคตรชมพู อายุ 23 ปี 4.นายพัฒพงษ์ เกษ์คำใส อายุ 32 ปี 5.นายอานนท์ หลักคำ อายุ 42 ปี และสามารถจับกุมได้ทั้งหมด 4 ราย ยังเหลืออีก 1 ราย คือ นายอานนท์ หลักคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผบก.ภ.จว.สกลนคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตร.ชุดสืบสวน ภูธร จ.อุดรธานี, ตร.ชุดสืบสวนสภ.หนองหาน ได้ร่วมวางแผนเพื่อติดตามจับกุมนักโทษรายสุดท้าย คือนายอานนท์ หลักคำ ซึ่งเป็นนักโทษรายสุดท้ายที่ยังจับกุมตัวไม่ได้ โดยตร.พบเบาะแส นายอานนท์มีพี่ชายที่อยู่ อ.วังสามหมอ พาหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่อ.หนองหาน ในพื้นที่ ต.สร้อยพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ ตร.ชุดสืบสวนที่ติดตามจับกุมนักโทษรายนี้ ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ แบบเบลล์ 429 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกบินไล่ล่าคนร้ายทางอากาศ เพื่อกดดันและประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตร.ภาคพื้นดิน หากพบตัวก็จะดำเนินการจับกุมทันที คาดว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้ โดยย้ำว่าหากมีการต่อสู้ขัดขืน อาจมีการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65228</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สกลนคร, จังหวัดอุดรธานี, นักโทษแหกคุก, เรือนจำอำเภอสว่างแดนดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2a2f07869b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่านักโทษแหกคุก ล้อมคอก‘จลาจล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เร่งล่าอีก 1 นักโทษแหกคุกบุรีรัมย์ พร้อมตั้ง คกก.ข้อเท็จจริงเหตุจลาจลจุดไฟเผาเสียหายเกือบ 100% เร่งประเมินความเสียหาย รมว.ยธ.สั่งสอบหัวโจกปลุกปั่นจลาจล ยันเรือนจำคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 งดเยี่ยมญาติไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ ส่วนญาตินับร้อยรอฟังข่าวลูกหลานหน้าเรือนจำบุรีรัมย์ หลังย้ายนักโทษชาย-หญิงไปเรือนจำอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุจลาจลที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (บก.ภ.จว.บุรีรัมย์) ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่ก่อเหตุต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการติดตามตัวนักโทษที่ที่หลบหนี ขณะนี้ตำรวจชุดเฉพาะกิจบุรีรัมย์ ทหาร และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมกันติดตามผู้ต้องขังที่หลบหนีอยู่อีก 1 คน หลังพบว่ามีผู้ต้องขังหลบหนีออกไปได้ 5 คน และตามจับได้ 4 คน ส่วน 1 คนยังหลบหนี ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นหัวโจกหรือไม่ แต่เชื่อว่าสามารถจับกุมตัวกลับมาได้เร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้แยกผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้องไปเรือนจำปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว ส่วนมูลเหตุยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เรื่องโควิด-19 หรือผู้ต้องขังเจตนาสร้างความวุ่นวายเพื่อหลบหนี ต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีออกนอกเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ว่า ล่าสุดจากนักโทษ 2,106 คน ตรวจสอบพบว่า หนีออกจากเรือนจำ 11 ราย จับได้แล้ว 10 ราย ยังคงสามารถหลบหนีไปได้จำนวน 1 คน คือ ข.ช.ธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ชาวบุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์รุนแรงนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ความเสียหายที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับแทบจะ 100% เวลานี้กำลังเร่งให้ประเมินค่าความเสียหาย และสั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วว่าใครเป็นคนปลุกปั่น และสาเหตุทั้งหมดเป็นมาอย่างไร แต่ต้องใช้เวลาสอบสวน เพราะผู้ต้องขังเวลานี้กระจายไปหลายเรือนจำ&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่หลายคนกังวล ตนขอยืนยันว่าทางเรือนจำมีมาตรการป้องกันอย่างดีมาตลอด โดยใช้วิธีคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า มีการทำห้องกักโรคเพิ่มการคัดกรองผู้ต้องขังเข้มงวด &amp;nbsp;ซึ่งจนถึงเวลานี้เรือนจำทั่วประเทศ พบผู้ต้องขังติดเชื้อเพียง 1 ราย &amp;nbsp;ซึ่งทำการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว จนถึงตอนนี้ไม่มีผู้ต้องขังเชื้อติด โควิด-19 