<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองเจ้าอาวาส นั่งเก๋งชนกระบะ เสียชีวิตคาซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รองเจ้าอาวาสนั่งรถเก๋งประสบอุบัติเหตุชนกับกระบะท่ามกลางสายฝน มรณภาพ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ส่วนที่ประจวบฯ พลทหารซิ่งกระบะ ถนนลื่นเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันเสาร์ เกิดเหตุรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน บต 4714 หนองบัวลำภู พุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนหน้าร้านมูนไลท์ หมู่ 10 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ทำให้คนขับชื่อนายประสิทธิ์ มหาคำ อายุ 30 ปี ชาวหนองบัวลำภู ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่ง รพ.บ้านโป่ง ส่วนผู้ที่นั่งข้างคือ น.ส.สกุณี ปาราสิตัง อายุ 32 ปี ถูกอัดก๊อบปี้ศีรษะแตก คอหักเพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย เสียชีวิตคาที่ ว่าที่ พ.ต.ต.สมพร ศรีโยนา สว. (สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง ไปสอบสวน ได้ความว่ารถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงขณะที่มีฝนตก จนคนขับควบคุมรถไม่ได้พุ่งชนเสาไฟฟ้าเป็นเหตุสลดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลพบุรี ช่วงสายวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ตำรวจ สภ.ดีลัง อ.พัฒนานิคม รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คัน ที่ถนนสายวังเพลิง-ดีลัง หมู่ที่ 2 อ.พัฒนานิคม มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงประสานแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม นคร 88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคมไปตรวจสอบท่ามกลางฝนตกหนัก พบรถกระบะอีซูซุ สี่ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน ขฉ 4035 ขอนแก่น ชนประสานงากับรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 กธ 6284 กรุงเทพมหานคร พังยับเยินทั้งสองคัน ในรถเก๋งที่เบาะข้างคนขับมีพระภิกษุมรณภาพ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล และที่ริมถนนพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บล 9236 ลพบุรี มีเทรลเลอร์พ่วงตกอยู่ข้างทางอีก 1 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่ารถเก๋งขับมาจาก ต.วังเพลิง มุ่งหน้า ต.ดีลัง ส่วนรถกระบะหมายเลขทะเบียน ขฉ 4035 ขอนแก่น ขับสวนมา ถึงจุดเกิดเหตุรถทั้งสองคันพุ่งชนกันเต็มแรง ทำให้รถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บล 9236 ที่วิ่งตามมาตกใจหักหลบจนรถตกข้างทาง แต่คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพระที่มรณภาพ ชื่อพระมหาอโณทัย นิมาลา อายุ 35 ปี เป็นรองเจ้าอาวาสวัดมหาสอน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อนายวันชนะ ทับมั่น อายุ 29 ปี และ น.ส.พรดารา ปานิเสน ไม่ทราบอายุ ทั้งคู่เป็นชาวบ้านบางไผ่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ถูกนำตัวส่ง รพ.พัฒนานิคม สาเหตุตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.ท.พนา สี่สุวรรณ พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน รับแจ้งเหตุรถกระบะตกลงข้างทางชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิต ที่ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี กม.29 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน ไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน พบรถกระบะโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน ศล 6804 กาฬสินธุ์ ชนต้นไม้ข้างทาง ภายในรถมีผู้เสียชีวิตคือ พลทหารอัครเดช ทอดโอภาส อายุ 22 ปี สังกัดศูนย์การทหารราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน กล่าวว่า ถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเมื่อขึ้นสะพานข้ามทางเข้าวัดห้วยมงคลไปแล้ว ถนนช่วงนี้ค่อนข้างตรงไปจนถึงหน่วยบริการประชาชน ตำรวจทางหลวงหัวหิน สถิติพบว่า การเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดในช่วงเวลาตั้งแต่ 04.00-06.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเช้ามืด เป็นช่วงที่ผู้ขับขี่จะเกิดความอ่อนเพลีย ง่วงนอน และเกิดการหลับใน นอกจากนี้ยังมีรถห้องเย็นบรรทุกปลาวิ่งผ่าน บางครั้งน้ำจากรถห้องเย็นไหลลงพื้นผิวถนน ซึ่งเมื่อกลางวันถูกแดดก็จะแห้ง หากวันไหนฝนตกลงมาก็จะเป็นคราบทำให้เกิดความลื่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงอยากให้เพิ่มป้ายประชาสัมพันธ์ ขับรถด้วยความระมัดระวัง ลดความเร็ว อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ง่วงจอดพัก เพื่อลดอุบัติเหตุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47447</URL_LINK>
                <HASHTAG>excite, ถนนลื่นเสียหลัก, นั่งท้ายกระบะ, พุ่งชนต้นไม้, รองเจ้าอาวาส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99e91a9cb5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2019 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตือนนั่งกระบะท้ายเสี่ยงสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 ก.ย.62 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุรถกระบะพลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ในพื้นที่ สภ.บางแก้ว จว.สมุทรปราการ ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บางแก้ว จว.สมุทรปราการ เวลา 00.30 น. สภ.บางแก้ว ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายคน บริเวณปากซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
จากการตรวจที่เกิดเหตุพบ รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ผจ 5322 ระยอง พลิกคว่ำอยู่บริเวณปากซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ จากการตรวจสอบมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหคุ 12 คน ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน รวมเสียชีวิต 13 คน บาดเจ็บ 5 คน (สาหัส 2 คน)

