<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นปช.บุกอัยการทวงคดีสลายชุมนุมปี 53 อึ้ง! 6 ปีสำนวนการตายยังไปไม่ถึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;พ.ย.61 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ และนายนิสิต สินธุไพร แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมทนายความและญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. ปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;เดินทางมาทวงถามความคืบหน้าคดีของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์ โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนอัยการสูงสุดรับทราบเรื่อง โดยนายณัฐวุฒิอ้างถึงกรณีที่มีสื่อมวลชนเจ้าของนามปากกา &amp;ldquo;พยัคฆ์น้อย&amp;rdquo; ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เขียนคอลัมน์ระบุถึงนายทหารชั้นยศนายพลคนหนึ่งเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพูดคุยกับอัยการสูงสุดขอให้สั่งยุติสำนวน โดยทำเป็นสำนวนมุมดำในคดีคนเจ็บคนตายจากเหตุสลายการชุมนุม นปช.เมื่อปี 2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเข้าพูดคุย นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวจึงทำหนังสือเปิดผนึกถึงอัยการสูงสุดว่าเรื่องนี้มีจริงหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้นอกจากไม่มีคำตอบกลับมาแล้ว ล่าสุดในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์คอลัมม์เดิมยังปรากฏบทความจากสื่อมวลชนมีการระบุเลขคดีด้วย ซึ่งเป็นสำนวนคดีที่เกี่ยวกับคนบาดเจ็บชัดเจน ถูกสั่งให้เป็นสำนวนมุมดำไปแล้ว เมื่อช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนคดีที่มีคนตายก็กำลังจะถูกทำให้เป็นสำนวนมุมดำคือการยุติคดีในช่วงสิ้นเดือน พ.ย. วันนี้เป็นวันสุดท้ายตนจึงมาทวงถามด้วยวาจา เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เคยยื่นหนังสือไปหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ทั้งที่สำนวนคนตายศาลมีคำสั่งในสำนวนชันสูตรพลิกศพเป็นสิบๆ สำนวนว่าเสียชีวิตจากอาวุธของฝั่งเจ้าหน้าที่ ส่วนอีก 70 รายยังไม่มีการไต่สวนสาเหตุการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับทราบเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวแล้วจากทางสื่อมวลชน เบื้องต้นตนได้สอบถามไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษพบว่า สำนวนการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ คดี 6 ศพวัดปทุมวนารามยังไม่ส่งมายังสำนักงานอัยการ ส่วนสำนวนผู้บาดเจ็บมีส่งเข้ามาแล้วบางส่วน ซึ่งกระจายอยู่หลายกอง ขณะนี้ทางสำนักงานคดีพิเศษกำลังรวบรวมข้อมูลว่าแต่ละคดีอยู่ในขั้นตอนไหน มีคำสั่งคดีไหนไปแล้วหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;สำหรับข้อกฎหมายเรื่องสำนวนมุมดำนั้น เป็นคดีที่พนักงานสอบสวนไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด แล้วจึงส่งมาขอให้พนักงานอัยการเห็นชอบและมีคำสั่งให้งดการสอบสวนไว้ชั่วคราว จึงยังไม่ได้มีการแตะลงไปในเนื้อหาคดีว่ามีใครผิดถูกอย่างไร ซึ่งภายในอายุความคดีนี้ 20 ปี คดีจะสามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้ ส่วนข้อทุกข์ใจของญาติผู้เสียชีวิตในวันนี้ตนจะนำเสนอให้ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดได้รับทราบภายในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังได้รับคำตอบ นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ตนจะขอให้ทางอัยการสูงสุดได้ทำหนังสือชี้แจงออกมาให้ได้ทุกคำถาม วันนี้ตนก็ได้รับทราบข้อมูลใหม่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเวลาผ่านมาหลายปี ทำไมสำนวนชันสูตรพลิกศพยังมาไม่ถึงมืออัยการ และหากยังไม่ถึงมือสำนวนมันอยู่ที่ไหนกัน หากอยู่ที่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเป็นผู้มีอำนาจ สถานที่ตั้งก็อยู่ใกล้กับสำนักงานอัยการสูงสุดขนาดนี้ แต่นี่ผ่านมาหลายปีทำไมยังมาไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ กล่าวว่า ตนสามารถตอบคำถามได้เพียงในส่วนของอัยการ ไม่สามารถที่จะไปก้าวล่วงองค์กรอื่นได้ แต่เรื่องการทำสำนวนนั้นย่อมที่จะมีหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ อย่างน้อยก็มีดีเอสไอที่เป็นผู้ทำสำนวนแต่แรก ซึ่งมันก็จะมีวิธีการในการสืบค้นว่าอยู่ขั้นตอนไหน ส่วนที่ถามว่าสำนวนหายไปหรือยัง อัยการไปตอบแทนหน่วยงานอื่นไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ ถามต่อว่า ในทางกฎหมายว่าเมื่อศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายแล้ว แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ส่งมาผ่านไป 5-6 ปีแล้ว ในฐานะผู้เสียหายมีช่องทางดำเนินคดีเจ้าหน้าที่หรือไม่&amp;nbsp;โดยนายประยุทธ กล่าวตอบว่า ข้อมูลที่ถามมานั้นตนไม่มีข้อเท็จจริงอยู่ในมือ การที่จะพูดหรือชี้แนะอะไรออกไปย่อมเป็นการคาดเดา ซึ่งตนไม่อาจที่จะไปก้าวล่วงได้ ตอนนี้เราทราบแต่เพียงว่าได้ตรวจสอบไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษแล้ว และมีการแจ้งว่ายังไม่มีสำนวนเข้ามายังอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิถามว่า เมื่อยังไม่มีการส่งสำนวนมายังอัยการแปลว่าสำนวนยังไม่เป็นสำนวนมุมดำตามข่าวใช่หรือไม่&amp;nbsp;นายประยุทธ กล่าวตอบว่า ถ้าเรายังไม่เห็นสำนวนเรายังไม่ทราบ แต่การจะสั่งว่าเป็นสำนวนมุมดำเป็นอำนาจของพนักงานอัยการ ฉะนั้นต้องมีการส่งมาให้อัยการพิจารณาก่อน แต่ตามประมวลกฎหมายพิธีพิจารณาความอาญา สำนวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิดซึ่งก็คือไม่มีตัวหรือที่เรียกว่ามุมดำ จะถูกตั้งต้นมาตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน แล้วก็จะถูกส่งมาให้พนักงานอัยการเห็นชอบ หากมีการเห็นชอบไปให้งดการสอบสวน แต่หากมีพยานหลักฐานเพิ่มก็สามารถหยิบยกขึ้นมาได้ภายในอายุความ การที่ถามว่าต้องมาถึงอัยการแล้วจะเป็นสำนวนมุมดำใช่หรือไม่นั้น จึงขอตอบว่าไม่ใช่ คำว่ามุมดำคือการตั้งรูปคดีตั้งแต่ชั้นสอบสวนแล้วว่าไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการพูดคุย นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อสันนิษฐานของตนซึ่งต้องตรงกับข้อเท็จจริงแน่ๆ คือสำนวนคดีนี้ยังค้างอยู่ที่ดีเอสไอ ตนจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ถามอธิบดีดีเอสไอคนปัจจุบันว่า ตกลงสำนวนคดีผู้เสียชีวิตซึ่งศาลได้ไต่สวนสาเหตุการตาย และชี้แล้วว่าตายเพราะอาวุธจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ ตอนนี้อยู่ที่ไหน ขอให้อธิบดีดีเอสไอได้สำรวจลิ้นชักทุกลิ้นชักในดีเอสไอ แล้วกรุณาให้ความกระจ่างแก่ประชาชน อธิบดีดีเอสไอคนนี้ไปขึ้นศาลเป็นพยานโจทก์ในคดีก่อการร้ายที่พวกตนเป็นจำเลย ตนก็เคารพในการทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม แต่ท่านไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือกับการขึ้นศาลชี้ว่าพวกตนเป็นจำเลยทำผิด ส่วนคดีผู้เสียชีวิตยังค้างอยู่ที่ดีเอสไอ ใช้เวลาถึง&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;ปีแล้ว ขอเรียกร้องให้ดีเอสไอเดินหน้าเรื่องนี้โดยทันที และถ้าเพิกเฉย ตนจะต้องไปติดตามสอบถามดีเอสไออีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ได้รับคำตอบจากดีเอสไอว่าสำนวนคดีนี้ไม่ได้อยู่ที่นั่น เพราะถ้าตอบแบบนั้นก็แสดงว่าสำนวนคดีนี้หายไป สาบสูญไปจากวงจรของโลก ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ มันต้องมีคนรับผิดชอบ มันต้องมีคนถือเรื่องไว้ แล้ว&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;ปีผ่านไป ต้องพูดให้ชัดด้วยซ้ำไปว่ามีคนดองเรื่องไว้หรือไม่ ผมว่าเรื่องนี้ดีเอสไอต้องมีคำอธิบาย&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่าภายในสัปดาห์หน้า ดีเอสไอควรจะมีความชัดเจน