<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;เปิดผลศึกษาต่างชาติเตือนสติเรื่องเปิดให้นั่งกินในร้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลก 25 สิงหาคม 2564 กำลังจะแตะ 214 ล้าน เมื่อวานตายเพิ่มกว่าหมื่นคน เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 640,253 คน รวมแล้วตอนนี้ 213,934,774 คน ตายเพิ่มอีก 10,163 คน ยอดตายรวม 4,463,654 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อเมริกา อินเดีย อิหร่าน บราซิล และสหราชอาณาจักร อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 141,307 คน รวม 38,960,922 คน ตายเพิ่ม 1,099 คน ยอดเสียชีวิตรวม 648,089 คน อัตราตาย 1.7% อินเดีย ติดเพิ่ม 51,016 คน รวม 32,511,370 คน ตายเพิ่ม 737 คน ยอดเสียชีวิตรวม 435,788 คน อัตราตาย 1.3% บราซิล ติดเพิ่ม 31,014 คน รวม 20,615,008 คน ตายเพิ่ม 885 คน ยอดเสียชีวิตรวม 575,829 คน อัตราตาย 2.8% รัสเซีย ติดเพิ่ม 18,833 คน รวม 6,785,374 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 177,614 คน อัตราตาย 2.6% ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 24,853 คน ยอดรวม 6,649,630 คน ตายเพิ่ม 153 คน ยอดเสียชีวิตรวม 113,572 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 88.03 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง เวียดนามติดเพิ่มเกินหมื่นเหมือนฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่นส่วนเมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายและมาตรการที่ดี จะต้องมาจากความรู้ที่ถูกต้อง หากผิดทิศผิดทางก็จะนำไปสู่หายนะ สถานการณ์ของไทยเรานั้น ยังมีการระบาดกระจายไปทั่ว อย่างต่อเนื่อง โดยไม่สามารถตัดวงจรการรระบาดได้ ศึกที่รุนแรง ยาวนานยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน และพอถึงจุดหนึ่งก็จะไม่สามารถยืนระยะได้ โดยฉากที่โหดสุดและไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยคงเป็นการที่ไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการเยียวยา และยอมจำนนจนต้องปล่อยให้ดำเนินชีวิตกันไป ในกรณีดังกล่าวนั้นจะไม่สามารถใช่คำสวยหรูแบบ New Normal ได้อีกต่อไป เพราะมันไม่ใช่ภาวะปกติ แต่จะเป็น New Abnormal &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกี่ยวกับเรื่องการนั่งกินในร้านอาหาร มีงานวิจัยจำนวนไม่น้อย ที่ระบุให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ 25 กรกฎาคม 2020 มีเคสที่มีการสอบสวนทางระบาดวิทยาแล้วพบว่าเชื่อมโยงกับการนั่งทานภายในร้านอาหาร ถึง 20 ราย โดยเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะพันธุกรรมและการกลายพันธุ์ตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ประเทศอเมริกา มีการศึกษาตั้งแต่มีนาคมถึงธันวาคม 2020 พบว่าการประกาศนโยบายให้นั่งกินในร้านอาหารได้นั้น จะสัมพันธ์กับการเพิ่มจำนวนติดเชื้อใหม่ต่อวัน โดยจะส่งผลให้เห็นภายใน 41-100 วัน และสัมพันธ์กับจำนวนการเสียชีวิตต่อวันเพิ่มขึ้นด้วย โดยจะเห็นผลภายใน 61-100 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การวิจัยในประเทศจีน สำรวจร้านอาหารติดแอร์ซึ่งมีเหตุการณ์แพร่เชื้อติดเชื้อในลูกค้าที่มารับประทานอาหารจำนวนทั้งสิ้น 10 คน พบว่าแม้จะนั่งห่างกันถึง 4.6 เมตร แต่มีการติดเชื้อแพร่เชื้อได้ โดยน่าจะมาจากการระบายอากาศที่ไม่ดี และลมที่เป่าจากแอร์ที่นำพาเชื้อให้แพร่ไปได้ระยะไกล หรือที่เรียกว่าติดเชื้อไวรัสที่ฟุ้งกระจายผ่านทางอากาศ (aerosol transmission/airborne transmission)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสุดท้ายแล้ว หากนโยบายและมาตรการต่างๆ ได้รับการประกาศมาใช้แบบผิดทิศผิดทาง ก็คงหนีไม่พ้นประชาชนแต่ละคนที่จะต้องมีความรู้เท่าทัน