<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มข้อหา‘นัน’ อ้างเป็นตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นัน กิ่งเพชร ซัด &amp;quot;พิพล&amp;quot; เพื่อนร่วมแก๊งเป็นตัวการกรรโชกทรัพย์ล่อซื้อลิขสิทธิ์ ตัวเองเป็นแค่ลูกทีมทำงานตามสั่ง ตำรวจเตรียมเพิ่มอีก 2 ข้อหา อ้างตัวเป็นตำรวจ และตัวแทนบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ด้านคดีที่โคราชมีผู้เสียหายกว่า 60 ราย ยังเอาผิดผู้ก่อเหตุไม่ได้ โผล่อีกแก๊งอ้างลิขสิทธิ์หนังต่างประเทศ รีดผู้ฉายหนังกลางแปลงทั่วประเทศ หัวหน้าแก๊งเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นเมืองกาญจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 ได้สอบปากคำนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม ลงวันที่ 12 พ.ย.62 ในข้อกล่าวหา &amp;ldquo;กรรโชกทรัพย์&amp;rdquo; โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าได้คุยกับผู้เสียหายบ้าง ส่วนการเรียกรับเงิน การลงประจำวัน นายพิพล โตตันติกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเดียวกัน เป็นผู้จัดการทั้งหมด เพราะนายพิพลเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ตนเองเป็นผู้ทำงานตามสั่ง ซึ่งเมื่อได้เงินมา นายพิพลจะแบ่งเงินให้ตน โดยตนไม่ได้เรียกร้องว่าจำนวนเท่าใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า คดีนี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ชญานิศ นามไพร อายุ 22 ปี ชาวร้อยเอ็ด เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ว่าเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมได้ขายสินค้าทางเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;นิดหน่อย เด็กดี&amp;quot; โดยขายสินค้าประเภทชั้นวางของที่ทำจากไม้ ซึ่งรับมาจากคนอื่นแล้วนำมาขายต่อชิ้นละ 290 บาท ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;วนิสา ถินสุวรรณ์&amp;quot; ส่งข้อความมาว่าต้องการซื้อชั้นวางของที่มีลวดลายตัวการ์ตูนโดราเอมอน ผู้เสียหายจึงได้ไปซื้อกระดาษห่อของขวัญที่มีลายโดราเอมอนมาติดชั้นวางของตามที่ลูกค้าสั่ง โดยผู้สั่งซื้อได้ให้ทำลวดลายคิตตี้อีก 1 ชิ้น พร้อมโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีของผู้เสียหาย จำนวน 100 บาท หลังจากนั้นลูกค้าได้นัดวันส่งสินค้าก่อนจะขู่กรรโชกเอาทรัพย์ โดยผู้ก่อเหตุคือนายภูมิภากร และนายพิพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวว่า หลังผู้เสียหายแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจนทราบว่านายภูมิภากรไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ใช่พนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนนายพิพลเป็นพนักงานที่รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จริง แต่พฤติกรรมที่ทำนั้นไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้อง เป็นการกรรโชกทรัพย์จากประชาชน จึงมีการรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับนายพิพลและนายภูมิภากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้ไปตำรวจจะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม ในส่วนที่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธนั้น เป็นเรื่องปกติ ซึ่งในจุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหานำตัวส่งฟ้องศาลได้ ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหานายภูมิภากรเพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา คือแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และแสดงตนเป็นพนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ในขณะที่นายพิพล ผู้ต้องหาอีกคนที่ถูกออกหมายจับ แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้ ตำรวจอยู่ระหว่างประสานกับทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อขอคำตอบที่เป็นเอกสารยืนยัน ว่าเป็นพนักงานผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท หน้าที่ที่รับผิดชอบ กับการกระทำที่ทำกับผู้เสียหายนั้นถูกต้องหรือไม่ หากเป็นการกระทำเกินหน้าที่ก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ และข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ บก.ภ.