<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มคาร์ม็อบ&#039;เต้น&#039;ปลุกไล่ประยุทธ์ลั่นวันเดียวก็รอไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64- ที่บริเวณสี่แยกอโศก แกนนำเครือข่ายขับไล่ประยุทธ์(อ.ห.ต.) นำโดยนายณัวุฒิ ใสยเกื้อ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นัดหมายมวลชนทำกิจกรรม &amp;ldquo;Car Mob 19กันยา ขับรถยนต์ชนรถถัง&amp;rdquo; เคลื่อนทัพทั่วกรุง เพื่อเป็นการรำลึกและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เนื่องในวันครบรอบ 15ปี รัฐประหาร 19กันยายน 2549 โดยตั้งแต่ก่อนถึงเวลานัดหมาย มีประชาชน คนเสื้อแดง ทยอยเดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก พร้อมกับนำสติ๊กเกอร์ ป้ายข้อความมาติดยังบริเวณรถส่วนตัว เรียกร้องขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา14.30น. นายณัฐวุฒิ เดินทางมายังบริเวณที่จัดกิจกรรม พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า การต่อสู้จะประเมินให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากที่สุด ไม่ได้กดดันว่าจะต้องชนะวันนี้ พรุ่งนี้ อยากให้คณะรัฐประหารเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะใหญ่ขนาดไหน แต่หัวใจประชาชนใหญ่กว่า แม้การขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องง่าย พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจ มีโอกาสมากที่สุด อยู่ในตำแหน่งมานาน แต่กลับทำให้ประเทศถอยหลัง ข้ออ้างว่าจะปฏิรูประเทศ สร้างความปรองดอง ไม่มี ประเทศยังมีแต่ความขัดแย้ง ไม่อาจรับมือกับวิกฤติโควิด-19 จึงเรียกร้องให้ ประยุทธ์ พอเสียที เมื่อทำอะไรไม่ได้ ควรคิดถึงหัวใจคนไทย ควรถอนตัวจากอำนาจ ถ้าไม่ตัดสินใจ เราจะต่อสู้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนยุทธศาสตร์วันข้างหน้า ขอประเมินสถานการณ์จากวันนี้ก่อน เพราะโควิด-19 เป็นข้อจำกัดใหญ่ การจะเคลื่อนไหว ต่อสู้ โดยปฏิเสธความจริง ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง สถานการณ์นี้ การชุมนุมมวลชนมากๆเหมือน พันธมิตรฯ เสื้อแดง กปปส. คงทำไม่ได้เหมือนในอดีต แต่อย่างไรก็ตามการเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบครั้งนี้ ยังมีพี่น้องรออยู่ คงจะใหญ่กว่าการเคลื่อนเมื่อ 29ส.ค.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาพูดคุยกับนายณัฐวุฒิ ขอให้ยุติชุมนุม แต่นายณัฐวุฒิยืนยันว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการชุมนุมอย่างสงบ สันติ จะเลิกตามเวลาที่ได้ประกาศไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายณัฐวุฒิ ขึ้นปราศรัยก่อนเคลื่อนขบวนอีกครั้งว่า รัฐประหาร 2549 จนถึงวันนี้กว่า 15ปี เรามาเคลื่อนขบวน เพื่อต้องการประกาศให้รู้ว่า เผด็จการ2549 เผด็จการ2557 เป็นพวกเดียวกัน เป็นความเจ็บปวดของประชาชน โดยตลอดเส้นทางวันนี้ จะบอกทั้งพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน พล.อ.ประยุทธ์ และพวกเบื้องหน้า เบื้องหลัง ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน แต่ประชาชนใหญ่กว่า ประยุทธ์ต้องออกจากตำหน่ง รอไม่ได้แม้แต่วันเดียว หากยังเพิกเฉยการต่อสู้ของเราจะเดินหน้าต่อไป วันนี้ครบ15ปีรัฐประหาร เรายังอยู่ ยังสู้ เพื่อให้พี่น้องที่ถูกฆ่า ที่หนี ที่ติดคุก ลี้ภัย ได้รู้ว่า หัวใจพวกเรายังสู้อยู่ เรายังมีกันและกัน คนตาย คนถูกขัง ลี้ภัย ไม่ได้อยู่เดียวดาย ยังมีผู้รักประชาธิปไตย ในแผ่นดิน เผด็จการอ้างว่ายึดอำนาจ เพื่อจะแก้ปัญหาประเทศ ช่วยประชาชนไม่เชื่อ ขึ้นชื่อว่า เผด็จการมีแต่จะปล้นประชาชน โรบินฮู้ดที่ปล้นคนรวยมาช่วยคนจนมันไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายทหาร 3ป. อยู่ในกองทัพ มีบทบาทสำคัญตั้งต่ รัฐประหาร 2549 ต่อมาสมคบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยึดอำนาจ สืบทอดอำนาจ มีรัฐธรรมนูญ2560 ผูกขาดอำนาจ แล้วยังจะจะอยู่ต่อไปอีกหรือ เราไม่ได้เกลียดชังทหาร แต่เกลียดชังทหาร ที่ใช้กองทัพ ย่ำยี ประชาชน จะไม่ยินยอมอยู่ภายใต้อำนาจนี้ ขอให้เผด็จการรับรู้ว่า เรายังสู้อยู่ 15ปี ที่แล้ว นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ชนรถถัง มาวันนี้ขอประกาศให้ประยุทธ์ และพวกได้รู้ หากประชาชนชนะ รถถังที่ยึดอำนาจ เป็นแค่เศษเหล็กเท่านั้น ขอย้ำว่า เราไม่ได้รบกับกองทัพ ทหาร เรารบกับประยุทธ์เท่านั้น ประเทศนี้ ว่างเว้น ศึกสงครามมานานแล้ว ประเทศนี้ เรายังอยู่ ประชาชนยังอยู่ พี่น้อง ขอเสียงดังๆ โห่ร้องขึ้นมา ให้เขาได้ยินเสียงของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงนี้นายณัฐวุฒิ ได้สวมเสื้อใส่เสื้อคนขับรถแท็กซี่ เพื่อรำลึกถึงนายนวมทอง ไพรวัลย์ แท็กซี่ที่ได้ขับรถชนรถถังเมื่อ 15ปีก่อน จากนั้นได้ขับแท็กซี่ ชนรถถังที่ทำจำลองขึ้นมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาประมาณ15.00น. มีการเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบออกจากบริเวณสี่แยกอโศก เพื่อไปตามเส้นทาง พระราม 4 เลี้ยวขวาแยกคลองเตย ไปยังสะพานกรุงเทพ จุดหมายสุดท้ายที่ และเมื่อไปถึง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ที่เป็นจุดหมายสุดท้าย จะมีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และจะประกาศยุติการชุมนุมเวลาประมาณ 18.00น.อย่างไรก็ดี หลังจากมีการเคลื่อนขบวนไปไม่นานนัก มีฝนตกลงมาอย่างหนัก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117170</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ม็อบ, ณัวุฒิ ใสยเกื้อ, นัดไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146f95ab853d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มไทยไม่ทนนัด30ส.ค.แถลงท่าทีขับไล่&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64-คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ได้นัดแถลงข่าวของกลุ่มไทยไม่ทนในวันที่ 30 ส.ค.64 เวลา 13.30 น. เสนอข้อเรียกร้องต่อ ส.ส. และพรรคการเมือง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และกิจกรรมเวที #อภิปรายนอกสภา โดยมีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ผู้ร่วมก่อตั้ง นายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการเครือข่ายอีสานกู้ชาติ โฆษกฯคณะ นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ เลขาธิการ นปช.โฆษกฯ นายยศวริศ ชูกล่อม โฆษกฯ นายณัทภัช อัคฮาค ญาติผู้เสียหายในเหตุการณ์พฤษภา 2553 และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน, คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย, นัดไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ebf1e8ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เต้น&#039;กางกิจกรรม Car Park 15ส.ค.ขับรถกดแตรไล่&#039;ประยุทธ์&#039; เปิดเส้นทาง 3 จุดนัดก่อนเคลื่อนพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;13 ส.ค.64 -นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงถึงกิจกรรม Car Park ในวันที่ 15 ส.ค.ว่า กำหนดจุดนัดหมาย 3 จุด รวมกับพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ผู้ได้รับผลกระทบจากการบริหารบ้านเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ แต่ละจังหวัดจะมีจุดนัดหมายในพื้นที่ของตัวเอง นัดพร้อมกันในเวลา 14.00 น. เคลื่อนขบวนพร้อมกันในเวลา 15.00 น. มีการปราศรัย แสดงดนตรี ถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ยูทูป คลับเฮาส์ และทุกๆ ช่องทางที่กระจายภาพและเสียงได้ โดยเคลื่อนไหวตามเส้นทางที่เรากำหนดไว้แล้ว 18.00 น. ทั้งขบวนจะจอดรถและกดแตรยาวตามความยาวของเพลงชาติไทย ถือเป็นการส่งสัญญาณเปล่งเสียงขับไล่พล.อ.ประยุทธ์พ้นตำแหน่งนายกฯ พร้อมกันทั้งประเทศก็ยุติกิจกรรม แยกย้ายเดินทางกลับ โดยจุดนัดหมาย 3 จุดนั้น จุดแรกคือแยกราชประสงค์ เวลา 15.00น.เคลื่อนออกจากแยกราชประสงค์ ผ่านสวนลุม ใช้เส้นทางถ.พระราม 4 บ่อนไก่ จุดที่ 2 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าสะพานปิ่นเกล้า ผ่านเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ยูเทิร์นสายใต้ใหม่ แห่งเก่า เข้า ถ.จรัญสนิทวงศ์ ตรงไปกลับรถสะพานพระราม 7 เพื่อมาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกครั้ง 3.จ.พระนครศรีอยุธยา คิวรถตู้ อยุธยาปาร์ค มาตามถนนสายเอเชีย เข้าถ.