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุทาง บริษัท ที่กลุ่มผู้เสียชีวิตได้ไปฝึกงาน ได้จัดเลี้ยงอาหารให้แก่นักศึกษาฝึกงานวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ จากนั้นกลุ่มผู้เสียชีวิตได้ไปเที่ยวดูดนตรีคอนเสิร์ต ที่ซอยกิ่งแก้ว 2 จนกระทั่งวันที่ 29 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 00.15 น. นายนิตยา สุขจันทร์ ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายช่างสีของบริษัท ฯ ได้ขับขี่รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ผจ 5322 ระยอง บรรทุกผู้โดยสารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด ออกมาจากซอยกิ่งแก้ว 2 มาตามถนนกิ่งแก้ว มุ่งหน้าถนนลาดกระบัง ในช่องทางเดินรถที่ 3 เพื่อกลับไปพักผ่อนยังที่พักในซอยกิ่งแก้ว 22/2 โดยมีคนนั่งอยู่ในห้องโดยสารจำนวน 4 คน และนั่งกระบะหลัง จำนวน 14 คน เมื่อมาบริเวณบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ขับขี่แซงรถแท็กซี่ไปทางด้านขวามือ ในช่องทางเดินรถที่ 4 และเปลี่ยนกลับมาช่องทางเดินรถที่ 3 เป็นเหตุให้รถยนต์กระบะคันดังกล่าวเสียหลักพลิกค่ำไปเฉี่ยวชนกับเสาไฟฟ้าและเสาไฟส่องสว่างของ อบต.ราชาเทวะ และตู้โทรศัพท์บริเวณทางเดินเท้าก่อนถึงปากซอยกิ่งแก้ว 21 ทำให้คนที่นั่งท้ายกระบะกระเด็นออกนอกรถจนมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งแพทย์โรงพยาบาลบางพลี ร่วมตรวจชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ ตรวจสถานที่เกิดเหตุ นำศพผู้เสียชีวิตดังกล่าวไปตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลบางพลี และจะได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานสาเหตุการเกิดเหตุ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว อยากให้ยกเป็นอุทาหรณ์ ถึงผู้ใช้รถใช้ถนน การโดยสารในกระบะหลังที่ไม่มีที่นั่งและเข็มขัดนิรภัย มีความเสี่ยงสูงที่จะบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต หากเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับ การขับรถในลักษณะสุ่มเสี่ยง ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แซงตัดหน้ากระชั้นชิด ขับรถหย่อนประสิทธิภาพ หรือ เมาสุรา รวมไปถึง ผู้โดยสารนั่งท้ายรถกระบะมีการดื่มสุราหรือหย่อนขาขณะรถวิ่ง อย่ากระทำเด็ดขาดเพราะเป็นอันตราย

ที่ผ่านรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดย พล.อ.ประยุทย์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จากอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายครั้ง จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัย มีคำสั่ง หน.คสช.ที่ 15/2560 เรื่อง มาตรการการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสาธารณะ ซึ่งในกรณี ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ และห้ามนั่งแคปในรถยนต์ 2 ประตู ขณะนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก พร้อมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและผ่อนผันชะลอการบังคับใช้กฎหมาย โดยเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ให้กับประชาชน ถึงอุบัติเหตุและอันตรายจากการโดยสารที่ไม่มีการนิรภัยมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการ กองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมสร้างช่องทางในการรับรู้ให้กับประชาชนเล็งเห็นความสำคัญในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เคารพกฎจราจร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งตัวผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางเพื่อสร้างความปลอดภัย

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งให้เหตุด่วนเหตุร้าย ได้ที่สายด่วน 191 หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือสามารถแจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ได้ที่ สายด่วน บก.จร. หมายเลข 1197 และ สายด่วน ตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46870</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, นั่งท้ายกระบะ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f57f165829.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์นี้&#039;บิ๊กป้อม&#039;อนุญาตนั่งท้ายรถกระบะได้ แต่ให้ดูเอาเองนั่งช่วงไหนปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.61- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนประชุมขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรณีรถบัสเสียหลักที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ว่าตั้งแต่ปี 2558 กรมการขนส่งทางบก ไม่ต่อทะเบียนและใบอนุญาติ ให้รถบัส 2 ชั้นแล้ว ส่วนรถเก่าไม่ได้วิ่งให้บริการมานานแล้ว ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะมีการกวดขัน ให้รถบัสมีความแข็งแรงมากขึ้น พร้อมกันนี้ บขส.จะต้องปรับปรุงให้รถมีประสิทธิภาพและให้ประชาชนปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้นเมื่อรถบัสไม่มีมาตราฐานก็ไม่สามารถวิ่งได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่พบว่าพนักงานขับรถเสพยาเสพติดนั้น ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบอยู่แล้ว เพราะมีการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ 3 ปี พร้อมทั้งกำชับว่าจะต้องเข้มงวดในการตรวจสารเสพติดของพนักงานขับรถ แต่ยอมรับจะให้ไปตรวจจับทุกคนคงเป็นเรื่องยาก เช่นเดียวกับการคาดเข็มขัดนิรภัย ทุกคนต้องตระหนักถึงอุบัติเหตุและนึกถึงความปลอดภัยของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตราการดูแลความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังเข้มงวดตรวจจับและยืดรถคนที่ทำผิดจราจร ส่วนนั่งท้ายกระบะยังคงอนุโลม แต่ให้ใช้ความเร็วต่ำไม่เกินที่กฏหมายกำหนด ควรคำนึงถึงความปลอดภัยและเหมาะว่านั่งกระบะรถช่วงไหนจะปลอดภัย และในช่วงวันสงกรานต์ 10 วันอันตราย จะไม่กำหนดสถิติ แต่จะลดตัวเลขอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตให้น้อยที่สุด ซึ่งประชาชนเองต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการขับขี่ตามกฏจราจร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5635</URL_LINK>
                <HASHTAG>นั่งท้ายกระบะ, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกฯ, สงกรานต์, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab4b9a51ce1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
