<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดสืบพยานปากแรกคดี&#039;แอมมี่&#039;เผาพระบรมฉายาลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 716 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดีดำ อ.1199/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ อายุ 32 ปี แนวร่วมกลุ่มราษฎร เป็นจำเลย ในฐานความผิดร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83 ,91, 112, 217 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พ.ร.บ.การกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรณีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลากลางคืน จำเลยกับพวกอีก 2 คน ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง บังอาจร่วมกันวางเพลิงโดยใช้น้ำมันก๊าดราดใส่และจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของเรือนจำกลางคลองเปรม จนไฟลุกลามไหม้พระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมโครงไม้ เหล็ก และอุปกรณ์ที่ประดับ ได้รับความเสียหาย รวม 6 รายการ และค่าติดตั้ง 1 รายการ รวมค่าเสียหายเป็นเงิน 60,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้โจทก์และนายไชยอมร จำเลย พร้อม ทนายจำเลยมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโจทก์ยื่นคำร้องขอให้นำสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 1271/2564 ของศาลนี้ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยคดีนี้มีพยานหลักฐานเป็นบุคคล และพยานเอกสารชุดเดียวกัน หากรวมพิจารณาจะสะดวกและรวดเร็ว สอบถามฝ่ายจำเลยแล้วไม่คัดค้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างไต่สวนคำร้องว่าต้องส่งสำนวนคดีดังกล่าวไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือไม่ ไม่แน่ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด ฉะนั้นการรวมพิจารณาจึงไม่สะดวกและไม่รวดเร็วแก่การพิจารณาพิพากษาชั้นนี้ จึงไม่อนุญาตให้รวมสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ จําเลยและทนายจำเลย แถลงไม่มีข้อเท็จจริงที่รับกันได้ โจทก์แถลงว่ายังคงติดใจสืบพยานรวม 28 ปาก ขอใช้เวลาสืบพยาน เป็นเวลา 7 นัด จำเลยและทนายจำเลยแถลงข้อต่อสู้ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องมีพยานเข้าสืบ 5 ปาก ขอใช้เวลาสืบพยาน 1 นัด ซึ่งเริ่มสืบพยานนัดแรกวันที่ 1 มี.ค. 2565 เวลา 13.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายไชยอมร ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กรณีที่ถูกกลุ่มคนมายื่นคำร้องขอถอนประกันตัวว่า ก็เป็นความคิดเห็นตามสิทธิทางรัฐธรรมนูญ เราออกมาเรียกร้องเพื่อสิ่งที่ดีกว่าไม่ได้ออกเพื่อเจตนาทำร้ายประเทศ เจตนาอยากให้ประเทศดีขึ้นในระบบโครงสร้างที่ดีขึ้นเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107889</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัดสืบพยาน, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, ศาลอาญา, เผาพระบรมฉายาลักษณ์, แอมมี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9510ee06ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืนยัน22มิ.ย.เบิกตัว&#039;บรรยิน&#039;ขึ้นศาลคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22 มิ.ย. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ หมายเลขดำ อท.69/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ , นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี , นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี , นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี , นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์ เป็นจำเลยที่ 1-6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิด 9 ข้อหา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 289 , ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย มาตรา 309, 313 , ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 310 , ฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป มาตรา 139, 140 , ฐานเป็นซ่องโจร โดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต มาตรา 210 , ฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาตรา 213 , ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย มาตรา 199 , ฐานร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ทวิ , ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน มาตรา 145 ประกอบ ป.อ.มาตรา 33, 80, 83, 91, 92 และยังยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ข้อหาที่ 10 ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญา มาตรา 146&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหกเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 ซึ่งจำเลยที่ 2-6 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สำหรับ นายณรงค์ศักดิ์ จำเลยที่ 3 แถลงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยทนายความจำเลยที่ 3 ขอยื่นคำให้การในวันนัดตรวจหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้จะยังมีการเบิกตัวจำเลยที่ 1 พ.ต.ท.