วิภาวดี ตรงเข้าเส้นทาง ห้าแยกลาดพร้าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามี 3 เส้นทางนี้เท่านั้น&amp;nbsp; นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ตั้งขบวนมาจาก พระนครศรีอยุธยา ส่วนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นพื้นที่ของคนหนุ่มสาว ประชาชนสามารถเข้าร่วมได้ตามสะดวก ไม่ทับซ้อนกัน ไม่มีการมารวมขบวนกัน เมื่อถึงเวลา 18.00 น. จะจอดรถและกดแตรยาวพร้อมกัน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ไล่พล.อ.ประยุทธ์ ตามความยาวของเพลงชาติ ยืนยันไม่มีการเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง เปราะบาง หรือเฝ้าระวัง ไม่มีการปักหลักชุมนุม เรื่องนี้ตนได้แจ้งกับฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายความมั่นคงไปแล้ว ไม่มีปิดบังลับลมคมใน &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถส่วนตัว ไม่สามารถเข้าร่วมได้ มีวิธีการที่ให้แสดงออกหลายรูปแบบ ขณะนี้มีพี่น้องแท็กซี่ไม่ต่ำกว่า 1.8 หมื่นรายที่ได้รับวัคซีนแล้ว มีการขึ้นสัญลักษณ์บนรถ สามารถติดต่อแท็กซี่ที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าวเพื่ออุดหนุน เหมารถมาร่วมกิจกรรมเท่ากับเป็นการช่วยเหลือแท็กซี่ได้ด้วย ถ้าอยู่ละแวกบ้านตัวเองก็ศึกษาเส้นทางที่เราผ่าน ออกมาแสดงสัญลักษณ์ชูป้าย และร่วมแสดงความเห็นไล่ประยุทธ์ได้ตลอดเส้นทาง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างที่เราทราบว่าหลายวันมานี้มีเหตุการณ์เผชิญหน้า ปะทะด้วยกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม จนเป็นภาพชินตาของผู้คน การเคลื่อนขบวน Car park ในวันที่ 15 ส.ค. ต้องพูดคุยให้ชัดถึงวัตถุประสงค์ในการเคลื่อน ตนชักธงสันติ ไม่ใช่ชักธงสงคราม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาก่อนหน้านี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันที่ 15 ส.ค. จะเป็นสันปันน้ำให้ทุกคนทุกฝ่ายตั้งสติและพิจารณาร่วมกัน ในการยุติความรุนแรงไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แน่นอนที่สุด อยู่ข้างประชาชน เมื่อเกิดการปะทะบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย ถึงที่สุดหน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบ จะแสดงตนเป็นคู่กรณีไม่ได้ ปฏิบัติการใช้กำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องยึดตามกฎหมาย หลักสากล และภายใต้เมตตาธรรมภายใต้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของแผ่นดิน ซึ่งการยุติความรุนแรง การเผชิญหน้าครั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือทั้ง 2 ฝ่าย วันที่ 15 ส.ค. จะเดิมพันสันติภาพ โดยให้สังคมเป็นกรรมการ ไม่มีบวก ไม่มีปะทะทุกอย่างจะเกิดขึ้นและจบลงตามกำหนดเวลา&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มีคำพูดถึงคนหนุ่มสาวที่ออกมาต่อสู้ ขอเรียกตัวเองว่าพี่เต้น ตลอดมามีแต่ความรัก ความหวังดี ประกาศยืนเคียงข้างคนหนุ่มสาวไม่ว่าวันนี้และตลอดไป ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยก้าวก่าย วิพากษ์วิจารณ์การต่อสู้ของคนหนุ่มสาว ในเรือนจำถ้าพวกเขาไม่ถาม ตนไม่เคยแสดงความเห็น แต่วันนี้อยากปรารภความเห็นถึงพี่ๆ น้องๆ และคนหนุ่มสาว จะว่าพี่ขี้ขลาด ไม่สู้ ไม่ก้าวหน้า ก็ได้ แต่อยากจะบอกว่า หัวใจสู้ของคนหนุ่มสาวทุกคนเห็นแล้ว ส่วนตัวพี่คารวะ ยอมใจในความกล้าหาญมุ่งมั่น ยอมใจในการต่อสู้อย่างลืมเหนื่อย ลืมกลัว ลืมตาย แต่อย่าลืมว่ากลยุทธ์สำคัญของการต่อสู้ต้องหันด้านที่แข็งแรงที่สุดปะทะกับด้านที่อ่อนแอของคู่ต่อสู้ ด้านที่แข็งแรงที่สุดของประชาชนคือพลังบริสุทธิ์ ยึดหลักสันติวิธีร่วมกันและแสดงออกอย่างพร้อมเพรียงทั้งประเทศ ส่วนด้านอ่อนแอที่สุดของผู้มีอำนาจคือพล.อ.ประยุทธ์ ที่เชื่อว่า เป็นศูนย์รวมความชิงชังของคนประเทศ เป็นมือวางอันดับหนึ่งของความไร้ความสามารถที่ประชาชนต้องการขับไล่ ในขณะเดียวกันด้านที่อ่อนแอของประชาชนคือกำลังสู้รบ และการปะทะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราไม่มีทางมีอาวุธยุทโธปกรณ์เทียบเคียงฝ่ายรัฐได้ เพราะด้านแข็งแรงที่สุดของฝ่ายรัฐคือกองกำลังและอาวุธ การเผชิญหากับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน วันนี้ถ้าฝ่าไปได้ 5 กองร้อย จะได้ไปพบกับอีกเป็นสิบเป็นร้อยกองร้อยและทั้งประเทศต่อไป&amp;nbsp; ผ่าน คฝ. กระสุนยางจะไปเจอทหารกระสุนจริง ไม่ใช่วาระเวลาที่ประชาชนจะต้องไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนั้น เหมือนที่พี่น้องร่วมอุดมการณ์เผชิญหน้ามาแล้วเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา&amp;rdquo;นายณัฐวุฒิกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผู้ชุมนุมขว้างประทักษ์ยักษ์จนมือได้รับบาดเจ็บนั้น มีการวางมาตรการป้องกันคัดกรองอย่างไรในกลุ่มเราเองไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าเหตุการณ์ที่ผ่านขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่แสดงต่อกัน คงไม่สรุปว่าเกิดเพราะใครฝ่ายใด วันที่&amp;nbsp; 15 ส.