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เรียกประชุมความคืบหน้าคดีตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มีผู้เสียหาย 61 ราย ค่าเสียหายรวมกว่า 1.4 ล้านบาท รวมถึงคดีเยาวชน 15 ปี ที่ถูกล่อซื้อกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ ถูกเรียกค่าเสียหาย 5,000 บาท หลังแจ้งความร้องทุกข์กับชุดพนักงานสอบสวนที่ตั้งขึ้นมารับเรื่องนี้โดยเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุจินต์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อหากับนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร รวมทั้งกลุ่มตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์คนอื่นๆ ได้ ซึ่งคดีที่โคราชมีความแตกต่างจาก จ.มหาสารคาม ทั้งในแง่พฤติการณ์ของนายภูมิภากร ที่ถูก สภ.เมืองมหาสารคามออกหมายจับ และถูกจับกุมตัวแล้ว รวมถึงข้อกฎหมายลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่ไม่เหมือนกัน ต้องดูพฤติการณ์การจับกุมผู้เสียหายเป็นรายๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุจินต์กล่าวว่า ในส่วนคดีกระทงของเยาวชน 15 ปี ที่เอาผิดฐานกรรโชกทรัพย์ หลังศาลไม่อนุมัติหมายจับผู้กระทำผิด 3 คน คือนายประจักษ์ โพธิผล นายภูมิภากร และหญิงสาวอีกคน เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ คดีนี้พฤติกรรมของเยาวชน 15 ปี มีการโพสต์ขายกระทงลวดลายการ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนถูกนายประจักษ์พร้อมพวกล่อซื้อจับกุมจนเกิดคดีความ ตำรวจต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมในทุกมิติ ทั้งหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทใหญ่ ขั้นตอนวิธีการจับกุม และการยืนยันรูปลักษณ์สิ่งประดิษฐ์เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนแมวการ์ฟิลด์และรีลัคคุมะจริงหรือไม่ หากมีบางประเด็นใด เข้าข่ายฐานความผิดใดๆ ก็พร้อมจะเสนอศาลขออนุมัติหมายจับอีกครั้ง แต่ได้สรุปสำนวนรายงานให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. รับทราบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศักดิ์ศรี แซ่ลิ้ม เจ้าของกิจการฉายหนังกลางแปลง &amp;ldquo;ยิ้ม ยิ้ม ภาพยนตร์&amp;rdquo; พร้อมผู้เสียหายรายอื่น เข้าพบนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เจ้าของเพจ &amp;ldquo;ทนายคลายทุกข์&amp;rdquo; ที่สำนักงานย่านรัชดาภิเษก กทม. แจ้งว่า ตนและผู้ประกอบการฉายหนังกลางแปลงทั่วประเทศกว่า 300 คน ถูกนายเอก (นามสมมุติ) กับพวก ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มมีพฤติกรรมเป็นอันธพาล โดยจดทะเบียนบริษัทบังหน้า อ้างว่ากลุ่มของตัวเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ แต่มาหลอกลวงประชาชน โดยโพสต์ทางเฟซบุ๊กจัดประชุมตามจังหวัดต่างๆ เรียกหน่วยจัดฉายภาพยนตร์กลางแปลงจากทั่วประเทศมาร่วมประชุม และบังคับให้ร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม ข่มขืนใจให้จ่ายเงินค่าซื้อลิขสิทธิ์ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน ใครไม่จ่าย นายเอกกับพวกก็ข่มขู่จะทำอันตราย เช่น จะนำตำรวจมาจับกุมข้อหาฉายภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้เจ้าของธุรกิจหลายคนยอมจ่ายเงิน ส่วนบางคนที่ไม่ยอมจ่ายก็จะถูกดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วศาลยกฟ้อง เพราะกลุ่มของนายเอกไม่มีอำนาจฟ้องและไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของลิขสิทธิ์ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นภัยสังคมและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ศรีกล่าวว่า คดีนี้เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร พวกตนเคยไปปรึกษากับตำรวจท้องที่ในต่างจังหวัด แต่ก็ต้องหวาดผวากับอิทธิพลของนายเอก เนื่องจากนายเอกเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.กาญจนบุรี อ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเดชาได้ตรวจเอกสารที่ผู้ร้องมอบให้ กล่าวว่า พฤติการณ์ของนายเอกกับพวกเข้าข่ายความผิดคือ 1.อั้งยี่ 2.ซ่องโจร 3.กรรโชกทรัพย์ 4.