บรรยิน ที่มีข่าวว่าวางแผนจะแหกคุกมาจากเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งจำเลยถูกย้ายไปขังเดี่ยวมาที่ศาลตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ในวันนัดสอบคำให้การผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ศาลได้มีคำสั่งเพื่อความสะดวกในการตรวจพยานหลักฐานและการพิจารณาคดี มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีแนะนำคู่ความและช่วยควบคุมให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย หากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือข้อขัดข้องเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาหรือการได้มาของพยานหลักฐานที่คู่ความอ้างอิงก็ให้รายงานต่อศาลพร้อมด้วยแนวทางแก้ไขโดยเร็ว โดยให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยาน คำแถลงเกี่ยวกับประเด็นและความจำเป็นต้องสืบพยาน รวมทั้งวิธีการให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานนั้น ต่อเจ้าพนักงานคดีภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลยังมีคำสั่งว่าเพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลและคู่ความในวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณศาล จึงเห็นสมควรให้พิจารณาเป็นการลับ โดยให้โจทก์ , พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 และทนายความจำเลยที่ 1-2 มาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงรายละเอียดที่ได้สรุปบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณา ยกเว้นบุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้าอยู่ในห้องพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้โจทก์ , จำเลยที่ 2-6 พร้อมด้วยทนายความมาศาลเพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณาเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากคู่ความไม่มาในวันนัดตรวจหลักฐานดังกล่าว หรือไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลดังกล่าว ศาลจะพิจารณาตรวจพยานหลักฐานไปตามรูปคดีที่ปรากฏในสำนวนและตามรายงานของเจ้าพนักงานคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสื่อมวลชนที่จะมีการติดตามไปทำข่าว ทางศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่อนุญาตให้เข้าไปในห้องพิจารณาคดี แต่จะมีการจัดห้องเพื่อถ่ายทอดกระบวนพิจารณาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไว้ให้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69295</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา, นัดสืบพยาน, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, ศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec2054473afc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกจานบินควงทนายเสื้อแดงขึ้นศาลสู้คดีปลุกปั่น-นัดสืบพยานต้นปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 61 - &amp;nbsp; นายองอาจ ธรรมนิทา อายุ 36 ปี โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เดินทางขึ้นศาลเพื่อให้สอบคำให้การที่นายองอาจ ตกเป็นจำเลย ในคดีหมายเลขดำ อ.3951/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ในความผิดทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีใดอื่นมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อแสดงความเห็น ติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดก่อความไม่สงบหรือล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2559 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จัดประชุมเจ้าหน้ารัฐเพื่อตรวจค้นจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายตามหมายจับศาลอาญา โดยจำเลยเป็นโฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายได้แถลงข่าวระบุถึงสถานการณ์ส่อจะเกิดความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐกับสถาบันพระพุทธศาสนามาจากการดำเนินการของพนักงานสอบสวนคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่เกี่ยวโยงกัน ไม่มีความเป็นธรรมหลายประการ และมีเจตนากลั่นแกล้ง ทำให้ประชาชนที่เห็นข้อความดังกล่าวเข้าใจว่าพนักงานของรัฐกระทำการรุนแรงไม่ชอบด้วยกฎหมาย แกล้งดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกาย อันเป็นการกระทำเพื่อก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนที่จะเกิดความไม่สงบ หรือล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน เหตุเกิด ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้อัยการโจทก์, นายองอาจ จำเลยซึ่งได้รับการประกันตัว พร้อมทนายความเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลสอบคำให้การจำเลยแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อัยการโจทก์เสนอพยานบุคคลเข้าสืบพยานจำนวน 20 ปาก ใช้เวลาสืบ 6 นัด ขณะที่ฝ่ายจำเลยเสนอพยานบุคคลเข้าสืบพยานจำนวน 7 ปาก ใช้เวลาสืบ 3 นัด ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต โดยให้สืบพยานโจทก์เป็นเวลา 5 นัด สืบพยานจำเลย 2 นัด และสืบพยานโจทก์-จำเลยในวันเดียวกัน 1 นัด ส่วนที่จำเลยยื่นขอพิจารณาลับหลังจำเลยได้นั้น โจทก์ไม่คัดค้าน ศาลเห็นสมควรอนุญาตให้พิจารณาลับหลังได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ต่อมาคู่ความได้นัดตกลงนัดสืบพยานโจทก์เป็นวันที่ 22-25 และ 29 ม.ค. 2562 สืบพยานโจทก์-จำเลยในวันเดียวกัน 30 ม.ค. 2562 และสืบพยานจำเลยวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายเสื้อแดง, นัดสืบพยาน, ปลุกปั่นปี59, วิญญัติ ชาติมนตรี, ศาลอาญา, องอาจ, โฆษกธรรมกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1edc16f583.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