ค.นี้ เชื่อมั่นในวิจารณญาณของประชาชน และคนหนุ่มสาวทุกคน เชื่อว่าเขาเข้าใจว่าเป้าหมายการชุมนุมครั้งนี้คืออะไร เชื่อว่าจะไม่เกิดความรุนแรงและเผชิญหน้า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ถ้าเราใช้ความอดทนอดกลั้นก็จะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการตั้งคำถามว่าเยาวชนใช้ความรุนแรงเพราะมีความต้องการให้กองทัพออกมา นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าน้องๆ จะมีคามต้องการอย่างนั้น แต่ไม่มั่นใจในฝ่ายผู้มีอำนาจ ไม่มีเคยมีการเจรจาก่อนใช้กำลัง ฝ่ายรัฐต้องรับผิดชอบ ขอให้ประชาชนดูเกมนี้ให้ดี เชื่อว่าบรรยากาศการเผชิญหน้าการปะทะทั้งหมด มันเป็นความพึงพอใจของฝ่ายผู้มีอำนาจ เป็นความต้องการให้ทุกวันมันจบที่ความรุนแรง ถ้าไม่ใช่ความพึงพอใจ เราจะเห็นเสียงคนในรัฐบาลออกมาปรามและพูดถึงแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่บ้างแล้ว แต่วันนี้ไม่มีเลย วันที่ 15 ส.ค.นี้อยากให้เรามาช่วยกันทำให้พลังของประชาชนเกิดขึ้นและจบลงอย่างที่เราต้องการ อย่าให้มันเป็นการเริ่มต้นด้วยเจตนาของเรา และจบลงด้วยเป้าหมายของผู้มีอำนาจ ตนเชื่อว่าเราทุกคนไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113182</URL_LINK>
                <HASHTAG>Car Park, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นัดไล่ประยุทธ์, ราชประสงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116414c1fb58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;รัฐประหารเงียบเหน็บ&#039;ปชป.-ภท.&#039;ไร้ราคา นัดทุ่มตรงเปิดไฟมือถือไล่ประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;
30 เม.ย.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talkว่า หายนะของโควิดระบาดรุนแรงนั้น เริ่มต้นจากคนรวยทั้งสิ้น แล้วมาสร้างความฉิบหายให้คนจน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้น พวกคนรวยกลับมาได้รับผลประโยชน์กันอีก การอภิปราย1-2 พ.ค. จึงมีนักการเมืองและนักวิชาการเข้าร่วม เพื่อเสนอข้อมูลให้ประชาชนได้รู้ทันประยุทธ์ อย่างเข้าใจได้ถ่องแท้และชัดเจนยิ่งขึ้นถึงพวกคนอยู่เบื้องหลังประยุทธ์ด้วย ขอให้ฟังการถ่ายทอดออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่ที่บ้าน เป็นการปกป้องโควิดระบาดรุนแรง นอกจากนี้ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสีย น้าค่อม ชวนชื่น ตนขอตั้งความสงสัยให้หาความจริง ว่า การสูญเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงโควิดระบาดนั้น เกิดจากอะไรกันแน่ เพราะมีการอ้างถึงโรคประจำตัวของผู้ป่วย หรือเกิดจากไวรัสโควิด หรือได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีน ดังนั้น ความจริงจากการเสียชีวิตจึงควรมีความกระจ่างและชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ประยุทธ์ รวบอำนาจตามกฎหมาย 31 ฉบับว่า เปรียบเสมือนทำ รัฐประหารเงียบยึดอำนาจจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาเป็นขอตัวเอง ตนจะชำแหละเนื้อหาและอำนาจในกฎหมายทั้ง 31 ฉบับให้เป็นเรื่องราวกัน เพราะประชาชนสมควรได้รับรู้ถึงอำนาจที่ยึดมานั้นมีหลายเรื่องไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิดระบาดพร้อมทั้งจะชี้ให้เห็นสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ว่า ประยุทธ์ ต้องการชี้และแสดงตัวให้คนได้เห็นถึงกฎหมายคือข้าพเจ้าและข้าพเจ้าเป็นกฎหมาย ซึ่งสะท้อนถึงการใช้อำนาจเพื่อตัวเอง สิ่งนี้คือความแยบยลในการครองอำนาจของตัวเองเอาไว้ ความแยบยลของประยุทธ์ ยังสะท้อนมาตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค. 2557 โดยอ้างรักษาความสงบ และเช่นกัน มาถึง รปห.