นี่ไม่ใช่การคาดคั้นหรือกดดัน แต่เป็นการเรียกร้องจากประชาชนในฐานะผู้เสียหาย สัปดาห์หน้าถ้ายังไม่มีคำตอบก็ถือว่าช้าเกินไป เพราะเรื่องผ่านไปแล้ว&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;ปี ที่พวกตนมาวันนี้พร้อมทนายความและญาติผู้เสียชีวิต ไม่ได้มาทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่ได้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเลือกตั้งหรือการเดินหน้าสู่ความปรองดอง พวกตนพร้อมให้ความร่วมมือทั้งสองกรณี แต่เพราะว่าคดีนี้ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันใช้เวลากว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่ข่าวร้ายสำหรับผู้สูญเสีย ทั้ง ป.ป.ช. ยกคำร้อง อัยการทำให้เป็นสำนวนมุมดำ วันนี้ก็ทราบอีกว่าคดีคนตายมีคนถือไว้ไม่ยอมส่งมาถึงมืออัยการ เลยมาติดตามทวงถามและต้องทวงถามต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในอดีตคดีที่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ทางการเมือง แล้วฝ่ายผู้มีอำนาจใช้กำลังปราบปราม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตุลา,&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตุลา, พฤษภา&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ฝ่ายผู้มีอำนาจออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเอง แต่คดีปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;แม้ไม่มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะในกระบวนการยุติธรรมปกติธรรมดา กลับหาช่องทางที่จะเข้าถึงความยุติธรรมไม่ได้ คดีนี้ทำให้ผมรู้สึกว่ากระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดี เป็นเหมือนเขาวงกต ที่เดินมาแล้ว&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี ก็ไม่ไปถึงไหน&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าวและว่า ผู้มีอำนาจถ้าใครไปกดทับไม่ให้คดีนี้เดินหน้า ขอความกรุณาถอยออกเถอะ ให้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถึงที่สุดให้ศาลพิพากษา ใครผิดใครถูกเมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดพวกตนก็น้อมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางธิดา กล่าวว่า การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ความจริงต้องปรากฏ ไม่ใช่เอาความจริงซุกใต้พรม คนตายเป็นร้อยคนเจ็บสองพัน ถ้าความจริงไม่ปรากฏท่านจะปกครองประเทศต่อไปอย่างไร อำนาจที่ไม่ชอบธรรมไม่สามารถปิดปากบังคับประชาชนได้ การเมืองจะก้าวต่อไปสู่การเลือกตั้ง ผู้นำอยากจะเป็นนายกฯ ต่อไปไม่ได้ ถ้าความปรองดองไม่เกิด เรื่องอย่างนี้ยังถูกปกปิด การที่เรามาวันนี้เป็นการให้ความร่วมมือเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ความยุติธรรมต้องมี ถ้าหยุดตรงนี้ไปไม่ถึงศาล ประเทศนี้จะไม่สามารถสู้หน้าใครในโลกนี้ได้ และไม่มีใครปกครองประเทศในบรรยากาศอย่างนี้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23177</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เหวง โตจิราการ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, พยัคฆ์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c011f06d856e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล่านทั้งผัวทั้งเมีย! &#039;ธิดา&#039; โวย &#039;บิ๊กแดง&#039; อ้างจลาจลทำรัฐประหาร &#039;ง่ายไปมั้ย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61 - นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)&amp;nbsp;Facebook Live&amp;nbsp;ว่า จากกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีปฏิวัติหรือไม่? ท่านกล่าวว่า &amp;ldquo;...