<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ช่องยื่นศาลรธน. วินิจฉัยปมสภาสูง จิ้ม&#039;สุชาติ&#039;นั่งปปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจารณ์แซ่ด! ส.ว.ลงมติเห็นชอบ &amp;quot;อดีต สนช.-สุชาติ ตระกูลเกษมสุข&amp;quot; เป็นกรรมการ ป.ป.ช. ส่อขัดรัฐธรรมนูญ-พ.ร.ป.ป.ป.ช. เหตุพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี แต่เลขาฯ วุฒิสภายกความเห็นคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ระบุ &amp;quot;สนช.&amp;quot; ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ลงมติเห็นชอบให้นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการประชุมลับเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) 2561 หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากนายสุชาติ (ขณะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์) เคยได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 11 ต.ค.59 และพ้นจากตำแหน่ง สนช.เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นับถึงปัจจุบันพ้นตำแหน่งมาเพียง 1 ปี ซึ่งเท่ากับพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 11(18) บัญญัติว่ากรรมการ ป.ป.ช.ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้ &amp;quot;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง &amp;nbsp;ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 263 บัญญัติว่า &amp;quot;ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตาม รธน.นี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตาม รธน.แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) &amp;nbsp;พ.ศ.2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.นี้ ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตามลำดับ ตามบทบัญญัติแห่ง รธน.นี้ และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตาม รธน.นี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ในการประชุมลับของวุฒิสภาได้ลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลไปดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. 2 คน ได้แก่ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อดีตผู้ตรวจอัยการและอัยการอาวุโส ได้ 224 &amp;nbsp;คะแนน และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ ได้ 219 คะแนน แต่กรณีนายณัฐจักรไม่ขัดต่อลักษณะต้องห้าม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 60 (กรธ.) ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 263 ให้อำนาจ สนช.ทำหน้าที่เป็น ส.ส.และ ส.ว. หากตีความ สนช.เป็น ส.ส.และ ส.ว.ด้วย ก็จะเข้าลักษณะต้องห้ามตาม รธน. มาตรา 216 ประกอบ 202 (4) เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. หรือข้าราชการการเมืองในระยะเวลา 10 ปี ไม่สามารถเป็นองค์กรอิสระได้ แต่หากตีความมาตรา 263 ว่า สนช.ทำหน้าที่แทน ส.ส.และ ส.ว.เฉยๆ ไม่ถือว่าเป็น ส.ส.และ ส.ว.นั้น ก็ไม่เข้าลักษณะต้องห้าม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ในความเห็นของตัวเอง คิดว่า สนช.ทำหน้าที่เหมือน ส.ส.และ ส.ว. มีสวัสดิการเงินเดือนเทียบเท่าทุกอย่าง และอีกด้านหนึ่งก็เป็นข้าราชการการเมืองอีกด้วย จึงถือว่าผู้ที่เคยเป็น สนช.ยังไม่พ้นระยะเวลา 10 ปี ไม่สามารถเป็นกรรมการในองค์กรอิสระได้ เพราะหากไม่เข้าช่อง ส.ส.หรือ ส.ว.ก็ไม่พ้นข้าราชการการเมือง และสุดท้ายหากสังคมยังไม่คลายความสงสัย อาจต้องมีการยื่นตีความโดยศาลรัฐธรรมนูญต่อไป&amp;quot; นายเจษฎ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจษฎ์กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องน่าคิดเพราะรัฐธรรมนูญ 60 เปิดโอกาสให้คนเป็น สนช.สามารถเป็นวุฒิสภาได้ และสุดท้ายก็มี สนช.ได้เป็นวุฒิสภาจำนวนมาก และต่อมามีอดีต สนช.