เงียบครั้งนี้ด้วยการรวบอำนาจจากกฎหมาย 31 ฉบับ แม้กฎหมายหลายฉบับไม่เกี่ยวกับปัญหาโควิด แต่ความต้องการนำอำนาจมาไว้ที่ตนเอง จึงแสดงให้เห็นว่า ประยุทธ์ ไม่เชื่อน้ำยาของ รมต. ฝ่ายนักการเมือง แต่นักการเมืองเหล่านั้น ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย กลับทำตัวเป็นพวกสีทนได้อย่างหน้าตาเฉย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์ ทำเช่นนี้ได้ เพราะเขาไม่กลัวสูญเสียอำนาจ ขณะที่พวกนักการเมืองกลับทำตัวไร้ราคา ไม่มีน้ำยา หากนักการเมืองเกิดแข็งขืนแสดงถึงอาการพอมีน้ำยาอยู่บ้าง น้ำหน้าทหารแก่อย่างประยุทธ์ จะกล้าทำเช่นนี้หรือ ดังนั้น เกียรติยศ ศักดิ์ศรีนักการเมืองไม่มี จึงยอมให้ประยุทธ์ กดขี่ได้ปานนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวถึงในสถานการณ์วิกฤตช่วงนี้ได้พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ประยุทธ์ ไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาการระบาดโควิดรุนแรงทั้ง 3 รอบ ดังนั้น ประยุทธ์ ต้องเข้าเฝ้าในหลวงเพื่อขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน โดยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ถ้าศึกษาจากอดีตแล้ว ย่อมพบว่า เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นนายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าเพื่อขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน แต่ประยุทธ์ กลับละเลย อีกทั้งยังทำ รปห. เงียบรวบอำนาจตามกำหมาย 31 ฉบับมาเป็นของตัวเองแต่ผู้เดียวอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อนักการเมืองไม่คัดค้าน และนิ่งเงียบเหมือนนักการเมืองเป็นทาสในเรือนเบี้ย ยังสะท้อนว่า ประยุทธ์ มีอำนาจเหนือนนักการเมือง เปรียบเหมือนองค์รัฎฐาธิปัตย์เป็นประมุขของประเทศ ผมมีคำถามคือ ทำไมประยุทธ์ ไม่เข้าถวายรายงานและขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน ประยุทธ์ต้องการอะไรและคิดอะไรอยู่หรือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประธานนปช. กล่าวอีกว่า การใช้อำนาจตามกำหมาย 31 ฉบับ ซึ่งมีบางกฎหมายที่ต้องการให้กระชับอำนาจ บางเรื่องเกี่ยวกับการโยกย้าย และไม่เกี่ยวกับปัญหาการระบาดของโควิด ดังนั้น ตนคงย้ำอีกว่า ประยุทธ์ ต้องการอะไรในการรวบอำนาจ เพื่อต้องการรักษาอำนาจ หรือต้องการสู้กับใคร ประยุทธ์คิดอะไรอยู่&amp;nbsp; สิ่งที่กังขาเหล่านี้ ตนจะชำแหละให้เห็น โดยการคลี่กำหมายที่ละฉบับในวันที่1 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การละเลยไม่ขอทำเรื่องขอเข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงานและขอคำปรึกษา ได้สะท้อนชัดเจนว่า ประยุทธ์และคนที่อยู่ข้างหลังประยุทธ์ อยู่ในสถานการณ์ไหน นอกจากนี้ ประยุทธ์ ยังได้ประโยชน์จากการใช้ ม.112 ทั้งที่เคยประกาศไม่เอาโทษ แต่กลับมาเอาโทษ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสงสัยว่า ประยุทธ์คิดอะไรและต้องการอะไรกันแน่ อย่าคิดว่า ประยุทธ์ ไม่คิดอะไร เพราะทุกท่วงทำนองได้ออกแบบวางแผนแยบยล ดังนั้นประชาชนต้องรู้ทัน จับให้ได้ไล่ให้ทันว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น ทำไปเพื่ออะไร โดยเฉพาะเมื่อโควิดมีอยู่จริงและสถานการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนก็มีอยู่จริง ดังนั้น ต้องมีคนรับผิดชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประยุทธ์ ทำมานั้น เหมือนจะเอาฝ่ามือไปปิดแผ่นฟ้า ซึ่งปิดได้ไม่มิดแน่ ขอเตือนไว้ว่า อำนาจมีมาแล้วก็หมดไป ไม่ยั้งยืน การรวบอำนาจจากกฎหมาย 31 ฉบับ ได้สะท้อนตัวตนประยุทธ์ ชัดเจน เมื่อหงายไพ่ออกมาจึงรู้ว่า ประยุทธ์ ต้องการอะไรกันแน่ ดังนั้นเราจึงเรียกร้องให้ ประยุทธ์ ต้องออกไป
&amp;nbsp;
แกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชน กล่าวว่า คณะประชาชนไม่ทน พวกเราขอยืนหยัดเดินบนเส้นทางไล่ประยุทธ์ให้บรรลุผล สิ่งนี้ไม่ใช่ทำเพื่อเรื่องส่วนตัว แต่เพราะเราต้องการนำให้ประเทศเดินเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไคยตามเดิม ซึ่งถ้าไม่ทำลายระบอบประยุทธ์แล้ว เราก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อประยุทธ์ ยังอยู่ต่อเท่ากับขวางทางพัฒนาประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์ไล่ประยุทธ์นี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก เนื่องจากโควิดระบาดมาสามรอบแล้ว จึงแสดงว่า ม้าไม่ดีจึงเกิดระบาดมาสามรอบ จึงต้องเปลี่ยนม้าได้ ยิ่งเป็นม้าไม่ดี ยิ่งต้องรีบเปลี่ยน เนื่องจากประเทศกำลังทำสงครามชีวภาพและต่อสู้ทางเศรษฐกิจ ยิ่งจะให้ม้าไม่มีสภาพออกไปรบไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บัดนี้ได้เวลาเปลี่ยนม้าแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะมีการระบาดรอบสี่อีก ความรับผิดชอบเยียวยาให้ประชาชนก็ไม่มี คงมีแต่มาตรการบังคัประชาชน แม้ประยุทธ์และพวกพ้องข้างหลังอยู่ได้ แต่คนอื่นอยู่ไม่ได้ พวกเราจะจัดเวทีไล่ออนไลน์แบบนี้ และต่อไปคงนัดยกระดับอีก อาจนัดเวลา19.00 น. เปิดไฟฉายมือถือ พร้อมตะโกนกันทั่วประเทศว่า ประยุทธ์ออกไป ซึ่งจะนัดกันอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม วันพรุ่งนี้ตั้งแต่บ่ายโมงตรงเป็นต้นไป เราพร้อมกับนักการเมืองจะฉายภาพให้เห็นว่า ทำไมประยุทธ์ จึงต้องออกไป ทั้งที่อยู่มา 7 ปียังไม่ทำอะไรให้เกิดความสำเร็จได้เลยสักชิ้นงาน เอาแต่ทำเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้เท่านั้น จึงไม่สมควรให้อยู่อีกต่อไป&amp;rdquo;นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นัดไล่ประยุทธ์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐประหารเงียบ, โควิดระบาดซ้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bcecdbf62e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดไล่ประยุทธ์ทุกวัน จัดต่อเนื่อง4โมงถึง3ทุ่มวัดพลังใครฉิบหายก่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; นำทีมเปิดยุทธการ 4-4-4 หักปีก &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; แล้ว โวก่อนขึ้นเวทีฝนตกล้างความชั่วของแผ่นดิน เวทีคึกคักทั้ง &amp;ldquo;กปปส.-พวกยี้ทักษิณ&amp;rdquo; ร่วมวง &amp;ldquo;ตุ๊ดตู่&amp;rdquo;&amp;nbsp; ไฮด์ปาร์กจัดหนัก &amp;ldquo;ฯพณฯ เสกสกล&amp;rdquo; ก่อนประกาศยึดอนุสรณ์สถานฯ เป็นฐานปฏิบัติการ ชุมนุมทุกวันเวลา 16.00-21.00 น. ลั่นจะวัดความอึดนายกฯ ใครจะฉิบหายก่อนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2564 ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมเครือข่ายต่างๆ ได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย&amp;quot; ตามรหัส 4-4-4 เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในเวลา 16.00 น.นั้น พบว่าตั้งแต่เวลา 13.00 น. ได้เริ่มตั้งเวทีปราศรัย จัดเรียงเก้าอี้ไม่ต่ำกว่า 600 ตัว และติดตั้งระบบเครื่องเสียง จอแอลอีดี ซึ่งมีมวลชนคนเสื้อแดงทยอยกันมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก หนึ่งในแกนนำ นปช.ได้เดินทางมาจัดเตรียมสถานที่ด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า การจัดเวทีจะขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น และมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่แตะต้องเรื่องสถาบัน หากพบว่ามีมวลชนกลุ่มอื่นๆ ที่มาร่วมแสดงสัญลักษณ์ถึงมาตรา 112 ก็จะเข้าไปห้ามปรามทำความเข้าใจ
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. ได้เกิดฝนตกลงมาบริเวณสถานที่จัดการชุมนุม ทำให้ผู้จัดงานต้องหลบฝนและเตรียมผ้ามาเช็ดเก้าอี้และบริเวณเวที
และในเวลาประมาณ 16.00 น. นายจตุพรเดินทางมาถึงและให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันอัศจรรย์ ที่เรียกว่ามืดฟ้ามัวดิน ฝนตกอย่างถล่มทลาย เพื่อล้างความชั่วของแผ่นดินให้สะอาด ฝนตกตั้งแต่เที่ยง หลายคนคิดว่าเวทีจะมีปัญหา ซึ่งได้บอกว่าฝนจะหยุดตกก่อนมีเวทีปราศรัย เมื่อฝนล้างแผ่นดินเสร็จเราก็จะได้เวลานับหนึ่งของประเทศไทย ตามฤกษ์ 4-4-4 ประยุทธ์ออกไป โดยเป้าหมายหลักของเราอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ และจะปราศรัยเป็นคนสุดท้าย
นายจตุพรยืนยันว่า เวทีนี้มาตามคำเชิญของนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ซึ่งยังไม่ถึงขั้นการชุมนุม แต่เป็นเวทีอธิบายการเข้ามาของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงเวลา 7 ปี ได้ตระบัดสัตย์ในเรื่องไหนบ้าง จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไป ซึ่งการมาครั้งนี้มาในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับ นปช.
