<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.-ภท.ขัดแย้งเรื่องปกติ! ทำงานเกินครึ่งทางนับถอยหลังรัฐบาลแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า&amp;nbsp; ถือเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp; และเป็นเรื่องปกติของระบอบรัฐสภา&amp;nbsp; เมื่อเปิดสมัยประชุมฝ่ายค้านก็มีเอกสิทธิ์ที่จะยื่นอภิปราย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องมาดูเนื้อหาว่าฝ่ายค้าน มีข้อมูลรายละเอียดอย่างไร อย่างตนทำงานในรัฐบาล ก็เห็นแต่ละฝ่ายทุ่มเททำงาน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ อีกทั้งมีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง บางท่านไม่ได้อยู่ในวงทำงานอาจมีความคิดหรือแนวคิดที่แตกต่างกันไป ก็ต้องมีการพูดคุยรับฟังและชี้แจงในสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ความระหองระแหงของพรรคร่วมรัฐบาล จะเป็นจุดบอดให้ฝ่ายค้านโจมตีได้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า จุดบอดถือเป็นเรื่องปกติของทุกรัฐบาล เราอยู่กันมาสองปีแล้ว ซึ่งถ้านับกันจริงๆ เราเลยจุดครึ่งทางของรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นก็เป็นเหมือนการนับถอยหลังสำหรับทุกๆ รัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลนี้ เรานับถอยหลังแล้ว แต่เป็นที่ทุกรัฐฐบาล จะเจอเหมือนกัน เมื่อทำงานไปสักพักหนึ่ง ก็ยอมมีเรื่องที่ว่าการทำงานมีความเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp; ที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องเหล่านี้ มาแตกให้เป็นรายละเอียดในการอภิปราย เพื่อให้ประชาชนได้เห็น ถือเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่มีฝ่ายตรวจสอบและฝ่ายทำงาน ก็ต้องว่ากันไปตามฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;quot;&amp;nbsp; นายวราวุธ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันมองความขัดแย้งกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และภูมิใจไทย&amp;nbsp; (ภท.) ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่เห็นมาทุกยุคทุกสมัย ความขัดแย้งในพรรครัฐบาลเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะในสถานที่เกิดโควิด -19 ที่ มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนในการแก้ปัญหา หลายประเทศก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไป ซึ่งประเทศไทยก็ไม่แตกต่างจากประเทศอื่น และเชื่อว่า เมื่อเทียบกันหลายประเทศแล้ว มาตรการในการแก้ไขของประเทศไทยมีประสิทธิภาพไม่แพ้ในหลายประเทศเลย แต่แน่นอนว่ามีบางประเทศทำได้ดีกว่าเรา แต่ประเทศที่ทำแย่กว่าเราก็มีเช่นกัน ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข พยายามกันอย่างเต็มที่ แน่นอนมีความเห็นที่แตกต่าง ก็เป็นสิทธิ์ที่ฝ่ายค้านจะนำประเด็นมาอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนิด้าโพล เสนอ ส.ส. และรัฐมนตรีบริจาคเงินเดือนในสภาวะวิกฤติแพร่ระบาดโควิด -19 นั้น นายวราวุธ กล่าวว่า หากเป็นนโยยบายก็ไม่ขัดข้อง ถ้าออกมาเป็นแนวทางเชื่อว่า ส.ส. และ รัฐมนตรี ก็พร้อม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ส.ส. มีรายจ่ายค่อนข้างมากมาย โดยเฉพาะภาษีสังคมต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะยอมเสียสละสักร้อยละ30 จะยอมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า&amp;nbsp; ถ้านับจำนวนส.ส. และ ครม. ที่มี ก็ไม่ได้เยอะอะไร&amp;nbsp; ถ้าตัดออกมาจากเงินเดือนและเงินที่ได้รับก็เหมือนเอาเนื้อหนูไปปะเนื้อช้าง แต่ก็มีผลกระทบทางด้านจิตใจ&amp;nbsp; ทั้งนี้แต่ถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกัน&amp;nbsp; ทุกคนก็พร้อมไม่น่ามีปัญหาอะไร พร้อมที่จะหักเงินเดือนตัวเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติไทยพัฒนา, นับถอยหลัง, นายวราวุธ ศิลปอาชา, พปชร., ภท., รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2824695b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัวเหรียญโอลิมปิก &#039;โตเกียวเกมส์ 2020&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยโฉมเหรียญรางวัล &amp;quot;โตเกียว 2020&amp;quot;&amp;nbsp; ในงานนับถอยหลัง 100 วันก่อนเข้าโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน&amp;nbsp; โดยกรุงโตเกียวเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเตรียมการอย่างยาวนานสำหรับโอลิมปิกที่พวกเขาบอกว่าจะสูงด้วยเทคโนโลยีแต่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41858</URL_LINK>