ผมมั่นใจว่าถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจล ก็ไม่มีอะไร&amp;rdquo; นั่นแปลว่าถ้ามีการจลาจลเกิดขึ้นก็อาจจะเป็นเหตุของการทำรัฐประหารก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวว่า ตนจึงอยากถามว่าถ้าอ้างเหตุจลาจลเพื่อทำการรัฐประหาร มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ และถ้าเป็นอย่างนั้นประเทศต่าง ๆในโลกนี้เขาก็คงทำรัฐประหารกันบ่อยๆ เพราะการจลาจลมันเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ และของแต่ละประเทศนั้นมีความเสียหายอย่างมาก มีความรุนแรงขนาดที่เรียกว่ามากกว่ามาก แต่ถามว่าการทำรัฐประหารของเขามันเกิดขึ้นหรือเปล่า? ก่อนอื่นตนอยากจะขอร้องพวกเราว่าอย่าไปใช้คำว่า &amp;ldquo;ปฏิวัติ&amp;rdquo; และอยากเรียกร้องต่อสื่อมวลชนด้วยว่าอย่าไปสับสนกับคำว่า &amp;ldquo;รัฐประหาร&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ปฏิวัติ&amp;rdquo; มันคนละเรื่องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปฏิวัติ&amp;rdquo; นั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงของประชาชนส่วนล่าง ในการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองการปกครองของประเทศจากระบอบหนึ่งไปสู่ระบอบหนึ่ง แล้วต้องเป็นระบอบที่ก้าวหน้ากว่าเดิม ประชาชนมีอำนาจมากขึ้น แต่ &amp;ldquo;การทำรัฐประหาร&amp;rdquo; เป็นการใช้กำลังในการยึดอำนาจ นอกจากไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบอบให้ก้าวหน้าขึ้นบางครั้งตรงกันข้าม กลับทำให้ล้าหลังด้วยซ้ำ และเป็นการยึดอำนาจโดยชนชั้นนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยนั้นการทำรัฐประหารตั้งแต่ยุคอยุธยาจนถึงปัจจุบันนั้น ก็คือไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองการปกครองให้ก้าวหน้า เป็นการชิงอำนาจเพื่อเข้ามาสู่อยู่ในฐานะชนชั้นนำเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้มาพูดถึงสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ บอกว่าถ้ามีจลาจลมันก็อาจจะเกิดรัฐประหารได้ จึงนำมาสู่อีกคำถามหนึ่ง ว่า แล้วตกลงท่านเป็นทหารอาชีพหรือทหารการเมือง? คำถามคือท่านเป็นทหารอาชีพในการเมืองระบอบอะไร ถ้าเป็นทหารอาชีพในการเมืองระบอบประชาธิปไตย...ไม่มีการทำรัฐประหาร แล้วต้องขึ้นต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวต่อไปว่า การทำรัฐประหารเป็นการเปลี่ยนอำนาจนำจากคนหนึ่งมาสู่คนหนึ่งในระบอบเดิมและล้าหลังกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายังรักษาอำนาจคณะรัฐประหารอยู่นาน (แบบที่เป็นอยู่นี้) และยังพยายามจะสืบทอดอำนาจก็คือ ถ้าจะมีการเลือกตั้งก็ทำอย่างไรที่จะให้คณะที่ยึดอำนาจปัจจุบันสามารถเป็นรัฐบาลได้อีก อย่างนี้เรียกว่าการสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลของการทำรัฐประหารโดยอ้างว่ามีการจลาจล ตนคิดว่ามันก็ง่ายไป สมมุติว่าตนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ก็ทำให้บ้านเมืองมันวุ่นวาย หรือในปี 2549 ก็มีกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมา ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีอะไรวุ่นวาย แต่ในที่สุดก็ถูกอ้างเป็นเหตุผลในการยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี 2557 มันก็ยิ่งต้องทำให้ความวุ่นวายสูงขึ้น เพื่อให้เป็นเหตุผลเพียงพอเพราะรัฐบาลยุคนั้นมาจากการเลือกตั้งและรัฐบาลขณะนั้นได้ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนอยู่แล้ว ดังนั้นความรุนแรงในการขัดขวางการเลือกตั้งมันจึงเป็นความรุนแรงรอบใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่าเป็นความรุนแรงในขั้นที่ปฏิเสธระบอบประชาธิปไตย ผู้ที่ปฏิเสธระบอบประชาธิปไตยนั่นก็คือในส่วนชนชั้นนำที่มองว่าระบอบประชาธิปไตยนำมาซึ่งรัฐบาลที่ไม่พึงประสงค์...ใช่หรือเปล่า? และการที่กองทัพไม่ขึ้นต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง...หรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การอ้างเหตุผลว่ามันวุ่นวายนั้น...ง่ายมาก ง่ายมากที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย และ อ.