<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนศาสนาได้ไปอินเดีย&#039;พงศ์พร&#039;ขู่ฟ้องป้ายสีเมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; จ่อฟ้องกลับปล่อยข่าวใช้งบพศ.ส่ง &amp;quot;ภรรยา&amp;quot; ไปเนปาล-อินเดีย มอบโฆษก พศ.แจงมีคุณสมบัติตามประกาศและวัตถุประสงค์ตรงตามหลักเกณฑ์คัดเลือกบุคลากรในฐานะผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา ปัดทำตามอำเภอใจ เผยทั้งทริปมีเพียง 8 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้แถลงชี้แจงกรณีนายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ ผู้ประสานงานองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา &amp;nbsp; ยื่นหนังสือร้องเรียนกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้ตรวจสอบนางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยา พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพศ. เป็นหนึ่งในคณะเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบลอินเดีย-เนปาล โดยใช้งบ พศ. เข้าข่ายในการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวินัยข้าราชการพลเรือน เอื้อประโยชน์ให้กับครอบครัว และผิดกฎหมาย ป.ป.ช.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสิปป์บวรระบุว่า ข้อเท็จจริง ปี 2561 พศ. ได้รับจัดสรรงบเงินอุดหนุนเจ้าคณะปกครองสงฆ์ พระภิกษุ สามเณร และบุคลากรผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา ศึกษาดูงานสักการะสังเวชนียสถาน 4 ตำบาล ณ อินเดีย และเนปาล จำนวน 5 ล้านบาท จากสำนักงบประมาณ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 พศ.จึงได้มีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลที่จะไป ประกอบด้วย พระสงฆ์ สามเณร บุคลากรผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิปป์บวรระบุว่า พระสงฆ์ สามเณร บุคลากรผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา เป็นบุคคลที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณทุกประการ ขณะที่นางกนิษฐาเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งสนับสนุนและทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จึงมีคุณสมบัติตามประกาศและวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว และในการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก ฝ่ายเลขานุการได้เสนอชื่อนางกนิษฐา และที่ประชุมได้มีมติให้ไปศึกษาดูงานสักการะสังเวชนียสถานได้ อีกทั้งในอดีตเคยมีการจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้น เมื่อการไปข้างต้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณ กรณีจึงชอบด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมาย อีกทั้งมีการกำหนดกระบวนการคัดเลือด โดยประกาศล่วงหน้า และมีคณะกรรมการคัดเลือก การคัดเลือกจึงมิได้กระทำตามอำเภอใจ การร้องเรียนแพร่ข่าวข้างต้น อาจเป็นการละเมิดสิทธิบุคคลอื่น และอาจถูกดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตลอดจนมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษจำคุกได้&amp;quot; โฆษก พศ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับโครงการที่นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยา พ.ต.ท.พงศ์พร เดินทางไปประเทศเนปาลและอินเดีย เมื่อวันที่ 29 มี.ค.-5 เม.ย.นั้น พบว่านางกนิษฐาเดินทางไปในสัดส่วนของบุคลากรผู้สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งมีจำนวน 8 คน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพระสงฆ์ สามเณร และบุคลากรผู้สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เดินทางไปศึกษาดูงาน และสักการะสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ณ สาธารณรัฐอินเดียและสหพันธรัฐประชาธิปไตยเนปาล และสักการะศาสนสถาน ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว ได้กำหนดให้พระสงฆ์ สามเณรที่จะเดินทางไป จะต้องเป็นพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะแขวง หรือพระสงฆ์ที่เป็นเครือข่ายปฏิบัติงานในโครงการสำนักงาน พศ. มีพรรษา 3 พรรษาขึ้นไป มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่านักธรรมชั้นเอก ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าอาวาส หรือเจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้น และไม่เคยเดินทางไปประกอบศาสนกิจสังเวชนียสถาน 4 ตำบลฯ สำหรับสามเณร ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าเปรียญธรรม 3 ประโยค ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าอาวาสต้นสังกัด และไม่เคยเดินทางไปประกอบศาสนกิจสังเวชนียสถาน 4 ตำบลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้มีการกำหนดเกณฑ์ไว้ว่า ต้องเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ นักการศาสนา หรือเป็นผู้แทนองค์กรเครือข่าย หรือบุคคลที่ดำเนินงาน หรือปฏิบัติงานในโครงการ หรือกิจกรรมของ พศ. หรือสื่อมวลชน โดยสัดส่วนนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขานุการเสนอมาทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย 1.นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการ พศ.ขณะนั้น 2.น.ส.ศิริณา สมนึก พศจ.เชียงใหม่ 3.นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ บุคลากรผู้สนับสนุนงานด้านพระพุทธศาสนา 4.นางพัชรินทร์ พัดทอง ผอ.กลุ่มประสานราชการและรับเรื่องราวร้องทุกข์ 5.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร ผอ.กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร 6.นางสวรรค์ พุ่มเข็ม เลขานุการกรม 7.น.ส.มนสิชา ประภาสัย สำนักงานพุทธมณฑล และ 8.นายอติพงศ์ ชูบุญ กองพุทธศาสนศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พบว่าโครงการในลักษณะนี้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในสมัยนายพนม ศรศิลป์ เป็น ผอ.พศ. ก็มีสัดส่วนบุคลากรผู้สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และมีชื่อนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นเดินทางไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8467</URL_LINK>
                <HASHTAG>นมัสการสังเวชนียสถาน, นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์, นายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พศ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อินเดีย และเนปาล, ได้รับจัดสรรงบเงินอุดหนุนเจ้าคณะปกครองสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb1e870f21d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