                <HASHTAG>นับถอยหลัง, นับถอยหลัง 100 วัน, นับถอยหลัง 100 วันสู่โอลิมปิก, เปิดตัวเหรียญโอลิมปิก, โตเกียว, โตเกียวเกมส์, โตเกียวเกมส์ 2020, โอลิมปิกฤดูร้อน, โอลิมปิกเกมส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d384d7002d1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับถอยหลัง 3 สัปดาห์  เลือกตั้ง 24 มี.ค.  หาเสียงเริ่มระอุ-รบถึงวันสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากวันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. นับถอยหลังไปก็เหลือเวลาอีกเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น ก็จะถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. วันชี้ชะตาประเทศไทย ที่ประชาชนจะใช้อำนาจประชาธิปไตยผ่านการกาบัตรเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 8 ปี นับจากการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2554 จึงทำให้ช่วงเวลาต่อจากนี้ไปโหมดการหาเสียงของทุกพรรคการเมืองจะยิ่งทวีความเข้มข้น-ร้อนแรงขึ้นมากกว่าช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดหนึ่งที่เริ่มจับสัญญาณได้ชัดก็คือ หลายพรรคการเมืองเริ่มหาเสียงเพื่อให้เกิดกระแส ประชาชนต้องเลือก บนทางสองแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอา-ไม่เอาบิ๊กตู่ กลับมาเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุน-ไม่หนุน คสช.สืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง trend การหาเสียงดังกล่าว พรรคการเมืองในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร-เพื่อไทยอย่าง ไทยรักษาชาติ-เพื่อชาติ-ประชาชาติ พยายามสร้างกระแส สื่อสารทางการเมืองด้วยแนวคิดดังกล่าวเพื่อให้ การเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือ เอา-ไม่เอาบิ๊กตู่, หนุน-ไม่หนุน คสช. มาตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่โหมดหาเสียงเต็มตัว หลังมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งฯ เสียด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยิ่งเมื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงชิงเก้าอี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และพรรคไทยรักษาชาติมีโอกาสถูกยุบพรรคในวันที่ 7 มี.ค.นี้ การเลือกตั้งที่นับถอยหลังใกล้มาถึงมากขึ้นเรื่อยๆ การสร้างกระแสให้ประชาชนเลือกข้างดังกล่าวก็ยิ่งเห็นชัดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แม้ในความเป็นจริงทางการเมือง ปัจจุบันในทางการเมืองประชาชนก็มีการแบ่งข้างอย่างไม่เป็นทางการมานานแล้ว ที่ก็คือ ข้าง เอา-ไม่เอาทักษิณ เอา-ไม่เอาบิ๊กตู่ โดยกองเชียร์แต่ละฝ่ายยังไงก็ยากที่จะออกเสียงเลือกตั้งโหวตสวิงจากขั้วหนึ่งไปอีกขั้วหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เช่น คนที่ไม่ชอบทักษิณ-เพื่อไทย-เสื้อแดง จนเคยออกมาร่วมชุมนุม กปปส. แม้สุดท้ายตอนนี้จะผิดหวังกับรัฐบาลบิ๊กตู่ที่ยังทำผลงานไม่เข้าเป้า และเจอผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้หากินฝืดเคือง ชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่คนกลุ่มนี้ก็ย่อมไม่สวิงคะแนนไปโหวตเลือกพรรคเพื่อไทย หรือพรรคอื่นๆ ที่เป็นแนวร่วมเดียวกันอย่างพรรคเสรีรวมไทยของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หรือพรรคอนาคตใหม่ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เป็นไปได้มากที่สุด คนกลุ่มดังกล่าวก็ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน เช่น ประชาธิปัตย์ หรือจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อหวังให้โอกาสบิ๊กตู่อีกสักรอบ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และก็เช่นเดียวกัน คนกลุ่มที่ไม่ชอบ กปปส.