ธิดา คิดว่าขณะนี้มันชัดเจนในหมู่ประชาชนไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยจากคุณนคร มาฉิม หรือทฤษฎีสมคบคิดอย่างที่หลายคนมองเห็นกันอยู่ว่าใครได้ประโยชน์จากการทำรัฐประหารบ้าง ตอนนี้ก็มีคนมาพูดกันเยอะแยะ หลายคนก็เป็นส่วนที่เคยสนับสนุนการทำรัฐประหารด้วยซ้ำ แต่เมื่อท่านรักษาอำนาจอยู่ยาวและทำท่าว่าจะอยู่ต่อในลักษณะสืบทอดอำนาจ ก็จะทำให้ฝ่ายพลเรือนซึ่งต้องการอำนาจเช่นกันก็ออกมาเปิดเผย&amp;rdquo; นางธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวอีกว่า แน่นอนคนที่เสียประโยชน์เมื่อมีการทำรัฐประหารชัดเจนคือประชาชน คือพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง คือนักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งมา แล้วเมื่อทำรัฐประหารแล้วใครได้ประโยชน์ พรรคการเมืองที่แพ้การเลือกตั้งได้ประโยชน์หรือเปล่า ซึ่งก็หวังว่าจะได้ประโยชน์ (แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ รู้สึกว่าจะยังลำบากอยู่เหมือนกัน) แล้วคณะที่เป็นรัฐบาลซึ่งขณะนี้ท่านใส่หมวกหลายใบมาก รัฐมนตรีก็ตั้งพรรคการเมือง รัฐมนตรียังเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ คณะกรรมการปฏิรูปอะไรต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าทางการเมืองท่านจะชนะหรือแพ้ท่านก็ยังเป็นผู้คุมพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาล อย่างนี้เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าท่านคิดว่าท่านเป็นทหารอาชีพภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ท่านทำรัฐประหารไม่ได้ ไม่ว่าจะมีจลาจลหรืออะไรก็ตาม ท่านควบคุมความสงบเรียบร้อยได้ แต่ไม่ใช่รักษาอำนาจอยู่ยาวนานตั้ง 4 ปีกว่าเช่นนี้ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมันมีทางออกของมัน!!! นั่นคือการยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน และทหารในประเทศที่เจริญแล้ว และเป็นทหารอาชีพจริงๆ เขาไม่ทำรัฐประหารกันค่ะ ยกเว้นเป็นประเทศที่ยังไม่ศิวิไลย์ที่คิดว่าประชาชนยังโง่ และประชาชนยังไม่สมควรได้รับอำนาจในการที่จะมีส่วนสำคัญในการเมืองการปกครอง ถ้ากองทัพคิดเช่นนั้น กองทัพไทยก็จะทำรัฐประหารเรื่อยไปค่ะ&amp;rdquo; นางธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) สามีนางธิดา โพสต์ว่า ผบ.ทบ.บอกว่า ยึดอำนาจเพราะนักการเมืองทำให้เกิดจลาจลลองย้อนดูสามเหตุการณ์ 1.49 พธม.ก่อเหตุ 2. 51-52-53เสื้อแดงก่อเหตุ 3. 57กปปส.ก่อเหตุ ล้วนเป็นจลาจลทั้งสิ้น แต่มีรปห.เฉพาะ 49 กับ 57 เท่านั้น ปี 53 ทหารในนามศอฉ.กลับลั่นกระสุนสงครามสังหารประชาชน ไม่ได้รปห.โค่นอภิสิทธิ์ &amp;quot;ผบ.ทบ.อธิบายหน่อยครับ ว่าทำไมปฏิบัติต่างกัน เลือกปฏบัติหรือเปล่า(ท่านก็เป็นนายทหารปฏิบัติหน้าที่ทั้งสามเหตุการณ์) ดังนั้นที่บอกว่าจลาจลแล้วจะมีรปห.สงสัยว่าเฉพาะฝั่งไทยรักไทยกับเพื่อไทยเท่านั้นใช่ไหมครับ?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20226</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางธิดา ถาวรเศรษฐ, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., รัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc86eaeb7f52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธิดา&#039;ซ้ำคสช.ทำไทยเป็นประเทศน่าละอาย - ด่าไม่ลง &#039;ทรัมป์&#039; ละเมิดสิทธิเพราะมาจากการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.61 - นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวในการทำ Facebook Live ว่า กรณีที่สหประชาชาติเปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น &amp;ldquo;ประเทศที่มีพฤติกรรมน่าละอาย&amp;rdquo; ซึ่งตามรายงานนั้นประเทศไทยเป็น 1 ใน 29 ประเทศที่เพิ่งถูกขึ้นบัญชีเป็นครั้งแรกในหมวดเกี่ยวกับรายงานสถานการณ์ของการถูกคุกคามด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นข่าวเกรียวกราวปลายสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวว่า กับคำถามที่ว่าคุณคิดว่าน่าละอายไหม? 