เพิ่ม ขอให้ทุกฝ่ายอย่าวิตกกังวล เพราะเหตุการณ์ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อปลุกปั่น ต้องการจะแหกคุก ซึ่งการจะยกเหตุผลไม่ให้เยี่ยมญาติ ตนเห็นว่าคงไม่ใช่ประเด็น และขอย้ำว่าทุกมาตรการที่กรมราชทัณฑ์ออกมาไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสโควิด-19 กระจายสู่ผู้ต้องขัง ซึ่งอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีบรรดาญาติของผู้ต้องขังทยอยมารวมกลุ่มกันกว่า 100 คน เพื่อทวงถามความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นห่วงลูกหลานที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ตอนนี้ไม่รู้จะไปเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่รู้ว่าถูกย้ายไปอยู่ชั่วคราวที่ไหน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ คอยดูแลรักษาความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นมีผู้ต้องขังร่วมก่อเหตุทั้งหมด 11 คน จับได้แล้ว 10 คน เหลือเพียง 1 คนที่ยังหลบหนีคือ นายธันยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดียาเสพติด เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างไล่ล่าตัว และรู้เส้นทางหลบหนีแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในเรือนจำ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ แต่เบื้องต้นพบว่าเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงสถานพยาบาลที่ยังอยู่ในสภาพปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องขังกว่า 2,000 คน ที่ถูกย้ายไปตามเรือนจำใกล้เคียง 18 แห่ง อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ก่อนประกาศให้ญาติทราบ ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะติดด้านหน้าเรือนจำพร้อมยืนยันว่า ไม่มีผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเพียง 1 คนที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และอาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดภายในเรือนจำก่อนช่วงเกิดเหตุ พบว่ายังมีอีก 1 ผู้ต้องขังที่น่าจะเป็นแกนนำในการวางแผนและปลุกระดมให้เกิดเหตุจลาจล ขณะนี้ทราบตัวแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นมีดหรือไฟแช็ก ทางกลุ่มผู้ต้องขังเอามาจากโรงครัวทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุ ต้องรอการสอบสวนของทางตำรวจที่ชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นมีการกล่าวอ้างเรื่องเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอประเมินความเสียหายและอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ผู้ต้องขังหญิงถูกย้ายไปยังเรือนจำนางรอง จำนวน 93 คน และเรือนจำทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา จำนวน 111 คน รวม 204 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนักโทษชาย จำนวน 1,902 คน ไปยังเรือนจำข้างเคียง ดังนี้ เรือนจำจังหวัดยโสธร 25 คน, เรือนจำจังหวัดชัยภูมิ 50 คน, &amp;nbsp;เรือนจำอำเภอพล 57 คน, เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ 20 คน, เรือนจำอำเภอท่าพริก 620 คน, เรือนจำจังหวัดขอนแก่น 200 คน, เรือนจำจังหวัดนครพนม 200 คน, เรือนจำคลองไผ่ 100 คน, เรือนจำจังหวัดนครราชสีมา 100 คน, เรือนจำอำเภอสง่างาม 30 คน, เรือนจำจังหวัดสุรินทร์ 150 คน, เรือนจำรัตนบุรี 50 คน, เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ 100 คน, เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ 50 คน, เรือนจำอำเภอนางรอง 93 คน, เรือนจำอำเภอสีคิ้ว 100 คน และเรือนจำจังหวัดขอนแก่น 50 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เรือนจำกลางขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสมมาตย์ สุราช ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น และ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมตรวจเยี่ยมนักโทษที่เดินทางจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ถูกส่งตัวมาทำการควบคุมชั่วคราวมาที่เรือนจำกลางขอนแก่น ภายหลังเกิดเหตุจลาจลภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเยี่ยมมาตรการรักษาความสะอาดภายในโรงครัว โรงนอน และสถานที่ต่างๆ ทั่วบริเวณเรือนจำ ซึ่งมีการตั้งจุดล้างมือ มีภาชนะสำหรับการทานอาหาร แก้วน้ำ ช้อน