ป้องกันตัวให้รอดพ้นจากโรคโควิด-19 ด้วยตนเอง ไม่ให้ติดเชื้อแล้วเอาไปแพร่ให้คนในครอบครัว หรือคนอื่นในสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทีมจากไต้หวันทำการวิจัยตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของทัศนคติของแต่ละคน อุปนิสัยพื้นฐาน และความมยับยั้งชั่งใจ จะมีผลต่อพฤติกรรมที่เราประพฤติปฏิบัติ หากเปิด แต่รู้ว่าสถานการณ์ระบาดรุนแรงกระจายไปทั่ว แล้วยังตัดสินใจไปสัมผัสกับความเสี่ยงหรือไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการติดเชื้อ และแพร่ต่อไปตามลำดับ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว ขอให้ประชาชนอย่างพวกเราทุกคน มีความรู้เท่าทัน ใช้ความรู้ที่ถูกต้องเป็นแสงส่องทางเพื่อชี้นำการตัดสินใจของเราด้วยหลักเหตุและผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบกิจการร้านอาหารก็ควรทราบความรู้ต่างๆ ข้างต้น เพื่อนำไปหาทางประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันตนเอง บุคลากรในร้าน และลูกค้า ให้เกิดความปลอดภัย จะได้ไม่เกิดการติดเชื้อแพร่เชื้อ และอย่าลืมใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมากด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง
1. Capon A et al. Risk factors leading to COVID-19 cases in a Sydney restaurant. Aust N Z J Public Health. 2021 Jun 28.
2. Guy GP &amp;nbsp;et al. Mask Mandates, On-Premises Dining, and COVID-19. JAMA. 2021;325(21):2199-2200.
3. Guy GP et al. Association of State-Issued Mask Mandates and Allowing On-Premises Restaurant Dining with County-Level COVID-19 Case and Death Growth Rates &amp;mdash; United States, March 1&amp;ndash;December 31, 2020. MMWR. 2021 Mar 12.
4. Li Y et al. Probable airborne transmission of SARS-CoV-2 in a poorly ventilated restaurant. Build Environ. 2021 Jun; 196: 107788.
5. Chen TH et al. Impact of a Banning Indoor Dining Policy on Restaurant Avoidance Behavior during the COVID-19 Outbreak. Int J Environ Res Public Health. 2021 Jul; 18(14): 7268.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114446</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นั่งกินในร้าน, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อผ่อนคลายโซนสี 6จว.นั่งกินในร้านได้! 11เขตยังต้องคุมเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยพบติดเชื้อใหม่อีก 2,256 ราย เสียชีวิต 30 ราย รับ &amp;ldquo;กทม.-ปริมณฑล&amp;rdquo; ยังแรง ผู้ป่วยพุ่งเป็นสามเท่าของทั่วประเทศ 11 เขตยังต้องจับตาโดยเฉพาะแคมป์คนงาน &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; เผย &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เตรียมนั่งประชุม ศบค.ชุดใหญ่ 15 พ.ค. ผ่อนคลายมาตรการโซนสี &amp;ldquo;แดงเข้ม&amp;rdquo; 6 จังหวัดให้นั่งกินในร้านได้ 25% ถึง 3 ทุ่ม สั่งกลับได้ถึง 5 ทุ่ม ส่วนพื้นที่สีอื่นๆ ลดหลั่นกันไป &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ชี้ปรับตามสถานการณ์ เอาใจคน 66 ล้านคงไม่ได้ แรงงานจ่อชงหั่นเงินสมทบ 50% ยาว 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,256 ราย&amp;nbsp; เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,068 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,523 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก&amp;nbsp; 545 ราย มาจากการคัดกรองเชิงรุกในเรือนจำ 183 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 ราย ทำให้มียอดผู้ ติดเชื้อสะสม 96,050 ราย หายป่วยสะสม 62,316 ราย อยู่ระหว่างรักษา 33,186 ราย อาการหนัก 1,203 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 408 ราย