ฉ้อโกง พร้อมแนะนำให้ผู้ร้องรวมตัวกันไปแจ้งความพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51084</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, กรรโชกทรัพย์, คดีล่อซื้อลิขสิทธิ์, นัน กิ่งเพชร, อ้างเป็นตำรวจ, เพิ่มข้อหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbd3fc81837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ‘นัน กิ่งเพชร’ แก๊งล่อซื้อลิขสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับแล้ว &amp;quot;นัน กิ่งเพชร&amp;quot; จ้างทำสินค้ามีรูปลิขสิทธิ์แล้วแบล็กเมล์กรรโชกทรัพย์ หนีหมายจับศาลมหาสารคามไปจนมุมในโรงแรมที่ระยอง โต้ไม่ได้ทำผิด พร้อมสู้คดี ปัดโพสต์ท้าทายตำรวจ ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอีกคนยังกบดาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ว่า พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัดติดตามจับกุมนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร ตามหมายจับคดีกรรโชกทรัพย์ อ้างเป็นตำรวจล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แล้วเรียกรับเงิน ซึ่งในที่สุด เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมนายภูมิภากรได้ในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ก่อนคุมตัวไปสอบสวนที่ บช.ภ.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝ่ายสืบสวนเปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่านายภูมิภากร ผู้ต้องหาพยายามเดินทางไปพักค้างคืนตามโรงแรมและรีสอร์ตจังหวัดต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ ในส่วนของการติดต่อกับพนักงานโรงแรมหรือรีสอร์ต ก็จะให้หญิงสาวคนสนิทที่ไปไหนมาไหนด้วยกันคอยประสานงานให้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีดำ ทะเบียน ฆธ 6151 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของนายภูมิภากร ผ่านเข้ามาในพื้นที่ จ.ระยอง จึงประสานกำลังบุกเข้าจับกุมได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงภายหลังสอบปากคำนายภูมิภากร หรือ นัน กิ่งเพชร ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ลายการ์ตูน หลังถูกตำรวจบุกรวบตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง โดยระบุว่า ขณะจับกุม นายภูมิภากรไม่ต่อสู้ขัดขืน แต่ให้การภาคเสธ ยอมรับทำผิดเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ไม่ได้กรรโชกทรัพย์ และพร้อมต่อสู้คดี ส่วนกรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กท้าทายตำรวจ นายภูมิภากรยืนยันว่าไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กมานานแล้ว เชื่อว่าข้อความที่โพสต์เป็นการปลอมเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.เมืองมหาสารคามดำเนินคดี เพราะการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ส่วนคดีล่อซื้อลิขสิทธิ์ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีผู้เสียหาย 61 คน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่ก็มีรายงานว่า วันที่ 25 พ.ย.นี้ พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะชี้แจงความคืบหน้าคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีกรรโชกทรัพย์ที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าและได้พบกับผู้เสียหาย คือนางโสภาพรรณ และนางสาวชญานิศ บุตรสาว ซึ่งแจ้งว่า พอเห็นข่าวล่อซื้อกระทงที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองมหาสารคามในวันที่ 12 พ.ย.62 เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ถูกจับลิขสิทธิ์ในการทำตู้ใส่ของลวดลายโดเรเอมอน หลังมีผู้สั่งซื้อตู้ 2 ใบ ราคา 500 บาท ทางเฟซบุ๊กและได้ส่งเงินมัดจำมา 100 บาท พร้อมนัดรับสินค้าที่ศูนย์การค้าในตัวเมืองมหาสารคาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อจ่ายเงินเสร็จ นายภูมิภากร หรือ นัน กิ่งเพชร ได้อ้างเป็นตำรวจมายึดของกลางและยึดเงินที่ล่อซื้อ พร้อมแสดงเอกสารว่าได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ดำเนินคดีกับนางสาวชญานิศ ข้อหาทำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 200,000 บาท เจรจาลดเหลือค่าปรับ 50,000 บาท แลกกับไม่ถูกดำเนินคดี แต่ น.ส.ชญานิศไม่มีเงิน จึงโทรศัพท์บอกให้นางโสภาพรรณไปหา และกดเงินนำมาจ่ายให้นายภูมิภากรกับนายพิพล โตตันติกุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังตำรวจรับเป็นคดี รวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นได้ยื่นขออนุมัติศาลจังหวัดมหาสารคามออกหมายจับนายภูมิภากรกับนายพิพล ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ จ.186 /2562 ลงวันที่ 12 พ.