-ประชาธิปตย์-เกลียด คสช. ไม่เอารัฐประหาร เคยเชียร์ทักษิณ-เพื่อไทย-เป็นแนวร่วมเสื้อแดง แต่อาจผิดหวังกับเพื่อไทยที่ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ชอบทักษิณและพรรคเครือข่ายอย่างไทยรักษาชาติ ที่เปิดดีลเจรจากับบุคคลบางกลุ่มในการเสนอชื่อแคนดิเดทนายกฯ เมื่อ 8 ก.พ. จนทำให้พรรคกำลังจะถูกยุบ และมองว่าพรรคเพื่อไทยไม่ตอบโจทย์การเมืองยุคใหม่ เพราะไม่มีความก้าวหน้าทางความคิดและแนวทางพรรค คนกลุ่มนี้ก็อาจโหวตให้พรรคอนาคตใหม่ ที่มีแนวทางประชาธิปไตย-ต้านรัฐประหารที่ชัดเจนกว่าพรรคเพื่อไทย คือ ยังไงคนกลุ่มนี้ก็ไม่มีทางที่จะสวิงโหวตข้ามขั้วมาโหวตให้พรรคอย่างประชาธิปตย์ พลังประชารัฐ หรือแม้แต่พรรคที่เน้นทางสายกลางอย่างภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เว้นเสียแต่ อาจจะมีบ้างในระบบการจัดตั้งทางการเมือง-หัวคะแนนในต่างจังหวัด ที่ประชาชนอาจจะยึดติดกับตัวผู้สมัคร ส.ส.-อดีต ส.ส.-หัวคะแนน ก็อาจมีผลทำให้การสวิงขั้วดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เช่น กรณีอดีต ส.ส.เพื่อไทยย้ายไปพลังประชารัฐ ยิ่งหากเป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย ทำพื้นที่มาดี มันก็มีโอกาสที่คะแนนจะสวิงข้ามขั้วได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แม้ทฤษฎีดังกล่าว ฝ่ายทักษิณ-เพื่อไทยเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะมั่นใจว่าอดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายคนที่ย้ายพรรค เกือบทั้งหมดได้เป็น ส.ส.มาก็เพราะกระแสความนิยมในตัวทักษิณและนโยบายพรรคเพื่อไทย จึงมั่นใจว่าพวกที่ย้าย โดยเฉพาะออกไปอยู่พลังประชารัฐจะสอบตกหมด ซึ่งก็ต้องรอดูกันกับผลเลือกตั้งที่จะออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้วยเหตุที่แนวคิดทางการเมือง-ความชื่นชอบทางการเมืองของประชาชนจำนวนมากถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วดังกล่าวมานานแล้ว ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงมองว่า ยังไงมันก็ยากที่คะแนนจากขั้วหนึ่งจะสวิงไปอีกขั้วหนึ่ง ซึ่งด้วยฐานคะแนนเสียงในอดีตที่ฝ่ายเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมาตลอด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ-เพื่อชาติ-อนาคตใหม่-เสรีรวมไทย จึงมั่นใจมาตลอดว่า เลือกตั้งครั้งนี้ยังไงก็ชนะฝ่าย คสช.-พลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แม้ในความเป็นจริง สมการทางการเมืองวันนี้แปรเปลี่ยนไปมาก เช่น ระบบการเลือกตั้งที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวนับทุกคะแนนเสียง &amp;ldquo;ซึ่งทำให้ฐานคะแนน ฐานเสียง แบบที่เคยเห็นกันมาตั้งแต่ปี 2544 ที่เริ่มใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ เลือกคนที่รัก-เลือกพรรคที่ชอบ ย่อมไม่สามารถนำมาตั้งสมมุติฐานเพื่อคาดการณ์ผลเลือกตั้งในปี 2562 ได้ แต่พรรคการเมืองฝ่ายดังกล่าวก็แลดูจะเชื่อมั่นว่าถึงระบบเลือกตั้งเปลี่ยน แต่ ความผันแปรที่จะมีผลต่อการเลือกตั้ง ตัวเลขไม่น่าจะสวิงเปลี่ยนไปมาก ยิ่งประชาชนตอนนี้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจกันเกือบหมด ทุกอาชีพ จนทำให้กลายเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของรัฐบาลบิ๊กตู่ที่แก้ปัญหาไม่ได้ผล ก็ยิ่งทำให้ พรรคการเมืองข้างต้นยิ่งมั่นใจว่า สโลแกน 24 มีนาคม เข้าคูหา ฆ่าเผด็จการ จะได้รับเสียงขานรับ จนทำให้พรรคฝ่ายหนุนบิ๊กตู่แพ้หมดรูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การสร้างกระแสแบ่งข้างเลือกขั้วให้กับประชาชนในการเลือกตั้งดังกล่าว ยิ่งใกล้ถึงวันเลือกตั้งก็ยิ่งเห็นชัดมากขึ้นโดยเฉพาะกับฝ่ายตรงข้าม คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อาทิ ความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ปลุกกระแสประชาชนให้โหวตไม่เอาพรรคหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;คนไทยต้องผนึกกำลังกันให้แน่นแฟ้น อย่าให้คะแนนหลุดไปทางเผด็จการโดยเด็ดขาด 24 มีนาคม จับปากกาฆ่าเผด็จการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สอดรับกับ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็ย้ำในแนวทางนี้เช่นกัน คือ มองว่าโค้งสุดท้ายของการหาเสียง การตัดสินใจของประชาชนก็จะไปถึงจุดที่เลือกว่าจะเอาหรือไม่เอาการสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การหาเสียงเลือกตั้งถึงนาทีสุดท้ายคงไปถึงการตัดสินใจในเรื่องจะเอาการสืบทอดอำนาจ หรือไม่สืบทอดอำนาจ หากพรรคการเมืองใดยังไม่ยืนยันชัดเจนก็อาจต้องสมมุติฐานก่อนว่า ไปร่วมกันได้&amp;rdquo; (ปิยบุตร-เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะที่ พรรคฝ่ายทักษิณ ทั้งเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ-เพื่อชาติ-ประชาชาติ จะพบว่า แกนนำพรรคการเมืองเหล่านี้ ต่างสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ในการให้การเมือง-การเลือกตั้ง แบ่งออกเป็นสองขั้ว คือ เอา-ไม่เอาบิ๊กตู่, หนุน-ไม่หนุน คสช.สืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นอย่าง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์-ชัยเกษม นิติศิริ-ภูมิธรรม เวชยชัย จากเพื่อไทย หรือจาตุรนต์ ฉายแสง-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จากไทยรักษาชาติ และจตุพร พรหมพันธุ์ จากเพื่อชาติ รวมถึงวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติ ซึ่งท่าทีของคนนี้ทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทั้งหมดคือกลุ่มที่เสียอำนาจจากการถูก คสช.ทำรัฐประหาร และเป็นพรรคที่มีฐานเสียงเดียวกัน รวมถึงอาจจะใช้ กระเป๋าเงิน-ถุงเงิน เดียวกันในการเลือกตั้ง บนเป้าหมายคือ จะมาจับมือตั้งรัฐบาลร่วมกันหลังเลือกตั้ง ดังนั้น การพยายามให้การเลือกตั้งแบ่งออกเป็นสองขั้วดังกล่าว แล้วแต่ละพรรคก็ไปเก็บคะแนนกันเอาเอง ก็เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์การเมืองการเลือกตั้งที่ต้องไล่ทุบ คสช.ว่าเป็นเผด็จการ แล้วชูตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อสร้างวาทกรรมให้ติดตลาดไปจนถึงวันหย่อนบัตร 24 มี.ค. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ประเมินได้ว่า การพยายามสร้างกระแสแบ่งข้าง-เลือกขั้วดังกล่าว หลังจากนี้จะยิ่งถูกโหมให้หนักขึ้น อย่างเช่นที่แลเห็นบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคไทยรักษาชาติที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนบอกว่าอาจจะเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคก่อนถูกยุบ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ย้ำไว้ว่า &amp;ldquo;วันที่ 24 มี.ค. คือวันชี้ชะตาประเทศไทย จะเป็นการตัดสินว่าจะให้ระบอบ คสช.อยู่ต่ออีก 20 ปีหรือไม่ ถ้าสืบทอดอำนาจได้อีก 20 ปี ได้อดตายกันทั้งประเทศ ถ้าประชาชนต้องการให้มีรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย ต้องเลือกอย่างท่วมท้น เพื่อไม่ให้ระบอบ คสช.อยู่กับประเทศไทยต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำไทยรักษาชาติ ปราศรัยตอนหนึ่งโดยอ้างว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามใช้แผน รวมร่างปีศาจเพื่อสืบทอดอำนาจ โดยทำผ่านเครือข่ายที่ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์-รวมพลังประชาชาติไทย และมีองค์กรอิสระคอยร่วมมือด้วย โดยใช้การเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมเพื่อให้ คสช.กลับมาสืบทอดอำนาจ จึงขอให้ประชาชนต้องรวมพลังกันเพื่อทำลายพิธีกรรมสืบทอดอำนาจด้วยการตัดหัวการสืบทอดออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การหาเสียงที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ดังกล่าว ทำให้เชื่อได้ว่า การหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายโดยเฉพาะช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อน 24 มี.