&amp;ldquo;มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 30 ราย เป็นผู้ชาย 16 ราย ผู้หญิง 14 ราย อยู่ใน กทม. 11 ราย, ราชบุรี 4 ราย
&amp;nbsp;ปทุมธานี และสระแก้ว จังหวัดละ 2 ราย, สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สุโขทัย มหาสารคาม เชียงราย&amp;nbsp; สุพรรณบุรี นนทบุรี ร้อยเอ็ด พัทลุง และสุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อมาจากคนในครอบครัวและคนขับรถแท็กซี่ 2 ราย ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ศปก.ศบค. เพื่อทำสถิติจัดลำดับการฉีดวัคซีนด้วย ทำให้ปัจจุบันไทยมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 548 ราย&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 จังหวัดในวันที่ 14 พ.ค.ว่า ได้แก่ กทม. 1,087 ราย, ปทุมธานี 157 ราย, นนทบุรี 131 ราย, สมุทรปราการ 121 ราย และชลบุรี 64 ราย โดยวันเดียวกัน มี 16 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ ได้แก่ ลำพูน, ลพบุรี, สุรินทร์, ตราด, ตาก, น่าน, กาฬสินธุ์, พะเยา, เลย, ชัยนาท, หนองคาย, แม่ฮ่องสอน, หนองบัวลำภู, บึงกาฬ, อุทัยธานี และสตูล ขณะที่ข้อมูลผู้ติดเชื้อใน กทม.และปริมณฑลมีถึง 1,563 ราย ส่วนอีก 71 จังหวัด มีเพียง 505 ราย กทม.และปริมณฑลถือเป็นสามเท่าของจังหวัดอื่นๆ โดยในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีการพูดถึงการค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ กทม.ของวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านว่ามียอดทั้งสิ้น 7,247 ราย พบเชื้อ&amp;nbsp; 359 ราย หรือ 4.95% จึงขอเตือนว่าโควิด-19 ใกล้เข้า ขอให้ประชาชนระมัดระวังตัว
&amp;ldquo;การค้นหาเชิงรุกในพื้นที่เข้มข้น 11 เขตของ กทม. ที่ประกอบด้วย ดินแดง, วัฒนา, คลองเตย, หลักสี่, ลาดพร้าว, ราชเทวี, พระนคร, ดุสิต, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, สวนหลวง และจตุจักร พบว่าบางจุด เช่น แคมป์คนงานก่อสร้างในเขตหลักสี่มีผู้ติดเชื้อถึง 21.99% แคมป์คนงานก่อสร้างในเขตวัฒนามีผู้ติดเชื้อ 14.25% ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ระมัดระวังสอดส่องคนงาน โดยหลังจากนี้ กทม.จะเข้าไปค้นหาเชิงรุกในแคมป์คนงานก่อสร้างทั่วทุกเขตใน กทม. นอกจากนี้ ในส่วนของสำนักงานประกันสังคมจะกระจายการค้นหาเชิงรุกให้กับผู้ประกันตนใน 9 จังหวัด คือ กทม., ปทุมธานี,&amp;nbsp; สมุทรปราการ, นนทบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, สมุทรสาคร, ภูเก็ต และระยอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า มีข้อมูลการค้นหาเชิงรุกในชุมชนที่มีการระบาดหนักก่อนหน้านี้ ทั้งปทุมวัน, สาทร, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, สัมพันธวงศ์ และจตุจักร ซึ่งชุมชนบ่อนไก่ เขตปทุมวัน มีผู้ติดเชื้อสะสม 131 ราย สัมผัสเสี่ยงสูง 400 ราย สัมผัสเสี่ยงต่ำ 12,500 ราย ค้นหาเชิงรุกแล้ว 8,872 ราย ถือว่าแนวโน้มควบคุมการระบาดได้ เช่นเดียวกับเขตอื่นๆ ก็มีแนวโน้มควบคุมการระบาดได้เช่นเดียวกัน มีเพียงเขตจตุจักรที่มีการตรวจบริษัทรถทัวร์ ซึ่งมีการติดเชื้อในที่ทำงานที่มีผู้ติดเชื้อสะสม 28 ราย สัมผัสเสี่ยงสูง 393 ราย ค้นหาเชิงรุกแล้วทั้งหมด ขณะนี้กักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นเวลา 14 วัน และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังผู้ป่วยเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังแถลงถึงมาตรการการผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรค โควิด-19 และระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ตามที่คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี) กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ศปก.