ย.62 จับกุมนายภูมิภากร ถิ่นสุวรรณ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 2 ต.ทับสวาย อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา และนายพิพล โตตันติกุล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/65 ซอยประชาอุทิศ 72 ทุ่งครุ กทม. ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิภากรถูกดำเนินคดีในหลายพื้นที่ ทั้งมหาสารคาม นครราชสีมา และ สน.พญาไท กรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51012</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, จ้างทำสินค้า, นัน กิ่งเพชร, ลิขสิทธิ์, หมายจับศาลมหาสารคาม, แก๊งล่อซื้อลิขสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda8db160581.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบบัญชีโบว์ เงิน100ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหยื่อถูกล่อซื้อสินค้าลิขสิทธิ์รวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดี &amp;quot;นัน กิ่งเพชร&amp;quot; อัจฉริยะชี้เข้าข่ายผิด 4 ข้อหา กรรโชกทรัพย์ แจ้งความเท็จ ใช้เอกสารปลอมและกักขังหน่วงเหนี่ยว ด้านตำรวจอุดรฯ คุมตัวหญิงคนสนิทแม่มณีฝากขัง ค้านประกัน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำผู้เสียหายคดีล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 10 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด เข้าแจ้งความตำรวจเพื่อดำเนินคดีนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ &amp;quot;นัน กิ่งเพชร&amp;quot; อายุ 42 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บ้านหมู่ 2 ต.ทับสวาย อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายที่เป็นคู่กรณีถูก &amp;ldquo;นัน กิ่งเพชร&amp;rdquo; อ้างตัวเป็นตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์จับกุมและเรียกค่าเสียหาย ซึ่งตรวจสอบชัดเจนว่านายภูมิภากร หรือ &amp;ldquo;นัน กิ่งเพชร&amp;rdquo; ไม่มีอำนาจจับกุม ผู้เสียหายกลุ่มนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับ &amp;ldquo;นัน กิ่งเพชร&amp;rdquo; พร้อมพวกรวม 3 คน ได้ทันที เข้าข่ายความผิด 4 ข้อหา คือ กรรโชกทรัพย์ แจ้งความเท็จ ใช้เอกสารปลอม และกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยพนักงานสอบสวนได้รับเป็นคดีเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียหายคนหนึ่งวัย 46 ปี เปิดเผยว่า ลูกสาวเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ถูกล่อซื้อจับกุมกระทงลายการ์ตูนรีลัคคุมะ 15 ใบ เหมือนกับกระทงของเด็ก 15 ปี และถูกจับกุมวันเดียวกัน โดยถูกเรียกเงิน 30,000 บาท ด้วยความกลัวลูกสาวจะถูกดำเนินคดีและมีประวัติอาชญากรรม อาจกระทบต่ออนาคตการทำงาน จึงนำค่าเทอมลูกและหยิบยืมญาติๆ มาจ่ายให้กับนายนัน กิ่งเพชร ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา วันนี้จึงต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากเรียกร้องเงินคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการสอบสวนคืบหน้าไปมาก ล่าสุดพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และกำลังรอเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่เกี่ยวข้อง มั่นใจว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียก หรืออาจขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ยืนยันไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ที่จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มผู้เสียหายจากขบวนการล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ได้ออกมาแสดงตัวแล้วกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุดรธานี &amp;nbsp;พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ควบคุมตัว น.ส.