มาลงสมัครองค์กรอิสระและสุดท้ายมีมติได้รับเลือก ก็เหมือนกับเพื่อนช่วยเพื่อน ถือว่าขัดกันแห่งผลประโยชน์ แม้สุดท้ายอาจไม่ผิดรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องน่าวิเคราะห์ต่อไปว่าเหมาะสมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า กรณีคุณสมบัติของนายสุชาติ &amp;nbsp;ตระกูลเกษมสุข อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ที่ถูกมองว่าไม่สามารถเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ได้ เนื่องจากพ้นจากตำแหน่ง สนช.มาไม่ถึง 10 ปีนั้น เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ได้มีมติชัดเจนว่าตำแหน่ง สนช.ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในลักษณะ ส.ส.หรือ ส.ว. เพราะรัฐธรรมนูญเพียงกำหนดให้ สนช.ในขณะนั้นทำหน้าที่เป็น ส.ส.และ ส.ว.เท่านั้น เป็นเพียงตำแหน่งเฉพาะกิจ แต่ไม่ถือเป็นตำแหน่ง ส.ส.หรือ ส.ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาระบุชัดเจนว่า สนช.ไม่อยู่ในข่ายที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุนดังกล่าวได้ ส่วนที่นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2560 (กรธ.) ระบุว่าตำแหน่ง สนช.เข้าข่ายเป็น ส.ส.และ ส.ว.นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของแต่ละคน แต่ประเด็นดังกล่าวคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.มีมติชัดเจนแล้วว่า สนช.ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67680</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัฑ ผาสุข, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจษฎ์ โทณะวณิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed65246a16e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นัฑ&#039;ยันวุฒิสภามีมติเลือก&#039;สุชาติ&#039;เป็นป.ป.ช.ถูกต้อง เพราะสนช.ไม่ใช่ส.ส.-ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.63-นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า กรณีคุณสมบัติของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ที่ถูกมองว่า ไม่สามารถเป็นกรรมการป.ป.ช.ได้ เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งสนช.มาไม่ถึง 10ปีนั้น เรื่องดังกล่าวคณะกรรมการสรรหาป.ป.ช.ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ได้มีมติชัดเจนว่า ตำแหน่งสนช. ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในลักษณะส.ส.หรือส.ว. เพราะรัฐธรรมนูญเพียงกำหนดให้สนช.ในขณะนั้น ทำหน้าที่เป็นส.ส. และส.ว.เท่านั้น เป็นเพียงตำแหน่งเฉพาะกิจ แต่ไม่ถือเป็นตำแหน่งส.ส.หรือส.ว. อีกทั้งตามพ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาระบุชัดเจนว่า สนช.ไม่อยู่ในข่ายที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุนดังกล่าวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนายเจษฎ์ โทณวณิก ที่อดีตปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี2560 (กรธ.)ระบุตำแหน่งสนช.เข้าข่ายเป็นส.ส.และส.ว.นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของแต่ละคน แต่ประเด็นดังกล่าว คณะกรรมการสรรหาป.ป.ช.มีมติชัดเจนแล้วว่า สนช.ไม่ใช่ตำแหน่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67660</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัฑ ผาสุข, นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข, สนช.ไม่ใช่ส.ว.-ส.ส., เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา, เลือกป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed6384273163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาวุฒิฯยันตรวจสอบบิ๊กสภาฯไม่ล่าช้า ตอกกลับ!ถูก&#039;วัชระ&#039;ค้านทุกประเด็นจนกระทบทั้งกระบวนการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62- &amp;nbsp;นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีมีข้อร้องเรียนการทำหน้าที่ของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้ล่าช้า โดยประธานสภาฯมีคำสั่งแต่งตั้งเดือนต.