ศบค. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ได้สั่งให้พิจารณา เนื่องจากเห็นถึงเรื่องของผู้ประกอบการบางพื้นที่ จึงให้พิจารณาดูว่ามีส่วนใดที่จะพอผ่อนปรนให้ได้บ้าง เพื่อผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายเล็ก ผู้ที่ค้าขายอาหารซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของประชาชน ดังนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข จึงได้หารือกับปลัด สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมองวัตถุประสงค์ตามที่นายกฯ มอบหมาย เพื่อลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และให้สอดคล้องกับการระบาดในปัจจุบัน การปรับโซนสีจึงต้องเกิดขึ้น ศปก.ศบค. จึงสรุปหลักเกณฑ์ได้ 5 ข้อ ดังนี้ 1.ลักษณะการระบาดในชุมชนโดยพิจารณาจากจำนวนและความต่อเนื่อง 2.จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับพื้นที่ที่พบการระบาดต่อเนื่องและเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ 3.จังหวัดที่มีการระบาดในกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสแพร่เชื้อได้ง่าย 4.จังหวัดที่ติดกับชายแดนหรือเคยมีผู้เดินทางเข้าในพื้นที่ติดเชื้อ และ 5.สัดส่วนการได้รับวัคซีนของประชากรในพื้นที่ &amp;nbsp;
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาแล้วจะทำให้เกิดการผ่อนคลายมาตรการตามระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ได้แก่ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จะมีการให้บริโภคในร้านได้ โดยนั่งได้ไม่เกิน 25% เท่ากับว่าโต๊ะ 4 คน นั่งได้ 1 คน เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. สั่งกลับบ้านได้ไม่เกิน 23.00 น. งดจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มในร้าน ส่วนการใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอน ยังขอให้งดอยู่ ยกเว้นมาขอเป็นรายกรณี เช่น การสอบเข้า-จับสลาก เข้า ป.1, ม.1 และ ม.4 ที่กระทรวงศึกษาธิการขอมา, พื้นที่ควบคุมสูงสุด บริโภคในร้านได้ไม่เกิน 23.00 น. งดการจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน นอกจากนี้ในส่วนของสถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด, พื้นที่ควบคุมบริโภคในร้านได้ตามปกติงดการจำหน่ายและงดดื่มสุรา นอกจากนี้ ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน กิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากตามมาตราที่กำหนด
&amp;ldquo;รายชื่อจังหวัดใดบ้างที่จะอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ที่ประชุมยังหารือไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากยังมีข้อหารือสุดท้ายก่อนที่จะนำเสนอต่อนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. และในที่ 15 พ.ค.นี้จะได้แถลงประกาศให้ทราบกันอีกครั้ง&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเรื่องนี้ในระหว่างลงพื้นที่ตรวจสถานที่ฉีดวัคซีนภาคเอกชนที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางกะปิ ว่ารับเรื่องมาหลายวันแล้ว และได้ให้แนวทาง ศบค.ไปพิจารณาร่วมกับ สธ. ซึ่งวันนี้มีมาตรการออกมาแล้วให้ผ่อนผันให้เปิดได้ แต่ต้องมีแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้อง ซึ่งในระยะแรกได้เสนอมาให้คนเข้ามากินภายในร้านได้ 25% หรือ 1 ใน 4 ก่อน แล้วหลังจากนี้จะทำอย่างไรให้ลูกจ้างมีการฉีดวัคซีน ดังนั้นแผนต้องปรับตลอดเวลาหากปล่อยไปเรื่อยๆ อะไรก็ได้ก็จะเป็นปัญหา เพราะคนมีจำนวนมากกว่า 66 ล้านคน จะให้ทุกคนพอใจคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ขอให้ช่วยกัน ไม่จำเป็นต้องรักหรือชอบตน แต่จะดูแลทุกคนอยู่แล้ว