ค. แกนนำพรรคการเมืองแต่ละขั้วคงเปิดฉากรุก-รบทางการเมืองกันอย่างร้อนระอุไปจนถึงนาทีสุดท้ายของการหาเสียงแน่นอน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมข่าวการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30320</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, นับถอยหลัง, หาเสียงเริ่มระอุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c7a9833c6687.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;หยามหนัก!เผด็จการกระจอก ปลุกคนรักปชต.นับถอยหลังรัฐบาลคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข &amp;nbsp;แกนนำพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความ&amp;ldquo;นับถอยหลังได้เลย&amp;rdquo;ลงในเฟซบุ๊ก Watana Muangsook &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;ผมกำลังเตรียมตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนกองปราบ นับเป็นอีกหนึ่งคดีที่ผมถูกเผด็จการชุดนี้ยัดข้อหาให้ แต่คดีนี้มีความทุเรศเป็นพิเศษเพราะเป็นข้อหาที่ได้มาจากการแถลงข่าวซึ่งเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญคือเป็นการทำหน้าที่ของนักการเมืองเพื่อสื่อสารให้ประชาชนทราบถึงผลงานของรัฐบาล อันถือเป็นการปิดปากนักการเมืองเพื่อปิดหูปิดตาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากพวกผมจะถูกยัดข้อหาแล้ว ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายก็กำลังถูกไล่ล่าจากเหล่าเผด็จการเช่นกัน มีการออกคำสั่งให้ทั้งทหารและตำรวจไปคุกคามประชาชนที่จะมาร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเย็นวันนี้ เอาตัวเจ้าของรถเครื่องเสียงที่ทำธุรกิจให้เช่าไปควบคุมตัวในค่ายทหาร บุกค้นบ้านและคุกคามแม่ครัวที่จะทำอาหารให้ผู้ชุมนุมซึ่งกำลังป่วย อ้างการข่าวใส่ร้ายผู้ชุมนุมว่ามีการสะสมอาวุธเสมือนจะมีการก่อความรุนแรง แต่กับเหตุการณ์ระเบิดที่ภาคใต้ที่เป็นหน้าที่ต้องป้องกันกลับปล่อยให้เกิดขึ้นและไม่เคยทราบล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้นเผด็จการบางคนยังแสดงความหนากล้าพูดว่าพวกตัวมีผลงานไม่เช่นนั้นจะอยู่มาได้ถึง 4 ปีได้อย่างไร พูดไปในขณะที่ใช้กำลังทั้งทหารและตำรวจพร้อมอาวุธกดหัวประชาชนไว้ เผด็จการพวกนี้เก่งได้แต่เฉพาะกับเด็ก ผู้หญิงและประชาชนมือเปล่าไม่มีอาวุธเท่านั้น ครั้นพอเจอของจริงดังที่เกิดในภาคใต้กลับหัวหด จึงขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ออกอาการแบบนี้คงอีกไม่นาน มาช่วยกันนับถอยหลังให้กับเผด็จการกระจอกชุดนี้ด้วยกันครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9614</URL_LINK>
                <HASHTAG>8แกนนำพรรคเพื่อไทย, ชุมนุม22พ.ค., นับถอยหลัง, วัฒนา เมืองสุข, เผด็จการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff77f85681f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;ชี้รัฐบาลคสช.นับถอยหลังได้เลย เหตุหลงงับเหยื่อเพื่อไทย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า&amp;quot;หลงงับเหยื่อเข้าแล้ว นับถอยหลังได้เลย เรื่องที่ควรทำไม่รีบทำ เรื่องไม่ควรทำรีบทำนัก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ของนายวีระ &amp;nbsp;สืบเนื่องจากวานนี้พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หน.ฝ่ายปฏิบัติการส่วนกฎหมาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เพื่อดำเนินคดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเปิดแถลงประเมินผลการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล-คสช.ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยชี้ 7 เรื่องที่ล้มเหลว และหนึ่งในนั้น คือเรื่องสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9444</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ปีรัฐบาลคสช., ดำเนินคดีแกนนำพรรคเพื่อไทย, นับถอยหลัง, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeafb210ada6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