1) ถ้าคิดว่าไม่ใช่พฤติกรรมที่น่าละอายของประเทศไทย...ก็ไม่ต้องทำอะไร 2) ถ้าคิดว่ามันไม่ดี มันผิด หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง...ก็มี 2 ทางเลือก ก็คือ ออกมาแก้ตัว หรือ หาวิธีแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ใน &amp;lsquo;เพจไทยคู่ฟ้า&amp;rsquo; มีการโพสต์เมื่อ 15 ก.ย. 61 ไขข้อข้องใจ! ประเทศไทยน่าละอาย จริงหรือ? ในวรรคท้ายระบุว่า &amp;ldquo;งานนี้ก็คงต้องไปพลิกดูรายละเอียดกันแล้วว่าแต่ละประเทศถูกกล่าวหากันอย่างไร แล้วมันน่าละอายถึงขนาดนั้น จริงหรือไม่ !!&amp;rdquo; ซึ่งก็แปลว่ามันไม่ใช่น่าละอายเลย ถ้าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่น่าละอาย คุณก็ไม่ต้องแก้ตัว ไม่ต้องแก้ไข ในขณะที่มีข่าวว่ากระทรวงต่างประเทศเตรียมชี้แจงต่อ UN กรณีดังกล่าวในวันที่ 19 ก.ย. นี้ที่เจนีวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวว่า หลักการของการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นหลักการของสหประชาชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อแนวความคิดของค่ายเสรีประชาธิปไตยอยู่ในฐานะเหนือสหประชาชาติ ดังนั้นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอะไรต่าง ๆ ว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง รวมทั้งทางสังคมวัฒนธรรม ออกมาเพื่อตอบสนองหลักการว่าด้วยปัญหาสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม ดังนั้นจะเห็นว่าประเทศที่มีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในค่ายเสรีประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในสหรัฐอเมริการัฐบาลเขามาจากการเลือกตั้ง อาจมีคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีแนวคิดขวาจัดก็มองเห็นคนเป็นคนไม่เท่าเทียมกันทั้งหมด ประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนมันจึงเกิดขึ้น เช่น กรณีผู้อพยพมา แยกแม่แยกลูก เป็นต้น สิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทำมีจำนวนมากที่คนไม่เห็นด้วยและต่อต้านแต่อย่างไรเสียเขาก็มาจากการเลือกตั้ง และในที่สุดเขาก็ต้องออกไปตามกลไกระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ประเทศที่รัฐบาลไม่ได้มาจากกลไกการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็จะดำรงอยู่ตราบเท่าที่ประเทศนั้นยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบ กลับมาบ้านเรา ถ้ารัฐบาลเห็นว่าปัญหานี้ไม่น่าอายตรงไหน ท่านก็ไม่ต้องไปแก้ตัวในที่ประชุมกรุงเจนีวา&amp;rdquo; นางธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวต่อไปว่า ท่านต้องพิจารณาว่าขณะนี้ท่านอยู่ในการเมืองการปกครองแบบไหน&amp;nbsp;ยอมรับความจริง&amp;nbsp;อะไรที่แก้ไขได้ก็ต้องแก้ แต่ถ้าท่านไม่คิดจะแก้ไข ก็แปลว่าการปกครองแบบนี้ก็เหมาะสมและดีอยู่แล้ว นี่จึงกลายเป็นลามไปจนกระทั่งท่านไม่ยอมคลายล็อกทางการเมือง ใช้วิธีการควบคุมประชาชน โดยการใช้ความรุนแรงหรือใช้อำนาจทางการทหาร ซึ่งวิธีนี้แก้ปัญหาทางการเมืองและปัญหาสิทธิเสรีภาพสิทธิมนุษยชนไม่ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทั่งกรณีของ 2 ผู้วิเคราะห์ข่าวในรายการ Wake Up News ทาง Voice TV อ.วิโรจน์ อาลี และ อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นี่ต้องเรียกว่าปัญหาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ที่ไทยไปเซ็นไว้ ยังมีกรณีคุณนคร มาฉิม ที่เป็นปัญหาการละเมิดสิทธิทางการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวอีกว่า ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง จะไปสู่ประชาธิปไตย แต่คุณยังไม่ปลดล็อก ยังมองไม่เห็นความสำคัญของสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน มันก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่คุณบอกว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านแล้วคุณต้องปลดล็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอตั้งคำถามไปอีกว่า &amp;ldquo;คุณต้องการเวลาเท่าไหร่ที่คิดว่าคุณถึงจะปลดล็อกปัญหาสิทธิเสรีภาพ ปลดล็อกทางการเมืองได้ อ.ธิดาคิดว่าเวลา 5 ปี มันนานเกินไปแล้ว &amp;nbsp;เรื่องปลดล็อคพรรคการเมือง ปลดล็อคประชาชน หยุดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางการเมือง ทั้งหมดคือเรื่องเดียวกัน&amp;rdquo; นางธิดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17797</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นางธิดา ถาวรเศรษฐ, ยูเอ็น, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fa0f0c9783.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 23:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; ว่าอย่างไร &#039;ป้าธิดา&#039; ขี่ไม้กวาดลากกลับสู่เกมความขัดแย้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.61 - ในขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ &amp;nbsp;ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) &amp;nbsp;เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสามัคคีปรองดอง แล้วเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศ และพยายามเลิกตอบโต้ทางการเมืองกับฝ่ายตรงข้าม และล่าสุดเขาเลือกที่ไม่ตอบโต้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกลับพบว่า นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษานปช. พยายามที่จะดึงนายจตุพร &amp;nbsp;เข้าสู่เกิมความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้ง โดยนางได้ &amp;nbsp;Facebook Live &amp;nbsp; ถึงกรณีการที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแกนนำกปปส. มารับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในรัฐบาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวช่วงหนึ่งว่ากรณีนายพุทธิพงษ์ ถ้าเป็นคอลัมนิสต์เขาใช้คำว่า &amp;ldquo;มีใบเสร็จ&amp;rdquo; คือบอกให้ทราบว่าในใบเสร็จนี้มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ถ้าเป็นภาษาของนายนคร มาฉิม ก็ใช้คำว่า &amp;ldquo;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;rdquo; แต่ในทัศนะของตน คือเป็นการเปิดเผยเครือข่ายและสายสัมพันธ์ เป็น Network Connections จะเรียกว่าแบ่งงานกันทำตามภารกิจที่ไม่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษานปช. กล่าวว่า ขุนพล 4 ทหารเสือกปปส. (สกลธี-พุทธิพงษ์-ชุมพล-ณัฎฐพล) นั้นเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่ามีบทบาทออกแนวฮาร์ดคอร์ เต็มที่ในการนำมวลชนบุกเข้าไปในสถานที่ราชการต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ นายสกลธี ภัททิยกุล ก็ได้เข้าไปทำงานเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว และในวันที่นายพุทธิพงษ์เดินมาที่ทำเนียบแล้วแจ้งสื่อว่าได้ผ่านการถูกเชิญถึงสองรอบ เป็นการแสดงสัมพันธภาพอันดีจากอดีต-ปัจจุบัน-อนาคตว่าจะต้องทำงานใหญ่ด้วยกันหรือเปล่า? ถือว่าเป็นสายสัมพันธ์ที่ดี อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน โดยมีเป้าหมายยุทธศาสตร์ทางการเมืองเหมือนกัน...ใช่หรือไม่ใช่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าคุณจตุพร เป็นส่วนของความขัดแย้ง &amp;nbsp;คำถามว่า แล้วนายสกลธี-นายพุทธิพงษ์ ไม่ใช่ส่วนของความขัดแย้งหรือ&amp;quot;นางธิดา กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., การเมือง, คดีสลายชุมนุมเสื้อแดง, ความขัดแย้ง, นปช., นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นายจตุพร พรมหพันธุ์, บิ๊กตู่, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a4356a754e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