&amp;nbsp;เวลา 17.15 น. บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้น แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือคนเสื้อเหลือง ทยอยขึ้นเวทีปราศรัย อาทิ นายไทกร พลสุวรรณ, พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี และนายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว. ที่เคยร่วมต่อสู้กับระบอบทักษิณ
ทั้งนี้ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้เดินทางมาทำความเข้าใจถึงการชุมนุมกับนายจุตพร และเน้นย้ำการจัดกิจกรรมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยว่า การชุมนุมวันนี้เป็นการประชุมเชิงเสวนา เชิงวิชาการ โดยจะเริ่มช่วง 16.00 น. และคาดว่าจะยุติประมาณ 20.00-21.00 น. ซึ่งตำรวจจะตั้งจุดตรวจค้นอาวุธพื้นที่โดยรอบการชุมนุม เพื่อป้องกันไม่ให้นำอาวุธเข้ามาก่อเหตุ
ในเวลา 18.00 น. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า ในเดือน พ.ค.นี้ จะครบ 29 ปีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ที่เรารู้สึกถึงความสูญเสียอย่างมาก ไม่ได้รับการเหลียวแลเลย จนมาถึงปัจจุบันรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ยิ่งถอยหลังเข้าคลอง โดยเฉพาะคำท้าทายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่บอกว่าไปแก้มาให้ได้ก็แล้วกัน พล.อ.ประยุทธ์คิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้าทำแบบนี้ กล้าด่าประชาชน มันสุดจะทนแล้ว ตรวจสอบรัฐบาลนี้มา 4 ปี พบว่ามีการทุจริต บอกทางแก้ไขไปทุกอย่าง แต่ไม่เคยทำ รัฐบาลนี้จึงโกงที่สุดตั้งแต่ที่มีรัฐบาลมา บอกเลยว่าโคตรโกง หลอกลวง ไม่เคยพูดความจริงกับประชาชน ปลิ้นปล้อน วันนี้พูดอย่าง อีกวันพูดอย่าง หาจุดยืนไม่ได้ นอกจากนี้ยังเอาชีวิตประชาชนเป็นเครื่องเล่น ปล่อยให้โควิดระบาด ปล่อยให้มีบ่อนพนัน มีแรงงานเถื่อน ไม่เคยขอโทษประชาชนเลย และไม่แคร์ประชาชน
&amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ก้าวลงจากอำนาจ บัดนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ขอให้คนที่เห็นด้วยออกมามากๆ ด้วยสันติวิธี ให้เกิดความสงบในบ้านเมือง ไม่เกิดการนองเลือด หากช้าไปกว่านี้อาจเกิดการนองเลือดได้ จึงมีเพียง 2 วิธีเท่านั้นคือ 1.ออกมาชุมนุมเรียกร้องส่งเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป 2.เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกจากรัฐบาล ถ้า 2 วิธีนี้ยังทำไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนแล้วว่าจะลงมติอย่างไร&amp;rdquo; นายอดุลย์กล่าว
มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 19.00 น. นายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือต้อม ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม และไปนั่งหลังเวทีพูดคุยกับนายจตุพรด้วย
ขณะที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า สาเหตุที่มาร่วมเวที ไม่ได้ต้องการขับไล่ประยุทธ์ แต่ต้องการขับไล่เผด็จการทหารเลว
จากนั้นเวลา 19.35 น. นายจตุพรขึ้นกล่าวปราศรัยว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเจอสารพัด ไม่ว่าซีกรัฐบาลหรือซีกไหนก็พุ่งเป้ามา วันนี้หลังจัดการ พล.อ.ประยุทธ์เรียบร้อย ต่อจากนี้ ฯพณฯ เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ อย่าคิดหาความสำราญชนิดที่ว่าจะนอนไม่หลับ ทั้งนี้ที่มาตามคำเชิญนายอดุลย์ไม่คิดว่าเวทีนี้จะเกิดขึ้นได้ เพราะประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยรวมตัวกันครั้งสุดท้ายเมื่อ 29 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างคนไทยไม่เอาเผด็จการสู้กับเผด็จการ แต่วันนี้ความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลืองเสื้อแดงควรวางเอาไว้ก่อนเพื่อรวมตัวขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; ส่วนที่ถามว่าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วจะเอาใครมาบริหารประเทศ บอกว่าถ้าประเทศไทยไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จะสิ้นชาติหรือ ทั้งยังตอบด้วยจะเป็นใครก็ได้ในแผ่นดินนี้ที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์