ค.ก็ได้มีการเริ่มทำงานทันที วันที่ 25 ต.ค.ได้เชิญนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ แต่นายวัชระแจ้งถึงความไม่สะดวกและเดินทางมาให้ข้อมูลในวันที่ 8 พ.ย. พร้อมกับนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โดยคำร้องที่ร้องเข้ามามีด้วยกัน 6 ประเด็นไม่ได้มีเพียงเฉพาะเรื่องชู้สาวอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระบวนการล่าช้าออกไปคือการคัดค้านกรรมการทุกคน และการคัดค้านว่าคำสั่งที่ประธานสภาแต่งตั้งนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี คือ องค์ประกอบของคณะกรรมการในการพิจารณาเรื่องคุกคามทางเพศต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2558 โดยจะต้องประกอบด้วยประธานคณะทำงานที่มีตำแหน่งสูงกว่าคู่กรณีและบุคคลจากหน่วยงานต้นสังกัดของคู่กรณี โดยมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าคู่กรณี และต้องประกอบด้วยบุคคลที่มีผลงานด้านการแก้ไขปัญหาล่วงละเมิดทางเพศจนเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งพวกเราก็กำลังพิจารณาอยู่ว่าสิ่งที่มีการคัดค้านมานั้นรับฟังได้หรือไม่ จึงยืนยันว่าไม่ได้ทำงานด้วยความล่าช้าแต่อย่างใด เพราะทุกอย่างกำลังดำเนินการทั้งหมด&amp;quot; เลขาธิการวุฒิสภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า ที่สำคัญที่ทำให้การตรวจสอบใช้เวลานาน เนื่องจากคำร้องที่เข้ามาไม่ได้มีแค่เรื่องการคุกคามทางเพศอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ทุกวันนี้คณะกรรมการชุดนี้ก็ทำงานตลอด แต่ไม่ได้ออกมาให้ข่าว เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและกระทบกับคนหลายฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนัฑ กล่าวว่า หากที่สุดแล้วคณะกรรมการมีความเห็นว่าต้องดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี จะต้องทำบันทึกและรายงานถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาให้พิจารณาใช้ดุลพินิจอีกครั้ง ดังนั้น การทำงานต้องผ่านขั้นตอนนี้และให้ได้ข้อยุติก่อน มิฉะนั้นกระบวนการทำงานจะเสียไปทั้งหมดและเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้ชักช้า หากท่านไม่ได้คัดค้านก็อาจจะเร็วไปแล้ว กระบวนการมันอาจจะเดินหน้าไปเยอะแล้ว&amp;quot; นายนัฑ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคณะกรรมการตรวจสอบวางกรอบการทำงานให้เสร็จสิ้นเมื่อไหร่นายนัฑ กล่าวว่า ถ้าเราสามารถได้ข้อยุติในประเด็นที่มีการคัดค้านและมติคณะรัฐมนตรี จากนั้นจะทำรายงานถึงประธานสภาวินิจฉัย หลังจากนั้นหากประธานสภาฯระบุว่าการคัดค้านฟังไม่ขึ้นและสั่งให้คณะกรรมการทำงานต่อ ทางคณะกรรมการจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเฉพาะการเรียกผู้เสียหาย และเลขาธิการสภาฯมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายวัชระ พยายามคัดค้านการทำหน้าที่ของเลขาธิการวุฒิสภาในประเด็นการเข้าไปตรวจสอบเลขาธิการสภาฯ เรื่องการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เนื่องจากเลขาธิการวุฒิสภาเคยเป็นกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มาก่อน นายนัฑ กล่าวว่า เมื่อก่อนส่วนตัวเป็นกรรมการเร่งรัดโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาในฐานะเลขานุการ ซึ่งเป็นการดำเนินการเมื่อครั้งมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ในฐานะที่เป็นข้าราชการในวุฒิสภา ย่อมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถให้คุณให้โทษใครได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตัวผมไม่มีปัญหาในเรื่องของการให้ความเป็นธรรม ผมไม่รู้จักข้าราชการผู้หญิงคนนั้นที่ได้รับความเสียหายเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อมีคนคัดค้านเข้ามา เราก็ต้องรับฟัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย&amp;quot; เลขาธิการวุฒิสภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสาเหตุใดถึงการที่ประธานรัฐสภายังไม่สั่งยุติการปฎิบัติหน้าที่ของเลขาธิการสภาฯ นายนัฑ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา อย่างไรก็ตาม เวลานี้เป็นขั้นตอนของการเริ่มต้นกระบวนการสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น ยังไม่ได้มีการสอบวินัย เพราะการจะสอบสวนทางวินัยได้ต่อเมื่อได้มีการสอบข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติก่อนว่ามีมูลหรือไม่ หากมีมูลถึงจะมีการตั้งคณะกรรมการอีกชุดเพื่อทำการสอบวินัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51139</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัฑ ผาสุข, บิ๊กสภาขี้หลี, เลขาธิการวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddcc5476add3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ใส่เกียร์ถอยกม.ข้าว ฟังเสียงต้านนัดถก26ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาฝักถั่วดับเผือกร้อนกฎหมายข้าว เล่นปิดประชุมทันควันหลัง พ.ร.บ.ผังเมืองผ่าน อ้าง &amp;ldquo;พรเพชร-สมาชิก สนช.&amp;rdquo; ติดประชุมกลัวองค์ประชุมไม่ครบ กมธ.แจงขอทบทวนเสียงค้าน ก่อนถกอีกครั้ง 26 ก.พ.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีระเบียบวาระการประชุมครั้งที่ 14/2562 เป็นพิเศษ โดยมีเรื่องด่วนที่จะพิจารณาร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 5 ฉบับ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ..... ซึ่งอยู่ในฉบับที่ 2 เป็นที่จับตามองอย่างมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยก่อนประชุมมีกลุ่มต่อต้านร่างกฎหมายดังกล่าวมายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ศุภวุฒิ อุตมะ สมาชิก สนช. ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวถึง 2 กลุ่ม ได้แก่ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ โดย น.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ระบุว่า สนช.ไม่ควรรีบเร่งออกกฎหมายที่กระทบสังคมในวงกว้าง และควรรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน จึงขอเรียกร้องให้ สนช.ชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าว โดยให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กฎหมายฉบับนี้ไม่ตรงกับความต้องการของชาวนา และไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่ชาวนาให้มีอิสระให้มีความเข้มแข็งในการพัฒนาพันธุ์ข้าวของตัวเองได้ แต่เป็นการรวมศูนย์อำนาจให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ สนช.และรัฐบาลรับฟังความเห็นประชาชน ไม่ควรออกกฎหมายที่เป็นน้ำตาของชาวนา&amp;rdquo; น.ส.ทัศนีย์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ ได้ร้องขอเข้าฟังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าวในห้องประชุม แต่ พล.อ.ศุภวุฒิระบุว่า ให้ทำหนังสือร้องขอเข้าฟังการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ก่อน พร้อมยืนยันว่า ไม่สามารถชะลอเรื่องดังกล่าวได้ และขอให้คลายความกังวลว่า สนช.รับฟังความเห็นมาตลอด 2 ปีทั่วทุกพื้นที่ และข้อห่วงใยต่างๆ ได้แก้ไขหมดสิ้นแล้ว ยืนยันว่าชาวนาได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าเดิม และจะทำให้ชาวนามีอาชีพที่มั่นคง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ การประชุม สนช.หลังจากที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ.... ในวาระ 2 ในมาตรา 22 ต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 15 ก.พ. จนจบทุกมาตรา ก่อนลงมติในวาระ 3 เห็นด้วยให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายด้วยเสียงด้วย 145 เสียง และงดออกเสียง 4 เสียง แต่เมื่อลงมติเรียบร้อย นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม สนช. ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 14.30 น.ทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะเลขาธิการ สนช. ชี้แจงถึงการปิดประชุม สนช.ว่า ในเวลา 14.30 น. จะมีการประชุมวิป สนช. ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธาน และที่ต้องปิดการประชุม สนช. เพราะหลายคนต้องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ในชั้น กมธ.หลายฉบับ ซึ่งอาจมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ดังนั้น ประธาน สนช.จึงปิดประชุมไปก่อน ส่วนกรณีที่ร่าง พ.ร.บ.ข้าวที่มีกระแสคัดค้านนั้นไม่เกี่ยว และไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้ สนช.สั่งปิดการประชุมก่อนถึงวาระ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าว พร้อมนายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช. แถลงว่า จะเลื่อนวาระการประชุมร่าง พ.ร.บ.ข้าวออกไปเป็นวันอังคารที่ 26 ก.พ. เพราะ กมธ.เห็นพ้องว่าจะนำข้อเรียกร้องและคัดค้านจากฝ่ายต่างๆ กลับไปทบทวนอีกครั้ง เพราะนายพรเพชรได้ขอให้ กมธ.นำร่าง พ.ร.บ.ข้าวไปทบทวนเนื้อหาตามประเด็นที่มีเครือข่ายชาวนายื่นหนังสือท้วงติงและเสนอความคิดเห็นขัดแย้ง เพื่อให้เกิดความรอบคอบและทำร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับชาวนาทุกกลุ่ม&amp;nbsp;
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ยังอยากขอให้ สนช. เลื่อนการพิจารณา พ.ร.บ.ข้าวไปจนถึงหลังการเลือกตั้ง เพื่อให้รัฐบาลใหม่และรัฐสภาใหม่ ได้พิจารณาอย่างละเอียด เพราะกระทบกับชาวนาเป็นวงกว้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29595</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัฑ ผาสุข, พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์, พล.อ.ศุภวุฒิ อุตมะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d6865b6446.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯวุฒิยันไม่ต้องรอสรรหาอีก 2 แค่ 5 คนก็เป็นองค์ประชุมเลือกปธ.กกต.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 61 -&amp;nbsp; นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่นายเจษฎ์ โทณวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมาระบุว่า การเลือกประธานกกต.ในวันที่ 31 กรกฎาคม อาจจะผิดมาตรา 12 พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. พ.ศ.2560 เพราะยังคัดเลือกไม่ครบ 7 คนว่า ที่ผ่านมาทุกฝ่าย ทั้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ประชุมสนช. และคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกกต. ก็มองประเด็นในมาตรา 12 ของพ.ร.ป.กกต.ตรงกันหมด และไม่มีใครทักท้วง โดยยืนยันว่า หากได้ 5 จาก 7 คน ก็สามารถดำเนินการเลือกประธานกกต. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทูลเกล้าฯก่อนปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องรออีก 2 คน เพราะตามกฏหมายประธานกกต.มีอำนาจหน้าที่เฉพาะตัวที่กรรมการกกต.ไม่มี หากไม่สามารถเลือกได้ก็อาจจะเกิดปัญหาต่อการปฏิบัติหน้าที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนัฑ&amp;nbsp; กล่าวว่าขณะเดียวกันสำนักงานเลขาฯก็ได้วางแผนงานตามขั้นตอนของกฏหมายดังกล่าวไว้ตั้งแต่แรกแล้ว จึงทำให้ขั้นตอนการเลือกประธานกกต.ในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ คงต้องดำเนินไปตามแผนงานเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นอำนาจของว่าที่ กกต.ทั้ง 5 คนที่จะต้องมาช่วยกันดูข้อกฏหมาย และตกลงร่วมกันว่า จะหาทางออกอย่างไร ภายหลังจากเมื่อมีการประชุมกันแล้ว สมมติว่า หากยังมีประเด็นข้อกฏหมายใดที่ยังไม่ชัดเจน เห็นควรจะหาข้อยุติก่อนหรือไม่ ซึ่งจะอยู่ที่ 5 คนว่าจะตกลงกัน เพราะสำนักงานเลขาฯไม่มีอำนาจตัดสินใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14250</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นัฑ ผาสุข, ประธานกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4061f41423c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