ส้อม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งมีการแยกใช้เป็นของส่วนตัวตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งจุดเยี่ยมญาติที่มีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขังภายในเรือนจำก็จะมีการใช้แอปพลิเคชันไลน์สื่อสารแทนการพูดคุยในการเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งมาตรการในเรื่องของความสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่เรือนจำกลางขอนแก่น มีนักโทษจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามาอยู่ชั่วคราวจำนวนทั้งสิ้น 250 คน จังหวัดจะมีการพูดคุยเพื่อวางมาตรการเพื่อป้องกันเหตุจลาจลซ้ำรอยเกิดขึ้นภายในเรือนจำ โดยเฉพาะการให้ความรู้ความเข้าใจสถานการณ์ ซึ่งทางเรือนจำและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกส่วนมีมาตรการการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรัดกุม และเป็นมาตรฐาน พร้อมทั้งการให้กำลังใจแก่ตัวนักโทษทุกคน ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัว และเกิดความวิตกจนเข้าใจผิดและเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางเจ้าหน้าที่ในเรือนจำกลางขอนแก่นก็จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจ และให้กำลังใจแก่นักโทษของเรือนจำกลางขอนแก่นและเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ที่เดินทางเข้ามาใหม่ทั้งหมด ยืนยันให้การดูแลนักโทษทุกคนเท่าเทียมกัน ขอให้ญาติของนักโทษทุกคนได้มีความสบายใจทั้งในเรื่องของความเป็นอยู่และความสะอาดภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระยะนี้&amp;quot; นายสมศักดิ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61511</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลจุดไฟเผา, นักโทษแหกคุก, บุรีรัมย์, เรือนจำบุรีรัมย์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f7a413dde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักโทษบุรีรัมย์แหกคุกอ้างโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักโทษผวาโควิด! 100 คนฮือก่อหวอดเผาเรือนจำบุรีรัมย์ อธิบดีราชทัณฑ์ลงพื้นที่บัญชาการเองร่วมกับ ตร.-ทหาร ปราบจลาจลสำเร็จล่าแหกคุกได้ 7 ราย นายกฯ สั่งสอบเหตุจูงใจ เชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อพรวดวันเดียว 10 ราย ยะลาตายรายแรกชายวัย 54 ป่วยหลังกลับจากมาเลย์ &amp;quot;ภูเก็ต&amp;quot; ประกาศปิดเมือง 1 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ว่าเวลาประมาณ 11.30 น. ได้รับแจ้งจากเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ว่ามีเหตุนักโทษก่อเหตุจลาจลภายในเรือนจำ และมีเพลิงไหม้ภายในเรือนจำ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและร่วมกันควบคุมเพลิงไหม้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมเพลิง อีกทั้งได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามเข้ามาตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการซักถามพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่า ภายในเรือนจำมีนักโทษทั้งหมดประมาณ 2,100 คน โดยมีนักโทษประมาณ 100 คน ได้ปลุกระดมก่อความวุ่นวายและจุดไฟเผาภายในเรือนจำ ซึ่งมีนักโทษส่วนหนึ่งได้ลักลอบหลบหนีออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างไล่กล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี และเร่งไล่ล่านักโทษที่หลบหนีกลับมารับโทษต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอฝากเตือนไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนี หรือให้การสนับสนุนในการหลบหนีหรือให้ที่พักอาศัย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ สำหรับพี่น้องประชาชนคนใดทราบเบาะแสหรือมีข้อมูลของคนร้าย สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สภ.เมืองบุรีรัมย์ โทร. 0-3461-2240 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (รอง ผบช.ภ.3) เปิดเผยว่า สาเหตุเกิดจากความกดดันของนักโทษ ประกอบกับมีคนปล่อยข่าวลือว่ามีนักโทษติดเชื้อโควิด-19 ทำให้นักโทษพยายามแหกคุกเพื่อเอาชีวิตรอด เบื้องต้นควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และกำลังติดตามนักโทษที่หลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีที่มีเหตุจลาจลในเรือนจำ จ.บุรีรัมย์ ว่ากรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการคลี่คลายสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางเพื่อบริหารสถานการณ์ด้วยตนเอง คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบโดยทั่วกันอย่างรวดเร็วต่อไป