สำหรับการแบ่งโซนสีนั้น พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้มมี&amp;nbsp; 6 จังหวัด ได้แก่ กทม., นนทบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, ปทุมธานี และสมุทรปราการ โดยมีมาตรการควบคุมคือ 1.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 20 คน 2.ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น และเปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น. 3.สนามกีฬา สถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส ให้ปิดบริการ ส่วนสนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทกลางแจ้ง หรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง เปิดให้บริการได้ไม่เกิน 21.00 น. และจัดการแข่งขันกีฬาได้ โดยไม่มีผู้ชมในสนาม 4.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดได้ตามปกติ จนถึงเวลา 21.00 น. โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการและงดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ยกเว้นตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกมและสวนสนุก ให้งดการใช้บริการ 5.ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ แต่ไม่เกิน 23.00 น. สำหรับร้านหรือสถานที่ซึ่งปกติเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดดำเนินการได้ในเวลา 04.00 น. และ 6.งดการเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยไม่มีเหตุจำเป็น
ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ระบุว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ.&amp;hellip;.. โดยให้ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 2.5% ของค่าจ้างผู้ประกันตน และผู้ประกันตนมาตรา 39 เหลืออัตราเดือนละ 216 บาท เป็นเวลา 3 เดือนในงวดเดือน มิ.ย.-ส.ค.2564 และงวดเดือน ก.ย.2564 เป็นต้นไป ให้ส่งเงินสมทบอัตราเดิม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกันตนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอก 3 โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลดเงินสมทบครั้งนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อนายจ้างและผู้ประกันตน นายจ้าง 485,113 ราย ผู้ประกันตน มาตรา 33 จำนวน 11,164,384 คน และผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1,832,500 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,163 ล้านบาท&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้นางนันทวรรณ ชื่นศิริ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายบริหาร นำหน้ากากอนามัย 100,000 ชิ้น ไปมอบให้แก่กรมราชทัณฑ์ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงมาตรการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในคุกจำนวนมาก ว่าเขาดูแลกันอยู่ตอนนี้ ก็เรียนไปแล้วว่ามันอยู่ในพื้นที่ควบคุมจำกัด ก็ได้มีการซีลพื้นที่แล้ว มีการประสานกันอยู่แล้วในขณะนี้ คือป่วยแล้วมีเตียง รักษาหายได้ มันก็แค่นั้น ถ้าเราเทียบต่างประเทศ วันๆ เรายังมีจำนวนผู้ติดเชื้อขึ้นน้อยกว่าเขามาก แต่ถึงจะน้อยตนก็ไม่มีความสุข เพราะอยากให้มันไม่มีเลย ก็ต้องร่วมมือกัน
นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงถึงสาเหตุของการพบยอดผู้ติดเชื้อจำนวนมากในระยะเวลารวดเร็ว ว่าตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. กรมได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR แบบ 100% ตลอด 24 ชั่วโมง จนถึงวันที่ 12 พ.ค. จนครบ 100% ทำให้สามารถแยกกลุ่มเป้าหมายที่ติดเชื้อและกลุ่มที่ยังไม่ติดเชื้อแยกจากกันได้อย่างทันท่วงที และทำให้พบผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก และได้จำนวนผู้ติดเชื้อที่เป็นยอดแท้จริงก่อนรายงานไป ศบค.