นายจตุพรกล่าวอีกว่า เราจะชุมนุมกันอีกหลายวัน ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับเรา ใครจะอึดกว่ากัน จะมีการจัดกิจกรรมไปและเว้นบ้างบางวัน ดูว่าใครจะฉิบหายก่อนกัน พร้อมขอให้ประชาชนยืนหยัดจะต่อสู้จนกว่า พล.อ.ประยุทธ์จะออกไปได้หรือไม่ และขอบอกความลับกับ พล.อ.ประยุทธ์เกี่ยวกับเพื่อนที่ชื่อ นายเสกสกล ว่าอยู่แก๊งไหนหัวหน้าแก๊งตายหมด ดังนั้นนายเสกสกลอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงดีใจมาก
&amp;ldquo;วันนี้ใครเกลียดหรือรักผมไม่สำคัญ แต่ถ้าเกลียดประยุทธ์ไม่ต้องการให้อยู่ในอำนาจต่อไป เราจะต้องสามัคคีกัน เป็นเวทีที่คนไทยทั้งแผ่นดินลุกขึ้นมาประกาศว่าเราจะขับไล่ประยุทธ์ แต่ถ้าเราแตกแยก คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประยุทธ์ และอย่าให้คนตระบัดสัตย์มีที่ดินอยู่ในแผ่นดินนี้ เราจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการหลัก และในวันพรุ่งนี้จะนัดชุมนุมกันใหม่ในเวลา 16.00-21.00 น. เราจะไล่ทุกวัน โดยจะเว้นวันที่ 6 เม.ย. เนื่องจากมีแนวร่วมจัดงานเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และวันที่ 7 เม.ย.จะกลับมาใหม่ จึงขอเชิญประชาชนมาร่วมซึมซับบรรยากาศ เพราะมีพลังที่จะจัดการกับประยุทธ์ วันนี้มีความหวัง เห็นโอกาส เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ถ้าประชาชนสามัคคีกัน เราไม่มีวันจะแพ้ เราต้องร่วมกันกำหนดชะตากรรมของประเทศนี้ด้วยชีวิตและอุดมการณ์&amp;quot;&amp;nbsp; นายจตุพรกล่าว &amp;nbsp;
ในช่วงท้าย นายจตุพรได้แจกเสื้อที่สกรีนข้อความว่า &amp;ldquo;สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;rdquo; ให้ประชาชน จากนั้นได้ประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 20.30 น. ซึ่งในการจัดทำกิจกรรมครั้งนี้ คาดว่ามีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน
ก่อนหน้านี้ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวว่า ขอร้องประชาชนที่จะเข้าร่วมการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ กรุณาได้คิดทบทวนอีกครั้ง ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง และประชาชน ที่จะได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากการชุมนุม อีกทั้งเรื่องการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 อีก เพราะการเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยโดยแท้จริง แต่เป็นเพียงการออกมาหาผลประโยชน์ส่วนตัว และทำตามใบสั่งของคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง หวังให้เกิดกลียุค ขอให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนปี 2553 เพราะเคยร่วมชุมนุมด้วยกันมา จึงรู้สันดานของแกนนำเหล่านี้ดีว่าไม่มีจุดยืนอุดมการณ์อะไรเลย ทำเพื่อตนเองและทำตามใบสั่งเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ศูนย์ประสานงานซอยวิภาวดี 64 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ, ศูนย์ประสานงานภาคกลาง อ.เมืองฯ&amp;nbsp; จ.นนทบุรี, นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงกรุงเทพฯ และประธานภาคกลาง ได้ออกแถลงการณ์ว่า คณะทำงานศูนย์ประสานงานอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงกรุงเทพฯ และภาคกลาง ได้ลงมติกันแล้วจะไม่ไปร่วมกิจกรรม 4/4/2564 อย่างเด็ดขาด เพราะมัวแต่ไปชุมนุมเรียกร้องเป็นเครื่องมือให้กับแกนนำ สุดท้ายแกนนำสู้แล้วรวย ส่วนมวลชนสู้แล้วจน
เช่นเดียวกับ นายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ ระบุว่า กลุ่มคนเสื้อแดงภาคใต้ 14 จังหวัดยืนยันว่าจะไม่ไปร่วมกิจกรรมกับคุณจตุพรโดยเด็ดขาด โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 2 เม.ย.กลุ่มคนเสื้อแดงภาคเหนือก็ประกาศไม่เข้าร่วมการชุมนุมมาแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98327</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จัดต่อเนื่อง, นัดไล่ประยุทธ์, นัดไล่ประยุทธ์ทุกวัน, วัดความอึดนายก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใครจะฉิบหายก่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069d665af074.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