จับนักโทษแหกคุก 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานในเบื้องต้นแล้ว และขณะนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ได้ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้รับรายงานว่า เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์มีผู้ต้องขังกว่า 2,000 คน แต่กลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อเหตุมีเพียงประมาณ 100 คน ซึ่งได้เริ่มพังห้องเยี่ยมญาติ โดยได้ทุบทำลายประตูและกระจกภายในห้องเยี่ยมญาติจนได้รับความเสียหายแตกกระจัดกระจาย รวมถึงพื้นห้องที่เป็นกระเบื้อง ก็แตกพังเสียหาย นอกจากนี้ยังทำลายสิ่งของอื่นๆ? &amp;nbsp;ภายในห้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุขึ้นทางเรือนจำได้ประสานขอกำลังสนับสนุน ทั้งตำรวจ ทหาร พร้อมประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ช่วยกันระงับเหตุ รวมถึงตั้งด่านสกัดจับบริเวณโดยรอบทั้งหมด ซึ่งจากข้อมูลผู้ต้องขังสามารถหลบหนีออกจากเรือนจำไปได้จำนวนหนึ่ง แต่เวลานี้จับได้แล้วจำนวน 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ต้องขังอาศัยใช้จังหวะที่ผู้คุมเรือนจำกำลังปรับปรุงห้องกักโรค โดยได้เผาทำลายโรงเลี้ยงอาหาร ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งนี้คาดว่าการก่อเหตุน่าจะมาจากกลุ่มผู้ต้องขังก่อหวอดในเรื่องของโควิด-19 และกลุ่มผู้ต้องขังนี้ยังถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักโทษหนัก นอกจากนี้ยังได้รับรายงานล่าสุดว่าภายหลังเกิดเหตุทางเรือนจำได้กันผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นเรือนนอนทั้งหมดแล้ว&amp;quot; รมว.ยุติธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ซึ่งขณะนี้จับกุมนักโทษที่หลบหนีออกมาได้แล้ว 7 นาย และนำส่งนักโทษที่ได้รับบาดเจ็บไปโรงพยาบาล 2 คน ส่งกลับเรือนจำ 5 คน และติดตามจับกุมนักโทษที่หลบหนีต่อไป ทั้งนี้ ก?รม?ราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จะเร่งสอบสวนเพื่อชี้แจงถึงมูลเหตุแรงจูงใจการก่อความวุ่นวายในครั้งนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เวลา 19.30 น. พ.ต.อ.ณรัชต์พร้อมคณะได้แถลงความคืบหน้าของเหตุการณ์ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ ได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่มีการคัดแยกผู้ต้องขังที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ออกมาได้ประมาณ 1,000 คน ไปฝากขังตามเรือนจำใกล้เคียง และควบคุมตัวไว้ก่อนบางส่วน โดยยังมีผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำอีกประมาณ 500 คน ซึ่งขณะเข้าควบคุมไม่มีการต่อสู้ขัดขวางแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบพบว่าอาคารภายในถูกเพลิงไหม้ และทำลายได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ไม่สามารถใช้การได้ ส่วนกลุ่มผู้ต้องขังบางส่วนมีการใช้มีด และวัสดุดัดแปลงเป็นอาวุธ ไม่มีอาวุธปืน โดยจำนวนผู้หลบหนีจะมีการสอบสวนให้แน่ชัดก่อน แต่เบื้องต้นไม่มีเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขังเสียชีวิต หรือบาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้เชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มอีก 1 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 14 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเป็นหญิงอายุ 66 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านท่าอ่าง หมู่ 3 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัย และเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงมีความใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อรายที่ 7, 8 และ 9 ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาจึงมีมติปิดหมู่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าอ่าง รัศมี 150 เมตร เป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่? นพ.วรเชษฐ? เต๋ชะรัก? ผอ.รพ.นครพิงค์ ?โฆษกศูนย์?ข้อมูล?ฯ แถลงว่า จังหวัดเชียงใหม่?มีผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มรายใหม่อีก 10 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มครอบครัวที่กลับจากประเทศอังกฤษ &amp;nbsp;1 ราย และ 2.กลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วยซึ่งเป็นดีเจในสถานบันเทิงผับ 9 ราย ทำให้มียอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิด?-19? รวม? 30? ราย? หายกลับบ้านไปแล้ว 1 ราย และค่ำวันนี้จะมีผู้ป่วยที่หายกลับบ้านอีก? 4? ราย รวมหาย? 5? ราย? แต่มี? 1? รายอาการหนัก เพราะมีโรคประจำตัวเป็นไตวาย?
ยะลาตายรายแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ว่าผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย รวมสะสม 35 ราย เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งนับเป็นรายแรกของจังหวัดยะลา โดยผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย อายุ 54 ปี อาชีพค้าขาย สัญชาติไทย นับถือศาสนาอิสลาม มีประวัติเดินทางไปประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 12 มี.ค. เพื่อส่งบุตรสาวที่เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน และเดินทางกลับวันที่ 13 มี.ค. เริ่มป่วยวันที่ 15 มี.ค. และไปพบแพทย์ในวันที่ 16 มี.ค. โดยผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยผลตรวจยืนยันเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 18 มี.ค. ทีมแพทย์ให้การรักษาอย่างเต็มที่ แต่อาการไม่ดีขึ้นและเสียชีวิต สำหรับผู้สัมผัสร่วมบ้าน มีจำนวน 5 คน พบ 2 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันนอนพักรักษาตัวใน รพ.อีก 3 รายไม่พบเชื้อและแยกกักตัวเองอยู่ที่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า จังหวัดปัตตานียังพยายามควบคุมสถานการณ์การแพร่เชื้อ เพราะเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 7 ราย รวมมีผู้ป่วย 41 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อจากทำกิจกรรมเผยแผ่ศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย และมาจากการสัมผัสกลุ่มนี้ นอกจากนี้ กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ยังคงมีการติดตามกลุ่มแรงงานที่กลับจากมาเลเซียและที่กลับจาก กทม.อย่างต่อเนื่อง หลังจากทราบข่าวว่าไม่กักตัวเอง 14 วันตามคำสั่งของรัฐ ซึ่งอีกจำนวนกว่า 100 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางจังหวัดปัตตานีจึงออกมาตรการเข้มข้นขึ้น โดยมีหนังสือแจ้งนายอำเภอทุกอำเภอ ชุมชนทุกชุมชน และผู้นำในพื้นที่ ยกระดับความเข้มงวดในการผ่านด่านทั้งคนและยานพาหนะ อาทิ ด่านขาออกทั้งหมดห้ามผ่านยกเว้นตามคำสั่ง และหรือที่หัวหน้าด่านตรวจพิจารณาว่าจำเป็น ห้ามรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารรับจ้าง หรือยานพาหนะอื่นใดที่มีผู้โดยสารผ่านเข้า-ออก หากมีความจำเป็นให้ควบคุมรถโดยสารดังกล่าวไปรายงานตัวที่โรงยิม สนามกีฬา อบจ.ปัตตานี เพื่อทำการคัดกรอง และสั่งให้อำเภอท้องที่มารับตัวไปกักกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต ในช่วงค่ำ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้องก่อนออกประกาศฉบับที่ 11/2563 เรื่องปิดช่องทางเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว คือ กำหนดปิดช่องทางเข้า-ออกพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทั้งทางน้ำและทางบก ยกเว้นช่องทางเดินอากาศ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปิดทางบก ทางน้ำสามารถทำได้ทันที แต่ทางอากาศ ต้องประสานให้ทุกหน่วยเตรียมตัวล่วงหน้า ซึ่งกำหนดปิดทางอากาศ ในวันที่ 10 เม.ย.นี้&amp;quot; นายภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การเฝ้าระวังคนไทยกรณี COVID-19 พื้นที่สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กองทัพเรือ และกระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS จำนวน 83 คนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 15 มี.ค.63 ซึ่งครบกำหนด 14 วันในการเฝ้าดูอาการแล้ว และทั้งหมดตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 โดยบรรยากาศในวันนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนดีใจที่ได้พบหน้าผู้ปกครอง ก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ บางส่วนครอบครัวไม่ได้เดินทางมารับ ทางกองทัพเรือได้จัดรถบัส 1 คัน และรถตู้ 1 คัน นำทั้งหมดไปส่งยังสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สถานีขนส่งหมอชิต สถานีขนส่งเอกมัย และสถานีขนส่งสายใต้ เพื่อเดินทางต่อกลับไปยังภูมิลำเนาของแต่ละคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61395</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นักโทษ, นักโทษก่อหวอด, นักโทษแหกคุก, ปราบจลาจล, ราชทัณฑ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เผาเรือนจำบุรีรัมย์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80bb2333467.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