&amp;ldquo;กรมราชทัณฑ์ไม่ได้ปกปิดข้อมูลผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด และที่ผ่านมาหากผู้ต้องขังที่ติดเชื้อรายใดต้องการแจ้งให้ญาติภายนอกทราบ ทางเรือนจำและทัณฑสถานจะมีเจ้าหน้าที่คอยดำเนินการแจ้งไปยังญาติผู้ต้องขังแต่ละรายเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ต้องขังว่าต้องการแจ้งญาติหรือไม่ด้วย เนื่องจากไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลรายชื่อผู้ป่วย รวมถึงข้อมูลอื่นใดแก่บุคคลภายนอกได้ ยกเว้นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo; นายวีระกิตติ์กล่าว
นายวีระกิตติ์ยังกล่าวถึงกรณีที่โลกออนไลน์ระบุว่า น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร?ไม่ได้ถูกกักตัวตลอดเวลาระหว่างวันที่ 23 เม.ย.-5 พ.ค.ว่า น.ส.ปนัสยาได้ถูกกักตัวในห้องกักโรคจนถึงวันที่ 25 เม.ย.&amp;nbsp; ตามนโยบายเดิม 14 วัน แต่ช่วงดังกล่าว ได้มีนโยบายใหม่ให้กักตัวเป็น 21 วัน ซึ่งอาจทำให้ผู้ต้องขังเกิดความเครียดจากการกักตัว จึงผ่อนคลายโดยให้ผู้ต้องขังที่ออกจากห้องกักโรคได้ออกมาผ่อนคลายภายในแดนแรกรับ ซึ่งเป็นแดนที่เตรียมไว้สำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ที่มีผู้ต้องขังทั้งแดนอยู่ที่ประมาณ 1,500 ราย ซึ่งเมื่อวันที่ 8 พ.ค. กรมได้ตรวจหาเชื้อผู้ต้องขังในแดนแรกรับทั้งหมดแบบ 100% ไม่ปรากฏว่ามีผู้ต้องขังรายใดที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งรวมถึงผู้ต้องขังที่พักร่วมห้องกับ น.ส.ปนัสยาเองก็ไม่พบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102954</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, นั่งกินในร้าน, ผ่อนคลายโซนสี, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคมป์คนงาน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e83567ef50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินในร้านไม่คึกคักเลือกซื้อกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คลายล็อกนั่งกินในร้านอาหารยังไม่คึกคัก &amp;quot;หาดใหญ่-บุรีรัมย์&amp;quot; ลูกค้าเลือกซื้อกลับบ้าน &amp;quot;ผู้ว่าฯ นครพนม&amp;quot; จัดรถบัสฟรีรับคนนครพนมกลับจากภูเก็ตส่งต่อถึงหัวบันไดบ้าน &amp;nbsp;&amp;quot;เบตง&amp;quot; คุมเข้ม 2 ด่านคัดกรองคนไทยข้ามมาจากมาเลเซีย &amp;quot;ตชด.&amp;quot; เฝ้าระวังเส้นทางธรรมชาติเทือกเขาสันกาลาคีรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ผ่อนปรน 6 กิจกรรม ได้แก่ 1.ตลาด ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย 2.ร้านจำหน่ายอาหาร อาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่ 3.กิจการค้าปลีกส่ง ซูเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง ยืน รับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านค้าปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 4.กีฬา สันทนาการ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน รำไทเก๊ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่ได้มีการแข่งขัน เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ และสนามซ้อม 5.ร้านตัดผม เสริมสวย เฉพาะตัด สระ ไดร์ และ 6.อื่นๆ ได้แก่ ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์ ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ว่าประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตตามปรกติมากขึ้น เช่น ที่ตลาดหาดใหญ่ใน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ตั้งแต่เช้าประชาชนออกมาจับจ่ายตลาดและพ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มมาเปิดแผงขายของกันมากขึ้น ทั้งแม่ค้าที่อยู่ในตัวเมืองหาดใหญ่และเดินทางมาจากพื้นที่รอบนอก และทุกคนต่างสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่บรรดาร้านอาหารเช้าที่เปิดให้นั่งรับประทานก็เริ่มมีผู้คนไปนั่งในร้าน แต่มีการเว้นระยะห่าง โดยเจ้าของร้านอาหารเช้าบอกว่าได้ตั้งโต๊ะห่างกัน 2-3 เมตร รวมถึงลูกค้าที่มาซื้อหน้าร้านก็ยืนห่าง 1 เมตร เพื่อความปลอดภัย แต่ยังขายไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อน เพราะผู้คนยังออกมาน้อย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่นิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจร้านจำหน่ายอาหารหลายประเภท เช่น ร้านข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง มีการจัดร้านให้เป็นไปตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการโรคติดต่อกำหนด