นิตยา หรือ &amp;ldquo;โบว์&amp;rdquo; พินนอก อายุ 27 ปี คนสนิทของ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี หรือเดียร์ เท้าแชร์แม่มณี ที่ถูกจับข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน หลังจากหลบหนีไปซ่อนตัวในโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ไปขออำนาจศาลจังหวัดอุดรธานีฝากขังผลัดแรก โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นิตยา หรือโบว์ คนสนิทแม่มณี ถือเป็นเครือข่ายแชร์แม่มณีที่ถูกจับเป็นคนที่ 8 จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่า น.ส.นิตยาไปรับจ้างเลี้ยงลูกให้แม่มณี โดยเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมง ได้เงินเดือน เดือนละ 20,000 บาท ก่อนที่จะได้รับความไว้วางใจจาก น.ส.วันทนีย์ดูแลด้านการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน น.ส.นิตยาอ้างว่า นอกจากจะเป็นคนสนิทแม่มณี ยังเล่นแชร์กับแม่มณีด้วย และเป็นแม่ข่ายมีลูกข่าย 30-40 คน โดยหัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ หลังแม่มณีพร้อมพวกถูกจับ ตนได้หอบโทรศัพท์และเอกสารสำนักงานมาหาญาติที่นครสวรรค์ และใช้โทรศัพท์มือถือโอนเงินเคลียร์ให้ลูกข่ายจนหมด เพื่อไม่ให้ลูกข่ายมาแจ้งความจับ และกำลังติดต่อขอมอบหลักฐานทั้งหมดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แต่มาถูกจับเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตรวจค้นพบบัญชีธนาคาร ระบุชื่อ น.ส.นิตยา พินนอก &amp;nbsp;จำนวน 3 เล่ม มีเงินหมุนเวียน 71 ล้านบาท 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท ตามลำดับ รวมทองรูปพรรณ และรถเก๋งเอ็มจี สีขาว ราคา 8 แสนบาท ซึ่งซื้อเงินสด โอนกรรมสิทธิ์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน โดย น.ส.นิตยาอ้างว่าแม่ซื้อให้เป็นของขวัญเรียนจบ ซึ่งตำรวจจะได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อส่งดีเอสไอต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครสวรรค์ กรณี น.ส.สุดาทิพย์ ดวงจินดา แม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ ได้รับคำสั่งซื้อเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นที่มีรูปเป็ดเหลืองอย่างละ 3 ตัว นัดนำไปส่งที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และถูกจับนำตัวไปห้องสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ได้เรียกเงินจำนวน 25,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกดำเนินคดี แต่เธอไม่ยอมจ่ายเงิน และขอประกันตัวด้วยเงิน 5 หมื่นบาทเพื่อสู้คดี เพราะสงสัยพฤติกรรมของตัวแทนและบริษัทรับมอบอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดวันที่ 11 พ.ย. ได้มีผู้ที่ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมในลักษณะเดียวกันอีก 2 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อขอให้ตรวจสอบคดีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการเชิญตัวแทนที่จับกุมลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดราเอมอน ซึ่งเคยเป็นข่าวจับลิขสิทธิ์มาก่อนหน้านี้ ให้มาเจรจากับ น.ส.กนกลักษณ์ ถาวรประภาสวัสดิ์ ผู้ที่เคยถูกจับ พร้อมกับให้ชี้แจงหลักฐานการได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง แต่ปรากฏว่าตัวแทนลิขสิทธิ์รายนี้กลับไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามที่ได้นัดหมายไว้ จึงจะทำหนังสือเชิญไปยังบริษัทเพื่อให้มาชี้แจงอีกครั้ง พร้อมกับจะตรวจสอบหลักฐานในคดีเก่าที่จับลิขสิทธิ์ทั้งหมด หากพบว่าตัวแทนเหล่านี้มีการใช้หลักฐานในการแอบอ้างจับลิขสิทธิ์ ก็จะเรียกผู้ที่เคยถูกจับทุกคนมาสอบปากคำเพื่อตั้งข้อหากระทำความผิดกับผู้ที่แอบอ้างจับลิขสิทธิ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายอรรถพร สิงหวิชัย ผวจ.นครสวรรค์ ได้ติดตามข่าวดังกล่าวแล้วเห็นว่าผิดปกติ จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์เข้าช่วยเหลือ พร้อมกับให้ทางพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ประสานเจ้าทุกข์หลายราย ให้มาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนล่อซื้อจับกุมคดีละเมิดเรื่องลิขสิทธิ์เป็นการด่วนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50054</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัน กิ่งเพชร, พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น, สุดาทิพย์ ดวงจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc9605a0705c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