และเปิดให้ลูกค้านั่งกินที่ร้านได้แล้ว แต่บรรยากาศตามร้านอาหารกลับผิดคาด พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านมากกว่านั่งกินที่ร้าน อาจเพราะบางคนเริ่มชินกับการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ขณะที่บางคนเชื่อว่าซื้อกลับไปกินที่บ้านสะดวกและปลอดภัยมากกว่า ทำให้บรรยากาศการนั่งกินที่ร้านไม่คึกคักเท่าที่ควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเพ็ญพิมล ปิณฑะพรพัฒน์ แม่ค้าร้านขายข้าวแกงปักษ์ใต้ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังจากที่มีการปลดล็อกให้ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานที่ร้านได้ ก็ถือเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่อยากจะนั่งกินที่ร้าน และส่งผลดีกับทางร้านเองด้วย แต่หลังจากเริ่มเปิดให้นั่งกินที่ร้าน กลับพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะซื้อใส่ถุงกลับไปกินที่บ้านมากกว่า&amp;nbsp;
ลูกค้านั่งกินที่ร้านยังน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สอบถามลูกค้าก็บอกว่าซื้อไปกินที่บ้านสะดวกและมั่นใจมากกว่า บางคนก็เคยชินกับการซื้อไปกินที่บ้านแล้ว หลังจากที่มีการปรับตัวสู้เชื้อโควิดมาสักระยะแล้ว ยอมรับหลังจากที่มีการปลดล็อก ก็ส่งผลให้ยอดขายกระเตื้องขึ้นจากเดิม แต่ยังไม่คึกคักเหมือนก่อนที่จะเกิดโรคไวรัสโควิด-19 ระบาด&amp;quot; แม่ค้ารายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคณะกรรมการโรคติดต่อตำบลกระสัง อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมและแนะนำการจัดพื้นที่ตลาดนัดคลองถม ที่บริเวณบ้านกระสัง ต.กระสัง ให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรค และเงื่อนไข หลักเกณฑ์ของคณะกรรมการโรคติดต่อ ก่อนจะพิจารณาอนุญาตให้เปิดค้าขายได้ตามปกติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางผู้จัดตลาดดังกล่าวได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดพื้นที่ตลาดเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการควบคุมโรค อาทิ &amp;nbsp;การจัดล็อกสำหรับวางจำหน่ายอาหารแบบเว้นระยะห่าง 2 เมตร ทำจุดคัดกรองทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขายบริเวณประตูเข้า-ออก ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิ จุดบริการล้างมือด้วยสบู่และเจลแอลกอฮอล์แบบใช้เท้าเหยียบเพื่อลดการสัมผัส ติดตั้งตู้พ่นยาฆ่าเชื้อแบบละอองฝอย &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมทั้งมีเครื่องฆ่าเชื้อธนบัตรด้วย และที่สำคัญพ่อค้าแม่ค้าที่จะมาขายในตลาดดังกล่าวจะต้องมีหนังสือรับรองผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของทางโรงพยาบาลรับรองด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมา แย้มประโคน ผู้จัดตลาดนัดคลองถมบ้านกระสัง ต.กระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ บอกว่า พร้อมปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งกับผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งขณะนี้ก็มีการจัดเตรียมพื้นที่ตลาด และติดตั้งระบบคัดกรองพร้อมแล้ว รอเพียงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบเพื่อพิจารณาอนุญาตเท่านั้น ก็อยากฝากให้เร่งทำการตรวจสอบและพิจารณาด้วย เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้ขายของขาดรายได้เลี้ยงครอบครัวมานานเกือบ 2 เดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จัดรถบัสไปรับชาว จ.นครพนม ที่เดินทางไปประกอบอาชีพที่ จ.ภูเก็ตกลับคืนสู่มาตุภูมิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เบื้องต้นมีผู้ประสงค์เดินทางกลับจำนวน 22 คน จุดหมายปลายทางอยู่ที่ศาลากลางนครพนม และมีรถนำส่งต่อของแต่ละอำเภอถึงหัวบันไดบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สุรินทร์ ที่ศูนย์กักตัวเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;ประชาชนที่เดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต ทยอยเดินทางมารายงานตัวชุดแรก 5 คน ชาย 1 หญิง 4 ส่วนใหญ่เดินทางมาด้วยตนเอง โดยผู้ที่เดินทางมารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่กลุ่มงานโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าตูม จ.สุรินทร์ รับการรายงานตัวตามขั้นตอน ซึ่งทั้งหมดทราบดีว่าจะต้องมารับการกักตัวเฝ้าระวัง 14 วัน ในสถานที่ของรัฐที่จัดให้ แต่ก็มีบางคนสอบถามขอไปกักตัวที่บ้านได้หรือไม่ เพราะได้เตรียมสถานที่ไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงจนเข้าใจ โดยมีนายไกรสอน กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายรองรัตน์ จงอุตส่าห์ นายอำเภอท่าตูม และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาคอยอำนวยความสะดวก และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าตูม มาดูแลความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง ที่จุดคัดกรองการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต.ควนกุน อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง จ.ตรังกับ จ.กระบี่ ประชาชนจาก จ.ภูเก็ต เดินทางเข้าสู่ จ.ตรังอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แล้ว ส่วนมากมากันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก และใช้รถจักรยานยนต์ขี่มาตั้งแต่ จ.ภูเก็ต ผ่าน จ.พังงาและ จ.กระบี่ ก่อนเข้าสู่ จ.ตรัง รวมทั้งยังมีกลุ่มคนที่เดินทางมาจาก จ.ภูเก็ตเพื่อใช้ จ.ตรัง เป็นเส้นทางผ่านไปยัง จ.สงขลา สตูล และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าคนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.ตรัง ซึ่งได้ลงทะเบียนไว้แค่ 1,964 คน&amp;nbsp;
เบตงคุมเข้มลอบเข้าเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ยะลา ที่ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตง เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ตชด.445 ตำรวจภูธรเบตง และฝ่ายปกครอง คุมเข้มแรงงานไทยในมาเลเซียที่เดินทางกลับมาตามยอดที่แจ้งจำนวน 50 ราย โดยเดินทางเข้ามาแล้วจำนวน 37 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเบตงได้ใช้เครื่องแฮนด์เฮลด์เทอร์โมมิเตอร์ และเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิแบบมือถือตรวจคัดกรองก่อนว่ามีไข้หรือไม่ ถ้าหากตรวจวัดแล้วมีไข้หรือมีอาการที่เสี่ยง ก็จะนำตัวส่งโรงพยาบาลเบตงทันที หากไม่มีไข้ก็จะผ่านกระบวนการของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยหลังตรวจสอบเอกสารเสร็จสมบูรณ์ จะมีเจ้าหน้าที่มารับเพื่อไปกักตัวสถานที่ที่เตรียมไว้เพื่อดูอาการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ขณะนี้อำเภอเบตงต้องคุมเข้มทั้ง 2 ด้าน คือแรงงานไทยจากประเทศมาเลเซียและประชาชนที่เดินทางกลับจากภูเก็ต โดยมีมาตรการเข้มในการตรวจซักประวัติแรงงานไทยที่ทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานขายอาหารต้มยำกุ้ง &amp;nbsp;ซึ่งได้ทยอยเดินทางออกมาจากประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านเบตง โดยแรงงานไทยทั้งหมดก่อนที่จะเดินทางออกจากด่านเบตง เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารพร้อมถูกคัดกรองสภาพร่างกายก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4405 ร้อย ตชด.445 เบตง ได้ออกลาดตระเวนตามเส้นทางธรรมชาติเทือกเขาสันกาลาคีรีรอยต่อประเทศมาเลเซีย เพื่อป้องกันแรงงานไทยในมาเลเซียที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านสถานทูตและสถานกงสุล หลังประเทศไทยและมาเลเซียมีมาตรการในการป้องกันแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และจากการลาดตระเวนต่อเนื่อง ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต แจ้งมาตรการป้องกันด้วยเข้าสู่ในช่วงถือศีลอดของผู้นับถือศาสนาอิสลามระบุว่า อยากจะเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตัวโดยเฉพาะการงดกิจกรรม รวมตัวทั้งในมัสยิดและสถานที่อื่น อยู่แต่ในที่พักอาศัยและสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การรับประทานอาหารละศีลอดควรทานในบ้านและห่างกันมากกว่า 1 เมตร และงดการพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไป ขอเน้นย้ำเรื่องมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ถึงแม้จะไม่มีอาการป่วย ก็ต้องแยกตัวเองออกจากบุคคลอื่น งดรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ไม่เข้าไปที่ชุมชน ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่บุคคลที่เรารัก และถ้าหากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ เหนื่อย จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ปวดศีรษะหรือถ่ายเหลว ให้รีบไปพบแพทย์.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65053</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลายล็อก, จัดรถบัสฟรี, นั่งกินในร้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb00fabd9cff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
